โครงการ Work&Travel เป็นโครงการยอดฮิตของนิสิตนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ทั้งเงินค่าแรงและประสบการณ์ ประสบการณ์ที่ว่าก็ใช่จะมีแต่เรื่องดีๆ ซะเมื่อไหร่ หลายคนต้องเจอเรื่องที่ทำให้เจ็บช้ำเสียใจร้องไห้กันไม่น้อย วันนี้ พี่เป้ ขออาสารวบรวม 6 ปัญหายอดฮิตที่เกิดขึ้นกับเด็กเวิร์คค่ะ

1. เอเจนซี่ห่วย ! เรียกได้ว่าเป็นปัญหายอดฮิตอันดับต้นๆ ตอนไปขอข้อมูลหรือสมัครก็พูดจาดี หว่านล้อมต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น "ที่นู่นมีตัวแทนของบริษัทคอยดูแล" หรือจะเป็น "ไม่ถูกลอยแพแน่นอน ไว้ใจได้เลยนะน้อง" แต่พอถึงเวลาเกิดปัญหาจริงๆ โทรหาก็ไม่ค่อยติด โทรติดก็บ่ายเบี่ยงโยนความผิดหรือปัดความรับผิดชอบให้ฝ่ายนู้นฝ่ายนี้ สรุปว่าพึ่งไม่ได้ !
วิธีแก้ไข ก่อนอื่นต้องศึกษาให้ดีว่าเอเจนซี่ไหนเป็นยังไงบ้าง ง่ายๆ ก็คือเซิร์ชจากอินเตอร์เน็ตนี่แหละค่ะ หรือสอบถามจากรุ่นพี่ที่เคยไป และควรจะสอบถามจากหลายๆ คน เพราะบางที่อาจจะดีสำหรับคนๆ หนึ่ง แต่อาจจะไม่ดีกับคนอีก 10 คนก็ได้
 |
2. ไม่ได้ทำงานตามที่ตกลงไว้แต่แรก ซึ่งอาจแบ่งได้ เป็น 2 กรณีคือ ไม่ได้ทำงานเลย คือนอนอยู่บ้านไปวันๆ ไม่มีงานให้ทำ เงินที่พกมาจากไทยก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ ซึ่ง อันที่จริงแล้วตามสัญญาหรือข้อตกลงกับเอเจนซี่นั้น ถึงแม้ เราจะไม่ได้ทำงาน ก็จะต้องได้รับค่าแรงขั้นต่ำอย่างถูกต้อง ด้วยนะคะ อยู่ที่ชั่วโมงละ 7 USD และได้ 8 ชม./วัน หรืออีกกรณีคือ ไม่ได้งานที่ตกลงไว้ แต่กลับได้ไปทำงาน อื่นที่ไม่อยากทำ เช่น ตกลงไว้ว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟ แต่ กลับให้ไปทำความสะอาดขัดส้วมซะอย่างงั้น จะเกี่ยงงาน ก็ไม่ได้อีกแน่ะ !
วิธีแก้ไข ถ้าไม่อยากอดอยาก หากมีโอกาสควรรีบหา second job หรืองานที่สองรับรองไว้อย่างเร่งด่วน ซึ่ง อาจจะหายากหน่อยแต่ไม่เกินความสามารถ โดยเฉพาะ ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือตามร้านอาหารไทยที่เจ้าของมัก จะเอ็นดูและสงสารนักเรียนไทย ส่วนมากหน้าร้านจะมีคำว่า Now Hiring ก็ให้เคาะประตูเข้าไปสอบถามได้เลย หรือ อาจจะลองหาจากหนังสือพิมพ์ก็ได้ค่ะ
|
3. ค่าแรงน้อยมาก หรือโดนลดชั่วโมงการทำงาน อันนี้เป็นปัญหาที่ต้องทำใจ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ทำให้คนอเมริกันตกงานเป็นจำนวนมาก ถึงมีงานก็ต้องแย่งงานกันทำ ดังนั้นชั่วโมงในการทำงานของแต่ละคนจึงต้องถูกลดไปโดยปริยาย ค่าแรงเลยได้น้อยตามไปด้วย
วิธีแก้ไข เหมือนข้อ 2 เลยค่ะ รีบหา second job กันซะดีๆ
{pic-desc}
4. ที่พักไม่ดี แออัดนอนกันหลายคน แน่นอนว่าถ้าอยากประหยัดค่าบ้านก็ต้องแชร์กันหลายๆ คน ซึ่งส่วนมากจะเป็นเอเจนซี่ที่หาบ้านให้แต่แรก บางบ้านไม่ใหญ่มาก แต่อยู่กันเป็น 10 คน สิ่งที่ตามมาก็คือการกระทบกระทั่งกันระหว่างเพื่อนในบ้าน อารมณ์เหมือนบ้าน AF ไปๆ มาๆ มีการโหวตออก เดินถือกระเป๋าออกจากบ้านไปเลยซะงั้น อีกทั้งแต่ละคนก็มีเวลาทำงานที่ไม่ตรงกัน คนนึงตื่นไปทำงาน อีกคนเพิ่งกลับจากทำงาน อาจทำให้ห่างเหินจากเพื่อนสนิทบ้างเป็นธรรมดา
วิธีแก้ไข ทางที่ดีและหากเป็นไปได้ ควรจะพักด้วยกันไม่เกิน 5-6 คน เพราะมากคนก็มากความ ถ้ารู้สึกอึดอัดหรือกลัวจะเกิดปัญหาไม่ถูกชะตากับเพื่อนในบ้าน ก็ควรจะรีบจูงมือเพื่อนสนิทหาบ้านใหม่ ซึ่งค่าบ้านนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามจำนวนคนอยู่ ยิ่งคนอยู่มาก ค่าบ้านก็ถูกลง ส่วนมากจะตกสัปดาห์ละประมาณ 80-130 USD ไม่ควรให้เกินนี้ หรือใครโชคดีอาจได้ถูกกว่านั้น เพื่อนพี่เป้คนนึงอยู่ในบ้านหลังใหญ่ มีด้วยกันทั้งสิ้น 8 คน อึดอัดไปหน่อยแต่เสียค่าบ้านแค่ 120 USD / เดือนเท่านั้นเอง หรือใครที่หาบ้านไม่ได้จริงๆ ก็ลองหาพวกเกสท์เฮาส์หรือโรงแรมถูกๆ ที่หากพักเป็นเดือนก็จะราคาถูกลงอีกนะคะ
5. นายจ้างแย่ อันนี้อาจเป็นปัญหาที่ขึ้นอยู่กับดวง บางคนได้เจ้านายผู้จัดการและเพื่อนร่วมงานดีเลิศ แต่บางคนได้เจ้านายใจร้าย ใช้งานหนัก หนำซ้ำยังดูถูกเชื้อชาติอีกต่างหาก
วิธีแก้ไข ควรจะอดทนให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าลืมว่า หากเกิดปัญหาในต่างแดน เค้าไม่ได้มองแต่ตัวเรานะคะ แต่เค้ามองภาพรวมคือ คนไทย และอาจจะรู้สึกอคติกับคนไทยได้ เพราะฉะนั้นควรจะอดทนและหางานใหม่ไปพลางๆ
6. เหงา คิดถึงบ้าน อยู่ไกลจากบ้าน จากพ่อจากแม่ บางคนตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 20 ยังไม่เคยห่างจากพ่อแม่เกิน 3 วัน แน่นอนว่ามาไกลซะขนาดนี้ก็ต้องเหงาเป็นธรรมดา ยิ่งทำงานก็อาจจะยิ่งทำให้ห่างเหินหรือไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนที่มาด้วย เนื่องจากทำงานคนละที่ กลับมาก็เหนื่อยจัด เข้านอนกันหมดแล้ว ส่งผลให้เศร้าเหงาหงอย จิตตก จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
วิธีแก้ไข อย่าลืมว่าปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวไกลสุดๆ พกโน้ตบุคไปแชท เล่นเว็บแคมคุยไมค์กับพ่อแม่ เห็นหน้าชัดๆ กันไปเลย แค่นี้ก็ช่วยคลายความคิดถึงลงไปได้เยอะแล้ว ถ้าพ่อแม่ใครยังเล่นเน็ตไม่เป็น ก็อย่าลืมสอนท่านด้วยล่ะ
{pic-desc}
ปัญหาที่ พี่เป้ เขียนไปนั้น อาจไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนต้องเจอ เพราะบางคนก็เจอเรื่องดีๆ แฮปปี้มีความสุข แต่ 6 ข้อที่เขียนไปข้างต้นนั้น อยากให้คนที่กำลังจะเดินทางไป Work&Travel ได้อ่านเพื่อเตรียมตัวและหาลู่ทางสำหรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ส่วนใครที่เคยไปเวิร์คมาแล้วเจอปัญหาแบบ 6 ข้อที่ว่าไปข้างต้นหรือปัญหาจิปาถะอื่นๆ ก็มาแชร์กันด่วนๆ เลยค่ะ

ขอบคุณรูปจาก www.so-education.com
23 ความคิดเห็น
ถ้าเราเเน่ อย่าไปกลัว หาให้มันกว่านี้เลย พูดอังกฤษได้หน่อย เก่งงาน นายจ้าง เขาก็เริ่มจะหันมามองเเล้วล่ะ อย่าไปกลัว (เเนะนำ เอาหนังสือสวดมนตร์ไปด้วย สวดอิติปิโส ก่อนนอน จะสบายใจ)
เจอเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายอะไรมาก
เพราะยังไงก็ไปถึงที่นั่นแล้ว ลองมองสิ่งดีๆที่ได้รับหักลบกลบกันกับสิ่งที่คิดว่าแย่
รับรองว่า จะสามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ค่ะ
เราก็กำลังจะไปปีหน้า
มิสซูรี ใครเคยไปเข้ามาเล่าให้ฟังหน่อยสิ
แล้วใครไปกับ อเมริกัน เลินนิ่งมั่ง ไปยังไงบ้าง เข้ามาเล่าประสบการณ์หน่อยนะ
เราอยุ่ st. louis อ่ะตอนนี้
แต่เปน exchange studentนะ
คนดำเยอะอ่ะเมืองนี้้
แต่เมืองนี้เจริญสุดในรัฐและ
น่าจะเป็น ที่โรงแรม Drury เธออยู่แถวนั้นเปล่า
มีซุปเปอร์มาเก็ทไหม? แล้วของกินนี่มื้อละประมาณกี่บาทคะ
มีคนไทยเยอะไหม ร้านอาหารไทยหละ เผื่อเราจะหางานสองหนะ
รอฟังคำตอบอยู่นะคะ
ต่อเครื่องที่ไหนบ้าง
ถ้ากัวคิดถึงอาหารไทย
ให้เอาเครื่องปรุงรสไปนะคะ
ผงผัด ซอสผัดไรเงี้ยก็เอาไปค่ะ
เสือ้ผ้าไม่ต้องเยอะนะคะ
ว่าจะไม่ซื้อยังไง เด๋วก็ซื้ออยู่ดีค่ะ
เน้นเอาพวกเครื่องปรุงรสอาหารไป
ดีที่สุดค่ะ อาหารไทยที่เมืองนอกแพงมากนะคะ
ถ้าเป็นไปได้ ลองฝึกทำอะไรง่ายๆไปค่ะ
เอาเป็นอาหารสามส่วนสี่ของกระเป๋าเลยค่ะ
ตอนแรกๆไป ลำบากเหมือนกัน ไปไหนมาไหนไม่เป็น
ได้กินมาม่ากันหลายวันเลยค่ะ แล้วก็คิดว่าจะไปหา
พวกเครือ่งปรุงรส หรืออะไรๆเอาข้างหน้า
ที่อร่อยๆ ถูกใจเรา หายากมากๆค่ะ จะมีตลาดที่เอาของมาขาย
มาจากเอเชีย แต่ก็แพงมากนะคะ แม็กกี้ ขวดละหลายร้อย
มาม่า ก็หลายสิบบาท ก็แนะนำแค่นี้แหละค่า....
ชัวร์มากที่สุดเลยค่ะ
ใครที่คิดจะไปต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้นะคะ(ในหลายๆเรื่อง) เพราะ ณ เวลานั้น จริงๆแล้ว ไม่มีใครช่วยเราได้จริงๆจังๆหรอกค่ะ แม้แต่เพื่อน
ครั้งแรกไป Florida งานดีมาก เงินก็ดีด้วย ทำ 2 job
ส่วนครั้งที่ 2 ไป Virginia เปล่าเปลี่ยวเดียวดายมากเลยพี่น้อง
งานไม่ดี แถมยังต้อง Standby รอเครื่องที่ LA อีกตั้ง 2 วัน
กิน ๆ - นอน ๆ ในสนามบินยังงั้นแหละ
อยากร้องไห้ เห็นเพื่อน ๆ เมืองอื่น ๆ เค้าทยอยกลับ ส่วนพวกเรา 3 คน
ก็ได้แต่ Standby น้ำก็ไม่ได้อาบ
น่าสงสารป่ะ
ส่วน Agency เหรอ นี่เลย บริษัท YECS จำไว้แม่น ๆ เลยนะ
เป็นอย่างที่ข้างบนพูดไว้ไม่มีผิดเลย โทรติดต่อยาก โบ้ยความผิดไปเรื่อย
ช่วยอะไรไม่ได้สักอย่างเลย บอกให้แต่ใจเย็น ๆ แต่สุดท้ายก็ห่วย