|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกกันอีกเหมือนเดิมนะคะ ^^ สำหรับเล่าประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ พี่เป้ จูงมือมากับบัณฑิตหมาดๆ จากรั้วแม่โดม ที่ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาโทอยู่ค่ะ สิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ เธอคนนี้จบมัธยมสายศิลป์-ฝรั่งเศส ตอนมหาวิทยาลัยก็เลือกเอกฝรั่งเศส ตอนนี้เรียนปริญญาโทก็เรียนเกี่ยวกับฝรั่งเศสและได้ไปเรียนที่ฝรั่งเศสอีกด้วย ! น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ อย่ารอช้า เราไปทำความรู้จักกับเธอคนนี้เลยดีกว่าค่ะ
 |
สวัสดีค่ะน้องๆ พี่ชื่อ "กุ้ง" นะคะ พี่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ เอกฝรั่งเศสเมื่อตอนต้นปี พอจบปุ๊บ ก็ต่อโทปั๊บเลย ตอนนี้เรียนโทอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชื่อโปรแกรมว่า French for business เป็นโปรแกรมสอง ภาษาคืออังกฤษกับฝรั่งเศส
มีคนถามเยอะมากว่าทำไมเรียนฝรั่งเศสต่อ ไม่เบื่อหรอ คือพี่ เรียนฝรั่งเศส ตั้งแต่ม.4 จนจบปี4 ก็ไม่อยากทิ้งอะเนาะ เสียดาย เลยเรียนโทต่อดีกว่า แล้วหลักสูตรน่าสนใจมากค่ะคือเป็น ปริญญาโทเรียนแค่ปีเดียว และจะได้ไปเรียน+ฝึกงานที่ ฝรั่งเศสอีกรวม 2 เดือนด้วย ถือว่าคุ้มทีเดียวเลย ทั้งประหยัด เวลาแล้วก็ได้ไปเรียนที่ประเทศฝรั่งเศสเลย และตอนนี้พี่ก็เพิ่งกลับ มาจากฝรั่งเศสมาสดๆ ร้อนๆ เลย
ตอนที่สอบเข้าปริญญาโทที่นี่ ก็มีทั้งสอบข้อเขียนและสอบ สัมภาษณ์เป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งหมดเลย ในรุ่นพี่มีทั้งหมด 11 คน เริ่มเรียนก็ตอนเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา วิชาที่เรียนหลักๆ ก็มาร์เกตติ้ง อันนี้จะสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าพวกธุรกิจเบื้องต้นที่เนื้อหาจะ ไม่ยากมากก็จะสอนเป็นฝรั่งเศสค่ะ |
พอถึงปลายเดือนสิงหาก็ได้เวลาเตรียมตัวแล้วค่ะ เพราะเราจะต้องโบยบินไปเรียนกันที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศสที่สถาบัน Chambre de commerce et d'industrie de Paris แปลตรงๆ ก็คือหอการค้าฝรั่งเศส แน่นอนว่าจะเด่นทางด้านพวกบริหารธุรกิจแน่นอน คือพี่ค่อนข้างเฉยๆ นะ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลย 5555 ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก ก็แค่เสื้อหนาวอะไรพวกนี้ค่ะ สำหรับที่พัก พี่กับเพื่อนเลือกพักที่โรงแรมอยู่แถวชานเมืองค่ะ อยู่ใต้สุดของปารีสเลย เพราะราคาจะถูกกว่าโรงแรมในเมืองหน่อย เวลาไปเรียนก็จะต้องนั่งรถแทรมก่อน 1 ป้าย จากนั้นก็ต่อรถไฟใต้ดินนั่งเข้าไปในเมืองแล้วไปมหาวิทยาลัยค่ะ คือแถวที่พี่พักเนี่ยเป็นสุดสายของรถไฟใต้ดินเลยนะ เหอๆ ก็ไกลจากในเมืองพอควร

2 เดือนใน"ฝรั่งเศส" คือสิ่งที่ "พิเศษ"สุดสำหรับเธอ
เดือนแรกที่ไปถึงก็ต้องเรียนๆๆๆ และก็เรียน การเรียนที่ฝรั่งเศสนั้น ต้องอเลิร์ทตลอดเลยนะคะ เพราะว่าอาจารย์หรือโปรเฟสเซอร์เนี่ยจะถามตลอด ชี้เป็นคนๆ เลย เรียกว่าไม่ได้อยู่นิ่งกันเลยล่ะ วิชาที่เรียนที่ฝรั่งเศสก็เช่น communication dans l'entreprise : les ecrits professionnels (อันนี้จะเรียนเกี่ยวกับการเขียน) , communication dans l'entreprise : la prise de parole en public (การพูดในที่สาธารณะ) , comprendre le monde des affaires (ธุรกิจโลก) , les relations humaines dans l'entreprise (ความสัมพันธ์ของมนุษย์ในโลกธุรกิจ) เรียนทุกวันเลย ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น อาจารย์ที่สอนก็ใจดีมากๆๆ แต่ละคนนี่ขอบอกว่าไฮโซสุดๆ ถ้าที่พี่ประทับใจและสนิทสุดก็คือมิสสเตฟานี่ค่ะ เค้าจะสอนแล้วจะตามนักเรียนตลอดว่าทำได้มั้ย ถ้าทำผิดเค้าก็จะช่วยแก้ให้แล้วบอกว่า ไม่เป็นไรนะ ยังไงก็ไม่ใช่ภาษาเรา ให้แบบฝึกหัดเพิ่ม คอยเอาใจใส่ดีมากๆ
กับเพื่อนๆ และมิสสเตฟานี
พอหมดเดือนแรก เราก็จะเลิกเรียน และจะต้องไปฝึกงานค่ะ ซึ่งสถานที่ฝึกงานนั้นก็มีให้เลือกหลายแห่ง แต่ละแห่งนี่เรียกได้ว่าสุดยอดเลย เช่น สถานทูต ยูเนสโก้ การบินไทย (หรูใช่มั้ยล่ะ) ส่วนพี่เลือกฝึกที่ ททท.ค่ะ บอกตามตรงว่าตอนฝึกงานนั้นรู้สึกตัวเองโง่มาก เพราะคนฝรั่งเศสที่เค้าเข้ามาถามข้อมูลเกี่ยวกับเมืองไทย เค้าจะถามละเอียดลึกมากๆๆ ไม่ได้ถามแค่ว่าจังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไร แต่จะถามลึกแบบว่าเดินทางไปยังไง ควรพักที่ไหน ... อะไรอย่างนั้นเลย
2 เดือนใน"ฝรั่งเศส" คือสิ่งที่ "พิเศษ"สุดสำหรับเธอ
ส่วนปารีสนั้นพี่ชอบมากค่ะ เป็นเมืองที่ดูดีมีชาติตระกูล ไฮโซ มีระเบียบมาก แต่ที่ไม่ชอบ และคิดว่าหลายๆ คนที่เคยไปปารีสคงไม่ชอบเหมือนกันคือผู้คน คนปารีสเนี่ยจะหน้าบึ้งมาก ทำหน้าเหมือนอารมณ์ไม่ดีหรือโกรธกันตลอดเวลา รู้สึกกลัวมาก เพราะหน้าตาเค้าเหมือนจะเดินเข้ามาด่าเราตลอดเวลา 5555
เรื่องที่ประทับใจอีกเรื่องคือ เพื่อนที่ไปด้วยกันนั้นเค้ามีเพื่อนเป็นคนฝรั่งเศสชื่อ "โคลดีน" แล้ว โคลดีนนี่เหมือนเป็นแม่คนที่สองของพวกพี่เลย เพราะเค้าชอบคนไทยมากๆ รักคนไทยมาก เค้าเคยมาไทยแล้วชอบมากเพราะคนไทยใจดีและน่ารัก โคลดีนเลยซื้อหนังสือภาษาไทย ซื้อหนังไทยมาดูจนตอนนี้พอพูดไทยได้แล้ว (ปลื้มๆ) เค้าจะชอบทำอาหารให้พี่กับเพื่อนกิน อร่อยสุดๆ เลย
|
อีกเรื่องที่ประทับใจมากกกกกกกกกกกกคือว่า พี่และเพื่อนๆ จะ ไปเที่ยวเมือง Chatres กัน เพราะมีงาน fete de Lumiere โดยทั้งเมืองจะเปิดไฟทั้งคืนเลย สวยมากๆๆ เรื่องของเรื่องคือว่า จัดทริปกันกะทันหันมาก รู้วันนี้ พรุ่งนี้เดินทาง เพราะฉะนั้นเลยไม่ ได้จองที่พักอะไรไว้เลย เลยตั้งใจไว้ว่าพอเที่ยวดูไฟเสร็จ จะนอน ที่สถานีรถไฟ พอเช้าค่อยนั่งรถไฟกลับปารีส
แต่บังเอิ๊ญญญญญญญญ ฟ้าดลใจให้พวกพี่เดินเข้าไปในร้าน ขายของที่ระลึกร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ข้างโบสถ์ใกล้สถานีรถไฟ พี่กับ เพื่อนก็ดูของไปเรื่อยๆ แล้วก็พูดภาษาไทยกัน ปรากฏเจ้าของร้าน (พี่ต้อม)เค้าหันมาคุยด้วยทันที คือพี่เค้าก็เป็นคนไทยเหมือนกัน อิอิ โลกกลมมากเลยเนาะ พี่ก็เล่าๆ ให้เค้าฟังว่ามาเรียนแล้วก็มา เที่ยว เค้าเลยถามว่าพักโรงแรมแถวไหน พวกพี่เลยเล่าไปว่าคืนนี้ จะนอนที่สถานีรถไฟ 555 พี่เค้าบอก ไม่ได้ จะนอนยังไง เค้าเลย ชวนพวกพี่ไปนอนที่บ้านเค้าทั้งหมด 11 คนเลยอะ พอตอนเช้า มาก็ทำอาหารให้กินด้วย สุดยอดเลยใช่ปะล่ะ พี่เค้าน่ารักและใจดี สุดๆๆๆ เป็นเรื่องที่ประทับใจที่สุดตอนที่อยู่ฝรั่งเศสเลย น่าแปลก มั้ย ไปฝรั่งเศส แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดกลับเป็นสิ่งที่เกิดกับคนไทย ด้วยกันนี่แหละ รู้สึกเลยว่าคนไทยเราไม่ว่าจะอยู่ไหนก็มีน้ำใจให้ กันเสมอเลยค่ะ |
สุดท้ายอยากฝากน้องๆ ว่า ใครมีโอกาสไปเมืองนอกก็ถือว่าเป็นโชคดีแล้ว เพราะฉะนั้นไปแล้วก็ต้องดูแลตัวเองจัดสรรทุกสิ่งให้ดี ไม่ใช่ว่าไกลพ่อแม่แล้วทำตัวไม่ดีนะคะ รวมถึงใครสนใจหรือชอบฝรั่งเศสแล้วเริ่มมองถึงอนาคต พี่ขอแนะนำโปรแกรมปริญญาโท French for business นี้ของอักษร จุฬาฯ ค่าเทอมอาจสูงนิดนึง แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้มา ถือว่าคุ้มมากๆๆๆ ค่ะ
เรียกได้ว่าการไปเรียนที่ฝรั่งเศสครั้งนี้ ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 2 เดือน แต่ก็ขนความสุขและความประทับใจกลับมาเพียบเลย น่าอิจฉาจริงๆ เลยเนาะ ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ก็ส่งมาให้ พี่เป้ ได้เหมือนเดิมเลยที่ pay@dek-d.com นะคะ ยังรอเรื่องของน้องๆ อยู่เหมือนเดิม
|