เปิดมุมมองต่อ "จีน" ผ่านชีวิตนักเรียนแพทย์

 

 

                        

                   สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^ ปีใหม่แต่ยังเจอกับ พี่เป้ คนเก่าเหมือนเดิม ฮ่าๆ ปีใหม่ทั้งที ก็ขอให้น้องๆ แฟนคอลัมน์เรียนต่อนอกทุกคนมีความสุขมากๆ นะ อยากได้อะไรก็ขอให้สมหวังทุกอย่างเลยนะ วันนี้คอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกก็มาเจอน้องๆ เช่นเคย ปีใหม่ใครไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนก็มานั่งเล่นเวบ Dek-D กับ พี่เป้ กันดีกว่านะ

 

แนะนำตัวกันก่อน

{pic-desc}

                  สวัสดีครับ ผมชื่อรัฐศาสตร์ เกตุผาสุข ชื่อเล่นชื่อ "ปอง" ครับ ตอนนี้เรียนแพทย์ อยู่ที่ Zhejiang University (มหาวิทยาลัยเจ้อเจี้ยง) ประเทศจีน  เลยอยากจะแบ่งปันประสบการณ์การมาเรียนที่นี่ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ

                  การสมัครเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์  Zhejiang University ประเทศจีน  คล้ายๆ กับการสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศทั่วไปครับ  แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า ที่ประเทศจีนหลักหลักสูตรแพทยศาสตร์ที่นี้ คือ MBBS จะไม่เหมือนหลักสูตร MD เหมือนที่ประเทศไทย คือพอมาเรียน จะไม่มีสอนวิชาวิทย์พื้นฐานพวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะนะครับ แต่จะเริ่มเรียนวิชาด้านแพทย์เลย ดังนั้นใครจะมาเรียนก็ต้องแน่นวิทย์เยอะๆ เลยครับ แล้วก็สอนเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยครับ สาเหตุที่เลือกมหาวิทยาลัยนี้ ครั้งแรกคุณพ่อให้ดูไว้สองที่ครับคือเรียนที่จีนและฟิลิปปินส์ครับ  แต่ก็มาลงที่จีนเพราะเหตุที่มีว่าจะได้ภาษาจีนด้วยดูคุ้มดีครับ....  และอีกอย่างประเทศจีนก็มีอะไรหลาย ๆอย่างที่คล้ายกับไทยครับ  ซึ่งผมก็มีเชื้อสายจีนอยู่ด้วย  เรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรม การทานอาหารก็จะไม่ค่อยมีปัญหาครับ

{pic-desc}

                  การสมัครเข้าเรียนที่นี้ใช้ผลการเรียนรวมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยมีเกณฑ์ของเกรดที่ GPA 3.00   ขั้นตอนการสมัครก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ก็เพียงเข้าไปโหลดใบสมัครที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยครับ ที่ http://www.zju.edu.cn/english/ เมื่อได้ใบสมัครแล้วก็กรอกใบสมัครให้ครบแล้วส่งมาที่อยู่มหาวิทยาลัยครับ แล้วทางมหาวิทยาลัยก็จะส่งจดหมายมาขอใบที่เป็นหลักฐานต่างๆ เราก็ส่งไปให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณาครับ เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยแล้วก็จะมีการทดสอบภาษาครับ โดยมีสองภาษาคืออังกฤษแล้วจีนครับ ทำไมต้องทดสอบภาษาจีนน่ะเหรอครับ  เป็นหลักเกณฑ์ของทางมหาวิทยาลัยน่ะครับ แต่ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าไม่ผ่านภาษาจีนเราก็ต้องลงทะเบียนเรียนครับ ถ้าผ่านก็ไม่ต้องครับ

                  วิชาที่เรียนตอนปี 1 นั้น ก็เช่น Gross Anatomy หรือกายวิภาคศาสตร์ที่มีผ่าอาจารย์ใหญ่ ถ้าเป็นที่ไทยมักจะได้เรียนกันตอนปี 2 แต่ที่จีนเรียนตั้งแต่ปี 1 เลย แล้วก็ Histology เรียนเกี่ยวกับเซลล์ในร่างกายว่าอยู่ตรงไหน แล้วก็ Biochemistry เรียนเกี่ยวกับการทำงานของเคมีและระบบของร่างกายครับ

{pic-desc}

                 แต่อย่างที่รู้นะครับว่า การเรียนแพทย์นั้นต้องสอบใบประกอบโรคศิลป์ด้วย ซึ่งนักเรียนไทยมักจะกลับไปสอบที่ประเทศไทยครับและจำนวนมากมักสอบไม่ผ่าน เรื่องของเรื่องก็เช่นว่า โรคที่เรียนไม่เหมือนกันครับ อย่างที่จีนไม่มีโรคไข้เลือดออก เพราะไม่ใช่เขตร้อนชื้น แต่ในข้อสอบใบประกอบกลับมีเรื่องโรคไข้เลือดออก ทำให้เด็กไทยที่เรียนแพทย์ในเมืองนอกมักสอบไม่ค่อยผ่านกัน ทำให้ส่วนมากไปหางานทำที่เมืองนอก เพราะบางประเทศจะเป็นหมอไม่ต้องสอบใบประกอบก็ได้ครับ

 

การใช้ชีวิตในประเทศจีน

                  ในประเทศจีนการใช้ชีวิตไม่แตกต่างจากประเทศไทยนักครับ  เพียงแต่ว่าเราต้องมีการปรับตัวในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น การข้ามถนน  ที่ประเทศจีนจะขับรถชิดด้านขวาครับและขวาจะเป็นทางที่ให้รถผ่านตลอดครับ ตรงข้ามกับประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้นเวลาข้ามก็ต้องดูดีๆ ครับ อีกอย่างคือการที่เราต้องชินกับลักษณะการพูดของคนจีน คือชาวจีนเค้าจะพูดคุยกันเสียงดังครับ ดังมากจนถึงระดับที่เรียกว่าการตะโกน มาแรกๆ ก็ตกใจครับ หลังๆ ก็ชิน
ส่วนอาหารการกิน อาหารของที่จีนจะเน้นที่ปริมาณไม่เน้นรสชาติครับ อีกอย่างที่จีนจะใช้ตะเกียบในการทานอาหาร ฉะนั้นควรปรับตัวให้ใช้ตะเกียบคล่องๆ นะครับ ส่วนการขึ้นรถประจำทาง ที่ประเทศจีนเค้าจะดีที่เวลาขึ้นรถประจำทางต้องขึ้นประตูหน้าเท่านั้นและต้องเข้าแถวด้วย ประเทศเราน่าจะเอาส่วนนี้มาใช้บ้างก็ดีนะครับ ไม่วุ่นวายดี  ส่วนการเดินทางที่ประเทศจีนจะใช้รถจักรยานเป็นหลักครับ แต่เวลาปั่นต้องระวังนะครับ เพราะที่นี้เค้าจะไม่ค่อยเคารพกฎจราจรนัก
ปั่นไม่ดีอาจโดนชนได้ครับ

 

    ข้อดีและข้อเสียของการใช้ชีวิตในจีน

   ข้อดี
   -อากาศที่ประเทศจีนดีมาก บริสุทธิ์ระดับหนึ่งเลยครับ
 เพราะที่นี้เค้าจะใช้รถยนต์น้อยมาก จะหันมาใช้รถ
 จักรยานยนต์ไฟฟ้าแทนครับ หรือไม่ก็จักรยาน
   -เป็นประเทศที่จัดผังเมืองได้ดีเวลาเดินทางจึงสะดวก
   -ระบบขนส่งสาธารณะดี สะดวก รวดเร็วครับ
   -อาหารราคาไม่แพงและได้ปริมาณที่เยอะ ค่าครองชีพ
 ไม่แพงมากพอๆ กับประเทศไทยครับ
   -ประเทศจีนจะปลูกต้นไม้เยอะมาก  ประเทศเค้าจึงดูร่ม
 รื่นครับ
 

 

    ข้อเสีย
    -คนจีนมักจะไม่เคารพกฎจราจร และชอบลัดคิวเวลาซื้อ
 อาหารหรือขึ้นรถประจำทาง
    -คนจีนจะไม่ค่อยสำรวมเวลาทานอาหาร และชอบถม
 น้ำลายลงพื้น
    -ห้องน้ำที่ประเทศจีนจะมีกลิ่นแรงมากและไม่ค่อย
 สะอาดสักเท่าไหร่นัก อีกอย่างที่ประเทศจีนไม่ค่อยมี
 ชักโครก มีแต่ส้วมซึมครับ
    -เวลาถึงหน้าหนาวจะหนาวมากจนไม่ค่อยอยากจะทำ
 อะไรและไปไหนนัก ทำให้ไม่ค่อยอยากอ่านหนังสือหรือทำ
 งานต่างๆ
    -คนจีนมักจะพูดคุยเสียงดังไม่ไม่ค่อยเกรงใจคนอื่นนัก
    -สินค้าอุปโภค บริโภคมักจะไม่ค่อยได้มาตรฐาน ควร
 เลือกซื้อดีๆ และที่นี้เป็นประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์จึงไม่
 ค่อยมีสินค้าแบรนด์ที่เรารู้จักมาขายมากนัก

 เรื่องที่ประทับใจและไม่ประทับใจ

 เรื่องที่ประทับใจ
                คือมีครั้งหนึ่งต้องทำบัตรนักศึกษาครั้งแรกด้วย  เราจึงไม่รู้อะไรมากนักและยังพูดภาษาจีนไม่ได้เลย เมื่อถึงคิวเราเจ้าหน้าที่ก็พูดให้เราทำนั้นทำนี่  และแล้วก็เกิดปัญหาขึ้นเพราะมีบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ  เจ้าหน้าที่ก็พยายามอธิบายแต่เราก็ไม่เข้าใจ  ก็เลยอยู่ตรงนั้นหลายนาทีทีเดียว สักพักก็มีผู้หญิงคนจีนมาถามว่าเกิดปัญหาอะไรเป็นภาษาอังกฤษและเค้าก็ช่วยอธิบายและช่วยทำบัตรนักศึกษาจนเสร็จ ผมเลยคิดว่าถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนเมื่อกี้นะ ไม่เสร็จแน่ๆ วันนี้ และผมก็ได้รู้อีกว่าคนจีนเค้าก็มีน้ำใจเหมือนกัน

 เรื่องที่ไม่ประทับใจ
                คือมีวันหนึ่งนอนอยู่ในห้องนอน  อยู่ๆ ก็มีคนดูแลหอพักมาเคาะประตูห้องแต่เช้ามาก  ประมาณหกโมงเช้าได้  เคาะดังมากเหมือนจะพังประตูเข้ามาเลย  เอาจนผมสะดุ้งตื่นจากฝันเลย  โมโหมากว่าทำไมเคาะดังอย่างนี้  พอเปิดประตูไปคนดูแลหอก็ตะคอกใส่ว่ายืมกุญแจห้องไปทำไมไม่เอามาคืน  เราก็งงว่ายืมตอนไหนไม่ได้ยืนสักหน่อย  ผมก็อธิบายไปเค้าก็ไม่ฟังก็ตะคอกและด่าเราอยู่นาน จนมีผู้ช่วยแม่บ้านเดินมาบอกว่าไม่ใช่ห้องนี้ยืมไป  เป็นอีกห้องหนึ่ง  แทนที่เค้าจะขอโทษกลับเดินไปเฉยๆ ผมก็เลยเอาเถอะอารมณ์เสียแต่เช้าเลยครับ  

 

                  สุดท้ายอยากฝากเพื่อนๆ ว่า ใครที่สนใจเรียนคณะแพทยศาสตร์ ขอให้ตั้งใจเรียนวิชาวิทยาศาตร์พื้นฐานครับ เพราะเป็นวิชาที่ต้องใช้และจำเป็นมากๆ และการเรียนแพทย์ต้องเรียนด้วยใจครับ ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงหรือเงินทอง ส่วนอนาคตนั้นผมอยากเป็นศัลยแพทย์กุมารครับ

 

                   เจ๋งจริงๆ ได้ไปเรียนแพทย์ถึงเมืองนอกเลย อีกไม่นานเมืองไทยเราคงมีแพทย์ที่เก่งเพิ่มอีกคนแล้วล่ะเนาะ ^0^ ส่วนใครอยากแบ่งปันเรื่องราวดีๆ อย่างนี้ก็ส่งมาได้เลยที่ pay@dek-d.com เดี๋ยวเอามาลงให้แน่นอนค่ะ

          

 

 
 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

60 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
pinkchoc Member 31 ธ.ค. 52 11:28 น. 2
มหาลัยก็ว่าจะไปต่อที่ประเทศจีนเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่ใช่แพทย์นะ

ที่จะๆไปเรียนที่จีนคืออยากใช้ภาษาจีนให้คล่องๆ 
เพราะเป็นภาษาจีนกับอังกฤษยังไงก็ไม่อดตายหรอกเน้อะ

อีกอย่างค่าเรียนก็ไม่แพงเท่าไหร่

ฮิฮิ =)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
{{ รักไอ๊แว่น ; Member 31 ธ.ค. 52 12:26 น. 4
เคยไปเที่ยวจีนมาแล้ว
ไม่ชอบห้องน้ำอย่างเดียวอะ
กับที่ร้านอาหารน๊ะ ไม่ได้อยากจะด่าอะไรเค้ามากมายอะ
มันกินแมร่ ง  สกปรกอะ เคี้ยวๆอยู่มันพูดออกมาแล้ว แล้วมันไม่นึกว่าเศษอาหารจะกระเด็น ++
คือเรานั่งอีกโต๊ะนึ่งอะ แล้วเห็นพอดี 55555555 *


ส่วนบรรยกาศอื่นๆ ก็โอเคดี เย็นก็เย็นเว่ออะ TT~
0
กำลังโหลด
FhUn 31 ธ.ค. 52 12:33 น. 5
หนูก็กำลังจะไปเรียนแพทย์ที่ Zhejiang University ปี 2553 ค่ะ


ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ^^




ว่าแต่........มีทดสอบภาษาจีนด้วยเหรอ สงสัยต้องไปเรียนเพิ่มแล้วล่ะ


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี นะคะ เจอกันเปิดเทอม นะคะพี่..........
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กระต่ายน้oย Member 31 ธ.ค. 52 16:14 น. 12
แนะนำ เรียน ที่ปักกิ่งไม่ก็ฮาร์บิน การเลือกเมือง มีผลต่อสำเนียงที่จะเรียนภาษา

จบม.หก แล้วก็มาเรียนป.ตรีก็ได้คะ

มีอะไรช่วยได้ก็จะช่วยนะคะ

เราเด็กทุน มาเรียนอะคะ แต่ว่าเรียนภาษาแค่ปีเดียว

แค่ปีเดียวก็อยากกลับบ้านแย่และ ฮ่าๆ
0
กำลังโหลด
林柔儿 Member 31 ธ.ค. 52 17:38 น. 13

หุหุ 

ตอนนี้เรียนแพทย์จีนอยู่ แต่เรียนที่ไทยนะ ปี 4 นู่นถึงได้ไปเรียนที่จีน

ภาษาจีนไม่ยากๆๆ ไม่ก็ไม่ง่ายนะคะ อยากเก่งจีนมากๆต้องหาเพื่อนชาวจีนคุยค่ะ

สู้ๆนะคะ

0
กำลังโหลด
พันปอนด์ Member 31 ธ.ค. 52 17:42 น. 14
ความรู้ใหม่เลยน่ะเนี่ย อย่างนี้ถ้าต่อเฉพาะทางจะต่อที่จีนเลยอ่ะเปล่า
แล้ว สอบยากไหมเนี่ย ค่าเรียนแพงเปล่า น่าสนใจ แต่ภาษาจีนไม่กระดิกเลย
ถ้าจบหมอจากไทย ไปเรียนเฉพาะทางที่โน่นได้ไหมเอ่ย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็ก北大 31 ธ.ค. 52 18:56 น. 16
ข้อเสียก็ตรงนะๆ คนจีนเป็นพวกนิสัยเสีย กลิ่นตัวแรง ยิ่งคนปักกิ่งยิ่งกลิ่นตัวแรงมาก
ประมาณว่า พอเดินเข้าไปในห้องห้องนึง ก็รับรู้ได้เลยว่านี่แหล่ะ กลิ่นคนจีนแน่ๆ

เรามาเรียนที่ปักกิ่งอ่ะ มันก็โอเคนะ แต่เรายอมรับนิสัยคนจีนไม่ค่อยได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
0
กำลังโหลด
ปอง 31 ธ.ค. 52 19:23 น. 17
ครับต่อคำถามคราวๆนะครับ...

...ค่าเทอมปีละสองแสนครับ

การทดสอบจะเป็นข้อสอบชีวะ ฟิสิกส์ เคมีครับเป็นภาษาอังกิด

...ก็อ่านมาเยอะๆครับ...เพราะก็ถามยากในระดับหนึ่งครับ

....ส่วนใคที่สนใจก่อนมาควรศึกษาดีๆครับเพราะเรียนแพทย์ที่ต่างประเทศจะเสียเปรียบในการสอบใบประกอบโรคศิลปะครับ...โรคไม่ตรงกันบ้าง...การสอนไม่เหมือนไทยบ้าง...เลยทำให้นักเรียนแพทย์ต่างประเทศไปทำงานต่างต่างประเทศเยอะครับ.....

ก็สอบแพทย์ที่ไทยให้ได้เป็นดีที่สุดครับ...สู้ๆครับทุกคน

...จาก...ปองครับ
0
กำลังโหลด
E_nOoEYE_za Member 31 ธ.ค. 52 20:07 น. 18

อยากไปจีนเหมือนกัน
แต่อยู่ม.4 อยู่เลย
เรียนจีนมาได้เกือบปีแล้วค่ะ
ปีหน้าปิดเทอมอาจจะไปเรียนที่จีนอ่าค่ะ
แลกเปลี่ยนประมาณ3 เดือน
ตื่นเต้นจัง ^^

0
กำลังโหลด
หลิง หลิง 31 ธ.ค. 52 21:53 น. 19
ไม่เถียงว่าวิชาการทางจีนนั้นดีมาก แต่ไทยก็ไม่ด้อยกว่ากันนะคะ อาจารย์เมืองไทยเก่งมากหลายๆ คนแบบเรียนจบมานานมากเฉพาะทางมากแล้วก็ยังอธิบายเชิงลึกและวาดรูปได้เป็นฉากๆ ขนาดลึกถึง วิทยาศาสตร์ระดับมัธยม kingdom ไปเลย
แต่ journal จากประเทศจีน มักไม่ค่อยผ่านเกณฑ์ระเบียบวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่าไหร่นะคะ
ในความคิดถ้าคุณจะทำงานที่ไหนก็ไปเรียนที่นั่นล่ะค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด