![]() |
||||
|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... มาแล้วๆๆ เจอกันกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกกันเช่นเคย ช่วงนี้ก็มีโครงการแลกเปลี่ยนทุนนั่นทุนนี่มาให้สอบมากมาย ใครมีความฝันอยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็อย่าลืมที่จะคว้าโอกาสดีๆ แบบนี้นะคะ สอบได้ไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังไงเราก็ได้พยายามทำแล้วเนาะ สำหรับเจ้าของเรื่องประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ก็เป็นหนุ่มน้อย (ห่างหายเรื่องราวของน้องผู้ชายไปนาน พักนี้มีแต่น้องผู้หญิง 555+) อดีตนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS เหมือนกันค่ะ เค้าเลยมีเรื่องสนุกๆ จากประสบการณ์จริงมาฝากกัน จะเป็นยังไงนั้นลองไปอ่านกันเลยดีกว่า ขอบอกว่าตั้งใจอ่านให้จบนะคะ เพราะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากทีเดียว~
สวัสดีครับ ชื่อ บุ๊ค ครับ ตอนนี้อยู่มหาลัยปี 2 ที่ Broward College รัฐ Florida วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS-FSR รุ่นที่ 44 ผมได้ทุนเต็มจำนวนจากสปอนเซอร์ เนื่องจากสปอนเซอร์เป็นบริษัทจากทางอเมริกา ก็เลยต้องเลือกอเมริกาครับ ผมก็ได้มาอยู่ที่รัฐ Minnesota ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอเมริกา แต่ที่ไม่เคยคาดฝันไว้เลยคือเมือง Leonard ที่ผมอยู่นั้น มันเป็นส่วนที่มีประชากรอาจจะน้อยที่สุดในรัฐเลย!!! เมืองผมมีประชากรทั้งสิ้น 29 คน !! อ่านไม่ผิดหรอกครับ 29 คนจริงๆ เค้ามีป้ายเขียนไว้หน้าเมืองเลยว่า Population 29 people มีบ้านอยู่กลางป่า มีถนนเส้นเล็กๆ ผ่านหน้าบ้านเส้นเดียว ที่เหลือเป็นป่าหมดเลย ผมอยู่ 10 เดือน ยังไม่เคยเห็นหน้าเพื่อนบ้านเลยครับ 5555+ เพราะบ้านหลังถัดไปที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโล แบบว่าสุดขอบสายตายังไม่อะไรเลยนอกจากถนนกับป่าข้างทาง - -" โฮสท์แฟมิลี่พ่อกับแม่เป็นคนขับรถส่งของ FedEx ทั้งคู่ แล้วก็มีน้องชายสองคน คนนึง ม.2 อีกคน ม.4 ซึ่งผมก็ต้องอัดเข้าไปนอนกับน้องๆ กัน 3 คนในห้องเล็กๆ ห้องเดียวกันจนไม่มีที่เดินด้วยซ้ำ ที่โฮสท์ผมพิเศษกว่าคนอื่นคือเป็น Double placement คือโฮสท์รับนักเรียนสองคนพร้อมกัน ซึ่งผมก็ได้อาศัยกับยูมิโกะ นักเรียนหญิงจากญี่ปุ่น ก็เลยโชคดีได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปด้วย แถมตอนกลางปี มีนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โฮสท์เคยรับไว้จากบราซิลปีที่แล้วมาอยู่ด้วยอีก 1 เดือน ก็เลยมีคนคุยด้วยตลอดไม่เบื่อถึงแม้บ้านอยู่กลางป่า 5555+ แถวบ้านก็ไม่มีร้านอาหารอะไรเลย นอกจากร้านพิซซ่าที่อยู่อีกเมืองนึง ต้องขับรถครึ่งชั่วโมง ดังนั้นตอนเช้าต้องกินซีเรียลรึไม่ก็แพนเค้กราดน้ำผึ้ง ข้าวเที่ยงก็กินที่โรงเรียน อร่อยมากๆ ถูกด้วย แค่ 3$ อาหารมาเป็นเซ็ท มีนมหนึ่งกล้อง ผลไม้หรือขนมชิ้นเล็กๆ แบบคุ้กกี้ แล้วก็อาหารหลักเช่น แซนวิช สปาเก็ตตี้ ปลาทอด ซุปมะเขือเทศ ซุปไก่ แล้วก็มีอีกช่องเป็นอาหารรอง เช่น มันฝรั่ง salad ส่วนข้าวเย็นคุณแม่ก็จะทำอาหารเองทุกวัน แล้วทุกๆ หนึ่งเดือนก็จะขับรถเข้าเมืองใหญ่ไปซื้อของที่ Wal-Mart มาตุนไว้ในบ้าน ส่วนโรงเรียนนั้นอยู่ห่างจากบ้านพอสมควรครับ พอรถโรงเรียนมาก็รีบวิ่งขึ้นรถโรงเรียน บางวันก็หนาวมากจนรถโรงเรียนดับไปเลยครับ ขับๆ ไปรถเครื่องเสียกลางทางไปเลยเพราะว่าหนาวเกิน ฮ่าๆ หลังๆ ก็เริ่มภาวนาของให้รถดับระหว่างทางจะได้โดดเรียน แต่ทางโรงเรียนก็ยังส่งคันที่สองมารับอีก - -" แต่มีอยู่ครั้งนึงรถดับสองคันเลยได้หยุดเรียน 5555+ ทางโรงเรียนก็ไม่ใหญ่มากครับ เป็นโรงเรียนสอนตั้งแต่ ป.1-ม.6 โดยมีนักเรียนทั้งโรงเรียนประมาณสองร้อยคน ทุกคนรู้จักกันหมดเลยทุกครอบครัว เพราะว่าเรียนมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่ากัน ยังไม่เคยเห็นใครทะเลาะกันเลย เป็นโรงเรียนที่ดีมากครับ หลายคนชอบถามว่า บ้านอยู่กลางป่า แถมทั้งเมืองยังมีแค่ 29 คน แล้ววันๆ ทำอะไรบ้าง ? เนื่องจากบ้านนั้นอยู่กลางป่า ผมแนะนำให้ลงกิจกรรมหลังเลิกเรียนทุกชนิดครับ ไม่งั้นอาจจะเบื่อตายที่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น Track& Field (กรีทา) บาสเกตบอล เบสบอล ซอฟท์บอล ลงให้หมดเลย ข้อดีของเข้าร่วมกิจกรรมคือเราจะได้เพื่อนง่ายขึ้นครับ ช่วงที่ผมไปแรกๆ ก็แทบจะไม่มีเพื่อนเลย พอเข้ากรีทาปุ๊ป คนในชมรมก็เริ่มมาคุยกันผม ก็สนิทกันมากขึ้นครับ อีกข้อดีนึงคือเราจะได้โดดเรียนด้วย 555+ เพราะเวลามีแข่ง (เค้าเรียกการแข่งกรีทาว่า Meet ) ส่วนใหญ่เค้าจะแข่งประมาณก่อนเที่ยงกับตอนบ่าย ทางโรงเรียนเค้าก็จะประกาศว่าสมาชิกทุกคนในชมรมกรีฑาให้มารวมตัวกันที่ห้องชมรม เพื่อไป Meet เราก็จะนั่งรถโรงเรียนไปที่โรงยิมใหญ่ประจำเขตครับ มีโรงเรียนอื่นมาอีกเป็นสิบโรงเรียน ไปนั่งดูสาวๆ จากโรงเรียนอื่น เอ้ย ไปวิ่งแข่งกับโรงเรียนอื่น หลังจากกลับที่มาประเทศไทย พอดีคุณแม่ผมทำงานอยู่อเมริกาเป็น Activity Director ให้ค่าย Janet แล้วก็แต่งงานกับคนอเมริกันที่นี่ ก็เลยบอกให้ผมมาเรียนต่อ ม.6 ที่อเมริกา ผมเลยได้กลับมาที่อเมริกาอีกที พอมาถึงอเมริกาก็เข้าเรียนที่ Cypress Bay High school รัฐ Florida ครับ เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเยอะที่สุดในอเมริกา (5,000คน) ซึ่งวิชาที่เรียนนั้นก็ไม่ยากครับ
1. ต้องลงวิชาบังคับทั้งหมด วิชาบังคับที่มีก็คือ ตรีโกณมิติ แคลคูลัส วรรณครี อังกฤษ ประวัติศาสตร์อเมริกา เคมี ธรณีวิทยาโลกและใต้ทะเล เป็นต้น 2. ต้องผ่านข้อสอบ FCAT (ข้อสอบวัดระดับ ม.3) มี 2 อย่างคือวิชาเลข (ไม่มีทางตกครับ ง่ายมาก) กับวิชาอังกฤษ (ยากพอสมควร) 3. ต้องมี Community service คือการช่วยเหลือชุมชน 60ชั่วโมงครับ ไม่ยากเลย อาจจะช่วยอาจารย์จัดของ ทำแค่ 10-20นาที เค้าก็เขียนให้ชั่วโมงหนึ่งแล้วครับ 5555+ หรือเราจะเป็นอาสาสมัครที่ห้องสมุดเพื่อเอาชั่วโมงทำงานจริงๆ ก็ได้ และหลังจากจบจาก ม.6 ผมก็เข้าเรียนต่อที่ Broward College AA degree อย่างที่กำลังเรียนอยู่นี้แหละครับ ![]() ![]() สุดท้ายอยากจะฝากว่า ถ้าใครได้ไปแลกเปลี่ยนแล้วมาอยู่ในเมืองแบบผมแล้ว อย่าคิดมากครับ มันมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ลงกิจกรรมทุกอย่าง ขอโฮสท์ไปนอนค้างบ้านเพื่อน ผมโชคดีหน่อยมีน้องชายเล่นเกมด้วยได้ นั่งเล่นหมากรุกกับยูมิโกะทุกวัน ถ้าหากเบื่อจริงๆ ไม่มีอะไรทำ คุยกับโฮสท์ได้ครับ มีปัญหาก็ปรึกษาโฮสท์ได้ ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็คุยกับเจ้าหน้าที่ของ AFS อย่าเก็บไว้กับตัวเองครับ โอ้โห ทั้งเมืองมีคนอยู่แค่ 29 คน พี่เป้ ว่าแค่หายใจเบาๆ ก็สั่นไปทั้งเมืองแน่ๆ เลยอะ = =" แต่ยังไงก็ตาม น้องๆ เห็นมั้ยคะว่า การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไม่ได้ให้แค่ประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการปูพื้นฐานสู่อนาคตที่ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครฝันอยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน อย่าปล่อยให้มันเป็นแค่ความฝันค่ะ รีบทำให้เป็นจริงซะตั้งแต่ตอนนี้เลย !! ส่วนใครมีเรื่องประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ มันส์ๆ อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ อ่านบ้าง รีบส่งมาด่วนที่ pay@dek-d.com เหมือนเดิมเลยนะ ^^
หากต้องการนำบทความไปเผยแพร่ยังเวบไซต์อื่น กรุณาอ้างอิงถึงแหล่งที่มา
|
||||
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?












49 ความคิดเห็น
แต่ตอนล่ากวางนี่ก็ไม่ไหวนะ ถ้าไปอยู่ด้วยคงทนดูไม่ได้ = ="
ประชากร 29 คน !! =[]=
น้อยมากกกก
ตอนนี้เราอยู่ต่างประเทศ เมืองเรามีประชากรประมาณ หมื่นคน
เราว่าเมืองเราประชากรน้อยแล้วนะ
พี่เค้าอยู่ได้ไงเนี่ยย เป็นเราเบื่อตายอะ
นับถือเลยย
สุดยอด! มีคนแค่ 29 คนเอง
แล้วยังไม่เคยเห็นบ้านคนอื่นอีก เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเลยแฮะ
นี่อยู่แค่บ้านกับโรงเรียนแล้วไม่เบื่อตาย ทำได้ไง เป็นเรานะ จะชักดิ้นชักงอจะเอาหนังสือไปนานแล้ว
แต่ว่าอยากลองล่ากวางบ้างจัง น่าสนุก คิคิคิ (<<<โรคจิต+-+)
เป็นเราอยู่ไม่ได้หรอก - -"
โอ๊ะ โอ น่าสงบดีเนาะ มีกันแค่นั้น
แล้วก็ดูอบอุ่นดีด้วย
คิดถึง Host และ เพื่อนๆ TT____TT
เราก็จะไม่ไปหาเพื่อนบ้านเช่นกัน =____=
แต่ที่บ้านไม่ให้ไป T^T
เนื้อกวาง น้องชายคนนั้นโหดจัง= [ ] =
แต่ไม่เก่งภาษาอังกฤษอ่ะค่ะ T^T
AFS อเมริกา ตัวจริงค่ะ แต่ยังไม่รู้จะไปดีไหม?
แต่ประสบการณ์พี่เค้าเจ๋งอะ ชอบตรงที่บ้านนึงรับเด็กมาอยู่หลายคน น่าสนุกมาก มีเพื่อนคุยทั้งวัน คุยไปคุยมาเป็นแฟนกันเรย อิ้วววว
ลากพ่อแม่ไปปฐมนิเทศน์เลยยย
เค้าอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้นะ
ไม่อยากให้สละสิทธิ เสียดายมากกๆ