![]() |
|||||
|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ..... มาแล้วค่ามาแล้ว ประสบการณ์เด็กนอกประจำสัปดาห์นี้ ถือเป็นเรื่องสุดท้ายของปี 2010 แน่นอนว่าเรื่องที่ พี่เป้ นำมาฝาก ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน !! เพราะเจ้าของเรื่องวันนี้ เป็นเน็ตไอดอลคนสวยที่ชาว Dek-D คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดี นั่นก็คือ "เมย์" หรือ "Maybe" นั่นเองค่ะ พี่เป้ เองก็เคยเห็นรูปเจ้าตัวตามเว็บบอร์ดบ่อยๆ จนวันนึง เจ้าตัวเข้ามาที่ออฟฟิศ Dek-D เลยมีโอกาสได้เจอตัวจริง ขอบอกว่าน่ารักมากๆ เลยล่ะ :) ว่าแต่ประสบการณ์สนุกๆ ของเมย์บีจะเป็นยังไงบ้างนะ ????? วันแรกของการเดินทาง มีทั้งรอยยิ้มและรอยน้ำตา จากบ้านทั้งทีมันรู้สึกหวิวๆ ยังไงไม่รู้ การเดินทางครั้งนี้เราต้องเปลี่ยนเครื่องทั้งหมดถึง 4 ครั้ง และปัญหาแรกก็เกิดขึ้นที่ Chicago เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนทำให้เครื่องไม่สามารถขึ้นบินได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนไฟลท์บินใหม่เพื่อให้ทันไปขึ้นเครื่องต่อที่เมืองต่อไป งานนี้ทำเอาพวกเราวิ่งกันโกลาหลเลยทีเดียว เพราะต้องเปลี่ยนเกทไปมาอยู่หลายรอบกว่าจะได้ขึ้นเครื่อง เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากๆ และเหนื่อยมากๆ สุดท้ายพวกเราลงเครื่องที่ Madison อากาศตอนนั้นหนาวมากๆ ไม่จบนะคะ เราต้องนั่งแท็กซี่จากที่ madison ไปที่ wisconsin อีกต่อนึง ค่าแท็กซี่ก็เบาๆ คนละ 20 ดอลเอง หึหึ :( ส่วน Chula Vista ที่เราไปทำงานนั้น เป็นรีสอร์ทที่สวยมากๆ รีสอร์ทหนึ่ง มีสวนน้ำทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ มีทางเชื่อมใต้ดินระหว่างรีสอร์ทไปคอนโดและสวนน้ำ พอไปถึงเราก็จัดแจงเข้าที่พัก ซึ่งทางนี้เขาเตรียมให้เราไว้พร้อมอยู่แล้ว จริงๆ เมย์ได้ทำงานเป็น Busser ในห้องอาหารของโรงแรม จริงๆ ก็คือคนเก็บโต๊ะนั่นแหละค่ะ 5555 แต่ช่วงแรก เมย์และเพื่อนอีกคนจะถูกแบ่งลงไปทำงานเป็นแคชเชียร์ที่ห้องอาหารพนักงานด้านล่าง แต่ต้องผลัดกันทำคนละวันค่ะ ยอมรับว่ากดดันมากๆ เพราะเราต้องทำคนเดียวทั้งหมด ภาษาก็งูๆ ปลาๆ และยังต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่ไปเอาเงินที่ห้องการเงินเพื่อมาใส่ในเครื่องแคชเชียร์ จากนั้นก็ต้องขึ้นไปเอาอาหาร ลงมาจัดเตรียมจาน เตรียมของทุกอย่างทั้งหมด สภาพเครื่องเก็บอาหารก็ใหญ่ประมาณตู้เย็นขนาดใหญ่ของบ้านเรานั่นแหละ เราต้องเข็นมันลงมาที่ห้องอาหารข้างล่างโดยห้ามใครช่วย !!!
คือฝรั่งเขามีกฎกติกาของเขา ถ้าเรามาทำงาน หน้าที่เรา เราต้องทำเอง คนที่ไม่ได้เข้างานไม่สามารถมาช่วยเราได้ ซึ่งวันแรกของการทำงานเมย์กับเพื่อนก็โดนเลย !!! คือเข้าใจผิดกับผู้จัดการเลยเถียงกันไปเถียงกันมาไม่จบซักที และเราก็พูดภาษาไทยกับเพื่อนอีก เขาก็บอกว่าอยู่ที่นี่ห้ามพูดภาษาไทย เพราะเขาฟังไม่เข้าใจ เห้ออออออ บรรยากาศมาคุ! ไม่จบนะคะ พอวันรุ่งขึ้น พี่ที่คอยดูแลเราจากบริษัท Work and Travel ก็มาหาเราที่ห้องพักเลย เพราะผู้จัดการส่งเมลไปยังองค์กรว่ามีเด็กไทยสองคนไปทะเลาะกับเขา !! ทำให้เราสองคนเหมือนโดนทัณฑ์บนไปโดยปริยาย และถ้ามีอีกครั้งนึง แน่นอน เราต้องโดนส่งกลับบ้าน (ซวยได้อีก) แต่ก็นะ โชคดีค่ะเพราะฝรั่งโกรธง่ายหายเร็ว คือเขาเป็นคนพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม แต่ก็เป็นคนไม่ติดใจ ไม่เก็บไปคิด ไม่งั้นแย่แน่ๆ
วันสุดท้ายของการทำงาน บรรยากาศค่อนข้างจะเศร้าหมอง และคืนสุดท้ายเราก็ได้มากิน Buffet ที่ห้องอาหารเพื่อเป็นการส่งท้ายกัน ก็เป็นลูกจ้างเขามาทั้งเกือบ 3 เดือนแล้วนี่ วันนี้ก็ขอเป็นแขกหน่อยละกัน อิอิ และที่สำคัญ อาหารมื้อนี้เราได้กินฟรี !!! ซะงั้น เพราะหลังจากสั่งเก็บตังค์ พนักงานเสิร์ฟก็มาบอกกับพวกเราว่าผู้จัดการให้เรากินฟรี ถือเป็นการเลี้ยงส่งและเลี้ยงขอบคุณที่ผ่านมาเราทำงานดีมาตลอด ขอบอกว่างานนี้ทำเอาน้ำตาไหลเลยทีเดียว เราเดินออกไปขอบคุณผู้จัดการของเราพร้อมกอดทั้งรอยน้ำตา ความรู้สึกมันเหมือนกับเราผูกพันกับเขามาก ถึงแม้ว่าเวลาที่ผ่านมา เราจะมีปากเสียง ไม่ถูกใจอะไรกันบ้าง และวันนี้ก็รู้แล้วว่าเราต่างรู้สึกดีซึ่งกันและกันมากแค่ไหน ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ Chula Vista ที่รักและคอยดูแลพวกเราเป็นอย่างดี :) แต่เรื่องยังไม่จบเท่านี้นะคะ เพราะหลังจากทำงานครบตามสัญญาแล้ว พวกเราก็อยากกลับไทยกันซะที แต่ยังกลับไม่ได้ค่ะ ! เพราะยังไม่ถึงกำหนดกลับตามตั๋วเครื่องบินที่ซื้อมา ต้องรออีกนานมากๆ ถ้าพวกเราอยู่ต่อจนถึงวันกลับนี่ต้องแย่แน่ๆ เงินหมดชัวร์ ดังนั้นเลยต้องเลื่อนตั๋ววันกลับให้เร็วขึ้นมา ซึ่งไฟลท์เต็มยาวตลอด เลื่อนไม่ได้เลย ช่วงนั้นเครียดมาก ร้องไห้ อยากกลับบ้านสุดๆ เราจะไปอยู่ไหน ? เกิดปัญหาให้คิดอีกมากมาย สุดท้ายเราก็ตกลงกันว่า จะไปหาวัดไทยที่ LA อยู่กัน ไม่ก็โรงแรมเล็กๆ ซักที่ พอเมย์กับเพื่อนไปถึง LA พวกเราก็ตกลงว่าจะนอนที่สนามบินกัน ตอนแรกมันก็ชิลๆ อยู่หรอก นั่งกินข้าว ทำนู้นทำนี่ไปเรื่อย แต่พอมันเหลือบไปมองเวลา ก็ทำเอาเครียดจนน้ำตาไหลเหมือนกัน มันเหมือนกับว่า เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที มันช่างช้าเหลือเกิน พอตอนเช้า เราก็ตื่นมาล้างหน้าล้างตา แล้วก็หาไรทานกัน เห้อ ... ระหว่างที่เรานั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนและนั่งดูละครในโน้ตบุ๊คกันอยู่ ก็มีพระสงฆ์หลายรูปเดินผ่านมาพอดี แล้วก็มีคุณน้าคนไทยคนหนึ่งหันมายิ้มให้ และถามว่าเราจะกลับไทยกันหรอ เราก็บอกว่าเปล่า เขาก็เลยถามว่า แล้วจะไปอยู่ไหนอะไรยังไง พอเราบอกว่าเรานอนสนามบินกัน เขาก็ฮือฮากันยกใหญ่ บอกว่าทำไมถึงมานอนแบบนี้ เราก็เลยเล่าเรื่องให้คุณน้าฟัง คุณน้าก็เลยชวนเราไปอยู่ที่วัดกันก่อน โอ้ย ... โชคดีจริงๆ ระหว่างอยู่ที่วัด ทุกคนให้การต้อนรับดีมาก ทั้งพระสงฆ์ แม่ชี และคุณครูอาสาที่อยู่ที่นั่น ตื่นเช้ามาเราก็มาช่วยครูอาสาคอยรับอาหารจากคนไทยที่มาทำบุญ หลังจากเสร็จงาน ล้างจานเรียบร้อย ช่วงบ่ายก็จะถึงเวลาว่างของพวกเรา อิอิ เที่ยวกันมันส์เลยค่ะ 5555 นอนอยู่นั่นหลายคืน จนสุดท้ายก็ถึงเวลากลับบ้านกันแล้ว รู้สึกดีีมากๆ เลยที่ได้อยู่ที่นี่ ได้เจอคนไทยใจดี ก็อย่างที่เขาว่าแหละนะ คนไทยเหมือนพี่น้องกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราคนไทยก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอ สุดท้ายเราถึงเมืองไทยเวลาประมาณตี 2 กว่าๆ มีครอบครัวและเพื่อนๆ มารอรับอยู่เพียบ โอ้โห ไม่ใช่แค่น่ารักอย่างเดียวนะ แต่ยังเก่งและกล้าอีกด้วยนะ สุดยอดไปเลย ไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นน้องๆ หลายคนแอบปลื้มเมย์บี :D แอบชอบผมมากๆ ควรไปเป็นพรีเซนเตอร์ยาสระผมด่วนๆ 5555
|
|||||
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?














46 ความคิดเห็น
wisconsin dells เป็นเมืองเรีบยๆสงบๆ
แต่จากมาแล้วคิดถึงแฮะ^^
อยากลองไปมั่งจังเลย
อยากไปจัง ไม่มีตังค์T_T และก็ไม่เก่งภาษา เอ้อ ชีวิตนี้จะได้ผจญภัยแบบนี้ไหมนะเรา
อยากไปบ้างจัง อยากไปชิคาโก้ และก็วิสคอนซินแบบพี่เมย์ด้วยนะ..
เวิร์คแอนแทรเวลหรอ น่าสนๆ เดี๋ยวโตขึ้นจะลองมั่ง ^^
anyway, it is up to you guys to decide of what you want to do. join the program will give you experience and learn the language, but you will be facing hard work.
เพราะ เราเปงเพิ่ลกะน้องพี่เมย์เคยเหงตัวจิงแย็ว
ชอบจังเลย พี่เก่งมาก อดทนมาก แล้วก็เท่มากเลยไปนอนสนามบิน 55
เก่งมากเลย อยากตามรอยแบบนี้บ้างจัง
แล้วก็ชอบที่พี่ไปเผยแพร่สิ่งดีๆ ของไทยให้ต่างชาติได้เห็นค่ะ นับถือจริงๆ
อยากไป ๆ ๆ ๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ มากกกกกกกกกกกก !! ^^
อยากอ่านไม่มีเงินๆๆๆแล้วอ่ะ55