"มอลตา" ประเทศนี้ อากาศดีที่สุดในโลก !

             สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... มาแล้วๆๆ เจอกันเช่นเคยกับคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกพร้อมกับ พี่เป้ อีกแล้ว ^^ สำหรับประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ เพราะตั้งแต่ พี่เป้ นำประสบการณ์เด็กนอกมาฝากน้องๆ เกือบจะร้อยเรื่องเนี่ย ยังไม่เคยมีใครส่งเรื่องของประเทศนี้มาเลยอะ !!! อยากรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเรื่องราววันนี้เป็นเรื่องจากเด็กนอกประเทศไหน ถ้าอยากรู้ก็เลื่อนลงไปอ่านได้เลย


            สวัสดีค่ะ!!! เราชื่อ ”เบล” กิตติยา โฆษิตวัฒนะกุล เรียนอยู่ ม.5 โรงเรียนศึกษานารี เราได้ไปเรียนภาษาที่ "มอลตา" ในช่วงปิดเทอมกับ EF เราก็เลยอยากเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะ

             มอลตา (Malta) หรือ สาธารณรัฐมอลตา (Republic of Malta) เป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก คือมีเกาะมอลตา โกโซ และโคมิโน อยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีประชากรทั้งหมดประมาณ 400,000 คน เมืองหลวงชื่อเมืองวัลเลตตา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป ถัดลงมาจากตอนใต้ของประเทศอิตาลี คนมอลตาส่วนมากพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะมอลตาเคยตกเป็นของอังกฤษมาก่อน และภาษาอังกฤษก็ถือว่าเป็นภาษาประจำชาติของที่นี่เหมือนกัน นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว คนที่นี่ก็จะพูดภาษามอลทีสกัน

            สำหรับการเดินทางไปมอลตา วันแรกของการเดินทาง เริ่มต้นขึ้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ เราต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ดูไปก่อน และก็ไปแวะพักที่หมู่เกาะไซปรัส จากนั้นต่อไปถึงมอลตา รวมเวลาบินก็ประมาณ 17ชม. ซึ่งคนไทยสามารถเดินทางเข้ามอลตาโดยใช้วีซ่าเชงเก้นได้ค่ะ เมื่อเราไปถึงสนามบิน ก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันมารับเราไปส่งที่บ้านโฮสท์ ที่พักของคนที่นี่ส่วนมากจะเป็นแฟลตมากกว่าบ้านเดี่ยว แต่แฟลตก็ใหญ่มากๆ มีหลายห้องนอน บางที่ก็มี 2 ชั้นด้วย โฮสท์ที่เราอยู่ด้วยเป็นแม่กับน้องสาว และก็มีรูมเมทด้วยเป็นคนสวิตเซอร์แลนด์ โฮสท์เราก็ใจดีและก็ดูแลดีมาก

  


            วันแรกของการไปเรียน โฮสท์เราก็พาไปส่งโดยการเดินจากบ้านไปโรงเรียน ใกล้มากๆ แค่ประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว เวลาเดินเราก็จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอดเลย อิอิ  พอไปถึงโรงเรียน เค้าก็จะให้เราสอบวัดระดับก่อน แต่เราได้สอบผ่านทางอินเตอร์เน็ตแล้ว เราก็เลยไม่ต้องสอบ หลังจากที่รอคนอื่นสอบเสร็จ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำโรงเรียนกับสถานที่เที่ยว ส่วนตารางเรียนนั้นเรามีเรียนทุกวันเลย จันทร์-ศุกร์ แต่ละวันเรียนไม่เหมือนกัน บางวันก็เรียนเช้า และบางวันก็เรียนบ่าย ในห้องเรียนอาจารย์ของเราใจดีมากๆ เลย เค้าไม่เคยมาเมืองไทย แต่เค้าเล่าว่าเพื่อนเค้าเคยมาแล้วก็ชอบมากเลย ปีหน้าเค้าต้องมาเมืองไทยให้ได้เลย

 

             โรงเรียนที่เบลไปเรียนเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของ EF ค่ะ ก็จะมีเรียน General English,Lecture,Communication,Pronunciation-Vocab และก็ Grammar ค่ะ ทุกคนจะต้องได้เรียน General เหมือนกัน นอกนั้นเป็นวิชาเลือกค่ะ ส่วนเพื่อนๆๆ ที่เรียนด้วยกันนั้นมีหลายเชื้อชาติมาก ส่วนมากจะเป็นคนบราซิล เยอรมัน สเปน รัสเซียค่ะ อย่างเพื่อนในห้องเบลก็มีเบลเยี่ยม สเปน เม็กซิโก เยอรมัน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และรัสเซีย เห็นไหมว่ามีหลายประเทศมากเลย ที่โรงเรียนก็มีกิจกรรมให้ทำด้วยนะ มีปาร์ตี้ โยนโบว์ เล่นกีฬา ท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากค่ะ แถมโรงเรียนตั้งอยู่ใกล้กับชายหาดด้วยนะ บรรยากาศดีมากๆๆ อ้อ อีกอย่าง เรามาอยู่ที่นี่มีแต่คนบอกว่าลายมือสวย  คือว่าเรางงมาก ถ้าเทียบกับเพื่อนที่ไทยนะ เราลายมือแย่มากๆ แต่ลายมือคนที่นี่อ่านยากมากๆๆ เราเลยดูลายมือสวยไปโดยปริยาย

             มาพูดถึงมอลตากันบ้างดีกว่านะ มอลตาถือว่าเป็นประเทศที่สวยงามค่ะ มีสถาปัตยกรรมเยอะแยะมากมาย และเป็นประเทศที่สงบ ไม่มีปัญหาอาชญากรค่ะ ส่วนคนมอลตานั้น เป็นคนที่กินเก่งมากๆๆ ถึงมากที่สุด และก็ไม่ค่อยได้ทำงานด้วย 555+ ดังนั้นเลยมีคนอ้วนเยอะ และส่วนมากก็จะกินพิซซ่า หรือไม่ก็พาสต้า และชอบใส่ชีสเยอะมากๆ อาหารที่ขึ้นชื่อของประเทศนี้ก็คือเนื้อกระต่ายค่ะ บางครอบครัวเลี้ยงแล้วก็ฆ่ากินเองเลย (น่าสงสารกระต่ายน้อยจัง) คนที่นี่ก็นิสัยดีนะคะ เป็นมิตร แต่ยังไงก็สู้คนไทยไม่ได้ค่ะ คนไทยดีสุดแล้วค่ะ

             สภาพอากาศที่มอลตาถือว่าดีมากๆๆ เมื่อเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปและอาจจะถือว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ คือมีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน มีแสงแดดเฉลี่ยวันละ 5.2 ช.ม. ไม่เว้นแม้กระทั่งในเดือนธันวาคม ขณะที่หลายประเทศในแถบยุโรปกำลังมีหิมะตก หนักและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ แต่มอลตากลับแทบไม่เคยได้สัมผัสหิมะเลย อย่างไรก็ตาม มอลตาอาจมีฝนตกหนักบ้างบางช่วง แต่มักเกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นค่ะ


             เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวกันบ้างนะจ๊ะ หลักๆ ก็คือ "วัลเลตตา" ซึ่งเป็นเมืองหลวงนั่นเอง ที่นี่ก็จะมีของขายมากมาย มีร้านอาหาร โบสถ์ สวนสาธารณะ และที่สำคัญก็คือเป็นที่เปลี่ยนรถเมล์ คนส่วนมากก็จะต้องมาเปลี่ยนรถเมล์ที่นี่ สถานที่อื่นๆ ก็จะมี Mdina , Gozo&Comino, Popeye village, หมู่บ้านชาวประมง, Mosta church , Tarxien Temple และอื่นอีกมากมาย จริงๆ จากมอลตา เราสามารถนั่งเรือข้ามไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับที่เมืองซิซิลี ประเทศอิตาลีได้ แต่เราไม่เคยไป เสียดายมากๆ

             ก็อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองมาเที่ยวกันดูนะ  ก็จะได้พบเพื่อนใหม่ๆ ด้วย โดยเฉพาะในช่วงเดือนก.ค.–ส.ค. คนยุโรปจะมาเที่ยวที่นี่กันเยอะมากๆ  สำหรับคนที่ต้องการจะเรียนภาษา มาเรียนที่นี่จะพัฒนาภาษาได้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะไม่ค่อยมีคนไทย ส่วนคนที่พูดได้แล้วก็จะได้อารมณ์อีกแบบนึง จะได้เพื่อนใหม่ๆๆ จากหลายประเทศ จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ วัฒนธรรม ลองมาหาประสบการณ์ที่นี่กันดูนะจ๊ะ

             กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด !! ประเทศอะไรเนี่ยสวยมากกกกกกกก โหย น้ำทะเลสวยสุดๆๆ ฮือๆๆๆ น่าไปมากๆๆๆ เลยค่ะ เห็นรูปแล้วตาลุกวาวอยากไปจริงอะไรจริงมากๆ อ่านจบนี่อยากจะจองตั๋วเครื่องบินไปทันทีเลยทีเดียว 5555 ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้ประเทศไทยอากาศดีๆ เหมือนมอลตาบ้างก็น่าจะดีเนาะ 21 องศานี่กำลังชิลสุดๆ เลยทีเดียว ...... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ อ่าน ก็ส่งมาได้เหมือนเดิมที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันแน่นอน !

เด็กดีดอทคอม :: 3 ประเทศที่มีสงกรานต์เหมือนเมืองไทย; tags: holi, tomatina, สี, อินเดีย, โปแลนด์, สเปน, เทศกาล, ประเพณี, สงกรานต์

 

  

 

 

ล้วงลับตับแตก ชีวิตชาวยุ่น

เผยทุกซอกทุกมุม ชีวิตหนุ่มสาวญี่ปุ่น

รับประกันความมันส์ ! 

 

Available on Dek-D.com ,
Study Abroad
Thursday 20 Jan 2011

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

45 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Bell 13 ม.ค. 54 21:49 น. 11
ช่ายจ่ะ เราเคยอยู่สารสาสน์
ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม
แอดมาคุยกันได้นะจ๊ะ
ฝากประเทศมอลตาด้วยนะจ๊ะ:))
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด