ติดต่อพื้นที่โฆษณา / แนะนำบริการเรียนต่อนอก

บทความล่าสุดของเรียนต่อนอก ป.ตรี ประสบการณ์ทางบ้าน

ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆที่ี Tag ใกล้เคียง

ยังไม่มีเรื่องอื่น ๆ ที่มี Tag ใกล้เคียง

เรียนต่อนอก ป.ตรี ประสบการณ์ทางบ้าน

บทความนี้ โพสโดย


3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

 

           สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... มามะ มาเจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกกันทุกๆ วันพฤหัสเช่นเคยนะคะ ^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากในวันนี้ ขอบอกก่อนเลยว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ น้องๆ รู้มั้ยคะว่าคำว่า Color กับ Colour ที่แปลว่าสี แตกต่างกันยังไง ???? ใช่แล้วค่ะ คำว่า Color เป็นคำที่ใช้ในอเมริกา ส่วน Colour เป็นคำที่ใช้ในอังกฤษ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้มีแค่ Color กับ Colour ที่แตกต่างกันนะคะ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรที่ไม่เหมือนกันอีก ก็เลื่อนลงไปอ่านเรื่องราวดีๆ ผ่านประสบการณ์เด็กนอกได้เลย !

 

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            สวัสดีค่ะ เราชื่อ "ปิ่น" ตอนนี้เรียน Media, Communication and Culture และ Marketing (เป็น Double Major) อยู่ที่มหาวิทยาลัย Keele University (คีล) ที่เมือง Staffordshire (สแตฟฟอร์ดเชียร์) ในประเทศอังกฤษค่ะ หลายๆ คนต้องสงสัยแน่ๆ ว่ามหาลัยเราอยู่ตรงไหน แล้วเมือง Staffordshire นี่มันมีอยู่ในอังกฤษจริงๆ เหรอ ทำไมไม่เคยได้ยิน ซึ่งคำตอบคือมีจริงๆ ค่ะ เพราะ Staffordshire เป็นเขตการปกครองที่อยู่ในภาคกลาง (Midland) ของประเทศ ส่วนมหาลัยเราตั้งอยู่ประมาณทางเหนือๆ ของเขตค่ะ และเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คือ Manchester นั่นเอง ..... มหาวิทยาลัยเราล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เดินขึ้นเนินลงเนินไปเรียนทุกวันจนน่าจะได้กล้ามที่ขา บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะมาก กระรอกก็เยอะไม่แพ้กัน และฝนก็ตกบ่อยสมกับที่เป็นประเทศอังกฤษเลยค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            ทีนี้ขอเล่าย้อนไปถึงปีที่แล้วก่อน ปีที่แล้ว (ในที่นี้หมายถึงกลางปี 2552 ถึงกลางปี 2553) เราไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกามา เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของ EF รุ่นที่ 14 ไปที่เมือง Bellevue (เบลวิว) ในรัฐ Iowa ค่ะ ซึ่งเมืองก็เล็กๆ นั่นแหละ คนก็แค่พันสองพัน โรงเรียนก็เล็กๆ นักเรียนราวๆ สามร้อยกว่าคน และหลังจากไปอยู่ต่างประเทศ (อเมริกา) ตั้งหนึ่งปี จะไม่ซึมซับภาษาและวัฒนธรรมมาบ้างก็คงไม่เรียกว่าไป “แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม” ปีนั้นเหมือนเป็นปีเปิดหูเปิดตาตัวเองเลยค่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโลกมันใหญ่แค่ไหน ซีกโลกตะวันตกมันต่างจากบ้านเรามากเพียงใด พอกลับมาไทยเลยรู้สึกเหมือนประสบการณ์ตัวเองเพิ่มขึ้นจากเดิมเยอะ แล้วสิ่งที่ได้มาเป็นกำไรด้วยนั่นก็คือภาษาอังกฤษค่ะ ตอนกลับไปเยี่ยมครูที่โรงเรียนตอนมัธยมก็มีอาจารย์ชาวอังกฤษที่โรงเรียนทักว่าภาษาดีขึ้นเยอะ สำเนียงอเมริกันมากใช้ได้เหมือนกันนะ

            พอกลับจากอเมริกามาเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก็ไปสอบจบเทียบวุฒิ สอบ IELTS ฯลฯ แล้วก็เตรียมสมัครมหาวิทยาลัยเรียนต่ออังกฤษ ซึ่งสุดท้ายเราก็สอบติดที่คีลนี่แหละค่ะ ก่อนที่จะมาที่อังกฤษ บอกตามตรงว่าไม่เคยสนใจเรื่องความแตกต่างของอังกฤษกับอเมริกาหรอก เรียกชื่อประเทศเขายังไม่ค่อยจะแน่นอนเลย วันหนึ่งเรียกอังกฤษ อีกวันเรียก UK พอมาอีกวันเรียก Great Britain เรื่องความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษเรียกได้ว่าเท่ากับศูนย์ แต่เราก็ไม่แคร์สื่อค่ะ ขึ้นเครื่องมาประเทศเขาอย่างลันล้า

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            สิ่งแรกที่สังเกตได้เลยก็คือ ภาษา สำเนียง และคำศัพท์ อันนี้เป็นข้อสังเกตแรกที่เห็นชัดเจนมาก คือเราอาจจะเคยได้ยินเฉยๆ ใช่ไหมคะว่า สำเนียงอังกฤษกับสำเนียงอเมริกันจะไม่เหมือนกันนะ เวลาเขาสะกดคำศัพท์ก็จะไม่เหมือนกัน แล้วเวลาเรียกของบางอย่างมันก็ไม่เหมือนกันด้วย เช่น color / colour เราก็คิดว่า เอ๊ะ ภาษาก็ภาษาอังกฤษเหมือนกัน มันจะคุยไม่รู้เรื่องขนาดไหนกันเชียว ??

            แล้วเราก็ได้พบตั้งแต่บนเครื่องบินมาอังกฤษเลยค่ะ ด้วยความที่หูเราคุ้นชินกับสำเนียงอเมริกันมาแต่ไหนแต่ไร พอมาได้ยินสำเนียงอังกฤษแล้วมันจะพิลึกมาก ไม่ว่าจะฟังแอร์โอสเตส ฟังเสียงประกาศในสนามบิน ฟังคนที่สนามบิน ไล่ตลอดทางมาจนถึงที่พัก ดูทีวี ฟังสำเนียงใน BBC ยังฟังแปลกหู ตลกจัง! แปลกหูไม่พอ ฟังยากอีกต่างหาก ตอนที่มาแรกๆ เรารู้สึกว่า ทำไมคนอเมริกันพูดชัดมาก แล้วทำไมคนอังกฤษพูดกันไม่รู้เรื่อง! ปัญหานี้ใช้เวลาปรับตัวราวๆ อาทิตย์สองอาทิตย์ถึงจะฟังได้ลื่นหูขึ้นหน่อย ปัจจุบันสบายแล้วล่ะค่ะ นอกจากว่าถ้าเกิดไปเจอคนที่มาจากส่วนอื่นๆ ของอังกฤษ แล้วติดสำเนียงท้องถิ่นมาหนักๆ อะไรแบบนี้ ก็อาจจะต้องมีการปรับจูนคลื่นหูกันใหม่ เพราะว่าสำเนียงของคนอังกฤษมีหลากหลายมาก จากที่ได้เรียนมา เขาว่ากันว่าสำเนียงจาก Newcastle เป็นสำเนียงที่ฟังยากสุดๆ

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            เจอสำเนียงไม่พอ คำศัพท์ก็ปวดหัว วันแรกๆ ที่มานี่ รู้สึกเหมือนคุยกับคนที่นี่ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ มีอยู่วันหนึ่งจะไปซื้อคอตตอนบัด(ที่แคะหู) เราก็เดินเข้าร้านไปถามหากับคนขาย เราก็บอกเขาว่าเราอยากได้ Q-tip ซึ่งคำนี้เป็นคำที่ใช้กันในอเมริกาค่ะ แต่อย่าคิดว่าคนอังกฤษเขาจะเดาได้นะคะ คนอังกฤษเขาก็รู้แต่ศัพท์ที่เขาใช้ในประเทศเขา คนอเมริกันก็รู้แต่ศัพท์ที่เขาใช้ในอเมริกาเหมือนกันนั่นแหละ เราก็เลยยืนอธิบายอยู่ตั้งนานสองนานจนสุดท้ายก็ได้รู้ว่าไอ้เจ้า Q-tip ที่อยากได้เนี่ย มันก็คือ Cottonbud นั่นเอง (ซึ่งเราก็ไม่เฉลียวใจเลยสักนิดว่าที่อังกฤษเค้าก็เรียกคอตตอนบัดเหมือนกัน....เบ๊อะมากที่สุด)

            ศัพท์อีกคู่เป็นอะไรที่เราคงได้ยินกันบ่อยดี นั่นคือ Fries กับ Chips ซึ่งในบ้านเราหมายถึงเฟรนซ์ฟรายด์นั่นเอง ซึ่งถ้าเราเข้าผับ (ผับที่นี่ไม่ใช่สถานที่อโคจรค่ะ) หรือร้าน Fish&Chips เค้าก็จะเรียกเฟรนซ์ฟรายด์ว่า Chips แต่ถ้าเกิดเราเดินเข้า McDonald เจ้าเฟรนช์ฟรายส์ก็จะกลายเป็น Fries ซะอย่างนั้น ซึ่งในตอนนี้เราก็เกิดการใช้คำศัพท์ผสมปนเปแบบส่วนตัว ด้วยความที่คำว่า Chips สำหรับคนอเมริกันเนี่ย มันแปลว่ามันฝรั่งทอดแบบเลย์ แล้วมันออกเสียงง่ายกว่า Crisps ซึ่งเป็นคำศัพท์ของคนอังกฤษ ดังนั้นพอมาอังกฤษ เราเองก็เลยยังเรียก Chips อยู่เหมือนเดิม เวลาบอกเพื่อนว่าเราจะไปซื้อ Chips มากินซักหน่อย ก็เลยต้องอธิบายเพิ่มด้วยว่า Chips ประเภทไหน

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            สิ่งต่อมาที่อยากเล่าคือเรื่องอาหาร ถ้าเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เกตในอังกฤษ เราจะเจออาหารหลากหลายเชื้อชาติในหลายๆ รูปแบบค่ะ ทั้งอาหารสำเร็จรูป (แบบใส่ไมโครเวฟแล้วทานได้) และอาหารแช่แข็ง (แบบที่ต้องใส่เตาอบ) อาหารที่เจอบ่อยๆ ก็ไล่ไปตั้งแต่พวกเนื้ออบ ไส้กรอก กับมันบด พิซซ่า อาหารเส้นๆ พาสต้า สปาเกตตี้ อาหารจากประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น Paella เคบับ หรือจะเป็นอาหารจีน เช่น พวกข้าวผัด เปาะเปี๊ยะ บะหมี่ผัด อาหารอินเดียจำพวกแกงและข้าวทั้งหลาย แม้แต่อาหารไทยยังมีเลยค่ะ วันก่อนเพิ่งเจอแกงเขียวหวานไป ซึ่งผิดกับตอนที่อยู่ที่อเมริกาที่จะหาได้แค่อาหารจำพวกพาสต้า เนื้ออบกับมันบด และอาหารจีนเท่านั้น

            เท่านั้นยังไม่พอ ที่นี่ยังมีอาหารเดลิเวอรี่แถวมหาลัยที่สามารถโทรสั่งได้จนค่ำมืดดึกดื่น เพราะว่าเขาจะเปิดทำการจนถึงราวๆ ตีสองถึงตีสามของแต่ละวัน แน่นอนว่าอังกฤษไม่ได้มีเซเว่นทุกหัวมุมอย่างในประเทศไทย ส่วนซุปเปอร์มาร์เกตในมหาวิทยาลัยก็ปิดตั้งแต่สามทุ่มแล้วล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นร้านเหล่านี้ก็เลยเป็นที่พึ่งของวัยรุ่นกำลังโตอย่างเราๆ เลยทีเดียว ใครไปเที่ยวข้างนอกกลับมาดึกๆ แล้วเกิดหิว ก็โทรสั่งอาหารได้ ส่วนเรื่องความหลากหลายก็ไม่ต้องเอ่ยถึงเช่นกัน อย่างอาหารที่เรานิยมสั่งคือพิซซ่า ไก่ทอดกับเฟรนช์ฟรายส์ แล้วก็อาหารจีน แต่ก็ยังมีพวกอาหารอินเดียแล้วก็เคบับอีกเยอะแยะมากมายจนพรรณนาไม่หมดเลยล่ะค่ะ ซึ่งสาเหตุที่ที่นี่มีอาหารหลากหลายขนาดนี้ เราคิดว่าน่าจะเป็นเพราะที่อังกฤษมีคนมาอยู่หลายเชื้อชาติมากเลยค่ะ ส่วนหนึ่งก็จะเป็นคนจากประเทศที่เคยตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษในสมัยก่อนนั่นแหละ อย่างในมหาวิทยาลัยเราเองก็จะมีนักเรียนจากทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเอเชียอย่างจีน อินเดีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา เยอะเต็มไปหมด

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            อย่างที่สาม นั่นคือความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยค่ะ ตอนก่อนจะไปอเมริกา เราก็ได้อ่านพวกประสบการณ์จากนักเรียนแลกเปลี่ยนรุ่นก่อนๆ เขาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคนอเมริกันไม่รู้จักประเทศไทยชัวร์ๆ และคนที่นั่นก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ 5555 ด้วยความที่เขาเห็นเราเป็นคนเอเชียหัวดำ (แต่ตัวไม่ขาวและตาไม่ตี่) เขาก็เลยเหมารวมไปเลยว่าเราต้องมาจากเมืองจีน ต้องเก่งกังฟู ต้องใช้ตะเกียบ ต้องพูดภาษาจีนได้และต้องเรียนเลขเก่งแน่ๆ ซึ่งผลออกมาว่าเราก็ไม่ทำให้เพื่อนผิดหวังเช่นกัน เพราะอะไรที่เขาคิดว่าเราทำได้ เราทำไม่ได้ซักอย่างนอกจากการใช้ตะเกียบ! (ฮ่าๆ)

            แถมที่หนักกว่านั้นก็คือ เพื่อนสนิทเราที่อเมริกาเคยเล่าให้ฟังด้วยว่า ตอนก่อนที่เราจะไปที่โน่นเนี่ย ก็จะมีข่าววงในออกมาว่าจะมีเด็กแลกเปลี่ยนมาจากประเทศไทยปีนี้นะ เพื่อนเราก็สงสัยอย่างแรก (ก่อนที่จะรู้ว่าเราเป็นชาวเอเชีย) เลยว่า “ประเทศไทยนี่มันอยู่ตรงไหน มันอยู่ที่สักที่ในยุโรปรึเปล่า????” ตอนที่ฟังเพื่อนเล่าตอนแรกนี่ขำกลิ้งเลยค่ะ แต่ว่าตอนนี้เพื่อนเราก็เข้าใจแล้วว่าเมืองไทยอยู่ที่ไหน เราเองก็สอนภาษาไทยให้เยอะแยะ ตอนนี้เขาอยากเรียนภาษาไทยมากๆ เราก็เลยพยายามส่งการ์ดภาษาไปให้เขาอ่านเล่นๆ แล้วก็สอนภาษาไทยผ่านสไกป์ตามสะดวก

           แต่ทุกอย่างต่างกับที่อังกฤษมากค่ะ อยู่ที่อังกฤษ คนที่นี่แทบทุกคนรู้จักประเทศไทย รู้จักอาหารไทย แม้จะไม่ได้ทานกันบ่อยเพราะค่อนข้างแพง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา บางคนชอบอาหารไทยเลยนะคะ (แล้วมันก็เลยเป็นโอกาสให้เราได้โชว์ฝีมือทำอาหารบ่อยๆ ด้วย) ชาวอังกฤษบางคนเคยไปประเทศไทย บางคนก็มีคนใกล้ตัวไปเที่ยวประเทศไทย ตามเอเย่นต์ขายทัวร์ก็ยังมีโปรโมชั่นไปเมืองไทย แถมเพื่อนเราคนหนึ่งก็มีญาติเป็นคนไทยอีกต่างหากแน่ะค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

            จริงๆ แล้วความแตกต่างของสองประเทศนี้ยังมีอีกมากค่ะ ซึ่งถ้าเล่าหมดที่คงไม่พอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจัยต่างๆ รอบตัวมันก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้ 2 สังคมใน 2 ประเทศที่เราเจอมาแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอให้คำนึงด้วยว่าขนาดเมืองที่อเมริกากับที่อังกฤษที่เราพบเจอมาต่างกันพอสมควร จริงอยู่ที่ทั้งสองเมืองไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่จำนวนประชากรต่างกันใช้ได้เลยค่ะ

            สุดท้ายนี้ ถ้าหากใครได้มีโอกาสไปสัมผัสกับอเมริกาหรืออังกฤษของจริง แล้วปรากฏว่ามันไม่เหมือนกับอะไรที่เราเล่ามา ก็ลองเก็บไว้คิดเล่นๆ ก็ได้ค่ะว่า เพื่อนๆ เจออะไรเหมือนหรือต่างจากเราบ้าง บางทีความสงสัยต่างๆ มันอาจจะนำไปสู่คำตอบอะไรๆ ที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เวลาไปไหนก็ลองหัดตัวเองให้เป็นคนช่างสังเกต สังเกตหาความแตกต่าง อะไรที่ต่างแล้วดี อะไรที่ต่างแล้วไม่ดี เผื่อจะนำไปใช้ในชีวิตเราต่อไปได้ ลองศึกษารายละเอียดของสถานที่นั้นๆ ไม่ใช่เดินดุ่มๆ เข้าประเทศเขาด้วยความรู้เท่ากับศูนย์แบบเราซึ่งไม่ค่อยจะเป็นตัวอย่างที่ดีเท่าไหร่ (แหะๆ) ถ้าลองมองอะไรให้ต่างขึ้นจากที่เคยทำ ชีวิตประจำวันจะเป็นเรื่องน่าสนุกขึ้นอีกเยอะแยะเลยล่ะค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

 

            โอ้โห เป็นเรื่องที่ยาวแต่อ่านแล้วได้ความรู้มากๆๆๆๆๆ เลยล่ะค่ะ แต่ฟังแบบนี้แล้วแอบเทใจให้คนอังกฤษมากกว่านิดหน่อย เพราะรู้จักเมืองไทยดีเหมือนกันแฮะ 55555 สงสัยถ้าอยากจะสัมผัสความแตกต่างจริงๆ คงจะต้องลองไปใช้ชีวิตทั้ง 2 ประเทศแล้วล่ะ (เงินล่ะ -*-) .... ส่วนใครมีประสบการณ์สนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com ได้เลย แล้วไว้เจอกันค่ะ

 

เด็กดีดอทคอม :: 3 ประเทศที่มีสงกรานต์เหมือนเมืองไทย; tags: holi, tomatina, สี, อินเดีย, โปแลนด์, สเปน, เทศกาล, ประเพณี, สงกรานต์

 

 

เด็กดีดอทคอม :: 3 ข้อแตกต่าง (น่ารู้) ระหว่างอังกฤษ VS อเมริกา

"Valuable Experience in Japan"

ประสบการณ์สุดคุ้มค่าในญี่ปุ่น
คุ้มค่าสุดที่จะได้อ่าน

ทั้งเทคนิคการเรียนญี่ปุ่นให้เก่ง และการใช้ชีวิตสนุกๆ


Available on Dek-D.com , Study Abroad
Thursday 24 Mar 2011.

    »
  • บนสุด
  • อ่านความเห็นแรก
  • ไปโพสต์ความเห็น
  • บันทึกหน้านี้ใน My.iD
  • Print หน้านี้
ไม่ตกข่าวเรียนต่อนอก
X
Page 1 of 2 1 2 
  • ความคิดเห็นที่ 1

    เป็นเหมือนกัน คำว่าcolor. และcolourนี่แหละ ตอนแรกที่อาจารย์เขียนก้งง มันแปลว่าอะไรcolour 55555 เฉิ่มสุดๆ
    Love Four Girl Forever VIP Member
    • Name : Love Four Girl Forever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Love Four Girl Forever [ IP : 122.173.182.132 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 04:49
  • ความคิดเห็นที่ 2

    อ่านแล้วขำสุด55555 ขนาดเราอยู่แคนาดา ใกล้ๆแค่นี้ยังฟังสำเนียงอเมริกัน บางทีไม่รุ้เรื่องเลย5555
    แถมแสลง อะไรต่างๆก็ไม่เหมือนกัน
    อังกฤษ อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย เยอะแยะไปหมด ต่อให้ตายก็คงพูดได้สำเนียงไม่เหมือนเค้าหมด
    wew ผู้เยี่ยมชม
    • Name : wew [ IP : 24.87.137.176 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 05:35
  • ความคิดเห็นที่ 3

     เทใจให้อังกฤษไปเลยค่ะ กำลังจะไปอยู่ Newcastle แอบตกใจที่บอกว่า สำเนียง New ฟังยากที่สุด
    ทำไมจะต้องเฉพาะเจาะจงมาที่ Newcastle ด้วยนะ แทบร้องไห้ 555 โดยส่วนตัวแล้ว
    ชอบสำเนียงคนอังกฤษมากเลย แม้ว่าจะต้องนั่งอ้าปากค้างงงๆ ว่า...เอ้ เมื่อกี้เขาพูดอะไรนะ
    ก็ตามที >_< วันที่ 30 ก็จะไปงงอยู่อังกฤษแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ
    นี่จะไปแล้วยังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับอังกฤษมากเท่าไหร่นัก นอกจาก... "เป็นประเทศที่ใฝ่ฝัน"
    และหาข้อมูลได้ว่าใน "Newcastle" มีร้าน Mc 24 ร้านกับร้านขายไก่ Peri-Peri สองร้าน 5555
    บางทีอาจจะเจออีกก็ได้ เพราะหาข้อมูลตามเน็ตมาแอบไม่ชัวร์

    มหาวิทยาลัยสวยงามมากเลยค่ะ 
    เจ้าหญิงดอกไม้ เจ้าชายอัศวิน Superb Member
    • Name : เจ้าหญิงดอกไม้ เจ้าชายอัศวิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงดอกไม้ เจ้าชายอัศวิน [ IP : 77.2.71.249 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 06:05
  • ความคิดเห็นที่ 4

    เห็นด้วยเลยเรื่องภาษาตอนไปซัมเมอ อังกฤษเด็กมากหรือเพราะอังกฤษไม่แตกฉาน พึ่งมารู้ตอนนี้ที่มาแลกเปลี่ยนเพราะไปดูแฮรี่ แล้วเฮ้ย !ทำไมมันต่างกันขนาดนี้ ตอนนั้นที่ไปวซัมเมอไม่เห็นรู้เลย 555
    ha hah New Member
    • Name : ha hah < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ha hah [ IP : 98.202.161.216 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 07:32
  • ความคิดเห็นที่ 5

    ใช่เลยๆๆ เรื่องมันฝรั่งทอดที่เมกาจะใช่ คำว่า chips แต่ถ้าไปแถบยุโรปแล้วสั่งคำว่า chips คนแถวยุโรปเค้าจะหาว่า เราเป็นพวกแยงกี้ จริงๆๆนะ เพื่อนเราที่เมกาบอกมาแบบนี้ เขาจะใช้คำว่า fries กัน

    fahmie :)) Extra Member
    • Name : fahmie :)) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fahmie :)) [ IP : 67.163.80.153 ]
    • Email / Msn: miemiejung_(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 08:14
  • ความคิดเห็นที่ 6

    555 สำเนียงอังกริดว่าฟังยากแล้วลองมาฟังสำเนียงจีนดูดิ
    ที่แคนาดานี้ไปไชนาทาวทีไรคนจีนตรึม
    ซื้ออะไรกับพวกนี้ทีฟังไม่เคยออกเลย 555
    z0lpainl0z New Member
    • Name : z0lpainl0z < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ z0lpainl0z [ IP : 206.116.129.52 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 09:31
  • ความคิดเห็นที่ 7

    เมกาสำเนียงแต่ละรัฐจะไม่เหมือนกัน รัฐทางตอนใต้จะพูดช้า รัฐทางตอนเหนือจะพูดเร็วตอนมาแรกๆๆพูดเร็วมากฟังไม่รู้เรื่องตอนนี้สบาย
    ambored New Member
    • Name : ambored < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ambored [ IP : 66.6.11.38 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 09:45
  • ความคิดเห็นที่ 8

    เวลาเขียนคำว่าคัลเลอร์ ชอบเขียนว่าcolorตอนแรกๆก็คิดว่าตัวเองเขียนผิดที่ไหนได้ตัวเองเขียนถูกแล้วแต่เป็นคำที่ใช้ในอเมริกานี่เอง ขอบคุณค่ะ
    oh!lalla Extra Member
    • Name : oh!lalla < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oh!lalla [ IP : 113.53.41.50 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 11:05
  • ความคิดเห็นที่ 9

    ใช่แล้วล่ะ สำเนียงคนอังกฤษแบบว่าสุดๆ ไม่รู้เรื่องเลย(เจอเจ้าของภาษาทำให้เราอึ้ง)
    ที่รู้ก็เพราะว่า ตอน ม.6 มีอาจารย์จากประเทศนี้แหละสอน เราว่าอเมริกาฟังง่าย ชัดเจน

    ตะIกียJสีทOJ Popular Member
    • Name : ตะIกียJสีทOJ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตะIกียJสีทOJ [ IP : 110.77.235.11 ]
    • Email / Msn: duckling-16921(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 14:09
  • ความคิดเห็นที่ 10

    แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
    ~  IcezekI  ~ Superstar Member
    • Name : ~ IcezekI ~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~  IcezekI  ~ [ IP : 223.206.59.87 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 14:20
  • ความคิดเห็นที่ 11

    แต่ตอนที่เราไปเมกา เราว่า อาหารไทยก้อมีตาม super market นะ
    เรายังเจอผัดไทยสำเร็จรูป หรือ มาม่า ก็มีขายนะ ยี่ห้อมาม่าเลย
    amiz ผู้เยี่ยมชม
    • Name : amiz [ IP : 124.120.133.200 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 14:59
  • ความคิดเห็นที่ 12

    เราว่าสำเนียง เมกา ฟังง่ายกว่า อิ้ง อีกนะ
    พวกคนอังกฤษรู้จักเมืองไทยเยอะมากกก
    ครูเราจากอังกฤษชอบประเทศไทยมากกก
    เเต่พวกเมกาจะไม่ค่อยรู้จักเมืองไทยเท่าไหร่นัก
    เเถมยังมีพวกเหยีดสีผิวซะด้วยยย
    ๑๑'โซชิ โซวอน Superb Member
    • Name : ๑๑'โซชิ โซวอน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ๑๑'โซชิ โซวอน [ IP : 223.204.22.58 ]
    • Email / Msn: oishi_artdeco-kg(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 15:21
  • ความคิดเห็นที่ 13

    คนเมกาไม่รู้จักประเทศไทย???? เราว่าเค้ารู้จักนะ แต่อาจจะแยกลักษณะภายนอกไม่ค่อยออกแค่นั้น
    ละตินอเมริกาต่างหากที่ไม่ค่อยรู้จักประเทศไทย
    bnnd ผู้เยี่ยมชม
    • Name : bnnd [ IP : 118.175.84.145 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 15:29
  • ความคิดเห็นที่ 14

    ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ปิ่น ผมจะไปแลกเปลี่ยน EF#16 ที่เมือง Parkersburg รัฐ Iowa

    p
    Pon ผู้เยี่ยมชม
    • Name : Pon [ IP : 180.183.145.124 ]
    • Email / Msn: p.pon.n(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 15:52
  • ความคิดเห็นที่ 15

    ที่รัฐฮาวายเค้ารู้จักประเทศไทยกันนะคะ เค้าจะชอบถามเราว่าเป็นคนจีนหรอ คนญี่ปุ่นหรอ พอบอกว่าเป็นคนไทยคนส่วนมากก็รู้จักนะคะ ส่วนมากเค้าจะรู้จักภูเก็ตกับเชียงใหม่กัน แต่มีคนนึงสงสัยมาบ่อย เค้าบอกว่าบ้านอยู่สุขุมวิท
    DReaMMiiZ • ● Superstar Member
    • Name : DReaMMiiZ • ● < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DReaMMiiZ • ● [ IP : 58.11.38.52 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 15:58
  • ความคิดเห็นที่ 16

    โอ้โห ความฝันของข้าพเจ้า
    เมกาอังกฤษ เริ่ดดด อ๊ากกกกกกกก อยากไป
    back_club Extra Member
    • Name : back_club < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ back_club [ IP : 183.89.252.182 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 17:14
  • ความคิดเห็นที่ 17

    ขอบคุณค่ะ ^^
    Evajeline Van Bronkhorst Superb Member
    • Name : Evajeline Van Bronkhorst < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Evajeline Van Bronkhorst [ IP : 182.53.64.133 ]
    • Email / Msn: pheonix5_wan(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 18:47
  • ความคิดเห็นที่ 18

    555+

    ฝรั่งไม่รู้จักไทย
    "ประเทศไทยอยู่ที่ไหนในทวีปยุโรปรึเปล่า"
    โมกิระ มิโดริโกะ New Member
    • Name : โมกิระ มิโดริโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โมกิระ มิโดริโกะ [ IP : 223.204.41.115 ]
    • Email / Msn: zsljane(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 20:42
  • ความคิดเห็นที่ 19

    เราเองก็เกือบแย่ค่ะ เราเป็นลูกเอ่อ...ครึ่งมั้ง =_= ?? เรามีเชื้อสายไทย-ญี่ปุ่น-อเมริกา-อังกฤษ-ฝรั่งเศษ อ่ะ ตอนแรก แรกจริงๆอยู่ที่อังกฤษ ไปมาฝรั่งเศษ พอครบ 6 ปีไปไทยเรยนอักฤษที่ไทยก็รู้สึกแหม่งๆ (คิดว่าอังกฤษที่นี่ออกเสียงงี้ อย่างสิงคโปร์อ่ะ) พอไปเยี่ยมญาติที่ญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษเขามันเอ่อ...ไม่ไหว พอไปอเมกาตอนแรกก็คิดว่าต้องสำเนียงแบบอังกฤษชัว(มั่นใจมากกกกกกกก) พอคุยกันจริงๆ เอ๋อไปเลย(กรรม =_=)  อยากร้องไห้ เวลาคุยกับญาติต้องใช้ภาษามือ(เวร...) แปลไม่ไหวจริงจัง แงๆๆๆ อยากเรียนภาษามือแล้วอ่ะ
    168 ผู้เยี่ยมชม
    • Name : 168 [ IP : 124.122.60.43 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 20:46
  • ความคิดเห็นที่ 20

    อันนี้ขอเทใจให้อังกฤษค่ะ (ความชอบส่วนตัว) ๕๕๕๕ คือ คนอังกฤษเราว่าฟังง่ายกว่าจริง ๆ นะ = = เรามีครูเป็นคนอังกฤษ 2 คน อเมริกัน 1 คน คนอังกฤษคนแรกมาจากลอนดอนอ่ะ สำเนียงชัดเจนมาก ๆ แถมยังใจดี+หล่ออีกต่างหาก ๕๕ คนอังกฤษอีกคนนึงน่าจะมาแถวทางตอนเหนืออ่ะค่ะ สำเนียงฟังยากมาก ๆ ด้วยความที่อาจารย์แกเสียงทุ้มในคอด้วยแลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แล้วแกทั้งสองคนยังมีภรรยาเป็นคนไทยด้วยนะคะ แกบอกว่าชอบเมืองไทยมาก ! (เขิน) แต่คนอเมริกันคนนี้น่ารักมาก ๆ ๕๕๕๕ แต่สำเนียงฟังยากมาก ๆ คือแกจะพูดเร็วมาก เราเลยต้องบอกให้ช้าลงนิด เวลาคุยกับแกก็ pardon ตลอด -0- แต่แกก็ไม่ว่าอะไร แกใจดี (มากกกกกกกกกกกกกก) แกพูดภาษาเกาหลีได้ด้วยนะ มึนสุด ๆ ๕๕๕๕๕ บทความนี้เป้นบทความที่ดีมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะกำลังฝันจะไปเรียนต่ออังกฤษพอดีเลยค่ะ (อยากไปเมืองลิเวอร์พูลลลลลลลลลลลล <3 ) ปล.คนในเมืองนิวคาสเซิ่ลสำเนียงฟังยากจริง ๆ ถ้าใครดูบอลแล้วเห็นนักบอลของนิวคาสเซิลพูดล่ะเป็นงง - -
    Ponna'-ToeyZX. New Member
    • Name : Ponna'-ToeyZX. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ponna'-ToeyZX. [ IP : 118.175.16.2 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มีนาคม 2554 / 22:26
  • ความคิดเห็นที่ 21

    ขอเพิ่มเติมหน่อยนะคับ
    มีไรอยากจะบอกความแตกต่างระหว่างชิป กับ ฟราย์
    คือว่า ถ้าเป็น ชิป ที่อังกฤษนี่หมายความว่า FISH&CHIPS มันมาจากเมนูหนึ่งของอังกฤษครับ ลักษณะคล้ายๆกับเฟรนช์ฟราย์ แต่ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่านิดนึง รูปร่างจะอ้วนไม่เรียวเหมือนเฟรนช์ฟรายด์ของฝรั่งเศส แต่ก่อนมักจะนิยมกินกันในชนชั้นกรรมกรของประเทศอังกฤษ
    แต่ฟรายด์ ที่หมายถึงมันฝรั่งทอดนี่มันมาจากฝรั่งเศสครับ
    licorne New Member
    • Name : licorne < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ licorne [ IP : 124.122.69.246 ]
    • Email / Msn: la_licorne-bohemien(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 10:24
  • ความคิดเห็นที่ 22

    เราชอบสำเนียงเมกานะมันอ่านลื่นดี ตัวTเป็นตัวDอะ แต่อังกฤษฟังง่ายกว่าเพราะอ่านชัดและช้ากว่า มาก

    Bhas New Member
    • Name : Bhas < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bhas [ IP : 58.9.49.137 ]
    • Email / Msn: bhas_4klii(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 12:29
  • ความคิดเห็นที่ 23

     ด้วยความที่เรียนอินเตอร์เลยต้องพบเจออาจารย์หลายชาติ แต่ที่ต้องเรียนบ่อยสุดคือวิชาภาษาอังกฤษ อาจารย์เป็นคนอังกฤษแท้ๆ แรกๆ ยอมรับเลยว่าฟังไม่รู้เรื่อง หลังๆฟังไปนานๆชักชอบ เราว่าเค้าออกเสียงชัดกว่าอเมริกา แต่ดีอย่างคืออาจารย์ที่สอนใน มอ เรามีทั้ง อเมริกา กับ อังกฤษ เลยได้ฟังทั้งสองสำเนียง จนตอนนี้เริ่มแยกสำเนียงออกว่าเค้ามาจากประเทศอะไร แต่ยังงัยก็ชอบสำเนียงอังกฤษมากกว่าอยู่ดี ^^
    pimpetite Popular Member
    • Name : pimpetite < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpetite [ IP : 223.206.65.146 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 13:36
  • ความคิดเห็นที่ 24

    เรากะว่าจะไปเรียนต่ออังกฤษพอดีเลย
    เราก็เป็นลูกครึ่ง 3 เชื้อชาติ ไทย อังกฤษ เมกา
    พอพ่อพูดอังกฤษ(แบบอังกฤษ)เราก้อฟังรู้เรื่องเพราะเราอยู่กับพ่อบ่อย
    แม่พูดแบบเมกา บอกตรงๆอังกฤษ(แบบอังกฤษ)ชัดกว่าเยอะ
    แต่เราชอบที่จะเปนคนไทย แม่บอกเราพูดไทยชัดมาก เราดีใจมากเลย
    ฉันรักประเทศไทย
    littlecrazy ผู้เยี่ยมชม
    • Name : littlecrazy [ IP : 58.9.126.160 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 17:26
  • ความคิดเห็นที่ 25

    อ่า เราว่าสำเนียงอังกฤษฟังยากกว่านะ
    เพื่อนเรามันชอบพูดภาษาอังกฤษสำเนียงเมกากับเรา(มันคนไทยที่แหละ แต่ชอบพูดอังกฤษ เพราะมันชอบประเทศเมกามากกกก เลยพยายามพูด คือเราซวยไง เพราะมันฝึกพูดกับเรา ทั้งที่เราอ่อนอิ้งกว่ามันอีก - -*)
    แต่ถ้าเทียบกับอ.ฝรั่งตอนเราไปเจอที่อิ้ง แคมป์ อ่ะ คือเพื่อนเรานี่แบบ เทพ เลยอ่ะ เพราะสำเนียงจารย์เค้า แบบ ฟังยากมากกก! แถมจารย์เค้าก็ดูมีอายุแล้วด้วย เลยชอบเล่าเรื่องเกี่ยวกับสงครามไรงี้ ให้เราฟัง -*- เราแปลได้นิดหน่อยอ่ะ เพราะจารย์พูดเร็ว รัว เเละพูดไปหัวเราะไป - -*
    อยากกลับบ้าน ถึงกลับคิดถึงภาษาไทยเลยทีเดียว >,<
    เตย ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เตย [ IP : 223.206.66.146 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 21:09
  • ความคิดเห็นที่ 26

    อยากไปเที่ยวจัง 
    Dandelion_mind New Member
    • Name : Dandelion_mind < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dandelion_mind [ IP : 101.108.199.178 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 22:26
  • ความคิดเห็นที่ 27

     อังกฤษแบบสำเนียงอังกฤษฟังยากกว่านะ...แหะๆ...สำหรับคนที่อยู่เมกา...
    จากที่ได้ยินคนอื่นเค้าพูดๆกันก็คือ...ฝั่งอังกฤษจะเน้นแกรมม่ามากกว่าเมกานะคะ...

    พี่ไปอยู่รัฐอะไรหรอคะ..ตอนที่มาอเมริกา...
    เพราะถ้าบางรัฐอย่าง..แคลิฯ เทกซัส หรือไม่ก็เมืองใหญ่หน่อย
    เพื่อนๆก็รู้จักไทยนะคะ...แถมแยกออกซะด้วยสิว่า..เกาหลี..จีน..เวียดนาม หรือไทย...

    แต่อย่างพี่สาวของหนูเค้าไปแถบๆโอไฮโอ..นอร์ทแคโลไรน่า...แถบนี้...อเมริกันแยกไม่ออกว่าชาติอะไร..เห็นหัวดำก็บอกจีนเสียหมด...และที่สำคัญพี่สาวของหนูก็เจอมาแบบเดียวกัน..ที่ว่า..ไทยอยู่ที่ไหน...แต่คราวนี้เป็นประมาณว่า..ไทยแลนด์อยู่แถบๆแอฟริการึเปล่า....อันนี้เล่นอึ้งกิมกี่ไประยะหนึ่งค่ะ...

    อยากไปฝั่งอังกฤษบ้างจัง...จะได้ไปเที่ยวประเทศรอบๆ..เพราะห่างกันไม่นาน...ไม่เหมือนที่อเมริกา...แค่เทกซัสก็ยังไปไม่ทั่วเลยค่ะ..



    โฮลลี่เกรล Superstar Member
    • Name : โฮลลี่เกรล < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โฮลลี่เกรล [ IP : 99.19.16.40 ]
    • Email / Msn: tong-family(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 03:55
  • ความคิดเห็นที่ 28

    ก้เหมือนzอ่ะค่ะคนอเมริกาพูดซีคนอังกฤษพูดแซด
    พีช ผู้เยี่ยมชม
    • Name : พีช [ IP : 124.121.163.36 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 14:42
  • ความคิดเห็นที่ 29

    แปลกดีแฮะ ..แต่ก้อดีน่ะ ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเค้า :)

    จีจี้ >O<ปู่ปู๊ v,i,p New Member
    • Name : จีจี้ >O<ปู่ปู๊ v,i,p < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จีจี้ >O<ปู่ปู๊ v,i,p [ IP : 110.49.181.229 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 15:14
  • ความคิดเห็นที่ 30

    ช่ายเวลาเราฟังของอิ้งแล้วมึนตึ้บเรยอะ
    Fongwon New Member
    • Name : Fongwon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fongwon [ IP : 223.206.146.232 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 15:47
  • ความคิดเห็นที่ 31

    เราชอบสำเนียงอังกฤษแท้ๆมากกว่า
    หรือเพราะเราเรียนกับครูอังกฤษแท้มันเลยชินมั้งเราว่ามันฟังง่ายดีนะแต่ก็มียากบ้าง
    เราเพิ่งเคยเจอสำเนียงอเมริกาแท้ๆตอนเรียนพิเศษครูมาสอนฟังไม่รู้เรื่องเลยงงมาก TT
    sass ผู้เยี่ยมชม
    • Name : sass [ IP : 124.122.71.125 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 20:46
  • ความคิดเห็นที่ 32

     Newcastle ฟังไม่ยากนะค่ะ Scotland ฟังยากกว่ามาก เราอยู่อังกฤษมา 10 ปีแล้ว Newcastle ฟังง่ายสุด 

    ส่วนเรื่อง Fries and Chips เนี่ย เขาเรียกไม่เหมือนกันเพราะมันคนละอย่าง
    กัน

    Fries- คือ มันฝรั่งที่เป็นเส้นยาวๆ ขายตาม Mc Fries เกิดที่ ฝรั่งเศษ
    เลยเรียกว่า French Fries

    Chips- คือ มันฝรั่งที่หั่นหนากว่า ไม่ยาว และเกิดในอังกฤษ


    เขาจะมีสอนกันในรายการการ์ตูนเด็กนะค่ะ ให้รู้เกี่ยวกับความแตกต่าง

    แต่จริงว่าเด็กอังกฤษ ไวยกรณ์เขานั่น ไม่เป๊ะ เหมือนพวกเราที่เรียน Grammar มาเนี่ย ต้องฟิต
    เขาใช้สัญชาตญาณ ในการเรียบเรียงประโยคเอา บางวันต้องมานั่งเถียงกับเพื่อนเพราะเรียงศัพท์ไม่ถูกเนี่ยละค่ะ

    อย่างฟังใน แฮรี่เนี่ย สำเนียงเฮอร์ไมโอนี่ หรูสุด ฟังง่ายสุด posh มากๆ

    สะกดในอเมริกัน และ อังกฤษบางตัวไม่เหมือนกัน เหมือน Organisation--- Organization ถ้าเขียนแบบหลังส่งอาจารย์รู้เลยว่าก็อปมา 55+
    แล้วที่อังกฤษเวลาออกเที่ยวเนี่ย เขาแต่งตัวเหมือนจะไปงานเลี้ยงใหญ่ๆที่ไหนสักแห่งเลยค่ะ ไม่ค่อยมีคนใส่ขาสั้น เสื้อยืดไปเที่ยวกัน นอกจากในซัมเมอร์

    F0NISM Extra Member
    • Name : F0NISM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ F0NISM [ IP : 94.173.153.202 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 02:23
  • ความคิดเห็นที่ 33

    เราเคลียดมากเลย เราจะไปเรียนที่อังกฤษ ตอนนีี้เราพยายามจะฟัง+อ่านหนังสือภาษาอังกฤษทุกวัน
    รู้สึกท้อมากๆ เพราะสำเนียงอังกฤษฟังยากกกกกกกกกกกกกกกมากกกกกกกกกกก
    เรากำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะไปเรียนที่อเมริกาแทน เพราะเรียนมาแต่ภาษาอังกฤษที่เป็นอเมริกัน
    อยากจะร้องไห้มากตอนนี้ TT ท้อสุดๆ
    pretzel ผู้เยี่ยมชม
    • Name : pretzel [ IP : 124.121.94.126 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 19:40
  • ความคิดเห็นที่ 34

    อาห์...แต่เราถนัดสำเนีงอังกฤษมากกว่าแฮะ

    สำเนียงเมกันเป็นอะไรที่ฟังแล้วปวดหัวอ่ะ...

    มันแหลมๆไปหมด
    ○-upzilon-○ New Member
    • Name : ○-upzilon-○ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ○-upzilon-○ [ IP : 180.180.51.36 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 20:28
  • ความคิดเห็นที่ 35

    เราคิดว่า อังกฤษฟังง่ายกว่านะ
    เพราะกว่าด้วย
    เพราะเราฝีกแบบอังกฤษอังกฤษมั้ง
    rb, ผู้เยี่ยมชม
    • Name : rb, [ IP : 1.46.167.52 ]
    • Email / Msn: swedenza2008(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 21:23
  • ความคิดเห็นที่ 36

    น่าสนใจทั้ง 2 ประเทศเลยน่ะค่ะ ๆ

    Ÿ Ś ❤ Ī Extra Member
    • Name : Ÿ Ś ❤ Ī < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ÿ Ś ❤ Ī [ IP : 110.168.156.10 ]
    • Email / Msn: hotice_2541(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 22:47
  • ความคิดเห็นที่ 37

      จากที่เคยไปมาทั้ง 2 ประเทศเหมือนกัน (แต่ตอนนี้อยู่อังกฤษ) สำเนียงอเมริกันฟังง่ายกว่าอังกฤษ และสำเนียงทางเหนือของอังกฤษจะฟังยากกว่า มีความรู้สึกว่าคนอเมริกันเหยียดเชื้อชาติน้อยกว่าคนอังกฤษ คนอเมริกันดูเป็นมิตรมากกว่าคนอังกฤษนิดนึง(มั้ง)
      อีกอย่างคือ 2 ประเทศนี้มันจะชอบกีฬาไม่เหมือนกัน ที่อเมริกาก็บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล เบสบอล อังกฤษก็จะเป็นฟุตบอล รักบี้ คริกเก็ต ฮอคกีย์
      สิ่งหนึ่งที่คน 2 ชาตินี้มักจะทำเหมือนกันบางครั้งคือนึกว่าพวกเรามาจากไต้หวัน ซึ่งช่วงแรกก็พยายามแก้ให้เขา แต่ถ้ามาบ่อยๆก็ยัวะเหมือนกันนะ
      ใครที่กำลังท้อว่าสำเนียงอังกฤษฟังยาก ผมก็กังวลเหมือนกันช่วงแรก แต่พออยู่ไปนานๆก็จะเริ่มจับเขาได้เองแหละครับ
    Big Millionaire Extra Member
    • Name : Big Millionaire < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Big Millionaire [ IP : 86.177.39.170 ]
    • Email / Msn: big_millionaire_blessrock(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 02:02
  • ความคิดเห็นที่ 38

    เริดสุดๆๆ 555 งง ดีเนอะ! แต่เราว่า เราถนัดเมกามากกว่านะ ^^
    sweet melody~ New Member
    • Name : sweet melody~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweet melody~ [ IP : 99.126.156.196 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 02:07
  • ความคิดเห็นที่ 39

    ตอนนี้เราก็เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่อเมริกาค่ะ สะดุดตานิดนึง เพราะเมืองที่บีมอยู่ก็ชื่อ Bellevue เหมือนกัน:) แต่บีมอยู่ Nebraskaค่ะ ติดกันนี่เอง. โดยส่วนตัวชอบสำเนียงคนอังกฤษมากกว่าค่ะ เพราะมันฟังดูเพราะแล้วแบบ ดูไฮโซ แต่อย่างว่านะ เราชินกับสำเนียงอเมริกาแล้ว. ยังไงก็สู้ๆนะคะ อยากไปอังกฤษษษษษษ-:D
    bbm ผู้เยี่ยมชม
    • Name : bbm [ IP : 174.71.116.251 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 10:21
  • ความคิดเห็นที่ 40

    อยากไปมั่ง :D

    imajin New Member
    • Name : imajin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ imajin [ IP : 124.120.2.193 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 16:48
  • ความคิดเห็นที่ 41

    เพิ่งจะรู้ว่ามันมีอะไรที่แตกต่างกันเยอะเหมือนกันนะ คือแบบ แต่ก่อนนี้ก็คิดว่าที่ต่างก็คงแค่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกากับอังกฤษเท่านั้น ที่มีศัพท์แตกต่างกันบ้าง แล้วก็พวกสำเนียง(ของอังกฤษยอมรับว่าฟังยากจริงอะไรจริงค่ะ แต่ฟังแล้วรู้สึกมันมีสเน่ห์น่าฟังดี แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง 5555) เพราะจะรู้ว่าจริงๆ มันมีอะไรที่แตกต่างกันมากกว่านี้อีกนะ
    hahano Extra Member
    • Name : hahano < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ hahano [ IP : 124.122.88.78 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 21:36
  • ความคิดเห็นที่ 42

    จิงค่ะ (เพราะปายมาแล้วทั้งสองที่เลย อิอิ) แต่นี่คนอเมกันเหนือนี่ยังเบอะๆนะค่ะ เค้ายังพอได้ยินชื่อเมืองไทยมาบ้าง ในฐานะเปนเมืองท่องเที่ยว (แม้จะรู้จักทั้งในทางลบและทางบวก) แต่คนอเมริกาใต้นี่ยิ่งแล้วใหญ่เลยค่ะ ไม่รุ้แม้กระทั่งชื่อประเทศ ตอนนั้นเรางงเลยอ่ะ พูดอารายไม่ออกเลยอ่ะ เคยภูมิใจประเทศตัวเองยุ่ตั้งนานว่า ประเทศฉันดัง เพราะประเทศฉันสวย ที่เที่ยวเยอะ อาหารอร่อย

    แต่โชคยังดี ที่ในอาทิตย์แรกที่ไปเรียน ทางโรงเรียนคุณครูให้ทำเพาเวอร์พอย์พรีเซ้น แหล่งท่องเที่ยวในประเทศตัวเอง โฮะๆๆๆ เข้าทางฉันเลย จัดเต็ม (เค้าให้เวลาแค่ห้าถึงสิบนาที นี่เล่นปายตั้งครึ่งคาบ ก้ออ่านะ ประเทศไทยประเทศท่องเที่ยว จะเอามาย่อให้ได้เหลือแค่สิบสไลด์มานก้อจะยังไงยุ่) เริ่มมาสองสไลด์แรก เอาปายเลย ประวัติราชวงค์จักรี และ ประวัติพ่อหลวงของเรานั่นเอง โฮะๆๆๆ (เราเอารูปที่คนปายรวมกานตอนวันพ่ออ่ะ มาโชว์ ตกใจกานหมด เพราะว่ามีแต่แสงไฟเต็มไปหมด แล้วเค้าก้อปิดถนนกานหมด)

    แต่สิ่งที่พวกนั้นทุกคน ทึ่ง ที่สุด ก้อคือ "Thailand NEVER colonized by any other countries in the world !!!" โฮะๆๆๆ อึ้ง ทึ่ง กานเลยทีเดียว (ใช้เวลายุ่นานพอสมควรที่จะอธิบายว่าเป็นความจิง ดีนะที่มีเพื่อนชาวยุโรปช่วย) เพราะพวกเด็กอเมริกาใต้ มานโดนพวก สเปน โปรตุเกส คุมมาแล้วทั้งนั้น
    CombatSoI ผู้เยี่ยมชม
    • Name : CombatSoI [ IP : 61.90.79.141 ]
    • Email / Msn: soihugyou_TVXQ_SJ(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 23:13
  • ความคิดเห็นที่ 43

    เราไม่เคยฟังสำเนียงอังกฤษอะ อาจจะเป็นเพราะทั้งหนังทั้งวิดิโอในยูทูปที่ดูส่วนใหญ่ของของอเมริกัน แต่ก็อยากลองฟังเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าจะฟังรู้เรื่องป่าว 555
    Oxytocin Extra Member
    • Name : Oxytocin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oxytocin [ IP : 125.24.167.96 ]
    • Email / Msn: st.chamu(แอท)live.com
    • วันที่: 22 มีนาคม 2554 / 01:22
  • ความคิดเห็นที่ 44

    เราตลกมากตอนมาที่ เคลิฟอร์เนีย ครั้งแรกเค้าถามเราว่าประเทสไทยมีช้างเยอะนี่ๆ
    เค้าเคยดูสารคดีแล้วเราได้ขี่ช้างไปโรงเรียนด้วยเปล่า 5555 เหมือนเค้าจะแอบดูถูก
    ประเทสเรานะหาว่าเรายังไม่ Developed แน่ๆๆ แต่อังกฤษเนี่ยเคยไป เอดินบะระ
    สำเนียงทางเหนือฟังง่ายกว่าทางใต้เยอะ :))
    CA and Edin ผู้เยี่ยมชม
    • Name : CA and Edin [ IP : 182.53.80.115 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 22 มีนาคม 2554 / 06:03
  • ความคิดเห็นที่ 45

    ไช่ๆสำเนียงอังกฤษจะฟังแปลกๆเล็กน้อย เพราะครูชาวต่างชาติที่มาสอนเรา ประมาณ 10 คน เป็นคนอังกฤษหมดเลย เราเลยฟังแล้วไม่ค่อยแปลกเท่าไร
    victoria ผู้เยี่ยมชม
    • Name : victoria [ IP : 118.172.93.209 ]
    • Email / Msn: Victoriawilkinson_bieber(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 23 มีนาคม 2554 / 09:31
  • ความคิดเห็นที่ 46

     โอ้โห้สุดยอดมากเลยค่ะ
    _rsakura_ Extra Member
    • Name : _rsakura_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _rsakura_ [ IP : 1.47.110.113 ]
    • Email / Msn: air_liyiru_say(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 23 มีนาคม 2554 / 18:13
  • ความคิดเห็นที่ 47

     กำลังจะไป USA สิงหานี้แล้วพอดีเลยค่ะ

    ขอบคุณมากๆนะคะ :D
    ~+คุณหนูจอมเปิ่น+~ Superb Member
    • Name : ~+คุณหนูจอมเปิ่น+~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~+คุณหนูจอมเปิ่น+~ [ IP : 223.205.157.226 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 25 มีนาคม 2554 / 11:12
  • ความคิดเห็นที่ 48

    สำเนียงอังกฤษมันฟังยากกว่าอเมริกาจริงๆ แหละค่ะ

    ขนาดสตอเบอรี่ สำเนียงอเมริกาจะพูดว่า สะ-ตรอ-เบอ-รี่ แบบปกติ

    แต่ถ้าเป็นสำเนียงอังกฤษจะพูดว่า สะ-ตรอ-บรี

    ตอนแรกงงเต๊กเหมือนกัน
    NestaLovLove Extra Member
    • Name : NestaLovLove < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NestaLovLove [ IP : 110.49.233.156 ]
    • Email / Msn: Nesta_kao(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 26 มีนาคม 2554 / 09:14
  • ความคิดเห็นที่ 49

    ชอบบทความนี้จังเลย
    ขอบคุณมากๆเลยคร้าบบบ
    สงสัยมานานว่านอกจากคำศัพท์มันมีอะไรต่างกันบ้าง :')
    ::{Guide_$}:: Popular Member
    • Name : ::{Guide_$}:: < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ::{Guide_$}:: [ IP : 113.53.191.227 ]
    • Email / Msn: DarkSky_killer(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 26 มีนาคม 2554 / 09:38
  • ความคิดเห็นที่ 50

    ป๊าเป็นคนอังกฤษ
    อยู่สตาร์ฟฟอแชร์เหมือนกัน
    แต่แม่เป็นคนไทย

    แต่เวลาป๊าพูดเราก็ฟังออกนะค่ะ
    แบบสบายๆ
    แต่เวลาคุณครูที่โรงเรียนพูดเราจะฟังออกยากนิดหน่อย
    เพราะคุณครูเป็นคนเมกา

    สตรอบอรี่คิตตี้ New Member
    • Name : สตรอบอรี่คิตตี้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สตรอบอรี่คิตตี้ [ IP : 113.53.45.145 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 26 มีนาคม 2554 / 09:42
Page 1 of 2 1 2 

กฏการตั้งกระทู้
แสดงความคิดเห็น
Login *

Password *
ชื่อ Email รูปตัวแทน

โปรดใส่รหัสตามรูป