|
สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D.com ... มาเจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกๆ วันพฤหัสนะคะ ^^ ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นซะเหลือเกิน เวลาอาบน้ำทีก็ขนหัวลุกไปตามๆ กัน .... แต่มีประเทศหนึ่งค่ะ ที่แม้ตอนนี้จะเข้าหน้าฤดูใบไม้ผลิแล้วแต่เค้ายังมีหิมะตกอยู่เลย ! (หนาวกว่าบ้านเราเยอะ) นั่นก็คือ "เกาหลีใต้" นั่นเอง และแน่นอนว่าประสบการณ์เด็กนอกสัปดาห์นี้เป็นเรื่องชิลๆ จากเกาหลีใต้ ที่จะมาเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย ขอบอกก่อนเลยว่ารูปสวยมากๆ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง ลองไปอ่านกันได้เลย สวัสดีค่ะ พี่ชื่อ "ข้าว" พี่จบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาไทย โทภาษาเกาหลี เรียนจบแล้วอยากเรียนภาษาเกาหลีต่อ (ไม่เข็ด) จึงได้สมัครทุนขององค์กร Korea Foundation หรือ KF เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ชาวต่างชาติได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศ ภาษา วัฒนธรรม และอื่นๆ ของประเทศเกาหลี ชื่อทุนเต็มๆ ที่พี่ได้คือ Fellowship for Korean Language Training เป็นทุนอบรมภาษาเกาหลีสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่สนใจหรือเรียนจบมาโดยมีวิชาภาษาเกาหลีเป็นวิชาโทหรือเอก หรือสำหรับบุคคลที่ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศเกาหลี (ถ้าหากใครสนใจเข้าไปได้ที่ http://www.kf.or.kr/) โดยทางทุนได้จัดให้เรียนภาษาเกาหลีที่สถาบันสอนภาษาเกาหลี มหาวิทยาลัยซอกัง ทุนนี้ให้ทั้งค่าเรียนและค่าใช้จ่ายรายเดือน หากใช้ไม่ฟุ่มเฟือยสามารถตั้งตัวได้เหมือนกัน แต่ว่าพี่เน้นหนักเรื่องการเที่ยว เงินไม่ค่อยเหลือ แต่เก็บประสบการณ์มาแทนแล้วกัน 555 การเดินทางไปเกาหลีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของพี่ ก่อนหน้านี้เคยไปเรียนภาษามาแล้วรอบนึง พี่ยังจำภาพนั้นได้ดี คุณป้าคนเกาหลียืนถือป้ายรอรับที่สนามบินพร้อมรอยยิ้มในการเจอกันครั้งแรก โดยในช่วง 6 เดือนแรก พี่ไปอยู่กับครอบครัวเกาหลีรู้จักกันผ่านการติดต่อของคนเกาหลีที่รู้จักกันที่เมืองไทย เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก ซึ่งเราจะเรียกบ้านแบบนี้ว่า "ฮาซุกฉิบ" อารมณ์คล้ายๆ โฮสต์แฟมิลี่ หรือโฮมสเตย์ คือกินอยู่กับเค้า แต่ต้องจ่ายเงินให้เค้า โดยเฉพาะน้องๆ ในบ้านจะมาหาที่ห้องบ่อยๆ พร้อมกับขอให้สอนภาษาไทยให้ มาคุยเล่นกัน ช่วยคลายเหงาได้ดีทีเดียว ระหว่างอยู่โฮมสเตย์นั้น ทำให้ได้เรียนรู้ เข้าใจ ทั้งวัฒนธรรม นิสัย ทัศนคติ และความเป็นอยู่ของคนเกาหลี การอยู่แบบโฮมสเตย์นั้นช่วยทำให้เราประหยัดได้มาก เพราะราคาไม่แพงแถมมีของกินของใช้ให้ฟรีเหมือนเป็นบ้านของเรา ได้ฝึกปรับตัวในการใช้ชีวิตร่วมกันกับคนต่างวัฒนธรรม ได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดกัน บางครั้งที่มีปัญหาก็ได้ครอบครัวมาช่วยเหลือกัน ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก ส่วน 6 ดือนหลัง พี่ออกมาเช่าหออยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ห้องเล็กหน่อยแต่ถูก และเดินทางสะดวกดีค่ะ
สำหรับการเรียนภาษาเกาหลีตามเงื่อนไขของทุนนั้น มีตามนี้ค่ะ วันจันทร์-ศุกร์เรียนภาษาเกาหลีวันละ 4 ชั่วโมง มีให้เรียนเพิ่มเติมอีกตอนบ่าย เช่น วิชาไวยากรณ์ คำศัพท์ การออกเสียง วัฒนธรรมเกาหลี ข่าว ธุรกิจ วรรณคดี และอื่นๆ ถ้าได้ทุนมาจะได้เรียนฟรีตรงส่วนนี้ด้วย ส่วนเวลาที่เหลือ บางคนทำงานพิเศษ หรือพบปะเพื่อนเกาหลีซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะได้ทั้งเพื่อนและภาษา นอกนั้นก็ซื้อของ เที่ยว กิน นอน คุยกับที่บ้าน ฯลฯ แล้วแต่จะจัดสรรเวลา สำหรับพี่ลองทำมามากมายหลายอย่าง แต่ที่ชอบมากที่สุด คือการถ่ายรูป
แต่ก่อนพี่คิดว่าภาพถ่ายเป็นแค่เพียงกระดาษใบหนึ่ง ไม่ได้สำคัญเท่ากับภาพที่เก็บไว้ในความทรงจำ แต่ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พี่กลับมีเพื่อนใหม่ คือกล้องตัวเล็กๆ เดินทางไปกับพี่ค่อนข้างบ่อย สุดท้ายแล้วก็สนุกไปกับมัน ได้เห็นว่าภาพหนึ่งภาพมีความหมายมากกว่านั้น เก็บความทรงจำขณะนั้น ความรู้สึก บรรยากาศ และบางสิ่งบางอย่างที่สื่อสารกับเรา และคนอื่นได้โดยข้ามผ่านการใช้ภาษาที่เราพูดคุยกัน เมื่อหลงเสน่ห์แล้วก็สนุกไปกับมัน ไม่ว่าเดินทางไปที่ไหน พอรู้สึกอยากจะเก็บภาพไว้ก็จัดการกดชัตเตอร์ได้เลย ไม่ใช่ว่าพี่มาเรียนถ่ายรูปที่เกาหลีนะ แต่พี่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศเกาหลีผ่านภาพถ่ายนั้นมากกว่า : ) มาพูดถึงสิ่งที่พี่ได้จากการได้รับทุนมาในครั้งนี้กันบ้าง แน่นอน คือไม่ต้องรบกวนเงินคุณพ่อคุณแม่ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างแดน พัฒนาทักษะทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน สัมผัสบรรยากาศจริง และได้สื่อสารโดยตรงกับเจ้าของภาษา และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือได้เรียนวิชา สปช.(สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) สปช.ที่พี่พูดในที่นี้หมายถึง หลากหลายประสบการณ์ทำให้เราได้เรียนรู้ หนึ่งในนั้นคือการเดินทาง เมื่อได้เดินทางไปในที่แห่งหนึ่ง อาจทำให้เราได้ค้นพบความหมาย ของคำว่า ชีวิต มากขึ้น ตัวอย่างประสบการณ์เล็กๆ ของพี่คือ หน้าหนาวได้สัมผัสอากาศติดลบถึง 16 องศาเป็นครั้งแรก เคยป่วยในฤดูร้อนนอนซมอยู่นานหลายวัน แต่ก็ทำให้ได้พบเจอมิตรภาพดีๆ กับเพื่อนชาวเวียดนามที่พาไปหาหมอ ได้ไปนอนเล่นอยู่ตามชนบทกับครอบครัวหนึ่งตอนวันปีใหม่ของเกาหลี ได้เจอการแสดงออกของคู่รักทั้งหนุ่มสาว และผู้เฒ่าผู้แก่ เห็นคุณตากับคุณยายเดินจับมือกันหลายคู่ ทำให้อดยิ้มตามไปไม่ได้ เห็นคนเกาหลีทะเลาะกัน ซึ่งเค้ามักจะไม่ตีกัน เน้นเสียงดังอย่างเดียว เจอการขับแท็กซี่ และรถเมล์ที่เหมือนรถไฟเหาะ แต่ดีมากเรื่องการรับส่ง รถจอดสนิท ประกาศบอกชื่อทุกป้าย ไม่มีหลง และสิ่งที่ชาวต่างชาติมักจะเจอกันทั่วไปคือ เวลาไปซื้อของ จะโดนคนทักว่ามาจากหลายประเทศมาก (คนเกาหลี หรือเปล่าคะ? เวียดนาม? จีน? มาเลฯ? อินโดนีเซีย? ญี่ปุ่น? อเมริกา!?!) เคยนั่งเล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนเข้ามาพูดภาษาจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ฯลฯ แล้วก็เดินจากไปอย่างผิดหวัง คงเพราะพี่ทำหน้างงกลับไป
พี่มีเพื่อนที่น่ารักเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาวรัสเซีย อินโดนีเซีย อเมริกัน ออสเตรีย อิหร่าน บังคลาเทศ อินเดีย ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ ต้องขอบคุณภาษาเกาหลีจริงๆ ที่ทำให้ได้คุยกับเพื่อนๆ ต่างชาติต่างภาษาได้ด้วยภาษาเกาหลี พี่มีเพื่อนๆ ชาวต่างชาติเป็นกลุ่มใหญ่ พวกเราเองอาจถูกคนเกาหลีมองว่าแปลกบ้างก็ได้ ก่อนมานี่ มักมีคนบอกว่าคนเกาหลีนิสัยไม่ค่อยดี แต่พี่ว่าทั่วโลก มีคนดีกับไม่ดีปะปนกันอยู่ทั้งนั้น ที่เคยพบเจอมามีทั้งดี และไม่ดีซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา นี่คือสิ่งที่เราต้องเข้าใจ และเตรียมใจก่อนไปเผชิญโลกกว้าง แล้วเราจะสนุกกับชีวิต และสิ่งที่พบเจอมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ทำให้พี่ยิ่งรู้สึกดีมากที่ได้ไปเกาหลีคือ ยิ่งรู้สึกรัก และภูมิใจในความเป็นไทยมากขึ้นกว่าเดิม ถึงร้อนก็รักนะ พอเห็นสิ่งที่ประเทศเกาหลีเขาพัฒนาแล้ว ตรงไหนที่เป็นส่วนดีของเขา ก็อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้นบ้าง เห็นเขารักชาติกัน ก็กลับมาคิดถึงว่าคนไทยตอนนี้เป็นยังไงบ้างนะ พอเห็นข้าวของที่เกาหลีแพงแสนแพงเหลือเกิน ก็รู้สึกคิดถึงบ้านเราที่อุดมสมบูรณ์มีอาหารอร่อยๆ มีผลไม้มากมายที่เกาหลีไม่มี แถมยังถูกกว่ามาก เมื่อพูดเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ และหลากหลาย รวมถึงรอยยิ้มและน้ำใจคนไทยที่นับว่าเป็นเจ้าบ้านที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ตอนนี้นับวันเริ่มลดหายลงไป
เรื่องการเรียนภาษาเกาหลี ไม่ใช่ว่าเราได้เรียนภาษาเขา และทำงานให้กับคนเกาหลีเพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างไทย และประเทศเกาหลีได้ ไม่ใช่เพียงให้คนไทยได้รู้จักประเทศเกาหลีมากขึ้น แต่คนประเทศเกาหลีก็ได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นด้วย เหมือนอย่างนิชคุณ วง2PM ที่เป็นเหมือนทูตวัฒนธรรมพิสูจน์ให้คนเกาหลีเห็นว่าคนไทยก็มีความสามารถไม่แพ้ชาติไหนๆ สุดท้ายนี้ ขอฝากให้ทุกคนที่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อ หรือท่องเที่ยวในต่างประเทศ เรียนรู้และเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์กลับมา ช่วยกันทำให้เมืองไทยน่าอยู่กว่าเดิม เอาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเรา หรือเพียงข้อคิดดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ก็อาจเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิมได้ อยากให้คนไทยภูมิใจในความเป็นไทย มีคนเกาหลี และชาวต่างชาติไม่น้อยที่อยากมาอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ โชคดีทุกคนค่ะ โอ้โห รูปสวยๆ เจ๋งๆ ทั้งนั้น และดูเหมือนจะเป็นประสบการณ์เด็กนอกที่มีรูปประกอบเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยนะเนี่ย 5555 ยังไงก็ขอบคุณพี่ข้าวด้วยนะคะที่มาเล่าประสบการณ์ดีๆ ให้น้องๆ ได้อ่านกัน อิอิ .... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็ส่งมาได้เหมือนเดิมที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันค่ะ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




















41 ความคิดเห็น
i miss thailandd
เคยฝันไว้ว่าจะได้ไปแบบนี้บ้าง
อยากไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัดของเกาหลี
กินแพนเค้กกิมจิ
คงอร่อยน่าดู
:))))
อยากมีประสบการณ์ที่ดีแบบนี้บ้างจัง
อยากไปหา SHINee
แล้วก็...... เด็กเกาหลี โมเอ๊โครตตต ต > <//
ถ่ายรูปสวยมาก ชอบ
อยากได้ประสบการณืเเบบนี้บ้างงง
กะแล้วว่าพี่ต้องชอบถ่ายรูป รูปสวยมากๆเลย
ทั้งมุมทั้งอย่างอื่น สวยหมด ;')
อยากลองไปเหมือนกันนะคะเกาหลี.....
พี่ข้าวเรียนเก่งมากเลยนะคะ อยากทำได้บ้าง
ถ่ายรูปก้ออาร์ตมากกก ด้วย^^
อยากไปเกาหลีบ้าง ^^