|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... มาแล้ววววว เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกๆ วันพฤหัสเช่นเคย ^^ สำหรับเรื่องราววันนี้ มาจากประเทศในฝันที่น้องๆ หลายคนอยากไปมากๆๆ แต่ไม่ค่อยได้มีมาให้อ่านกันบ่อยๆ แน่นอนว่าจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก "ฝรั่งเศส" เกริ่นแค่นี้ก็อยากอ่านแล้วใช่มั้ยล่ะ ^^ งั้นไม่รอช้า เตรียมน้ำแข็งไว้ใกล้ๆ เพื่อเอาประคบตา เพราะเรื่องวันนี้น่าอิจฉามากๆๆๆ ที่สุดในโลก ! สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อพิชชากร ปัณพรเมธี ชื่อเล่นบีม ตอนนี้ติดรับตรงคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สายภาษา-ฝรั่งเศสครับ ย้อนไปตอน ม.5 ผมได้เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนกับ EF โดยผมเลือกที่จะไปฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกเลย หลังจากไม่กี่วันที่ผมส่งเอกสารไปหมด ก็ได้รับคำตอบรับจากโฮสท์เร็วมาก ต้องขอบคุณ EF ด้วยที่ประสานงานเร็วมากครับ เมืองที่ผมได้ไปอยู่ชื่อว่า Nancy(น็องซี) ถ้ามองหาดูในกูเกิล จะอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ(อารมณ์อีสานบ้านเรา) อยู่ห่างจากปารีสประมาณ 400 กิโลเมตร ถือว่าไม่ไกลมากครับ นั่งรถไฟ TGV เข้าไปก็ชั่วโมงกว่าๆ สบายมาก พอมาถึงเมือง Nancy ทัศนะคติของผมจากที่คิดว่าเป็นเมืองบ้านนอกๆ มีแต่ทุ่งหญ้าก็เปลี่ยนไป เพราะเป็นเมืองที่ถือว่าใหญ่ทีเดียว แต่ก็คงไม่ใหญ่เท่าปารีสหรือกรุงเทพบ้านเราครับ ประชากรก็กำลังดี มีห้างมีร้านอาหารให้บรรยากาศโรแมนติก เพราะตึกบ้านเขาจะอารมณ์เรเนซซองครับ บ้านผมอยู่ชานเมืองห่างออกไปจากตัวเมือง 30 กิโล จริงๆ จะบอกว่าบ้านอยู่บ้านนอกเมืองไทยก็ไม่ผิดครับ เพราะมีแต่ทุ่งหญ้า อยู่ในหุบเขานิดหน่อย แต่ให้บรรกาศธรรมชาติดีมากครับ (มาเจออะไรใหม่ๆ บ้าง เพราะอยู่แต่ในกรุงเทพ ควันพิษทั้งน้านนนน) หลังจากนั้น เมื่อเจอกับโฮสท์ครั้งแรก การทักทายของคนฝรั่งเศสคือ bisou(บิซู) คือการเอาแก้มชนกันนั่นเอง ตอนแรกก็งงๆ เค้าจะหอมแก้มเราเหรอไรงี้ 555 แต่จริงๆ แล้วเป็นการทักทายของเค้าเหมือนกับที่เราไหว้กันอะครับ อ้อ ครอบครัวที่ผมไปอยู่ด้วยนั้น มีกันทั้งหมด 5 คน ครับ ลูกเค้าก็รุ่นเดียวกับผม ก็เลยสนุกไปเลย หลังจากผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ โรงเรียนก็เปิด ผมไปโรงเรียนวันแรกไม่รู้เรื่องเลย เพื่อนก็ไม่มี หาห้องก็ไม่เจอ แต่โชคดีหาเพื่นเกาะไว้ได้ วันที่ไปรายงานตัว รู้ว่ามีคนไทยมาแลกเปลี่ยนอยู่โรงเรียนเดียวกันด้วย ดีใจมากๆ และยังโชคดีอีกอย่างคือในห้องเดียวกันนั้นมีเด็กญี่ปุ่นมาแลกเปลี่ยนจากโรตารี่อีกด้วย ถือว่าโชคดีจริงๆ โรงเรียนที่ผมเรียนชื่อ Henri Poincare Lycee ถือว่าเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของ Nancy เลยทีเดียว โดยแผนการเรียนที่ฝรั่งเศสจะแบ่งออกเป็น 3 สาย มี S , ES และ L โดยผมโดนส่งเข้า L ซึ่งถือว่าเป็นสายภาษาเมื่อเทียบกับไทย ก็จะเน้นเรื่องภาษาโดยมีวิชาอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นวิชาบังคับครับ และต้องเลือกเรียนภาษาที่ 3 อีกหนึ่งวิชา นอกจากนี้ยังมีวิชาเลือกต่างๆ อีกมากมายเช่น ภาษาอังกฤษเสริม ภาษาอื่นๆ ชมรมทำหนัง ชมรมกีฬา ชมรมวาดภาพ โดยผมเลือกลงอังกฤษเสริม วาดภาพ และทำหนัง ปกติแล้ว โรงเรียนจะเปิดเรียน 6 อาทิตย์และปิด 2 อาทิตย์ครับ(เรียนสบายๆ) และจะมีปิดเทอมใหญ่เรียกว่า les vacances ประมาณ 3 เดือน(ประมาณเดือนมิถุนายนครับ) และคาบเรียนที่โน่นจะไม่เรียนติดกันเหมือนไทยนะครับ เพราะเค้าจะเรียนและมีเวลาพัก บางวันมีเรียนเช้า และมีอีกทีตอนสามโมงไปเลย ระหว่างนั้นก็ออกไปเดินเที่ยวเล่นข้างนอกได้ครับ แต่ถ้าขาดคาบไหนไปนี่ จะมีครูโทรไปแจ้งผู้ปกครองถึงที่บ้านเลยนะครับ(โหดจริงๆ) ส่วนที่น่าจะเหมือนที่ไทยคือ การเรียนที่โน่นต้องเดินเรียนครับ และห้องก็จะหายากมาก เพราะจะไม่มีป้ายบอกว่าห้องไหนไปทางไหน สำหรับนิสัยหรือของคนฝรั่งเศสที่ผมได้สัมผัสนั้น ขอบอกว่ามีหลายอย่างที่น่าสนใจหรือต่างจากเมืองไทยมากๆ เช่น - บรรยากาศในห้องเรียนที่นี่ ในห้องเรียนเปิดเสรีมากครับ เราสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยการยกมือตอบถามได้ตามใจ คนฝรั่งเศสเป็นพวกที่ชอบวิจารณ์มากครับ ชอบแสดงความคิดเห็น ผมคิดว่าเป็นทางในการหาประสบการณ์ที่ดีให้กับตัวเองทางหนึ่งเลยนะครับ - คนฝรั่งเศสสูบบุหรี่จัดมากกกกก มากจริงๆ เพื่อนๆ เกินครึ่งของผมสูบบุหรี่ครับ แต่ในบริเวณโรงเรียนห้ามสูบ ก็เลยต้องไปออสูบกันหน้ารั้วโรงเรียน ควันโขมงไปหมดทุกครั้งที่พัก ต้องมีควันบุหรี่ลอยอยู่หน้าโรงเรียน อย่าว่าแต่เด็กเลยครับ ครูก็สูบครับ เค้าถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก เพราะงี้เลยเป็นเมืองอาร์ตและแฟชั่น 555 - คนฝรั่งเศสจริงๆ ดูน่าจะเหมือนเก่งอังกฤษใช่มั้ยครับ เพราะภาษาสองภาษานี้คล้ายกันยังกับแกะ แต่เอาจริงๆ แล้ว มีคนฝรั่งเศสไม่มากที่จะพูดอังกฤษได้ ผมไปนี่ได้อังกฤษที่หนึ่งของห้องเลย คะแนนอังกฤษดีมาก เพื่อนๆ ในห้องอึ้งว่าทำไมเก่ง แต่คือเค้าเรียนอังกฤษช้ากว่าเรามากครับ ตอนผมไปยังเรียน present perfect อยู่เลย ซึ่งเรื่องนี้เราเรียนจบไปนานแล้ว(ได้อยู่วิชาเดียวล่ะ) ส่วนคณิตกับวิทย์ จริงๆ ก็ไม่ยากครับ บ้านเราเรียนยากกว่า(แต่ทำไมเค้าจริญกว่าเรา ว่าไหม??) แต่คะแนนผมก็ไม่ดีนัก อย่าไปพูดถึงมัน 555 - เพื่อนๆที่โน่นนิสัยดีมากครับ เป็นคนเฟรนด์ลี่ดี จริงๆ หลายคนอาจมองว่าคนฝรั่งเศสหยิ่ง แต่ว่าเราต้องเข้าไปหาเขาก่อนเป็นส่วนมาก ตอนแรกๆ มีอุปสรรคหลายๆ อย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษา คนที่โน่นพูดเร็วมากครับโดยเฉพาะวัยรุ่น มีศัพท์แสลงมากมายที่ต้องเรียนรู้ อยู่ๆ ไปประมาณ 3 เดือนก็พอปรับตัวได้ เริ่มเข้ากับเพื่อนได้มากขึ้น คุยกันรู้เรื่องมากขึ้น พอเข้าใจเนื้อหาในการเรียนมากขึ้น คุณครูที่โรงเรียนก็ใจดีครับ มีปัญหาอะไรเราสามารถพูดคุยปรึกษาครูได้ตลอดเวลาเลยครับ - คนฝรั่งเศสชอบเที่ยวมากครับ เพื่อนๆ ผมนี่จัดปาร์ตี้กันบ่อยมาก ส่วนมากจะเป็นการไปนอนค้างบ้านเพื่อน เล่นเกม คุยกัน ดริ๊งค์เล็กน้อย แต่บางคนก็เมาเละ อ้วกแตกเฮฮากันไป มีปาร์ตี้ที่หนึ่งผมชอบมากคือปาร์ตี้วันปีใหม่ เรานั่ง countdown รออีกวันกัน สนุกมากครับ เล่นเกมร้องเพลง เต้น เฮฮากันไป - การกินอาหารของคนฝรั่งเศส เค้าจะจัดหนักมากครับ โดยใน 1 มื้ออย่างน้อยจะมี 4 อย่าง คือ entree(ออเดิฟ) plat(จานหลัก มักจะเป็นเนื้อ) salade(สลัด) และ dessert(ของหวาน) คือ 1 มื้ออิ่มไปเลย สุดยอดครับ อย่างโรงอาหารที่โรงเรียนก็จัดอาหารดีมากครับ นักเรียนต้องต่อแถวรับอาหาร จะมีอาหารวางไว้ให้เราเลือกหยิบใส่ถาดได้ และอาหารเค้าก็อร่อยจริง ผมกับเพื่อนคนไทยมีความเห็นตรงกันว่าอร่อยเกือบทุกมื้อ! ประทับใจมากครับ นอกจากนี้ถ้าให้ถ้าพูดถึงประสบการณ์ที่ประทับใจมากที่สุดนั้น มีหลายอย่างมากเลยครับ อย่างแรกเลยคือ โฮสท์น่ารักมากครับ พาไปเที่ยวบ่อยมาก ทำอาหารอร่อยด้วย ถ้าจะเล่าจริงๆ คอลัมน์นี้คงไม่พอ เพราะเที่ยวเยอะจริงๆ ผมได้ไปสวิตเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ค เยอรมัน และ นิวยอร์ค(อันนี้เป็นเซอร์ไพรส์ก่อนกลับไทย) ส่วนในฝรั่งเศสแน่นอนครับว่าเที่ยวแหลก Paris Lyon Marseille Lille Colmar Strasbourg (จริงๆ ดูเหมือนไปเที่ยวมากกว่าเรียนไหมครับ ฮ่าๆๆๆ) อย่างตอนจะไปนิวยอร์ค (ขอแอบแทรกหน่อยนะครับ) คือมันเกิดขึ้นได้ตอนนั่งทานข้าวเย็นกันอยู่ อยู่ดีๆ โฮสท์ก็พูดขึ้นมาว่าปิดเทอมจะไปเที่ยวนิวยอร์คกัน เราก็นึกว่าพูดเล่น แต่ปรากฏเอาจริงครับ ผมดีใจมาก คือในชีวิตนี้ขอแค่ปารีสกับนิวยอร์คก็พอแล้ว ฮ่าๆ ก่อนไปนี่ต้องเตรียมตัวขอวีซ่าครับ อุตส่าห์เตรียมเอกสารหลายอย่างมาก พอเอาเข้าจริง เอาแค่ application กับ passport ไปก็ได้แล้ว สำหรับการเดินทางจากปารีสไปนิวยอร์คใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงครับ พอๆกับไทยไปปารีสเลย พอเครื่องกำลังจะ landing ก็ได้เห็นวิวของเกาะแมนฮัตตัน ในใจคิดเหมือนในหนังเลยหวะ ดีใจมาก ตึกสูงๆ เต็มไปหมด ผมกับโฮสท์ได้อยู่ที่นิวยอร์คประมาณ 1 อาทิตย์ เที่ยวทั่วนิวยอร์คเลย ไปทั้ง Halem Brooklyn Queens โดยส่วนมากเราจะขี่จักรยานเที่ยวชมเมืองกันเพราะอากาศดี ผมซื้อโปสการ์ดเขียนส่งมาเมืองไทยให้เพื่ิอนและเขียนส่งไปให้เพื่อนที่ฝรั่งเศสหลายคนมาก พอมาดูสถานที่ผลิตโปสการ์ด made in Thailand ตัวเล็กๆ พิมพ์ไว้ข้างๆ รู้สึกตัวเองโง่มาก ฮ่าๆๆๆ พอจบทริปนิวยอร์คตอนขากลับมีเรื่องเซอร์ไพรส์ที่สนามบิน คือว่าผมกับโฮสท์นั่งสายการบินแอร์แคนาดากลับ ดังนั้นต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่แคนาดาด้วย และสำหรับคนไทยต้องมีวีซ่าทรานซิทเครื่อง แต่ว่าผมไม่มี เรื่องใหญ่เลยทีนี้ ผมกับโฮสท์พี่สาวเลยต้องอยู่ที่นิวยอร์คอีกหนึ่งคืนเพื่อทำวีซ่าเข้าแคนนาดา - -" โชคดีมากครับที่พนักงานทำเรื่องให้และยอมเปลียนไฟลท์ให้ ไม่งั้นต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกแย่แน่ (แต่จริงๆ ก็แอบดีใจที่ได้อยู่นิวยอร์คเพิ่มอีกหนึ่งคืนเพราะ่ยังไม่อยากกลับ ฮ่าๆ) กลับมาที่ฝรั่งเศสต่อ หลายคนชอบถามว่า เที่ยวเยอะขนาดนี้ ชอบเมืองไหนมากที่สุด ? สำหรับเมืองในฝรั่งเศสที่ชอบมากที่สุดคือ Colmar ครับ เป็นเมืองเล็กๆ สบายๆ อยู่ใกล้กับสวิตเซอร์แลนด์ แต่เป็นเมืองน่าเที่ยวมากครับ และเป็น 1 ใน 10 เมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลกด้วย แน่นอนว่าปารีสก็ติดอันดับเหมือนกัน ผมก็ชอบปารีสไม่แพ้กัน สำหรับคู่รัก คนที่ชอบความอาร์ต แฟชั่น เที่ยวสบายๆ ต้องปารีสเลย สวยมากจริงๆ ผมไปปารีสประมาณ 8 รอบ (พอดีโฮสท์มีอพาร์ตเมนต์ที่ปารีส ก็เลยไปบ่อย เที่ยวสบายเลยที่พักฟรี :D) อย่างที่ทุกคนรู้กัน ก็มีหอไอเฟล ถนนชองเซลีเซ่ พิพิธภัณฑ์ลูฟ ดิสนีย์แลนด์ โบสถ์โนทเทอะดาม ฯลฯ โชคดีที่เป็นผู้ชายโฮสท์เลยไม่ค่อยเป็นห่วง ปล่อยให้เที่ยวสบายๆ และช่วงเวลาที่ประทับใจมากที่สุด น่าจะเป็นช่วง Noel หรือคริสต์มาสนั่นเองครับ เพราะที่โน่นเค้าจัดกันอย่างจริงจังมาก และโฮสท์พาไปเล่นสกีที่เทือกเขา Alps พอดีก็เลยไปฉลองคริสต์มาสที่นั่นเลย วันนี้คล้ายกับวันรวมญาตินั่นเองครับ มีญาติโฮสท์มาด้วยรวมๆ กันประมาณ 20 กว่าคน ทานอาหารด้วยกัน จัดเต็มมาก มีไวน์ดื่มด้วย ฉลองเต็มที่ และมีการแจกของรางวัลให้เด็กๆ อีกด้วยครับ ผมก็ได้รางวัลจากโฮสท์มาคือของกินลูกอมขนมเต็มถุงเลย นอกจากนี้โฮสท์ยังพาไปเที่ยวแนวปีนเขาเดินป่าด้วย และยังได้เล่นโหนตัวบนสลิงด้วย จากเขาลูกหนึงไปอีกลูกหนึ่งด้วยความเร็ว 100 กม.ต่อชม. อันนี้สนุกและหวาดเสียวจริงๆ เพราะสูงมากและเร็วมาก เหมือนกับเราบินได้เลย สุดท้ายก็อยากฝากเพื่อนๆ ว่า การไปแลกเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมาก อย่างผมมีเรื่องดีๆ เต็มเลย ถ้ามีโอกาสก็ลองดูนะครับ เชียร์ฝรั่งเศสเลย สุดยอดจริงๆ
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?












99 ความคิดเห็น
สวยจัง อยากไปแหะ
แต่พูดภาษาฝรั่งเศสได้งูปลามาก 555
แต่งประโยชน์ก็ได้เด็กๆ ไม่มีอะไรพัฒนาเลย
เรียนไมตั้งปีนึง!55
ซื้อโปสการ์ดที่นู่น แต่made in thailand 5555
เจ๋งไปเลย ♥ france .
พี่บีมโชคดีจังแหะ !!
ได้โฮสท์ดีมาก พาเที่ยวบ่อยจริงๆ :)
อยากไปมั้งงงงง
พี่ได้ไปเที่ยวเยอะมาก น่าอิจฉาจริง ๆ 555
อยากไปพิพิธภัณฑ์ลูฟกับเมือง Marseille บ้างอ่ะ // ดิ้นๆๆ
เราก็กำลังจะเรียนสายศิลป์ - ฝรั่งเศสเหมือนกานน แต่ปีนี้เพิ่งขึ้นมอสี่ 55
ก็ได้แต่หวังละ ว่าจะเก่งแบบพี่บีมบ้าง นับถือจริงๆ เรียนแค่สามปีแต่ไปใช้ชีวิตในฝรั่งเศสได้ ><
ปล.อยากอ่านของวีคหน้าด้วย อเมริกาใต้ๆๆ ใฝ่ฝันมานานมากแล้วกับภาษาสเปน รออ่านๆๆ