เผยชีวิตนักเรียนไทยในสิงคโปร์ เครียดและกดดันกว่าที่คิด !

          สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกๆ วันพฤหัสเช่นเคย ! ถ้าพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านที่มีเด็กไทยไปเรียนต่อเยอะล่ะก็ คงต้องยกให้กับ "สิงคโปร์" เลยล่ะค่ะ เพราะที่นั่นวิชาการเค้าเข้มข้นสุดๆ แต่ในเมื่อเรียนกันเคร่ง แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ "ความเครียดและกดดัน" เพราะฉะนั้น เรามาอ่านกันดีกว่าว่า เกิดอะไรขึ้นในสิงคโปร์ ถึงทำให้เจ้าของเรื่องวันนี้เค้าอยากบ่นประเทศนี้มากๆ

          สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน เราชื่อ "นุก" ตอนนี้เรียนอยู่สิงคโปร์มาสี่ปีกว่าๆ แล้ว โรงเรียนที่เรียนมีชื่อว่า St. Joseph’s Institution International (SJII)

          หลักสูตรที่โรงเรียนใช้คือระบบอินเตอร์ เพราะเป็นโรงเรียนอินเตอร์ ! 555 โอเคๆ คือใช้ระบบอินเตอร์แบบอังกฤษแหละ คือมีเกรด 7-12 ใช่ปะ ตอนเกรด 7-8 ก็ไม่ค่อยอะไรมาก เรียนไปตามที่โรงเรียนจัด พอเกรด 9-10 ใช้หลักสูตร IGCSE (O-level) ก็จะมีให้เลือกสองแบบคือแบบเรียกหนักไปทางวิทย์กับหนักไปทาง humanities ก็แล้วแต่ว่าใครเก่งอะไร หลักสูตรนี้ เรียนจบแล้วสามารถยื่นเข้ามหาลัยที่ไทยได้ แต่ได้เฉพาะที่ไทยเท่านั้นนะ เพราะในเมืองนอก หลักสูตรนี้เทียบเท่าแค่ ม.4 เอง ดังนั้นมหาลัยเมืองนอกจะไม่เอา

          มาถึงสองปีสุดท้าย เกรด 11-12 ใช้หลักสูตร IB (A-level) คือนักเรียนแต่ละคนจะได้เลือก 6 วิชา โดย 3 วิชาเรียนเป็นแบบ higher level กับอีก 3 เป็นแบบ standard level รวมทั้งหมดก็คือ 6 วิชา หลักสูตรบังคับให้เรียนอย่างนั้น ถ้าเรียนตามนี้จะได้ IB Diploma ซึ่งเอาไปยื่นเข้ามหาลัยที่ไหนในโลกก็ได้ ไปได้หมด ไม่ต้องวัดระดับภาษาด้วย(ส่วนใหญ่) แต่ถ้าไม่เรียนตามนั้นก็จะได้ IB Certificate แทน ซึ่งไม่สามารถยื่นมหาลัยดีๆ หรือที่ดังได้เลย แต่ยื่นที่ไทยได้แน่นอน แต่วิชาที่เลือกๆ นี่ไม่ใช่ว่าตามใจชอบ อยากจะเรียนระดับไหนตามใจชอบนะ คือต้องไปค้นคว้าเกี่ยวกับมหาลัยที่สนใจ ดูว่ามหาลัยนั้นๆ ต้องใช้วิชาอะไรบ้างถึงจะยื่นสมัครได้ แล้วต้องเรียนระดับไหนถึงจะยื่นได้ เพราะทุกๆ ที่กำหนดไม่หมือนกัน ดังนั้นให้ดูภาพรวมแล้วเลือก

          นอกจากนี้หลักสูตรยังบังคับให้เรียน TOK (Theory of knowledge) ไม่ต่ำกว่า 200 ชั่วโมง พร้อมกับต้องทำ presentation และเรียงความ 1,500 คำก่อนจบการศึกษา ยังไม่หมดๆ ยังต้องทำเรียงความ 4,000 คำ หรือที่รู้จักในนาม Extended essay (EE) ในหัวข้อที่สนใจ ไม่ใช่หัวข้อง่ายนะ ต้องเป็นหัวข้อที่ต้องทำการค้นคว้าได้ และไม่มีใครเขียนมาก่อน ยังไม่หมด นักเรียนต้องทำ CAS (creativity service action) ด้วย ต้องทำทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 30 แต้ม 1 แต้มเท่ากับ 5

          หลักสูตร IB โหดมั้ยล่ะ? แต่น้อยคนที่จะเรียนรอดนะคะ เพราะงานเยอะมาก ไม่อดทน ไม่ขยัน ไม่พยายาม และไม่อ่านหนังสือ ก็จะเรียนไม่รอดอย่างแน่นอน งานเยอะชนิดที่ว่าคนที่เรียนส่วนใหญ่มักจะได้นอนตอนเช้า แต่ข้อดีคือมหาลัยเมืองนอกชอบนักเรียนที่มาจากหลักสูตรนี้ ดังนั้นเวลายื่นเข้ามหาลัย จะมีฟีดแบ็คดีกว่าคนที่ไม่ได้เรียนมาหน่อยนึง แถมยังได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องเรียนบางวิชาหรือระยะเวลาเรียนสั้นลง เช่น 4 ปีจบ อาจเหลือแค่สามปีครึ่งหรือสามปีจบ ขึ้นอยู่กับคะแนนเกรดที่ได้

          จริงๆ โรงเรียนเรามีทุนแจกให้เด็กต่างชาติด้วยนะ แต่ !! ขอบอกก่อนว่า ค่าสอบ 30,000 บาท !! ถ้าสอบไม่ติดคืนเงินครึ่งเดียว งงมั้ยล่ะว่าทำไมแพง แค่กระดาษสอบไม่กี่แผ่น และที่สำคัญ ต้องมีคุณสมบัติข้อนี้ก่อนเ​ลยคือ ต้องมาจากโรงเรียนนานาชาติค​่ะ เพราะเค้ากลัวเด็กภาษาไม่แน่นจริง

          สำหรับความเป็นอยู่ในสิงคโปร์ เอาตรงๆ เลยนะ เราว่าเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ อย่างแรกเลยคือผู้คนไม่ค่อยมีน้ำใจ น้อยมากๆๆๆๆ ที่คนสิงค์โปร์จ​ะมานั่งติวหนังสือให้เรา แบบแข่งกันเรียนอ่ะ เลิกเรียนก็เรียนไปเรียนพิเ​ศษกัน ถ้าไม่ใช่คนชอบเรียน ขยัน ก็ลำบากไง แล้วคนสิงค์โปร์ก็ไม่ค่อยคิ​ดถึงคนอื่น แบบไม่ใจเขาใจเราอ่ะ โรงเรียนที่
นุกอยู่นะ ต่างชาติก็คบกับต่างชาติ สิงค์โปร์ก็คบกับสิงค์โปร์ แล้วทั้งๆ ที่นักเรียนสิงค์โปร์บางคนก็ไม​่ได้สำเนียงดีอะไรมากมาย แต่ชอบหัวเราะสำเนียงภาษาขอ​งคนอื่นอะ ทั้งๆ ที่สำเนียงคนสิงค์โปร์​นี่ห่วยกว่าคนอื่นๆ เลยเหอะ ส่วนตัวที่เราเจอมา คนสิงค์โปร์น้อยมากๆ ที่จะดี (ความเห็นส่วนตัว)​ เอางี้ดีกว่า เรียนมาเกือบจะห้าปี นุกมีคนสิงค์โปร์ที่คุยได้ไม่ถึงห้าคน นอกนั้นมาจากมุมอื่นของโลก 5555

           ที่สำคัญ!!!!! สิงค์โปร์นี่ดูเหมือนจะเรีย​นๆ แต่เห็นอย่างนี้เด็กใจแตกไม​่น้อยนะคะ เที่ยวผับเป็นว่าเล่น แต่มันดีกว่าตรงที่เอาตัวรอ​ดได้ และเด็กที่นี่ชอบแบบพลอดรัก​กันที่สาธารณะ เจอบ่อยมากๆ แบบอยู่บน MRT หันไป อ้าว คนจูบกันอย่างดูดดื่ม บางคู่ก็เด็กมาก อยู่ในชุดนักเรียน บางคู่ก็ทำงานแล้ว อย่าแปลกใจ บางคู่นี่แบบสุดๆ อ่ะ แทบอยากจะหันไปบอกว่า ไปหาโรงแรมเถอะ 5555 เพื่อนคนสิงค์โปร์บอกว่า เด็กวัยรุ่นสิงค์โปร์เห็นใส​่แว่นๆ เรียนๆ พวกนี้อะ ตัวดี เก็บกด ตอนกลางคืนนี่แบบโห เด็กเรียนไปไหน ทำไมอยู่บนส้นสูงแล้ว แรงๆ ทั้งนั้น

          ความเครียดอีกอย่างของการเรียนที่นี่คือ โรงเรียนที่สิงคโปร์มี Ranking หรือจัดอันดับกันด้วย หลายคนอาจจะคุ้นแต่การจัดอันดับมหาลัย แต่สิงคโปร์มีจัดอันดับโรงเรียนด้วยนะ แล้วพวกโรงเรียนรัฐบาล ต้องสอบเข้าทุกคน แม้แต่เด็กต่างชาติเองก็ต้องสอบ  ถ้าใครได้เรียนโรงเรียนดัง มีชื่อเสียงก็ดี น่าเรียน น่ามา แต่ถ้าสอบเข้าโรงเรียนดีๆ ไม​่ได้ ต้องไปเรียนกับโรงเรียนระดับรองลงมา มีพวกที่ไม่เก่​งๆ อาจารย์ที่สอนก็จะเก่งรองลงมา เพราะอาจารย์ที่เก่งมากๆ ก็ไปสอนที่อื่นของรั​ฐบาลที่เก่งหมด ดังนั้นใครจะมาเรียนสิงคโปร์ แนะนำให้ดู Ranking ของโรงเรียนด้วย ถ้าอันดับไม่ดี เราแนะนำให้เรียนที่ไทยดีกว่า เรื่องนี้สำคัญมากนะ เพราะบางคนถือว่าถ้าเรียนโรงเรียนไม่ดัง ถึงขั้นอายพ่อแม่พี่น้อง

          อีกอย่างคือ โรงเรียนดังๆ ส่วนมากเป็นรัฐบาลด้วย ดังนั้นอย่าหวังสังคมไฮโซ เพราะรัฐบาลที่นี่ไม่เหมือน​บ้านเรา ที่นี่ไม่มีโรงเรียนวัด ดังน้นไม่ว่าจะรวย รวยมาก จนมาก พ่อแม่ติดคุก ทุกคนมีสิทธิ์เรียนที่เดียว​กันได้ แล้วมีสิทธิ์สอบเข้าเข้าโรงเรียนดีๆ ได้ เพราะโรงเรียนที่นี่ ถ้าไม่ใ่ช่อินเตอร์แบบนุกอยู่แล้ว ก็เป็นของรัฐหมด ดังนั้นทุกคนมีสิทธิ์เข้าเร​ียนที่ไหนก็ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ​ด้วยนะคะ ส่วนโรงเรียนนุกกำลังแข่งที่จะข​ึ้นมาติดอันดับโรงเรียนดัง กำลังไต่อันดับมาเลย ^^

          สุดท้ายก็คงฝากเพื่อนๆ ว่า ก่อนมาก็ควรจะหาข้อมูลดีๆ ฝึกภาษาอังกฤษเยอะ เพราะคนไทยมักจะโดนลดชั้นเรียนเมื่อย้ายมาเรียนที่สิงค์โปร์ และอย่างที่บอก หาข้อมูลของโรงเรียนที่อยากเข้าดีๆ มองถึงอนาคตกว้างๆ ละกันค่ะ

           อื้อหือ เรียกได้ว่าเครียดกันตั้งแต่เลือกโรงเรียนแล้วล่ะค่ะ เล่นจัดอันดับ Ranking กันซะขนาดนี้ กดดันสุดๆ เลย ==" มิน่าล่ะ เห็นน้องๆ หลายคนที่อยากสอบเข้าโรงเรียนที่สิงคโปร์ ต้องลงทุนบินไปติวกันถึงที่นู่น สำคัญขนาดนี้นี่เอง ..... ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอก ไม่ว่าอยากเล่า อยากบ่น อยากอะไรก็ตาม ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เหมือนเดิม แล้วเจอกันนะคะ

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

29 ความคิดเห็น

ตะIกียJสีทOJ Member 4 ส.ค. 54 09:17 น. 1
เราเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเด็กที่นั่น.......กลางสาธารณะ
ไม่ได้ว่าคนที่นั้นไม่ดีนะคะเด็กประเทศเราบางส่วน
ก็ไม่ต่างกันเลย
0
กำลังโหลด
tl16 Member 4 ส.ค. 54 10:40 น. 2
อยากไปเรียนบ้างจัง......เเต่ถ้าเจอเเบบนี้คงเครียดตาย.....ไม่ค่อยชอบเรียนเเบบกดดัน หรือเเข่งขันกันเอง......ชอบเรียนเเบบสบายใจมากกว่า...
0
กำลังโหลด
หญิงแต้ว Member 4 ส.ค. 54 14:26 น. 3
TOK CAS EE เป็นวิชาที่เราท้อมาก เราเรียนที่โรงเรียน โอ๊ยอาจารย์โหด เอาทั้ง 3 อันมาประยุกต์ใช้ในอันเดียว ให้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม เหนื่อยสุดๆ
0
กำลังโหลด
MISTER KIMJAEJUNG*,, Member 4 ส.ค. 54 14:33 น. 4
 พี่เป้ๆ ลืมบอกไปว่า ประเทศนี้เค้ารักษากฏหมายกันด้วยนะ วันก่อนพยายามไปติดสินบนกับคนขับแท้กซี่เพื่อให้ได้นั่งไปกันห้าคน แท้กซี่ไม่รับอ่ะ =O= ทั้งๆที่ก็ไม่มีคนเห็นนะ 55555
0
กำลังโหลด
เบลล์ 4 ส.ค. 54 14:53 น. 5
........ เห็นด้วยกับขอสุดท้ายนะคะ ที่พี่นุก บอกว่าถ้าอังกฤษไม่เก่งจริงเค้าจะลด ชั้นเรียนเราลงมา

เพราะหนูโดนมากับตัวค่า เศร้ามากตอนแรกทำใจไม่ได้ เพื่อนเรียน ม สี่กันหมด แต่เราได้มาเรียนกับเด็ก ม สาม ที่อายุ พึ่งจะ สิบสี่กัน ส่วนเราจะเข้าสิบหกแล้วค่า เวลาเพื่อนๆๆในห้องถามว่าอายุเท่าไหร่แทบไม่อยากจะตอบเลยว่าพี่จะสิบหกแล้วค่า แต่ถ้าเป็นที่เด็กที่สอบมา แบบ นักเรียนเแลกเปลี่ยนจะได้เรียนชั่นที่สูงกว่านะคะ เพราะอะไรหนูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คือหนูมาแบบสมัครมาเรียนเองเลย เหมือนมาต่อไฮสคูลที่นี่เลยคะ เลยต้องลดชั้นลงหนึ่งชั้น สรุปต้องเรียนเพิ่มหนึ่งปี คุณแม่ คุณพ่อก็บอก ถือว่าเราไปปูพื้นฐานในหนึ่งปีนั้น ก็แล้วกันตอนนี้ก็มีติวเตอร์บางแต่แค่ทุกวัน พฤหัส ของทุกๆสัปดาห์ นอกนั้น เราก็พยายามของเราเอง ฟังดูแล้วหลายคนคงจะตลกกับเรื่องของเรานะ แต่ถ้ามาลองเป็นเราแล้ว ทำใจยากมากจริงๆ!!! คะ

ขอจบแค่นี้นะคะ ไม่จบมันจะยาววววววววว

ใครที่กำลังจะสอบ นร. Exchange student ก็ขอให้ตั้งใจเยอะๆนะคะ สู้ค่ะ จะได้ไม่ต้องถูกลดชั้นเหมือนกับเรา

0
กำลังโหลด
แป๋งแป้ง Member 4 ส.ค. 54 18:28 น. 6

หนูเรียนทั้ง TOR ทั้ง CAS ท้อเลยค่ะคาบว่างก็ไม่มีแถมยังต้องมาทำกิจกรรม CAS อีก เวลาก็ไม่มีสุดท้ายก็วุ่นไปหมดเลย 

0
กำลังโหลด
[A]quarius',, Member 4 ส.ค. 54 18:41 น. 7
TOK หัวข้อยากมากเลยค่ะ

EE ให้เลือกเองแต่ว่ายังเรียนไม่ถึงไหนเลย T^T

CAS Orz มาก ไม่รู้จะทำอะไรดี คาบว่างไม่มีเลย
0
กำลังโหลด
112 4 ส.ค. 54 18:59 น. 8
เห็นด้วยเลยเรื่องเที่ยวผับ เจอบ่อยมาก ไม่ใช่แค่ผับอย่างเดียว ห้างก็เยอะ ยิ่งดึกมากๆยิ่งเยอะ แถมตอนนั้นยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย  
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ZinkeRz Member 4 ส.ค. 54 22:18 น. 10
อะโหหห เครียดกันสุดๆ T^T
เคยได้ยินว่าที่สิงคโปร์เรียนกันเครียดมากๆ
แต่ไม่คิดว่าจะเครียดกันขนาดนี้นะเนี่ย
ขนาดที่ไทยเราว่าเครียดแล้ว ดุท่าที่นั่นจะหนักยิ่งกว่า 55 5
สู้ๆค่า ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เลิฟ คยูมิน Member 5 ส.ค. 54 23:18 น. 13

เห็นด้วยกับที่บอกว่า หัวเราะสำเนียงคนอื่น ทั้งที่สำเนียงตัวเองน่ะแย่กว่าอีก

พวกเนี๊ยะ น่ารำคาญ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เพนกวินบ๊องๆ Member 6 ส.ค. 54 05:13 น. 15


IB เทอมสุดท้าย นรกแตกมากๆ ทั้ง EE, CAS, TOK, IA, oral presentation 
สุดท้ายไม่ได้ extra point ซักกะคะแนน (หรือเราโง่เอง??)

0
กำลังโหลด
เดกสิงคโปร์ 7 ส.ค. 54 00:16 น. 16
อยากบอกว่า เราเป็นคนนึงที่เรียนที่สิงคโปร์มาสี่ปีแล้วและก็เรียนที่โรงเรียนรัฐบาลแบบสอบเข้าด้วย
มันก็กดดัน ความเครียดสูงอย่างที่บอกๆกันอะนะ
แต่พอเรียนจบมา จบมอ6ที่โน่นอะ
เราก็เพิ่งเห็นว่า สิ่งที่เขาพยายามสอน อยากให้เราเป็น
สิ่งที่มันกลายเป็นนิสัยเราโดยไม่รู้ตัวนี่หาค่าไม่ได้เลย
แบบไม่ใช่สิ่งที่จะมีคนมาสอนๆให้ มันต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมcreditประเทศนี้ถึงดี
ของๆเขาดีจริงค่ะ
รับรอง!! =)
ps:ตอนที่เราอยู่ไทยก็ไม่ได้อยู่อินเตอร์ด้วย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Glorious Korn Member 7 ส.ค. 54 20:12 น. 18
โรงเรียนเรามี CAS กับ TOK อ่ะ!! ไม่รู้มีไปทำไม ไ่ม่ได้อะไรเลย TTwTT เสียเวลามากๆ เหนื่อย แถมยังมีวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์แล้วก็วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบอีกที่แยกออกมาจากวิทย์หลักอ่า TT^TT เหนื่อยมากๆๆ!!!!!!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด