ชีวิตเด็กนอกในอเมริกา กับเรียงความหัวข้อฮาๆ แบบนี้ก็มีด้วย !

          สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกวันพฤหัส ^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากในวันนี้ บอกได้คำเดียวว่าเจ้าของเรื่องน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก >< กับชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนในอเมริกาที่อ่านแล้วเพลินดีจริงๆ ไม่รอช้าแล้ว ไปอ่านเลยดีกว่า

 

          สวัสดีค่ะ เราชื่อพัดชา ลี้ไพบูลย์ ชื่อเล่น "เเพรว" (แต่เพื่อที่นู่นจะเรียกชื่อจริงเรากัน เพราะมันออกเสียงง่ายกว่าชื่อเล่น)  แพรวไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกากับโครงการ IEE THAILAND ในปีที่ผ่านมา แพรวได้ไปอยู่รัฐมิชิแกน เมือง Greenville  เป็นเมืองขนาดกลางที่ไม่วุ่นวาย แล้วบ้านที่เราอยู่ก็ถือว่าเป็นทําเลที่่ดีเลยเชียวล่ะ เดินออกจากบ้านไปประมาณ 10 นาที ก็จะเจอดาวน์ทาวน์ หรือถ้าเดินไปอีกทาง ก็จะเจอ Meijer (เป็นห้างคล้ายๆ Lotus บ้านเรานั่นเอง) แล้วโรงเรียนที่เราอยู่ก็ไม่ไกลไปจากบ้านซะเท่าไหร่ คือถ้าให้โฮสท์ขับรถไปส่งก็ประมาณ 5 นาที แต่ถ้านั่งรถบัสของโรงเรียนก็ประมาณ 15 นาที ที่ช้ากว่าก็เพราะว่าเค้าจะต้องจอดรับ-ส่งเด็กคนอื่นๆ ด้วย

          ตอนอยู่ที่นั่นช่วงแรกๆ เราทําอะไรที่โก๊ะๆ ไว้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นตกเครื่องบิน หลงทาง หรืออะไรก็แล้วแต่ 55555  แต่จําได้เลยว่าพอไปถึงอเมริกาวันแรก โฮสท์ mom ก็พาไปที่โรงเรียนไปเลือกวิชาเรียนเลย ซึ่งตอนนั้นเราก็แบบเพิ่งจะถึง แล้วก็รู้สึกเหนื่อยมากๆ แถมไปวันแรกนี่แบบฟังยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เรื่องการพูดก็มีปัญหา พอไปถึงที่โรงเรียน อาจารย์เค้าก็เอาวิชาเรียนมากางให้ดู เราก็แบบ นี่อะไรคะ? นั่นอะไรคะ? โน่นอะไรคะ? คือเราไม่รู้ว่าจะต้องเรียนอะไรดี เพราะถ้าเป็นที่เมืองไทย เราก็จะเรียนไปตามหลักสูตรที่โรงเรียนจัดให้ สุดท้ายแล้วอาจารย์กับโฮสท์ก็ช่วยเราเลือกจนเสร็จ ครบทุกวิชา

         ไปโรงเรียน 2 วันแรก ก็รู้สึกงงอะไรหลายๆ อย่าง เพราะยังไม่คุ้นกับสถานที่ วันแรกก็เข้าห้องเรียนผิด แล้วก็แบบไปนั่งเรียนกับเค้าทั้งคาบเลยนะ คือตอนนั้นมีเพื่อนอีกคนก็เข้าห้องผิดเหมือนกัน เพราะเค้าถามแพรวว่า นี่เราต้องไปห้องไหน ด้วยความมั่นใจแพรวก็บอกว่า ห้องนี้! ปรากฎว่าก็มาผิดห้องทั้งคู่เลยค่ะ พอวันที่สองก็หลงทางตอนกลับบ้านค่ะ คือเพิ่งมาถึงแค่สองวันไง แถมในตอนนั้นท้องฟ้าที่นี่ก็ไม่เหมือนบ้านเรา คือช่วง 7 โมงเช้าบางทีก็ยังมืดๆ อยู่เลย แถมตอนกลางคืนประมาณ 2-3 ทุ่ม ก็ยังสว่าง เหมือน 4 โมงเย็นเลยค่ะ ตอนนั้นก็ยังจําไม่ได้ว่าบ้านตัวเองรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง 555 เพราะพอออกจากบ้านมาก็ขึ้นรถบัส พอกลับมาก็เข้าบ้านเลย สุดท้ายแล้ว ในวันนั้นคนขับรถประจําทางเค้าก็โทรไปถามที่โรงเรียนแล้วก็พาเรามาถึงบ้านจนได้  พอมานั่งนึกตอนนี้ ก็รู้สึกเขินตัวเอง ขนาดบ้านตัวเองยังจําไม่ได้เลย แต่ตอนนี้จําได้แล้วนะคะ จําได้ขึ้นใจเลย >////<

          โรงเรียนที่แพรวเรียนมีชื่อว่า Grattan Academy High School พอได้ยินชื่อโรงเรียนตอนแรกนี่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะเข้าบ้าน AF ยังไงก็ไม่รู้ แบบมี Academy ด้วยอะไรประมาณนี้ด้วย โรงเรียนที่แพรวเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมากๆ คือทั้งโรงเรียนมีเด็กนักเรียนประมาณ 115 คน นี้คือรวมกับเด็ก Middle school แล้วนะคะ จําได้ว่าตอนนั้นจะมีความคิดอยู่ 3 อย่าง คือ 1. ก็ดีนะ โรงเรียนเล็กๆ  2. เริ่มเรียนๆ ไป ก็รู้สึกอยากย้ายโรงเรียนเพราะรู้สึกว่าเด็กน้อยไป แล้วก็เด็กโตในโรงเรียนส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน 3. คือได้เรียนโรงเรียนนี้ก็โชคดีเหมือนกันนะได้เพื่อนหลายชาติดี แล้วก็โรงเรียนดูอบอุ่นมากค่ะ แถมเวลาจะทําเรื่องอะไร ก็ง่ายมากๆ

 

          ที่บอกว่าได้เพื่อนหลายชาติก็คือ ในโรงเรียนแพรวมีนักเรียนแลกเปลี่ยนประมาณ 33 คน (ไม่ค่อยเเน่ใจกับจํานวนคนซักเท่าไหร่นะคะ แต่จําได้่ว่าหลัก 30+ ค่ะ)  มีนักเรียนมาจากประเทศเม็กซิโก (ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นรูมเมทแพรวเองค่ะ) สเปน บราซิล จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้  เวียดนาม ไทย อาร์เจนตินา โปแลนด์ มองโกเลีย คาซัคสถาน เยอรมนีออสเตรีย หลายประเทศมาก จนจะเป็นโรงเรียนนานาชาติขนาดย่อมเยาว์ได้แล้วหล่ะค่ะ 5555  แพรวว่ามีเพื่อนหลายๆ ประเทศก็ดีนะคะ คือมันทําให้เราได้รู้ว่าสําเนียงภาษาอังกฤษของแต่ละประเทศเป็นยังไง ถ้าฟังดีๆ สําเนียงเค้าจะต่างกัน

          มาพูดถึงวิชาที่แพรวชอบมากที่สุด คงจะเป็น English Elective ค่ะ คือเค้าชอบให้เราเขียนเรียงความแบบใช้ความคิดที่อิสระมากๆ หัวข้อที่เค้าให้มาก็จะแปลกๆ เช่น

- ถ้าคุณเป็นลูกไหมพรมที่เเมวเขี่ยเล่น คุณจะรู้สึกยังไง?
- ถ้าคุณเป็นกระดาษที่กําลังจะถูกเครื่องบดกระดาษบดเข้าไป คุณจะรู้สึกอย่างไร? 
- ช่วงเวลาเร่งด่วนของคุณคืออะไร???
- แล้วก็มีช่วงหนึ่งอาจารย์ที่สอนเค้ากําลังจะแต่งงานค่ะ เค้าก็ให้เขียนเรียงความประมาณว่า ให้คําแนะนํากับเค้า เกี่ยวกับเรื่องที่เค้าจะแต่งงานค่ะ

          ซึ่งการเขียนเรียงความแบบให้คะแนนแบบนี้ ในประเทศไทยไม่มีแน่ๆ แต่แพรวว่ามันก็แปลกดีนะ  อีกวิชาก็คือศิลปะ คือเค้าสอนสิ่งที่เป็นศิลปะจริงๆ และงานชิ้นสุดท้ายก็คือ เค้าจะให้วาดรูป 8 รูป แล้วก็นําเสนอเค้า เสร็จแล้วเค้าก็จะนําผลงานของเราไปจัดแสดงโชว์ แล้วเค้าก็จะให้เราวางกระดาษกับกล่องเอาไว้ค่ะ เพื่อให้คนที่มาดูเขียนแสดงความคิดเห็น แล้วก็ถ้าใครอยากจะประมูลซื้อ ก็เขียนกระดาษแล้วก็เบอร์โทรทิ้งเอาไว้ค่ะ ส่วนหัวข้อที่แพรวตั้งไว้คือ แพรววาดเกี่ยวกับประเทศไทย แล้วก็มีรูปหนึ่งอาจารย์ศิลปะเค้าขอซื้อค่ะ รูปนั้นคือรูปรถตุ๊กๆ เค้าคงเห็นว่าเป็นรถที่แปลกดี แพรวก็เลยให้เค้าไปเลย ไม่คิดเงินค่าาา 555

 

          แพรวว่าแพรวโชคดีมากๆ ที่เจอ Host family ที่ดีมากๆ ทั้ง Host dad, Host mom, Host sister, Host brother, แล้วก็นักเรียนแลกเปลี่ยนอีกคนที่เป็นรูมเมทกัน  ที่บ้านนี้เค้าจะมีอาหารเช้ามื้อใหญ่ทุกๆ วันอาทิตย์ แล้วก็อาหารเย็นที่ได้นั่งทานกันทั้งครอบครัวในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ค่ะ แพรวว่าเค้าทําแบบนี้ดีมากๆ เพราะ Host dad แพรวจะทํางานเกือบทุกวัน ซึ่งบางทีพอเค้ากลับมาถึงบ้าน ลูกๆ เค้าก็จะเข้านอนกันแล้ว หรือไม่ก็ไม่ได้มานั่งอยู่ด้วยกัน ดังนั้นตอนนั่งทานอาหารมื้อใหญ่ในแต่ละมื้อ เค้าก็จะนั่งคุยกัน เล่าเรื่องกัน ในช่วงแรกๆ แพรวก็ไม่กล้าพูดซะเท่าไหร่ แต่พออยู่ไปนี่เล่าเรื่องตลกได้เลยค่ะ แพรวก็ชอบเล่าเรื่องที่แพรวทําอะไรเปิ่นๆ ในแต่ละวันให้เค้าฟัง Host dad ก็จะชอบแกล้งแพรวเล่นค่ะ เวลานั่งดูทีวี Host dad ก็จะคอยอธิบายให้ฟัง เพราะบางทีเราเข้ามานั่งดูตอนกลางๆ เรื่อง เค้าก็จะพยายามพูดช้าให้เราเข้าใจในช่วงเเรก แล้วเค้าก็จะชอบสอนแพรวออกสําเนียง  เราชอบนั่งคุยกันถึงเรื่องชีวิตของคนเรา ซึ่งเราก็มีทัศนคติอะไรหลายๆ อย่างตรงกัน แล้วเค้าก็ชอบสอนนู่นสอนนี่ ส่วนแพรวก็ชอบนั่งฟังเค้า เอ้อ! อีกอย่างก็คือ เค้าชอบทําอาหารมาก บางทีเค้าก็ดูวิธีทําในรายการทีวี แล้วก็มาลองทำ ฝีมือนี่แบบ อย่างงี้เลยค่ะ!!!  อร่อยมากกกกกกกก!!!

          วันนึงเราก็นั่งคุยกัน เค้าก็บอกว่าเค้าอยากให้เราเป็นลูกสาวเค้าจริงๆ แพรวก็บอกเค้าว่าแพรวก็อยากให้เค้าเป็นพ่ออีกคนของเราจริงๆ เหมือนกัน  เราก็เลยตกลงกันว่า เค้าเป็นพ่อชาวอเมริกันของแพรว แล้วเเพรวก็เป็นลูกสาวชาวเอเชียของเค้า ส่วน Host mom เเพรวก็คุยกับเค้าทุกเรื่องเหมือนกับ Host dad ค่ะ คือเค้าก็จะเข้าใจเราทุกอย่าง  ถ้าอยากจะไปซื้อของหรือไปทริปกับเพื่อน ถ้าเราขอเค้า เค้าก็ให้ไปค่ะ เพราะเค้าจะเห็นว่าเราโตแล้ว แล้วก็ตัดสินใจเป็น รู้จักการป้องกันตัว และที่สําคัญคือ เค้าไว้ใจเราค่ะ ส่วน Host sister แล้วก็ Host brother เราก็เข้าไปคุยกับเค้าได้ตลอดค่ะ แพรวจะสนิทกับน้องสาวมากกว่า ดังนั้นเวลาแพรวมีงานที่จะต้องพรีเซนต์ แพรวก็จะถามเค้าเลยว่า ว่างมั้ย? มาช่วยฟังเราออกสําเนียงหน่อยได้มั้ย?  555 เค้าก็จะมาช่วยตลอดค่ะ :)

 

          นอกจากนี้ ตอนอยู่ที่นู่น แพรวก็จะเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนคือ แพรวเข้าร่วมทีมวอลเล่ย์บอล แล้วก็ทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนค่ะ แพรวว่าการเข้าร่วมกิจกรรมที่นู่นดีมากๆ เพราะว่านอกจากจะได้เพื่อนแล้ว ร่างกายเรายังเเข็งเเรงอีกด้วย อีกอย่างคือ ช่วยควบคุมนํ้าหนักค่ะ (อันนี้สําคัญมาก 5555) แล้วก็ในชั้น Senior ที่โรงเรียนแพรว เค้าจะมีขายขนม เครื่องดื่ม แล้วก็พิซซ่ากันตอนพักเที่ยงค่ะ แล้วเราจะจะเก็บเงินที่ได้มาตลอดทั้งปีนั้นไปเที่ยว Senior trip กัน ซึ่งปีของเเพรว เราเก็บเงินได้ประมาณ $ 8000 อาจารย์บอกว่าปีนี้เราเก็บเงินได้เยอะ เค้าก็เลยพาพวกเราไปที่ Virginia Beach ค่ะ ซึ่งบ้านพักก็อยู่ติดมหาสมุทร ตอนเช้าก็จะเห็นปลาโลมา เอาจริงๆ แล้ว แพรวว่าเหมือนความฝันมากๆ ค่ะ แล้วทริปครั้งนั้นสนุกมากๆ นอกจากนั้นก็จะมีไปบ้านพักคนชรากับองค์กร ไปเล่าเรื่องประเทศของเราให้เค้าฟัง ซึ่งคนชราที่นั่นเค้าดูแข็งแรงกันทุกคนเลยค่ะ แล้วก็ได้มีโอกาสได้ลองตกปลาในน้ำแข็งอีกด้วย สนุกมากๆๆ

          หลังจากกลับมาจากโครงการแลกเปลี่ยน เรารู้สึกได้เลยว่า การไปเเลกเปลี่ยนครั้งนี้ สิ่งที่เราได้มานอกเหนือจากความรู้นั่นก็คือประสบการณ์ ที่เราไม่สามารถหาเอาได้ง่ายๆ พอเรานึกถึงเรื่องราวในปีที่แล้วทีไร เราก็รู้สึกว่าอยากกลับไปทุกๆ ครั้ง แพรวก็อยากให้เพื่อนๆ ลองไปสอบเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนกันทุกคนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรก็แล้วแต่ เพื่อเราจะได้ไปใช้ชีวิตในฉบับนักเรียนแลกเปลี่ยน แล้วเราจะได้รู้จักตัวเราเองมากขึ้นเยอะเลยค่ะ แถมยังได้รู้อีกว่าคนที่สําคัญที่สุดที่คอยอยู่เคียงข้างเรา ไม่ว่าเราจะทุกข์หรือสุข ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ คนๆ นั้นก็ก็คือคนในครอบครัวของเรานั่นเอง : )))


           แหม เรื่องเล่าก็สนุก น้องแพรวก็น่ารัก ช่างเป็นอะไรที่ perfect เยี่ยงนี้ ฮ่าๆๆ กินอะไรเล่าเธอถึงได้งามแสนงาม ^^ แถมยังโชคดีมากๆ เลยที่ได้เจอโฮสท์ที่น่ารักและเป็นกันเองขนาดนี้ น่าอิจฉาซะจริงๆ เลย ... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยนะคะ แล้วเจอกันจ้า

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน

 

 


เมื่อเด็กไทย ... อยากเล่าความประทับใจ
ต่อครูคนใหม่ ณ อเมริกา


"ครูที่ปรึกษา ครูอังกฤษ ครูเคมี"

Available on Dek-D.com, Study Abroad
Thursday 8 Sep 2011.

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

32 ความคิดเห็น

MicKeynova Member 1 ก.ย. 54 04:51 น. 1
 อ่านเเล้วสนุกมากๆๆ เห็นภาพเลย โดยเฉพาะทริปไปกับโรงเรียนคงจะสนุกมากเเน่ๆๆ เดี๋ยวต้องต่อคิวเขียนเรื่องส่งพี่เป้อีกเเล้ว เพราะตอนนี้ เด็ก High school อย่างมีน มาเป็นเด็ก College กับเขาเเล้ว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ยาou 1 ก.ย. 54 13:40 น. 6
บางทีการสอบเข้าแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ไป จริงๆค่ะ เพราะเจอมากับตัว คือไม่ได้โฮสก็เลยไม่ได้ไป ทั้งๆที่(ทำวีซ่าแล้ว ดรอปแล้ว ซื้อทุกอย่าง ทำฟัน ฉีดวัคซีน จ่ายเงิน เรียนพิเศษเพิ่ม ...อีกเยอะ) ทำไงดีคะระหว่าง อยู่เฉยๆ รอเงิน(ที่จะคืนหรือเปล่าก็ไม่ทราบ) รอโฮส (ที่ไม่มีทางได้มั้งเหลือแค่7วัน) เรียนเอกชน(2แสน8หมื่น หรือ1แสน8หมื่น ค่าหอ โรงเรียนประจำ ประมาณ7พันดอล) โดบรวมที่เสียไปทั้งหมด เอาทุนไปเองดีกว่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
AGIUS 2 ก.ย. 54 04:56 น. 13
คนที่มาแลกเปลี่ยนส่วนมาก มักจะมาปีเดียวแล้วกลับ แล้วก็รู้สึกอยากมาอีก

แต่คนที่ต้องอยู่เป็นปีๆ อยากกลับไปไทยใจจะขาดด T^T คิดถึงทุกอย่างมากกก
0
กำลังโหลด
MicKeynova Member 2 ก.ย. 54 05:28 น. 14
 เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 13 เราอยู่นานๆ นิสัยคนที่นี่เราจะเจอจนเผยธาตุเเท้กันออกมา ฮ่าๆๆ เเต่เพื่ออนาคตต้องอดทนเนอะ เหมือนเขาบอกไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรา
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
จัส .♥ Member 3 ก.ย. 54 19:38 น. 18

พี่แพรวน่ารักมากกกกกกกกก >//< 
- จากที่อ่านมาแล้วอยากไปมากเลยโฮสดีเพื่อนดีที่เรียนดีโหยยย อิจฉาอะอยากไปเลย T_T

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
.... 5 ก.ย. 54 01:07 น. 20
เดือนหน้าเราก็จะไปเรียนต่อมหาลัยที่อเมริกาแล้ว

กลัวมากกกกกกก แต่พออ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นมาเลย ได้เจอแต่สิ่งดีๆ น่าอิจฉา:)

ขอบอกว่าภาษาอังกฤษเราห่วยมากกกกกกกก ไม่กล้าพูด ฟังไม่ออก ห่วยสุดๆ!

แต่ก็ต้องพยายามเพื่ออนาคต
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด