|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .. เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกๆ วันพฤหัส ^^ ช่วงนี้หลายคนคงหน้าดำคร่ำเครียดกับเหตุการณ์น้ำท่วม ยังไงขอเป็นกำลังใจให้นะคะ เราต้องผ่านมันไปด้วยกันสิเนาะ !!
เอาล่ะ เพื่อเป็นการคลายเครียด ขอแนะนำให้อ่านเรื่องประสบการณ์เด็กนอกวันนี้เลยค่ะ เพราะอ่านแล้วรับรองอารมณ์ดีแน่นอน กับเรื่องของ "เตเต้" กับประสบการณ์ work & travel สุดแซบที่สุดในสามโลก เตรียมฮากันได้เลย ^____^

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาวเด็กดี พี่ชื่อ "เตเต้" พี่กำลังศึกษาอยู่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปี 3 เอกวิทยุและโทรทัศน์ พี่โดนรุ่นพี่เรียกไปออกรายการต่างๆ อยู่บ่อยๆ ที่น่าจะจำกันได้ก็คือรายการรถไฟรัก กับใน Thailand's Got Talent นั่นคือผลงานบางส่วนของพี่
เข้าเรื่อง Work and Travel เลยละกัน พี่อยากไปอเมริกาเพราะอยากไปบันไดแดงกลาง Time Square , New York เลยหาเรื่องไป USA และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไป จึงคิดว่าการไป Work and Travel คงเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด พี่จึงไปหาเอเจนซี่แห่งหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ย เพราะว่าเขาทำพี่แสบมากๆ) พี่โดนเปลี่ยนงานบ่อยมากก่อนไปประมาณ 3-4 งาน เขาเปลี่ยนให้พี่ทั้งๆ สอบสัมภาษณ์เสร็จแล้ว โดยอ้างว่าบริษัทที่อเมริกาไม่รับคนไทยในปีหน้า (พี่หน้าตึง .. แล้วพี่ล่ะ?) จนทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ได้ไปทำงานที่สวนสนุก Six Flag แถวๆ New England และเมื่อทุกอย่างพร้อม การเดินทางของพี่ก็เริ่มขึ้น
พี่เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน China Airline ไปเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน ก็นั่งต่อระยะยาวจากไต้หวันไป Los Angeles ยาวนานมาก พี่ไม่ทำอะไรนอกจากตื่นมากินอาหาร แล้วก็หลับเป็นช่วงๆ ว่างๆ ก็หยิบกล้องวีดีโอมาถ่ายเล่น!! หลายคนก็ตกใจกับพฤติกรรมอันประหลาดนี้คือ คุยคนเดียวแล้วหัวเราะ (ซึ่งชีวิตจริงคุณพี่ก็เป็นเช่นนั้น 55) ก็เลยไม่รู้สึกว่าประหลาด เพราะไม่มีอะไรทำให้ประหลาดไปกว่าเกิดมาเป็นตุ๊ดอีกแล้ว บอกเลย 555+

พอถึงอเมริกา ก็จะมี immigration หรือด่านตรวจคนเข้าเมือง ปรากฏว่าเราเป็นคนไทยคนเดียวเท่าที่เห็นที่เดินทางมากับสายการบิน China Airline เลยงงๆ ภาษาอังกฤษก็พูดงงๆ ไม่รู้เรื่อง พี่ก็ชี้นั่นชี้นี่ไปหมดแหละ คือตอนนั้นคิดว่าจะต้องทำยังไงก็ได้ให้เข้าประเทศ ก็ได้เจอกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แล้วหน้านาง งง มาก เพราะตอนนั้นเราผมยาว หล่อนแล้วมองอีก พร้อมคิดในใจ "มันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย" พี่อ่านสีหน้าออก พี่โดนสอบถามเยอะมาก เพราะเค้าคงนึกว่าจะมาขายบริการประมาณนั้นแหละ สีหน้าดูถูกเรามาก!
ตอนนั้นคิดในใจ "ขอให้เข้าประเทศหล่อนได้ก่อนนะ เหอๆ ถ้าเจอที่ข้าวสารล่ะก็ .. จะให้ตุ๊ดทั้งซอย ยำบาทา" เป็นความคิดที่หยาบมาก พี่บอกเลย 5555 แต่ถ้าเทียบกับสีหน้าที่เค้ามองเราตอนนั้นก็สาสม เราพูดจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด สุดท้ายก็รอดมาได้เพราะเราก็มาถูกกฏหมายทุกอย่าง
พอออกมาข้างนอก พี่สัมผัสถึงอากาศที่หนาวสักประมาณ 15 องศา ยิ่งทำให้พี่ตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มากๆ และอีกสิ่งมหัศจรรย์คือ คนที่นั่นจะเรียกคุณพี่ว่า "มาดาม" คงนึกว่าพี่เป็นผู้หญิง (แต่หน้าอกแฟบบบ!! ) พอมาเอากระเป๋า ปรากฏหากระเป๋าไม่เจอ เพราะมันสภาพแย่มาก อย่างกับเอากระเป๋าเดินทางพี่ไปตั้งในม๊อบขณะปะทะเจ้าหน้าที่ แต่ยังดีที่ไม่ได้เสียหายอะไรมาก แค่พี่จำกระเป๋าพี่ไม่ได้ 5555 แล้วก็นั่ง Taxi ไปที่พักด้วยตนเอง ,, ค่ารถก็ 39$ แล้วให้ทิปอีก 10$ คือจริงๆ ไม่ต้องให้ก็ได้ ที่ให้เพราะในหนังสือคู่มือของโครงการบอกว่าควรให้ เลยจ่ายไป

สำหรับที่พักนะคะ โชคดีมากเพราะมีเพื่อนธรรมศาสตร์อยู่ห้องติดกัน คือพี่อยู่ห้อง 117 เพื่อนอยู่ห้อง 119 กับ 121 คือเรียงติดกัน เพราะถ้าเป็นลงท้ายเลขคู่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามค่ะ พี่แฮปปี้กับทุกคนมากๆ ที่พักพี่หิมะเพิ่งหมดก่อนมา 3 วัน ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่ชินและหนาวมาก อากาศประมาณ 5-8 องศาเซลเซียส เป็นอะไรที่แปลกตา ต้นไม้ที่ไม่มีใบ ต้นหญ้าแห้งกรอบสีน้ำตาล มีกองหิมะสกปรกประปราย แต่โชคดีแถวที่พักมี Starbucks ค่ะ สวรรค์เลย 5555+ แถวนั้นก็จะเป็น Square ซึ่งไม่รู้จะบอกเป็นภาษาไทยว่าอะไร คล้ายกับห้องแถวที่แต่ละห้องเป็นร้านค้า โดยจะมีที่จอดรถเยอะมาก อารมณ์โลตัสบิ๊กซีค่ะ แต่เปลี่ยนจากบิ๊กซีเป็นห้องแถวห้องละกว้างๆ ใหญ่ๆ แต่เป็นร้านค้าต่างๆ หรือร้านบริการต่างๆ ตั้งแต่ Supermaket ขายเนื้อขายผัก และของกิน คล้ายๆ TOPS มีร้านเสื้อผ้า OLD NAVY มีร้านขายหนังสือ กระทั่งมีร้านรับสระขนหมา !! มีหมด อยู่แถวนั้นครบจริงๆ

สำหรับการทำงาน หัวหน้างานเรา (Supervisor) ชื่อ Dan พี่ก็แอบเดาว่าผู้ชายคนนี้หน้าติ๋มๆ นะ พอเจอเฟซบุค บอกเลยเป็นเกย์ แรกๆ ยอมรับดูไม่ออก ตอนนี้โปรมากๆ บอกเลย ส่วนเพื่อนร่วมงานนั้นมีหลายชาติ บางคนก็แอบเหยียดเชื้อชาติ พี่ก็ไม่ค่อยคุยกับพวกนั้นหรอก พี่ไม่แคร์ ตุ๊ดไทยเลิศกว่าตุ๊ดใดในโลก!!
และที่รับไม่ได้คือ พี่เป็นพนักงานชาย(แต่ผมยาว) เจ้านายบอกให้ตัดผม เมื่อรู้ว่าต้องตัดผม ก็ร้องไห้เลย ถึงแม้มันจะไม่เป็นทรงแต่เป็นการไว้ผมที่ยาวที่สุดในชีวิต ให้ตายเถอะ สุดท้ายพี่ต้องตัดผมสั้นไปทำงานในฐานะพนักงานชายคนนึง แต่บอกเลยว่า ขนาดตัดผมสั้นแล้ว หน้าคุณพี่ยังสวยค่ะ 555 เลยเขียนในป้ายชื่อว่า " TETAY HOSTRESS แปลว่า เตเต้ พนักงานหญิง " คำเดียว!!!! ตัดผมสั้นแล้ว ยังนึกว่าพี่เป็นผู้หญิงอีก 555.. เป็นสิ่งที่ทำให้เราอมยิ้มได้ทุกครั้ง ส่วนค่าแรงนั้น เงินที่ได้ชั่วโมงละ 8$ แต่ทำงาน สัปดาห์ละ 3 วันเพราะ ตอนนั้นเพิ่งพ้นหน้าหนาว คนยังน้อยอยู่ ก็ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง มีพัก 1-2 ครั้ง แล้วแต่วัน พักได้ครั้งละ 45 นาที ตอนเช้าจะมี School Bus มาส่งแล้วตอนเย็นก็มารับ ช่วงแรกๆ เหนื่อยมาก เพราะยังปรับตัวไม่ทัน ทำงาน 9 โมง ถึง 3 ทุ่มกว่า ต้องกวาดและเช็ดเครื่องเล่นด้วย :')

แต่เมื่อมีเรื่องดี ก็มีเรื่องแย่ ช่วงนี้อยากให้ดอกจันเน้นตัวใหญ่ๆ เพราะนานๆ จะพูดแง่ร้าย เรื่องของเรื่องคือเราโดนออกจากงานสวนสนุก จากความผิดที่เราไม่ได้ทำ แต่เราต้องรับผิดชอบกันไปเป็นทีม แล้วเราก็แก้ตัวไม่ถูก เพราะตอนนั้นตกใจและภาษาอังกฤษไม่ดี สรุปคือเราโดนออกจากงาน คือเราต้องกลับไทยในสัปดาห์นั้นเลย ตกใจมากและร้องไห้ถี่มาก เพราะไม่อยากกลับ มาขอให้เอเจนซี่ช่วย เค้าก็บอกช่วยไม่ได้
สุดท้ายโชคดีมาก เพราะหางานใหม่ได้ คือทำงานร้านอาหารไทยด้วยความช่วยเหลือจากคนไทย ต้องขอบคุณไว้ที่นี้เลยคือ น้าตู่ พี่คอน พี่มิ้น พี่หนูนา อานิคกี้ ขอบคุณทุกๆ คนมาก ทุกคนคือผู้มีพระคุณ น้าตู่ผู้เป็นเจ้าของร้านก็โทรไปบอกเจ้านายเก่าของเราว่า เราได้งานใหม่แล้ว ยังจะต้องกลับไทยมั้ย เจ้านายก็บอกว่า ได้งานใหม่แล้วก็ไม่เป็นไร แล้วสรุปตอนแรกทำไมต้องไล่กลับไทยด้วย ??? ส่วนเอเจนซี่นี่ไม่ต้องพูดถึง เออออห่อหมกไปกับเจ้านายเก่า เรียกได้ว่าเป็นเอเจนซี่ที่แย่มากๆ ไม่อยากให้เด็กไทยโดนหลอก ดิฉันเรียนวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ โดนสอนมาเสมอว่า เราต้องเป็นที่พักพิงของประชาชน อย่างน้อยดิฉันก็คิดว่า การเล่าเหตุการณ์ที่เป็นความจริงที่อ่านแล้วน่าตกใจเช่นนี้ คงเกิดประโยขน์ไม่มากก็น้อย เพราะถ้าไม่โดนก็ไม่กล้าบอก เพราะเป็นข้อความที่หมิ่นประมาทหนักอยู่ แต่ในเมื่อมันเป็นความจริง ดิฉันขอกล้าพูดเพื่อสังคม ถ้าดิฉันโดนฟ้อง ช่วยดิฉันด้วยนะคะ 555555+

มาถึงเรื่องที่อยากเตือน อันนี้บอกกันตรงๆ เพราะว่าเราเปิดใจกันและเรารู้ว่ามีหลายคนต้องการรู้ประเด็นนี้ เป็นประเด็นสำคัญในการไปเวิร์ค ก็คือเรื่องอย่างว่าแหละ เพราะน้องๆ หลายคนพอไปก็แบบว่าทำตัวแรงอะไรเงี้ย จงคิดว่าคนแรกของเราอาจเป็นคนที่ร้อยของใครก็ไม่รู้ ?? เตือนๆ กันตามประสาพี่น้องนะ อีกด้านก็ยังมีคนที่ดูถูกเราเช่นกัน ทั้งเชื้อชาติ ทั้งเป็นคนดำ ทั้งความเป็นเอเชีย ทั้งความโง่ภาษา และเป็นตุ๊ด ,, แต่เราก็ไม่แคร์นะ เพราะชั่งน้ำหนักดูแล้ว คนดีๆ เข้ามาในชีวิตเรามากกว่าคนไม่ดี ก็อย่าใส่ใจ มันทำให้เราอดทน อดกลั้น เปลี่ยนความโกรธเป็นการพัฒนา
แต่พอประมวลทุกอย่าง เราคิดว่าเรายังไม่เต็มที่กับอเมริกาเท่าไหร่ เพราะเรายังไม่ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ เช่น ดูบรอดเวย์ที่นิวยอร์ค (ตั๋วเรื่องที่อยากดูเต็ม เลยอดดู T^T) อยากมีแฟนดีๆ ที่นั่น อยากเรียนที่นั่น อยากเป็นศิลปินที่นั่น คืออยากแสดงอะไรสักอย่างให้คนดู แล้วเปิดกล่อง ประมาณนั้น ดูติสท์ดี ชอบ 55555+ ,, เราว่าสิ่งเหล่านี้แต่ละคนไม่เหมือนกันหรอก ถ้าอยากรู้ก็ต้องไปเท่านั้นแหละถึงจะรู้คำตอบ อาจเป็นเพราะเราเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก

สุดท้ายอยากบอกว่า ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้เตเต้ อิ่มและมีความสุขกับการเดินทางมาก คุณพี่มีความฝันว่า อยากมีรายการ Reality เป็นของตนเอง และแล้ววันนี้คุณพี่ก็ทำได้ด้วยตัวคุณพี่เอง (แล้วถ้าใครดูแล้ว สนใจเอาดิฉันเป็นพิธีกรหรืออะไรดิฉันทำหมด ดิฉันชอบเป็นพิธีกร เที่ยวๆ กินๆ 5555555 สนุกดี ) พี่ภูมิใจในตัวเองมากที่สุด ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางของเรา แม้เป็นการเดินทางสั้นๆ เพียง 2 เดือน แต่เราบอกเลยว่า ทุกย่างก้าวของชีวิตสุดแสนมีค่า ขอบคุณเพื่อนๆ SFNE , คนไทยที่ช่วยเหลือเตเต้ทุกคน :') ,, และสุดท้าย คุณพ่อกับคุณแม่ .. ผู้สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ .. ลูกคงไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์แบบเหมือนชายอื่นทั่วไทยที่เกิดมาแล้วต้องชอบผู้หญิง แต่ลูกมีความสุขมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ จนทำให้ลูกมีผลงานครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ รักมากๆ บอกเลย :') ..
สุดท้ายขอให้เก็บบันทึกการเดินทางครั้งนี้ไว้ในใจทุกคนด้วย ,, และขอให้ท่านส่งต่อสมุดบันทึกเล่มนี้ไปให้ทุกคนที่จะไป Work !! มันเป็นยิ่งกว่าคู่มือหนังสือเดินทาง เพราะมันคือการบอกต่อของสุดยอดประสบการณ์การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ ที่ตุ๊ดไทยเท่านั้นที่ทำได้!!!!
Princess Elizabeth Tetay ผู้เดินทาง
ps. สามารถสอบถามเรื่องราว และประสบการณ์ต่างๆ ของพี่เตเต้ได้ในแฟนเพจของพี่เตเต้ได้ที่นี่ค่ะ http://www.facebook.com/pages/Princess-Elizabeth-Tetay-FanPage/100929559994020
โอ้โห เรียกได้ว่าได้เห็นทั้งแง่ดีและแง่ร้ายของการไป work&travel ครั้งนี้ แซบจริงๆ ค่ะ แต่ที่น่าประทับใจที่สุดก็คือคนไทยที่ช่วยเหลือเตเต้เอาไว้ ไม่งั้นคงแย่แน่ๆ น้ำใจคนไทยเรานี่สุดยอดเลยเนาะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ยังช่วยเหลือกัน ^^ ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็ส่งมาได้เลยค่ะที่ pay@dek-d.com จะไปแลกเปลี่ยน ไปเรียนต่อ ไปอยู่ถาวร หรือไป work&travel ก็ส่งมาได้หมดเลยนะคะ

|