|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ เช่นเคยทุกๆ วันพฤหัส ตอนนี้หลายๆ โรงเรียนคงเลื่อนเปิดเทอมกันหมด แอบเห็นน้องๆ บ่นกันว่า เปิดเทอมซะทีเห๊อะะะ อยากไปเรียนจะแย่แล้ว 5555 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก เพราะปกติจะเห็นแต่บ่นกันว่าเมื่อไหร่จะปิดเทอม ฮ่าๆ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากประเทศที่ไกลมากกกกก รวมถึงหลายๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ส่วนมากก็ยังไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไหร่ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเรื่องจากประเทศอะไร ก็ไปอ่านกันได้เลย !! สวัสดีค่ะ ชื่อ "ไอซ์" นะคะ ตอนนี้อยู่ปี 2 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ติดตามอ่านคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกมาหลายเรื่องแล้ว คราวนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังบ้าง ยังไม่มีใครเขียนถึงประเทศนี้เลยสักที แถมบางทีบอกชื่อประเทศไปคนกลับไม่รู้จักอีกซะอย่างนั้น ฮ่าๆ ประเทศนี้เลยค่ะ "คอสตาริกา" ^^ คอสตาริกา เป็นประเทศเล็กๆ ในทวีปอเมริกากลางค่ะ หรือใครหลายๆ คนก็จะเรียกว่าเป็นแถบละตินอเมริกาก็ได้ ภาษาทางราชการที่ใช้ก็คือภาษาสเปนค่ะ สกุลเงินที่ใช้ก็คือ Colon ค่ะ (เหมือนชื่อขนมเลย ฮ่าๆ) ตอนนั้น 100 Colon ประมาน 7 บาทค่ะ ไอซ์มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่คอสตาริกา จุดเริ่มต้นเลยก็เพราะเพื่อนค่ะ ชวนไปสอบโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS เราเองไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษของเรา แล้วคนสอบก็เยอะมาก ตอนนั้นคิดว่าสอบยังไงก็ไม่ติด เสียดายค่าสมัครด้วย แหะๆ แต่สุดท้ายจนแล้วจนรอดก็ทนการตื๊อของเพื่อนไม่ไหว สอบไปก็ไม่คิดว่าจะได้ แต่อาจารย์กลับมาบอกว่าเราสอบผ่านค่ะ ได้ไปสัมภาษณ์ ไอซ์ก็ไปค่ะ แล้วขอทุนไปด้วย เป็นทุน Full Scholarship ของ AFS ค่ะ ทำให้เราต้องไปสัมภาษณ์ที่มูลนิธิอีกรอบหนึ่ง ก็สนุกดีค่ะ แต่ตอนนั้นก็กลัวจะไม่ได้เหมือนกันเพราะเขาคัดเป็นภาค ภาคหนึ่งก็คัดเอาแค่ครึ่งเดียว โอกาสแค่ 50/50 ก็แอบลุ้น จนสุดท้ายก็ได้ไปค่ะ ตื่นเต้นและดีใจมาก ไม่คิดว่าจะทำได้ ไปถึงแรกๆ ก็มีเรื่องให้สนุกสนานเลยค่ะ คือคนที่โน่นเขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ยกเว้นที่เป็นเมืองท่องเที่ยวจริงๆ คือตอนลงเครื่องแล้วจะออกจากด่านตรวจ เขาก็จะต้องมีการให้กรอกหรือสอบถามอะไรเล็กน้อยค่ะ ทีนี้แบบฟอร์มมันเป็นภาษาสเปนค่ะ แล้วพี่คนตรวจก็พูดอังกฤษไม่ได้ด้วย ตอนแรกพี่เขาก็จิ้มๆ แบบฟอร์มให้เรากรอก เราก็กรอกไม่ได้ แล้วเขาก็เลยพูดภาษาสเปนใส่เราแบบไม่ยั้งเลยค่ะ เล่นเอาซะงง สุดท้ายพี่ Volunteer of AFS Costa Rica ที่มารับเลยต้องเข้ามาช่วยจนผ่านออกมาได้ค่ะ (เมื่อยมือเลย ^^) วันแรกๆ ที่มาถึงบ้านก็ตกใจเลยค่ะ คนที่บ้านแบบว่าญาติเยอะมาก (เป็นยุ้ยหรือเปล่า ฮ่าๆ) คือที่บ้านตอนนั้นมี คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชายสองคน น้องสาวหนึ่ง แล้วก็น้องชายอีกหนึ่ง รวมเราไปอีกก็เจ็ดคนแล้ว แต่พอไปถึงมีญาติมาอีกเพียบ คือเพราะเป็นวันอาทิตย์ วันรวมญาติ เดินไปสวนหลังบ้านนี่มีทั้ง ยาย ลุงป้าน้าอา หลานๆๆๆๆๆ อีกหลายคนเลยค่ะ ไปถึงเขาก็ถามเราเรื่องสึนามิ (ตอนนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งเกิดสึนามิที่ไทยค่ะ) เราก็ใช้ภาษามือเอา ค่อยๆ เรียนรู้ไปค่ะ ตอนนั้นเริ่มรู้คำศัพท์ง่ายๆ บ้าง เพราะโฮสท์ที่บ้านเขาทำคำศัพท์แปะไว้ตรงสิ่งของทุกอย่างในบ้าน เดินไปทางไหนก็เห็น ตื้นตันมากเลย ไปถึงใหม่ๆ ตอนนั้นใกล้เปิดเทอมแล้วค่ะ เขาก็พาเราไปซื้อชุดนักเรียนในเมือง บ้านของไอซ์ที่โน่นอยู่ในหุบเขาค่ะ ธรรมช๊าติ ธรรมชาติ ในเมืองที่ไอซ์อยู่มีแต่ร้านขายของเล็กๆ เลยต้องขับรถมาอีกประมานชั่วโมงเข้ามาอีกเมืองเพื่อซื้อของค่ะ ชุดนักเรียนที่ใส่ก็จะเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขายาว (ของโรงเรียนไอซ์เป็นขาม้า) สีกรมท่า ถุงเท้ากรมท่า รองเท้าอะไรก็ได้แต่ขอเป็นหุ้มส้นสีดำ ตอนไปเรียนไอซ์เรียนอยู่เกรด 10 ค่ะ เรียนห้องเดียวกับพี่ชายคนที่สอง (พี่คนแรกทำงานแล้วค่ะ) ก็จะมีเรียนคล้ายๆ กับที่ไทย เช่น คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สังคม มีสังคมอีกตัวคือสังคมท้องถิ่น เรียนประดิษฐ์ แล้วก็จะมีภาษาต่างประเทศให้เราเลือกระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส ไอซ์ก็เลือกอังกฤษไปค่ะ มีเรียนภาษาสเปนด้วยต่างหาก แล้วก็มีให้เลือกระหว่างเรียนคอมกับเรียนวิชาทัวร์ (Turismo) ไอซ์เลือกเรียนทัวร์ค่ะ เรียนกับพี่ชาย จะได้ไปเที่ยวด้วย สนุกดีค่ะ ตอนเรียนตอนแรกๆ ก็ไม่รู้เรื่องค่ะ เพราะเขาเรียนเป็นภาษาสเปนหมดเลย ส่วนใหญ่จะนั่งฟังเพลงบ้าง วาดรูปเล่นบ้าง หรือถ้าเงยหน้ามาฟังก็ลองเปิดดิกชันนารีตามไปบ้าง อยู่แบบนี้ไปประมานเดือนหนึ่งก็เริ่มฟังเข้าใจ ตอนสอบก็เริ่มอ่านหนังสือกับเขา เลยทำคะแนนได้มากขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่สอบประมาน 4 ครั้งค่ะ บ่อยมาก ถ้าสอบได้คะแนนเกิน 80 สามครั้ง ครั้งที่สี่ก็จะได้คะแนนร้อยเต็มไปเลยโดยไม่ต้องสอบค่ะ ไอซ์ได้วิชาคณิตค่ะ ฮ่าๆ แต่วิชาอื่นไม่ได้ค่ะ ต้องสอบ คะแนนก็พอใจค่ะ มีอาจารย์ช่วยบ้าง บางคนก็เขียนให้กำลังใจ หรือชมเราเวลาเราทำได้ดีไว้ที่ข้อสอบด้วย ตอนเรียนไอซ์มักจะอยู่กับพี่ชายเพราะคุยกับใครยังไม่ค่อยได้ แต่สุดท้ายก็มีนางฟ้ามาโปรดค่ะ ฮ่าๆ มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่ชาย เขาแนะนำให้รู้จักเพราะพูดภาษาอังกฤษได้ ชื่อ Yessika (เจสสิก้า) ไปๆ มาก็เริ่มแนะนำเพื่อนๆผู้หญิงคนอื่นๆ ให้เรารู้จักบ้าง ขยายขอบเขตไปเรื่อยๆ เขาก็สอนเราพูดภาษาสเปนมากขึ้น ตอนนั้นเลยค่อนข้างสนิทกับเพื่อนๆ ในห้องไปเลยค่ะ คุยได้หลายคน รู้สึกดีมาก แต่ไปๆ มาๆ เขากลับจัดห้องใหม่ เกรด 10 จะมีสองห้อง อยู่ดีๆ เจสสิก้าต้องย้ายไปอยู่คนละห้องกับเรา ตอนนั้นร้องไห้เลยค่ะเพราะเริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้ว กลัวไม่มีเพื่อน แต่ยังดีที่เหลือเพื่อนกลุ่มเดียวกันชื่อ Nicole และยังมีพี่ชายอยู่ด้วยก็เลยใจชื้นขึ้น ตอนกลางวันเวลาพักกินข้าวที่โรงเรียน นักเรียนส่วนใหญ่จะกลับไปกินข้าวที่บ้านกันค่ะ ถ้าใครขี้เกียจกลับบ้านก็อาจจะเอาปิ่นโตมา หรือไม่ก็ซื้อบัตรโรงอาหาร หรือจะเลือกซื้อพวกแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านขายของในโรงเรียนกินก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยซื้อกัน เพราะแพงแล้วก็กินไม่อิ่ม ไอซ์เองตอนแรกก็ไปกินข้าวที่บ้าน พี่ชายก็จะขี่มอเตอร์ไซค์มารับ เพราะรอบแรกต้องไปส่งน้องสาวก่อน แล้วหลังๆ ยุ่งยาก ไอซ์ก็เลยกินข้าวที่โรงเรียน ได้บัตรโรงอาหารฟรีค่ะ ก็เลยกินข้าวที่โรงเรียนทุกวัน ของกินที่นี่ก็จะเป็นข้าวหุงใส่น้ำมัน เกลือ พริกหวานสีแดงหั่นลูกเต๋า(แน่นอนว่าเอาเม็ดออก) มีเครื่องเคียงหลักเลยจะเป็นถั่วค่ะ เป็นถั่วต้มน้ำๆ เค็มๆ หรือเป็นซุปก็มี เป็นถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วขาว ถั่วสารพัดถั่ว กินจนไม่รู้ว่ามันเป็นถั่วประเภทไหนบ้าง แล้วก็จะมีเนื้อ หรือปลา หรือไก่ (คนที่นี่ไม่ค่อยกินหมูค่ะ ไม่รู้ทำไม) บางวันอาจจะเป็นไข่เจียวบ้าง มีสลัด โดยสลัดของเขาจะเป็นกะหล่ำปลีซอย มะเขือเทศกับแตงกวาหั่นชิ้นเล็กๆ บีบมะนาวโรงเกลือคลุกๆๆ อร่อยค่ะ กินแล้วไม่เลี่ยนด้วย หรืออาหารที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างก็คือ ข้าวผัดกับถั่ว (Gallo Pinto) กินกับเครื่องเคียง หรือแผ่นแป้ง (Tortilla) มีน้ำผลไม้ทำเอง อาจจะเป็นสับปะรด เบอรี่ แตงโมและอื่นๆ หรือบางวันจะเป็น Cas (กาส) เป็นผลไม้ท้องถิ่นค่ะ ซึ่งไอซ์ชอบกินน้ำ Cas มาก จะคล้ายๆ ฝรั่ง แต่ก็ไม่เชิงนะคะ ไม่หวานเท่า จะออกเปรี้ยวๆ หน่อย มีเนื้อเหมือนเวลาเราเคี้ยวฝรั่งเป็นชิ้นๆ ในปาก พอละเอียดก็จะคล้ายๆ กันค่ะ แต่ที่แปลกใจกว่าคือตอนกินเสร็จผู้หญิงจะแปรงฟันกันค่ะ ไม่ค่อยเห็นผู้ชายเขาแปรงกันตอนแรกไอซ์งงมาก นึกถึงตอนประถมที่แปรงฟันกันเป็นแถวๆ แต่พอโตมาเราไม่แปรง ทีนี้พอเรากินเสร็จเพื่อนก็ถามไม่แปรงฟันหรอ หลังๆ เราเลยพกแปรงสีฟันมาแปรงฟันด้วยค่ะ เอาจริงๆ แล้วรู้สึกปากสะอาดหอมสดชื่นมากเลย ฮ่าๆ ที่โรงเรียนจะมีงานโรงเรียนบ้าง มีงานสัปดาห์ภาษา หรืองานวันเกษตรกรรม เขาก็จะมีสนามหญ้ากว้างๆ หน่อยตรงทางเดินให้แสดงกันค่ะ ไอซ์ก็เคยได้ร่วมแสดงด้วยหลายงาน เคยไปรำเซิ้งโปงลาง แล้วก็ร้องเพลง(ภาษาอังกฤษ) มีครั้งหนึ่งไปเต้น Tipico เต้นพื้นเมืองของคอสตาริกาด้วย ชุดจะคล้ายๆ ระบำสเปน กระโปรงใหญ่ๆ บานๆ แบบสะบัดกระโปรง เสื้อด้านบนเป็นลูกไม้ๆ เต้นไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ ต้องสะบัดกระโปรงให้เป็นเลขแปด มีเขย่งขยับเท้าตามจังหวะ หรือยกกระโปรงขึ้นด้านข้างสูงๆ จะคล้ายๆ ผีเสื้อเลยค่ะ สวยมาก พอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาได้นานๆ เราก็จะเริ่มคุ้นชินกับภาษามากขึ้น คุยกับใครเขาได้เยอะขึ้นค่ะ แต่ไอซ์ชอบคุยกับคุณแม่มากเลย เขาจะสอนเราตลอด บอกโน่นบอกนี่ พาเราไปดูโบสถ์ ไปมิสซาด้วย ตอนกลางคืนหลังจากกลับจากทำงาน หลังกินข้าว(หรือบางทีก็จะไม่กินเพราะคุณแม่ที่โน่นรักษาหุ่นค่ะ) เปลี่ยนชุดนอนแล้ว(คนที่โน่นไม่อาบน้ำตอนกลางคืนกันค่ะ เพราะอากาศเย็น เขากลัวป่วย แต่ไอซ์อาบทุกคืนเลยค่ะ เพราะขี้ร้อนมากๆ) ไอซ์กับคุณแม่ก็จะมาคุยกัน ดูละครกัน สนุกมากค่ะ นี่ก็เป็นส่วนที่ทำให้ไอซ์ได้ภาษามากขึ้น แล้วก็เร็วกว่าเพื่อนที่ไปแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ ด้วยค่ะ คุณแม่ที่โน่นน่ารักมาก ไอซ์จะค่อนข้างสนิทกับคุณแม่แล้วก็พี่ชายคนที่สองมากค่ะ เพราะคุยกันบ่อยที่สุด ไม่ค่อยสนิทกับน้องสาว เพราะนิสัยไอซ์จะออกไปทางห้าวๆ แล้วไม่ค่อยโวยวายลั้ลลาเท่าน้องสาวค่ะ อยู่ที่โน่นได้ประสบการณ์เยอะแยะมากมายเลยค่ะ ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำ ไปเที่ยว ไปเดินป่า ไปน้ำตก ภูเขา ทะเล แสดงวัฒนธรรมไทย เรียนรู้วัฒนธรรมคอสตาริกา กินอาหารแปลกๆ ที่ไม่เคยกินเยอะแยะมาก ได้เพื่อน ได้ภาษา ได้ความภาคภูมิใจและความทรงจำดีๆ อีกมากมาย ถ้ามีโอกาสจะเขียนมาเล่าประสบการณ์การกินและการไปเที่ยวสุดมันส์ให้เป็น Episode กันเลยทีเดียว ฮ่าๆ สุดท้ายอยากฝากเพื่อนๆ ว่า บางทีการที่เราคิดว่าเราทำอะไรไม่ได้ ไม่มั่นใจ แล้วไม่กล้าที่จะลองทำมัน อาจจะทำให้เราเสียประสบการณ์ดีๆ ในชีวิตที่เราอาจจะได้รับไปนะคะ อย่างไอซ์ถ้าไม่ไปลองสอบ ก็คงไม่ได้ไปเรียนรู้ประสบการณ์ต่างประเทศที่ไกลคนละซีกโลกแบบนี้ได้ กล้าเถอะค่ะ กล้าที่จะลองเดินออกไปเจอเส้นทางใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเจอดูบ้าง บางทีเราอาจจะเดินไปเจอเส้นทางที่มีความสวยสดงดงาม ประทับใจเราจนลืมไม่ลงก็ได้นะคะ ^^
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?











24 ความคิดเห็น
ปล.ชอบโฮสท์ที่ใส่เสื้อขาวค่ะ ดูดีๆ 55
เห็นแล้วอยากไปอะ แต่ว่าภาษาสเปน --ll ภาษาอังกฤษยังไม่่ค่อยจะรอดเล้ยยยย
ฮ่าๆๆๆๆๆ
ประเทศนี้เหมือนเคยได้ยินผ่านหูเหมือนกัน แต่ไม่รู้จักอย่างอื่นนอกจากชื่อเลย 555
มาอ่านแล้วเหมือนรู้จักมากขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ
ชอบชุดพื้นเมือง สวยดี :D
ดูเป็นประเทศสบายๆดีนะ
ประทับใจตั้งแต่แปะคำศัพท์ไว้ตามสิ่งของต่างๆแล้ว
เราเคยได้ยินชื่อประเทศนี้อยู่ แต่ก็รู้จักแค่ชื่อ
ได้มาอ่านแล้ว มีความรู้เพิ่มเติมในสมองละ ฮี่ฮี่ XD
เสียดายอ่ะที่เราไม่กล้าไปสอบอะไรแบบนี้
เราชอบคิดว่าขนาดแค่แถวบ้านเรายังหลงเลย
แล้วไปอยู่ประเทศอื่น พูดก็คนละภาษาจะรอดไหม 55555
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะสอบแลกเปลี่ยนแบบนี้ ><
แต่มันก็ย้อนไม่ได้อะเนอะ 5555
ไอซ์เขียนได้ดีมากเลยอ่ะ อ่านแล้วเพลินนน~
คิดภาพตามไปด้วย สนุกเลย 5555
สุดยอดจ้า XD
บทความออกมาสวยงามดูดีมากเลยค่า ขอบคุณพี่เป้มากๆเลยนะคะ
ความเห็น1 ใช่เรื่องโมหรือเปล่าอ่ะจ๊ะ ตอนก่อนพี่ไปพี่ก็ได้อ่านเรื่องโมนะ เป็นป่าๆ มีการผจญภัย สนุกมาก แต่ว่าคอสตาริกาเนี่ย คนจะแบ่งตามพื้นที่อ่ะจ๊ะ แบบว่าถ้าติดทะเลหน่อยจะเป็นผิวดำ แต่ถ้าอยู่กลางๆประเทศจะเป็นผิวขาวมากกว่า อ่อ โฮสเสื้อขาวพี่ชายพี่เองจ้ะ น่ารักมาก ฮ่าๆ
ความเห็น 2 อาหารอร่อยมากค่ะ ถึงตอนนี้ก็ยังอยากกิน แฮะๆ สู้ๆค่ะ ภาษาสเปนไม่ยากค่ะ สนุกด้วย ตอนนี้ไอซ์ก็ยังเรียนสเปนเป็นวิชาโทที่มหาลัยเลยค่ะ จะได้ไม่ลืม สนุกสนานค่ะ ได้สเปน ได้อังกฤษนะคะ ตอนแรกไอซ์ก็ไม่เก่งอังกฤษ แต่พอไปแลกเปลี่ยนก็ไม่ค่อยได้ใช้อังกฤษค่ะ แต่พอรู้คำสเปนมากขึ้นก็รู้รากศัพท์อังกฤษมากขึ้นด้วยนะคะ เพราะรากศัพท์คล้ายๆกัน สู้ๆค่ะ
ความเห็น 3 ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ได้เผยแพร่ความรู้ประเทศที่ไกลๆบ้านเราค่ะ ประเทศนี้เล็กๆ แต่สวยและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มากค่ะ คนก็น่ารักค่ะ ^^
ความเห็น 4 สบายๆค่ะ ^^
ความเห็น 5 ออม ขอบใจจ้า ดีใจที่ชอบนะจ๊ะ สอบทุนไปตอนมหาลัยเลยยังไม่สายหรอกเนอะ สนับสนุนไปเรียนนอกจ้า ได้ประสบการณ์สนุกๆเพียบเลย สู้ๆนะ ><
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2554 / 15:38
บุ๊คเอง อิอิ
(สาวพิโลกด้วยกันนะ^^)
ตอนนี้ได้จัดอันดับเป็นเมืองที่สงบที่สุดในโลกด้วยนะ
ชาบู อยากกลับไปจัง ^^
ความเห็น 8 บุ๊ค โหว ขอบคุณมากนะจ๊า ดีใจจังที่ชอบนะ ลองสอบไปตอนมหาลัยดู เราเองกะว่าจบตรีก็อาจจะทำงานหาเงินให้ได้ แล้วอ่านหนังสือสอบเรียนต่อโทเมืองนอกเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้ว่าที่ไหน
ความเห็น 9 ข้าว ฮ่าๆๆ เพื่อนร่วมชะตากรรม คิดถึงคอสตาจังเลย คิดถึงเธอด้วย ไว้เรา แก เด่น กลับไปคอสตากันนะๆๆ >< พูดถึงเมืองสงบสุขของโลก อืมๆๆ รู้ๆข่าวมาเหมือนกันว่าคอสตาก็อยู่ในอันดับ อยากกลับไปเมืองสงบสุขนี้จังนะ
ใครอยากถามเรื่องเรียนต่อนอก ต้องเตรียมตัวและใจอะไรบ้างก็ถามมาได้นะคะ จะเค้นความทรงจำอันยาวนานมาตอบค่ะ แหะๆ ขอให้ทุกคนโชคดีและสนุกกับชีวิตในต่างแดนนะค๊า
ส่วนเรื่องบำเพ็ญประโยชน์ ตอนรุ่นพี่มันไม่ได้ผูกมัดอะไรขนาดนั้นนะ แต่พี่ก็ทำกิจกรรมของโรงเรียนอ่ะ แล้วพอ AFSFSR (AFS Full Scholarship returnee) เรียกประชุมก็ไปตลอด ก็จะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำ แล้วก็มีบำเพ็ญประโยชน์ด้วย หรือตอนนี้พี่ๆเขาก็อาจจะแบบว่าถ้าเรามีกิจกรรมที่เราไปทำเองหรือทำกับเพื่อนที่เป็นประโยชน์ก็ถ่ายรูปเก็บๆไว้ แล้ววส่งไปให้เขาได้ เหมือนศิษย์เก่าทำดีเพื่อสังคมประมาณนี้อ่ะ พี่ทำบำเพ็ญบ้าง แต่บางทีไม่ได้ถ่ายรูปหรืออะไรแบบนี้ ไม่ได้ส่งไป แต่กลับมามีประชุมอ่ะจ้ะ น่าจะได้แจ้งอะไรตอนนั้น น้องลองถามพี่เขาอีกทีก็ได้ตอนกลับก็ได้นะ ตอนนี้อย่าเพิ่งซีเรียสจ้ะ
ดีนะได้ทุนเหมือนกัน ดีใจด้วยจ้า ทุนนี้ดีมากๆๆๆ จริงๆอ่ะ ตอนพี่ได้ได้พอกเก็ตมันนี่ห้าร้อยเหรียญ แต่รุ่นหลังๆเพิ่มมาเป็นพันเหรียญแล้วอ่ะ อิจฉาๆ ฮ่าๆ ไปประเทศอะไรอ่ะจ้ะ แทบละตินหรือเปล่า ถามพี่ได้นะถ้ามีอะไร แอดเฟสมาก็ได้จ้ะ ชื่อ Icez Goldfish อ่ะ ยังไงก็โชคดีนะจ๊ะ มีความสุขสนุกสนานกับประสบการณ์แลกเปลี่ยนจ้า
อยากไปเหมือนกันนะคะ คุณพ่อเคยไปทำงานกับคนผิวสีเหมือนกัน

คุณพ่อถ่ายรูปมาให้ดู นิ้งคิดว่าเขามีเสน่ห์มากคะ (อยากไปเจอ 555)
กะว่าจะลองไปสอบชิงทุนเหมือนกันค่ะ เพื่อจะเหมือนพี่ไอซ์บ้างค่ะ
ป.ล. ทานข้าวแล้วนะ แต่มานั่งดูรูปอาหารของประเทศนี้ก็หิวนะคะ 555
แต่ก็นั่นแหละ ลองเปิดโอกาสให้ตัวเอง เนอะๆ เราอาจจะได้ไปเรียนรู่ประสบการณ์ใหม่ๆก็ได้
รุปของกิน ฮ่าๆ พี่เองก็อยากกินนะ ยังไงต้องขอบคุณอภินันทนาการรูปจากพี่เป้ด้วยล่ะค่า น่ากินมากๆ
ตอนนี้อยากกิน แต่หาที่เหมือนคงยาก
ปล ขอบคุณทุกๆคอมเม้นอื่นๆนะคะ ^^
ครอบครัวโฮสท์น่ารักมากๆๆๆเลยค่ะ