|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกๆ วันพฤหัสนะคะ ^^ ปกติเรื่องที่เราได้อ่านกันมักเป็นประสบการณ์ของนักเรียนแลกเปลี่ยนไม่ก็น้องๆ ที่ไปเรียนไฮสคูลอยู่ที่เมืองนอก แต่สำหรับวันนี้ขอบอกว่าพิเศษอีกแล้ว !! เพราะเป็นประสบการณ์การเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุมร่วมกับสหประชาชาติหรือ UN !! โอ้ววววววว เป็นลมสามตลบ ทำไมถึงได้รับโอกาสดีๆ ขนาดนี้นะ ถ้าอยากรู้เรื่องเต็มๆ ก็เลื่อนลงไปอ่านได้เลย

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน ชื่อมัลลิกา หุตามัย ชื่อเล่น "ออยล์" นะคะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ เรื่องที่จะมาแชร์ประสบการณ์นั้นเป็นที่สุดของชีวิตแบบฝันที่เป็นจริงเลยล่ะ ถึงแม้จะแค่เวลาสั้นๆ แต่ขอบอกว่า ถึงพริกถึงขิงมาก! เกริ่นมาพอสมควรแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่าเนอะ >_<
ช่วงวันที่ 21 28 มกราคม ที่ผ่านมา ออยล์ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนเด็กไทยเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งในคณะผู้แทนไทยจะมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆ ท่าน เช่น รองศาสตราจารย์ ดร.สายสุรี จุติกุล , ศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์ (ขอบอกว่าอาจารย์ใจดีมกกก) ผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ, สาธารณสุข, กระทรวงแรงงาน เป็นต้น และผู้แทนเด็กไทย 2 คน คือออยล์กับเพื่อนผู้ชายอีกคนมาจากนราธิวาส

ก่อนจะเล่าประสบการณ์ต้องท้าวความถึงเรื่องสิทธิเด็กกับประเทศไทยก่อนนะคะ ตอนนี้ประเทศไทยเราลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) และพิธีสารเลือกรับอีก 2 ฉบับ คือ เกี่ยวกับเด็กและสื่อลามก และเด็กที่มีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธ (เน้นไปทางเด็กที่อยู่ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ทุกๆ 4 ปี แต่ละประเทศจะต้องส่งรายงานความคืบหน้าไปให้ทางคณะกรรมการ UN อ่าน จากนั้นจะต้องส่งผู้แทนไทยไปตอบคำถามด้วยวาจา
สำหรับขั้นตอบการคัดเลือกตัวแทนเด็กไทย เริ่มจากโรงเรียนจะส่งตัวแทนประจำโรงเรียนไปคัดเลือกที่สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัด จากนั้นทางจังหวัดจะคัดเลือกตัวแทนเด็กหญิง-ชาย อย่างละ 1 คน ส่งใบสมัครที่กรอกข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่ตัวเองเคยทำ และความเข้าใจรวมทั้งทัศนคติที่ตัวเองมีต่อสิทธิเด็กไปทาง สท.(สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์ เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ) จากนั้นทาง สท. จะเป็นคนสัมภาษณ์คัดเลือกตัวแทนประเทศไทยจากทั่วประเทศ ให้เหลือ 2 คน คือตัวแทนเด็กหญิง-ชายค่ะ

หลังจากบ่นมายาวมาก ขอเริ่มเรื่องเลยละกันนะคะ =_= ออยล์ค่อนข้างตื่นเต้นเป็น อย่างมากที่ได้ไปเยือนยุโรปเป็นครั้งแรก (หลังจากดุ่มๆ อยู่ในเอเชียมาโดยตลอด) แต่ก็ไม่ตื่นเต้นเท่าการไปร่วมประชุมระดับโลกแบบนี้ ทำให้เกิดอาการนอยด์อยู่เนืองๆ ก่อนไป รู้สึกเหมือนถ้าตัวเองทำอะไรผิดแล้วฉันจะแบกหน้ากลับประเทศได้เยี่ยงไร (ว่าไปนู้น) วันแรกที่ไปถึงเจนีวา อากาศก็กำลังดีมาก ประมาณ 7 องศา คือก่อนไปมีแต่คนเตือนเรื่องอากาศว่าที่สวิสหนาวมากนะ ถ้าโชคดีก็จะไม่เจอติดลบ ออยล์เลยค่อยข้างจัดหนักเรื่องสเวตเตอร์ (เตรียมไป 3 ตัว ใส่จริงๆ แค่ตัวเดียว =_=) แต่สงสัยโชคช่วยคณะผู้แทนไทย เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่เจนีวา เราเจออุณหภูมิต่ำสุดแค่ 0 องศา

หลายๆ คนอาจจะเคยไปเที่ยวยุโรป ก็จะรู้ว่าสถาปัตยกรรมของเขาสวยงามมาก อย่างในเจนีวาเป็นเมืองนานาชาติที่เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญของโลก อย่างที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คือ UN หรือสหประชาชาติ นั่นเอง! ในโลกมีอยู่สองที่คือที่นิวยอร์กกับเจนีวา หลายคนอาจจะคิดว่า ระหว่าง 2 ที่นี่ต่างกันตรงไหน ตอบง่ายๆ ตามความเข้าใจ ถ้าอยากเจอนายบันคีมุน ก็ให้ไปที่นิวยอร์ก แต่ถ้าอยากเจอสำนักงานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความสวยงามให้มาที่เจนีวา! ออยล์ประทับใจหลายๆ อย่างในเจนีวา ที่ประทับใจที่สุดคือความปลอดภัยค่ะ ตามร้านสะดวกซื้ออย่างร้าน COOP บางสาขาไม่มีกล้องวงจรปิด เพราะเขาเชื่อใจกัน คนเจนีวาแท้ๆจะเป็นคนรักสันติภาพนะคะ จะซื่อสัตย์มากๆ แต่เพราะปัจจุบันยุโรปเปิดเป็น EU ทำให้การเดินทางไปมาหาสู่ของประเทศในยุโรปเป็นไปอย่างง่ายมากๆ ถึงแม้สวิสจะไม่ได้อยู่ใน EU แต่ประเทศเพื่อนบ้านล้อมรอบก็เป็นสมาชิกใน EU ทั้งนั้น ดังนั้นจึงมีคนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาอยู่อาศัย ทำให้ปัจจุบันทางเจนีวาต้องเข้มงวดมากขึ้นเรื่องความปลอดภัย

ถึงอย่างนั้นเขาก็มีคติเดียวกันที่ว่า คนสวิสทุกคนเป็นตำรวจ คือช่วยกันดูแลนั่นเองค่ะ อย่างรถแทรมใครจะขึ้นต้องมีตั๋ว บางคนไม่มีบัตรแต่ทำหน้ามึนขึ้นไปนั่ง ถ้าเขาจับได้เสียค่าปรับเป็นพันยูโรเลยค่ะ =O= แต่เขาจะไม่ได้เดินตรวจบัตรกันบ่อยๆ นะคะ เขาจะใช้ระบบสุ่ม เพราะออยล์ใช้แทรมก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์โดนตรวจบัตรเลย เจนีวาสุดยอดเรื่องนี้มากค่ะ แต่ถึงเมืองนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสันติภาพและความสงบ แต่ก็มีเรื่องประท้วงด้วยกันทุกที่ละเนอะ เพราะตอนออยล์ไปก็เจอคนกลุ่มนึง น่าจะเป็นคนอิรัก เขามาชุมนุมกับประท้วงที่ "เก้าอี้สามขา" ตอนแรกออยก็นึกว่ามาหาเสียงเลือกตั้ง แต่จริงๆ แล้วเขาประท้วงกันค่ะ =_= ตะโกนกันเฮ้วๆ มาก แต่ก็ไม่เกิดความรุนแรงหรือจลาจลนะคะ พอออยล์กลับไทยเลยมาเจอข่าวที่คนอิรักประท้วงเรื่องลี้ภัยอยู่พอดี ก็อ๋อเลยค่ะ

เก้าอี้สามขา เก้าอี้ขาหัก หรือเก้าอี้พิการ เป็นสัญลักษณ์ของเจนีวา คุณคนขับรถบอกออยล์ว่า เป็นสัญลักษณ์ของคนที่พิการจากสงคราม เป็นเครื่องสะท้อนใจให้เราเห็นว่า สงครามมีแต่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง ถึงกระนั้นเก้าอี้ยังคงตั้งอยู่ได้ ก็เพราะความเป็นอิสรภาพและเป็นหนึ่งเดียวกันจากสหประชาชาติค่ะ
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการ 18 ชาติ ซึ่งแต่ละท่านเป็นผู้ที่อุทิศตนทำงานเพื่อสิทธิเด็ก ทางคณะผู้แทนไทยนำโดยท่านรมต.สันติ พร้อมพัฒน์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตอบคำถามที่ทางกรรมการถามหลายคำถาม โดยเน้นไปในเรื่อง เด็กที่เกิดจากแรงงานผิดกฎหมาย, การลงโทษของเด็กในโรงเรียน, การกำหนดอายุขั้นต่ำของเด็กที่ต้องขึ้นศาล (ทาง UN เห็นว่าไทยยังกำหนดอายุได้น้อยไป ควรเพิ่มเป็น 12 ปี) ความไม่เสมอภาค การมีส่วนร่วมของเด็ก การเรียนเตรียมทหาร และเรื่องเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประเทศไทยเราได้ตอบคำถามทุกคำถาม แต่ยังมีเรื่องที่ UN เป็นห่วง คือเรื่องเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน

สำหรับออยล์กับเพื่อน ได้มีโอกาสตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องสภาเด็กและเยาวชน ซึ่งเด็กนักเรียนไทยทุกคนเป็นสมาชิกอยู่ ณ ตอนนี้ (บางคนอาจจะไม่รู้ตัว) แต่มีการนัดนอกการประชุมคือ ออยล์และเพื่อนได้มีโอกาสตอบคำถามแบบ Exclusive =_= เป็นส่วนตัวสุดๆ กับคณะกรรมการทุกท่านเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง (ซึ่งออยล์คิดว่ามันสั้นมากจริงๆ) มีคำถามนึงที่ทางคณะกรรมการถามออยล์ว่า อยากให้คุณช่วยบอกเรื่องที่คุณคิดว่าเด็กไทยยังไม่ได้รับเท่าที่ควรทั้งที่คุณมีสิทธิเด็ก ซึ่งออยล์ได้ตอบไปว่า
ก็คงเป็นเรื่องกฎระเบียบของโรงเรียนค่ะ เด็กนักเรียนไทยไม่มีโอกาสในการร่วมคิดกฎของโรงเรียน โรงเรียนมักจะใช้กฎเดิมๆ ทั้งๆ ที่บางกฎก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการเรียนของนักเรียนเลยมาเป็นเวลาร้อยปี
คณะกรรมการก็ถามต่อ คุณยกตัวอย่างได้มั้ย
ออยล์ก็ตอบว่า ก็อย่างเช่น ทรงผม ส่วนตัวดิฉันไม่เห็นว่าจะมีผลอะไรกับการเรียน เด็กมัธยมต้นต้องตัดผมติ่งหู เด็กม.ปลายอย่างโรงเรียนดิฉันต้องไว้ผมสั้น ทั้งๆ ที่นานาประเทศก็ไม่มีกฎอย่างว่า ดังนั้นดิฉันเห็นว่าทางโรงเรียนควรให้เด็กมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนกฎระเบียบบางประการค่ะ

ตอบจบก็ยิ้มแฉ่ง เหมือนยกภูเขาแอลป์ออกจากอก =_= นอกจากนี้ก็มีคำถามอีกหลายคำถาม เท่าที่จำได้ก็มี
- ครอบครัวเราเป็นชนชั้นไหน อย่างไร แล้วทำไมเราถึงได้รับคัดเลือก - โรงเรียนเรามีเด็กพิการมั้ย (กรรมการจะเน้นไปทางเรื่องเด็กพิการและด้อยโอกาสด้วยค่ะ) - เราได้รับสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างไร - อะไรเป็นสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับประเทศคุณ - เด็กที่อยู่นอกโรงเรียนหรือชนบทได้รับสิทธิในการศึกษาเท่าเทียมกันมั้ย - เรื่องเพศศึกษาในโรงเรียน มีการเรียนหรือพูดคุยในครอบครัวมั้ย - คุณเคยถูกครูตีหรือเปล่า - ระบบสภาเด็กเป็นอย่างไร คุณมีส่วนร่วมมั้ย
ที่ออยล์ประทับใจจนแทบร้องไห้เลยคือ สองในคณะกรรมการโน้มคอออยล์ไปแนบแก้มตอนออกเดินแจกของที่ระลึก แล้วบอกออยล์ว่าขอให้ได้เจอออยล์เป็น UN Special Rapporteur อย่างที่ฝันไว้ ออยล์ซึ้งมากค่ะ
และในวันสุดท้าย คณะผู้แทนไทยได้มีโอกาสไปพักผ่อนหลังจากทำงานมาหนักค่ะ (ซักทีฮู้วววว) ซึ่งออยล์ดีใจมากที่ได้ไปเมืองโลซาน ตามรอยพระบาทของในหลวง ได้เจอศาลาไทยที่ทางไทยเราสร้างเอาไว้แล้วรู้สึกอบอุ่น แม้เราจะไกลบ้าน แต่มีที่พักพิงทางใจ มีในหลวงเป็นแบบอย่างในใช้ชีวิตก็เพียงพอแล้ว

สุดท้าย ออยล์ขอบคุณทุกๆคน ที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ขอบคุณ UNICEF และ สท. ผู้ใหญ่ใจดีที่ให้โอกาสเด็กไทย 2 คนมีประสบการณ์ดีๆ เช่นนี้ ขอบคุณครอบครัว , โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ และเพื่อนๆ ทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ออยล์มาโดยตลอด ถ้าใครมีอะไรจะถามหรือดูรูปเพิ่มเติม ก็ mention กันมาได้ที่ @kasino_kiku หรือ add friend มาทาง facebook ที่ www.facebook.com/munlikaf บอกว่ามาจาก Dek-D นะคะ ยินดีตอบทุกคนค่ะ ^^
โห ขอปรบมือดังๆ ให้น้องออยล์เลยค่ะ เก่งมากกกกกกกกกกกกก ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประชุมกับองค์กรระดับโลกขนาดนี้ บอกได้เลยว่าเก่งขั้นเทพ !!! แล้วน้องๆ ล่ะ ถ้ามีโอกาสได้ตอบคำถามเดียวกับน้องออยล์ที่ว่า สิทธิในเรื่องไหนที่เด็กไทยยังไม่ได้รับเท่าที่ควร ? จะตอบว่าอะไรกันเอ่ย ???? .... ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอกอยากแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านบ้าง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หรือไปเรียนไฮสคูล เรียนมหาวิทยาลัย ไป Work&Travel ไปซัมเมอร์ ก็เขียนและส่งมาได้เลยที่ pay@dek-d.com แล้วไว้เจอกันค่ะ !

|