5 ข้อต้องคำนึงไว้ ก่อนไปเรียนต่อเมืองนอก

 

        สวัสดีค่ะน้องๆชาว Dek-d.com ขอแนะนำตัวก่อนเลย พี่ชื่อ พี่สตางค์ นะคะ ^^ จะมาทำหน้าที่ช่วยพี่เป้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนต่อเมืองนอกให้กับน้องๆค่ะ วันนี้พี่ก็มีข้อแนะนำสำหรับคนที่มีความคิดอยากจะเรียนต่อต่างประเทศในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท ทั้งๆที่ทุนทรัพย์อะไรก็พร้อมหมดแล้ว แต่อาจมีปัญหาว่า เอ๊ะ...แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?! ใครที่มืดแปดด้าน หรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหนดี ลองมาเริ่มต้นจาก 5 สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกสถานที่เรียนต่อ ที่พี่นำมาฝากกันดีกว่าค่ะ

 

 

        • อยากเรียนต่อด้านไหน


        อันดับแรก ก่อนจะข้ามขั้นไปเลือกว่าจะไปที่ไหน อย่างน้อยๆสิ่งที่เป็นพื้นฐานซึ่งทุกคน “จำเป็นจะต้องรู้”ก่อน ขอย้ำนะคะว่า “จำเป็น!” ที่ต้องรู้อยู่แกใจก่อน นั่นก็คือ “อยากจะเรียนต่อคณะไหน” หรือพูดง่ายๆก็คืออยากจะเรียนต่อทางด้านไหน สาขาไหนที่เราสนใจหรือมีความถนัด และสัมพันธ์กับอาชีพในอนาคตที่เราใฝ่ฝันและมุ่งมั่น เมื่อรู้แล้วก็เก็บทดเอาไว้ในใจ...


        • เลือกประเทศ


         เมื่อพอจะมองเห็นภาพตัวเองในอนาคตอันแสนสดใสแล้วว่าเราต้องการจะทำอะไร ก็เอาสาขาวิชาที่เราจะเรียนนี่แหละค่ะ มาเป็นเสาหลักอันมั่นคงให้เรากระโดดเกาะเอาขาสองข้างเกี่ยวไว้ให้มั่น (แต่ถ้าใครยังลังเลอยู่ว่าจะเรียนต่อทางด้านไหนดี อันนั้นเสาหลักเรามันก็จะโคลงเคลง ไม่มั่นคงไปตามระเบียบล่ะนะ!) ใช้สาขาที่จะเรียนเป็นที่ตั้งในการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ว่าสาขาของเรามี เปิดสอนที่ประเทศไหนบ้าง ประเทศไหนที่เขาดัง ที่เขาเด่น เขามีชื่อมีเสียง  ยกตัวอย่างเล่นๆเช่น ถ้าจะเรียนต่อด้านการโรงแรม ที่ดังมากๆ ก็ต้องนี่เลย ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หรือจะเรียนทำหนังกำกับภาพยนตร์ น้องๆก็อาจจะอยากไปต่อที่สหรัฐอเมริกาดินแดนแห่งฮอลลีวู้ด อะไรแบบนี้เป็นต้น

 

 


        • ภาษา

        พออ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะเริ่มเบ้หน้า เพราะหนูอยากเรียนออกแบบแฟชั่น แล้วประเทศที่ใครๆแนะนำดันเป็นประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหนู Cannot Speak! จุดนี้ถ้าติดด้วยเรื่อง ภาษาที่สาม แล้วล่ะก็ พี่ขอแนะนำว่า ถ้าไม่อยากจะต้องเสียเวลาร่ำเรียนภาษาก่อน เราก็ต้องตัดทางเลือกที่มันเป็นไปไม่ได้ออกไป แล้วมามองหาที่เรียนในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาอังกฤษแทนแล้วล่ะค่ะ ซึ่งประเทศที่เขาใช้ภาษาอังกฤษกันก็ที่เป็นที่นิยมในการศึกษาต่อกันนั้นก็มีมากมาย เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศแคนนาดา เป็นต้น เราก็ลองศึกษาดูว่าในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษนี้ มีสถาบันไหนในประเทศไหนที่มีชื่อเสียงในด้านที่เราจะเรียนต่อบ้าง แต่ถ้าใครภาษาอังกฤษก็ไม่รอดเหมือนกันเนี่ย... ก็ต้องยอมเสียเวลาฟิตภาษาก่อนสักหน่อยนะจ๊ะ


        • ศึกษาข้อมูลเรื่องหลักสูตรในการศึกษา


        อย่าห่วงเพียงแต่ว่าที่ไหนดังเรื่องอะไรเท่านั้นนะคะ จะต้องดูด้วยว่า หลักสูตรของแต่ละที่ เป็นอย่างไร เช่น หลักสูตรเรียนกี่ปี เปิดเทอมเมื่อไหร่ วิชาที่สอนมีอะไรบ้าง เหมาะสมต่อความต้องการของเราหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าน้องๆสนใจเรียนต่อปริญญาโท MBA ถ้าเป็นในสหรัฐอเมริกา หรือ ออสเตรเลีย หลักสูตรทั่วไปก็จะใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ปี แต่ถ้าเรียนต่อในประเทศอังกฤษ หลักสูตรปริญญาโทก็จะใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปี แต่การแบ่งเทอมของการเรียนก็จะแตกต่างกันด้วย เช่น แม้จะใช้เวลาเรียนน้อยกว่า แต่ก็ต้องมีตารางเรียนที่ถี่หรือบีบอัดกว่า  ที่สำคัญอย่าละเลยที่จะนำรายละเอียดวิชาเรียนต่างๆในหลักสูตร มาเปรียบเทียบ อย่างเช่นบางทีในประเทศเดียวกัน หลักสูตร MBA เหมือนกัน แต่ของมหาวิทยาลัยนี้มีวิชาเลือกที่เราชอบมากกว่าเปิดสอน เป็นต้น น้องๆควรหาข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบ เพือหาสิ่งที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุดนะคะ

 

 


        • ศักยภาพทางการศึกษาของเรา

        ปัญหาถัดไปก็คือ พี่ครับ...ผมเจอสถาบันในฝันของผมแล้วครับ ผมจะไปต่อด้านกฎหมายที่ Havard University ที่สหรัฐอเมริกาครับ! (ว้าว เจ๋งมากค่ะน้อง!) จะติดก็แต่ คะแนนสอบ กับเกรดเฉลี่ยของผมมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากเนี่ยสิครับ...เอ่อ น้องครับ อันนี้มันก็ต้องดูนิดนึงนะครับ ยิ่งสถาบันยิ่งดัง ยิ่งเก่าแก่มีชื่อเสียง อันดับ Ranking สูง เขาก็จะต้องมีมาตรฐานสูงซักนิดนึง... แต่ก็ไม่อยากให้น้องถอดใจเร็วเกินไปนักนะคะ ถ้าอยากจะไปเรียนต่อที่นี่จริงจริ๊งงแล้วก็มั่นใจไว้เข้าไปแล้วเราจะเรียนได้ มีความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้กลางคันและจะสามารถเอาใบปริญญามาประดับฝาบ้านได้แน่นอนล่ะก็ ก็ลองไปฮึดสอบคะแนนภาษา TOFEL, IELTS ให้ได้ดีๆ ฮึดสอบเลข GMAT ให้คะแนนพุ่งสูงปรี๊ดๆ 

        แล้วเวลาสมัคร เขาจะให้เราเขียน Statement of Purpose ซึ่งเป็นคล้ายๆกับเรียงความบทหนึ่ง ว่าทำไมเราถึงได้อยากเรียนสาขานี้มาก แล้วทำไมต้องสถาบันของเขาด้วย มีการวางแผนในอนาคตอย่างไร ตรงนี้น้องก็ใส่มันให้เต็มที่! เขียนให้เอาชนิดที่ว่า ไม่รับไม่ได้แล้วล่ะนะ! แต่ถ้าเขาไม่รับจริงๆ ก็ค่อยไปตามหาที่เรียนอื่นที่อันดับรองลงมา แต่อันดับรองลงมาก็ไม่ได้หมายความว่าสถาบันเขาไม่ดีนะ! มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากแต่มีมาตรฐานก็มีอีกมากมายจ้า 


 

        เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับคนที่เคยมืดแปดด้าน คิดว่าตอนนี้น่าจะพอมองเห็นอะไรคร่าวๆ หรือพอจะรู้ว่าจะเริ่มต้นอะไรยังไงบ้างแล้วเนอะ ยังไง พี่สตางค์ ก็ขอให้ทุกๆคนได้เรียนในสาขาที่ชอบ ในสถาบันที่ดี ในประเทศในฝัน ตามแต่ที่ทุกคนหวังเอาไว้นะจ๊ะ ^_^  แต่สำหรับใครที่มีที่เรียนเป้าหมายแล้วแต่ขาดทุนทรัพย์ อย่าลืมว่ายังมีทุนการศึกษาดีๆมากมายให้เราไปช่วงชิง ถ้ายังไงคอยติดตามข่าวสารเรื่อยๆบ่อยๆ ซักวันต้องเป็นวันของเราแน่นอนค่ะ!



 


 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

34 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
jeut Member 23 มี.ค. 55 14:33 น. 3
นั่นสินะ อยากไปเหมือนกัน แต่กะตังค์ไม่มี บางคนมีเงินมีโอกาส ก็โชคดีไป แต่คนที่ไม่มีเงินนี่จะต้องคำนึงถึงเรื่องนี่ก่อนเลยนะ เหอะๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Member 23 มี.ค. 55 19:42 น. 7
 ไม่มีเงินก็ไปไม่ได้อยู่แหละนะครับ  ถ้ามีเงิน บางครั้งเราสอบชิงทุนไม่ได้ แต่เราก็สามารถไปได้ด้วยกำลังทรัพย์ของตัวได้ครับ//เห็นกับคห.1
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~เจ้าลิงน้อยแพทโตะ~ Member 24 มี.ค. 55 01:40 น. 10
 เราเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษค่ะ 
เราเห็นโรงเรียนดังๆหลายๆโรงเรียนที่อังกฤษเขาสามารถให้เราapply full scholarship ได้นะคะ
ยังไงก็ลองไปดูๆกันก็ละกันนะ
0
กำลังโหลด
I'm lolicon Member 24 มี.ค. 55 11:55 น. 11
 พวกทุนafsอ่า ก็เสร็จพวกเด็กห้อง1 TT เด็กห้องควีนอย่างเราไม่มีสิทธิ์ เจ็บใจนัก แล้วส่วนมาก เด็กห้อง1ที่ได้ "มันดันรวย!!"=w=! ข้าพเจ้าเคืองแค้นยิ่งนัก ชิชะ 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด