|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคยจ้า ^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในดินแดน "สหราชอาณาจักร" ค่ะ ว่าแต่น้องๆ รู้มั้ยคะว่าสหราชอาณาจักรประกอบไปด้วยพื้นที่ใดบ้าง ?? ถ้าใครยังไม่รู้ล่ะก็ ต้องลองอ่านประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ที่นำมาฝากในวันนี้ !

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อ "ชามญชุ์" ตอนนี้กำลังจะขึ้น ชั้น ม.5 โรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่ แผนการเรียนวิทย์-คณิตค่ะ เมื่อตอนซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา ชามญชุ์ได้มีโอกาสไปเรียนภาษากับโครงการ UCE เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ ที่สหราชอาณาจักร (United Kingdom) ค่ะ
ถ้าพูดถึงสหราชอาณาจักร หลายๆ คนอาจจะงงๆ คือในสหราชอาณาจักรจะประกอบไปด้วย อังกฤษ สก็อตแลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ และเวลส์ โดยชามญชุ์อยู่ที่เมือง Wrexham แคว้นเวลส์ ค่ะ อ้อ! ลืมบอกค่ะ ที่เวลส์เค้ามีภาษาเป็นของตัวเองด้วยนะคะ คือถ้าเข้ามาถึงเวลส์ ป้ายทุกป้ายอะไรก็ตามจะมีภาษา Welsh อยู่ด้วย
พูดถึงเมือง Wrexham บางคนอาจไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ เมืองเล็กๆ ที่สวยมากๆ น่าอยู่ อารมณ์แบบคนรักธรรมชาติอะไรทำนองนี้ มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียว และคนที่นี่นิยมเลี้ยงและกินแกะ เนื้อแกะที่นี่จะถูกมาก (อารมณ์เนื้อหมูบ้านเรา) ส่วนเนื้อหมูนั้น เขาไม่นิยมกันเพราะมันแพง ส่วนเรื่องอากาศไม่ต้องพูดถึง มาถึงนี่ต้องทำใจ เพราะอากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 2 นาที ตอนนี้แดดออก เดี๋ยวอีก 2 นาที ฝนตก หนาวเฉยเลย

สำหรับโฮสท์แฟมิลี่ของชามญชุ์นั้น โฮสท์พ่อชื่อ Jason ส่วนโฮสท์แม่ชื่อ Julie โฮสท์ไม่มีลูกค่ะ มีแต่น้องหมาตัวโตมากๆ ชื่อ Sam ดังนั้นเขาจะรักเรามากๆ โฮสท์แม่ทำอาหารเก่ง ดังนั้นเรื่องปากท้องไม่ต้องพูดถึง กินอิ่มแบบจุกทุกวันจนน้ำหนักขึ้นถึง 6 กิโล (เราทำไปได้ไงฟะ?) นอกจากนี้ เค้าทำให้ทุกอย่างทั้งล้างจาน ทำกับข้าว ซักผ้า ตากผ้า เก็บผ้า โอ้ย!สารพัด โชคดีมากๆ เลยเราที่ได้โฮสท์ดีๆ แบบนี้ บ้านของชามญชุ์นั้นเป็นบ้านสไตล์อังกฤษแท้ๆ โฮสท์บอกว่าบ้านนี้มีมาประมาณ 100 ปีแล้ว เป็นบ้านหลังเล็กๆ แต่อบอุ่นมาก อิอิ

ชามญชุ์เรียนอยู่ที่ Yale College เป็น College ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Wrexham แถมยังอยู่ติดกับใจกลางเมืองอีก ดังนั้นเวลาที่ดีที่สุดหลังเลิกเรียนคือการช้อปแหลกเกือบทุกวัน ฮ่าๆ สำหรับการไปโรงเรียนนั้นไปโดยรถบัสของคอลเลจ ซึ่งจะมารับตอน 8.15 น. โรงเรียนที่นี่เข้าเรียนกัน 9 โมง และเลิกเรียน 4 โมง ซึ่งเวลาว่างที่สุดของเด็กที่นี่คือ การสูบบุหรี่ ทุกเช้าก่อนเข้าเรียนหน้าคอลเลจจะเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนยืนและนั่งสูบบุหรี่กันแบบเหมือนนั่งกินขนม กลิ่นนี่ไม่ต้องพูดถึง อบอวนจนเราจะเป็นมะเร็งปอดตายก่อนพวกมันซะอีก!!! เราก็เลยถามเพื่อนว่า Why do people here smoke a lot? เพื่อนมันก็บอกว่า Its a normal same as we have telephones. โอ้โห สูบกันเยอะซะเรื่องปกติซะขนาดนี้ ตายเร็วชัวร์! และก็อีกอย่างนะคะ คนที่นี่ไม่เรียกบุหรี่ว่า cigarette แต่เขาเรียก herb กันอะ ได้ยินตอนแรกก็แอบอึ้งนึดนึงเหมือนกันค่ะ 55

การเรียนนั้น ช่วง 5 สัปดาห์แรก จะเรียนภาษาอย่างเดียว คือยังไม่มีบัดดี้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากกกก แต่ 2 สัปดาห์หลังจะเรียนกับบัดดี้ ซึ่งชามญชุ์เลือกเรียน Performance กับ Music ก็จะเรียนพวกร้องเล่นเต้นรำ แสดงละคร สนุกมากเพราะในคาบเรียนดนตรี คนหล่อเยอะมาก โฮกกกกก!
เรามาพูดเรื่องอาหารกันบ้าง อาหารหลักๆ ของที่นี่ก็คือมันฝรั่งหรือเฟรนซ์ฟรายด์ดีๆ นี่เอง ไม่งั้นก็ต้องเนื้อแกะ ซึ่งสำหรับเรา เรากินไม่ได้เลย เพราะเนื้อมันกลิ่นแรงมากมาย ส่วนอาหารที่โด่งดังอื่นๆ คือ fish and chips มันก็คือเนื้อปลาชิ้นใหญ่ๆ ชุบแป้งทอด และกินกับมันฝรั่งทอดธรรมด๊าธรรมดา โดยส่วนมากจะกินในวันศุกร์ เพราะเป็น weekend ค่ะ

เกริ่นมาเยอะละ ต่อไปขอเม้าท์แหลกเลยนะคะ ฮ่าๆ มาอยู่ที่นั่นตั้ง 7 อาทิตย์ ถือว่าได้ทำเรื่องซ่าส์ๆ และเที่ยวเยอะพอสมควรค่ะ เรื่องเที่ยวนี่ไม่ต้องพูดถึง คือทุกๆ วันเสาร์ทาง College เค้ามีทริปพาเราไปเที่ยวตลอดเลยค่ะ เช่น แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล เชสเตอร์ สแตทฟอร์ด พอร์ดแลนด์ คอนวี และอีกมากมาย ดังนั้นสนามฟุตบอลดังๆ ไปมาเกือบหมดแล้ว 555 แต่ที่ชอบสุดๆ คือ Shopping Centre ที่ลิเวอร์พูลค่ะ โอ้โห!! โคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรใหญ่! ขนาดนั่งรถไฟไปเที่ยวเองรอบที่ 2 ยังเดินไม่ทั่วเลยค่ะ แต่ที่จริงที่แมนเชสเตอร์เค้าก็มี shopping centre นะ แต่ที่ลิเวอร์พูลใหญ่กว่าหลายขุมเลยค่ะ
มาที่เมืองสแตทฟอร์ดกันบ้าง คุ้นๆกันมั้ย? บ้านเกิดของ William Shakespeare ไงคะ :D เมืองนี้งามจริงๆ ค่ะ บรรยากาศนี่มีกลิ่นอายของความเป็นอังกฤษแท้นี่โชยมาเลย ยิ่งถ้าได้นั่งรถ heritage tour (รถเมล์สีแดง 2 ชั้น ชั้น2 ม่ายมีหลังคาค่ะ) สรวงสวรรค์ชัดๆ เลย ชอบมากๆ ส่วนเชสเตอร์เป็นเมืองคนรวย ผู้ดี๊ผู้ดี ไม่แออัดด้วยค่ะ ที่ shopping ก็เริด แถมอยู่ใกล้ Wrexham ด้วย แค่นั่งรถบัสไปครึ่งชั่วโมงก็ถึงค่ะ ดังนั้นจึงไปเมืองนี้บ่อยมากค่ะ

และก็มีอยู่วันหนึ่งค่ะ วันนี้วันซวยสุดๆ ในอังกฤษ คือวันนี้จะต้องไปเที่ยวเมืองคอนวีกับพวกเด็กอิตาลี คือเขาก็มาเรียนภาษาที่ Yale Collage เหมือนกัน แต่เด็กกลุ่มนี้บอกได้คำเดียวว่าซ่าส์และลามกบ้าง พอถึงเวลากลับ เด็กไทยทุกคนก็พากันขึ้นรถจนครบ แต่งงว่าเด็กอิตาลีมันหายไปไหน หันไปหันมา เอ้า! พวกนั้นกำลังมีเรื่องกับกลุ่มเด็กอังกฤษอยู่ แล้วตำรวจก็มาตรึม! แล้วครูชาวอิตาลี 2 คน ก็ขึ้นรถตำรวจไปกับนักเรียนอิตาลีอีก 2 คน ที่เหลือก็กลับมาขึ้นรถ พอรถออก เอาละคะ คราวนี้ตะโกนด่า F**K YOU กับเด็กอังกฤษที่อยู่ข้างนอกกันมันส์มาก จากนั้นรถก็ต้องไปจอดรอคุณครูและเด็กอิตาลีที่ถูกตำรวจจับไป สรุปคือเสียเวลาไป 1 ชม. เลยมาถึง Wrexham ตอน 18:15 พระเจ้า! รถบัสต่อไป Llandegla (บ้านเราเอง) ออก 18:20 กว่าจะเดินไปป้ายรถบัสอีก สุดท้ายก็คือเราตกรถกลับบ้าน! เลยต้องรอรอบ 19:20
ความซวยไม่หมดแค่นั้น พอรถมา เราก็ขึ้นรถแล้วก็บอกคนขับว่าไป Llandegla คนขับก็โอเค ไอจะผ่านบ้านของพวกยูนะ เราก็เลยโอเค พอนั่งรถมาถึงป้ายที่เราขึ้น-ลงรถบัสประจำ เราก็ไม่ได้ลง เพราะเขาบอกจะผ่านบ้านเรานี่หว่า (คือบางรอบมันผ่านหน้าบ้านเราจริงๆ กดกริ่งแล้วลงหน้าบ้านได้เลย) จากนั้นนั่งไปซักพัก เฮ้ยยยย! นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านเราละ นี่มันทางไปเมืองอื่นแล้ว แต่ก็ยังนั่งต่อไปเพราะคิดว่าอาจไปส่งคนทางนั้นก่อน พอนั่งไปเรื่อยๆ คนขับก็หันมาถามว่า อ้าวนี่ยังไม่ลงอีกเหรอ เค้าขับจนสุดทางแล้วนะ ..... เราตกใจมาก ตอนนั้นแบบอารมณ์เสียมาก เราว่าเราฟังไม่ผิดนะ เพราะก็ยังมีเด็กอังกฤษอีกคนก็งงเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไร ไม่อยากมีเรื่อง ก็เลยโทรหาโฮสท์ สุดท้ายโฮสท์ก็มารับกลับบ้านโดยสวัสดิภาพจ้า ^^

พอถึงวันสุดท้ายที่จะกลับ ตอนเช้าเราร้องไห้หนักมาก เรากอดโฮสท์ โฮสท์บอกว่าเราเป็นเด็กที่มาอยู่กับเขานานที่สุด ดังนั้นเขาผูกพันกับเรามาก คือเอาตามตรงนะ เรากับโฮสท์สนิทกันอยู่ในระดับหนึ่งเลยหล่ะ และพอรถออก เรามองออกไปเห็นโฮสท์ยืนร้องไห้อยู่ และภาพสุดท้ายของโฮสท์ก็ค่อยๆ จางหายไป
. วันนั้นเศร้าจริงๆ แต่พอถึงลอนดอนปุ๊บ ความเศร้าหายไปชั่วขณะ อิอิ พอเข้าเขตลอนดอนความอลังการเริ่มงอกค่ะ ตึกรามบ้านช่อง อะไรๆ ก็แลดูไฮโซ๊ ไฮโซไปหมด ตานี่เบิ่งดูความงามของมหานครลอนดอนอยู่ข้างกระจกรถบัสตลอดเวลา
ฮ่าๆๆ วันแรกที่ลอนดอน ที่แรกที่ไปคือ สโมสรฟุตบอลของอาร์เซนอล และที่พลาดไม่ได้คือ หอนาฬิกา Big Ben และ London Eyes หูยยย! เห็นในรูปหรูมาก แต่พอมาเห็นจริงๆ
เอิ่ม หอนาฬิกา Big Ben ในรูปมันสวยกว่านี้ไม่ใช่หรอ แอบผิดหวังอยู่เบาๆ พอตกกลางคืน ก็ไปย่าน Piccadilly Circus ค่ะ โอ้โห!! ที่จริงก็เป็นแหล่งมั่วสุมและรวมอบายมุขนี่เอง แต่ละคนนี่แต่งตัวแบบ เอิ่มมมม
..นะ! ช่วงเวลากลางคืนที่ Piccadilly Circus พวกคนมีตังค์ทั้งหลายก็จะเอารถหรูๆ มาขับอวดกัน บีบแตรใส่กันประมาณว่า เฮ้ย นี่รถข้าเจ๋งกว่านะ อะไรประมาณนี้ หนวกหูมากๆ แถมร้านเกือบทุกร้านในย่านนั้นก็ยังเป็นผับทั้งหมด! แสง สี เสียง นี่ชนะเลิศ ทั้งกลิ่นเหล้าและบุหรี่นี่ฟุ้งงงงไปทั่วอากาศ อันนี้เยอะจริงๆ จินตนาการกันเองนะ มั่วกันแบบสุดๆๆๆๆๆๆ! แล้วยังไม่พอ เราดันเดินเข้าไปในแหล่งของคนดำอีก ซวยละทีนี้ แทบหนีออกมาไม่ทัน TT

พอเช้าอีกวันก็ไปพระราชวังบักกิ้งแฮม ไปดูทหารอังกฤษเดินเปลี่ยนกะงาน และก็ไปช้อปปิ้งที่ Oxford Street และ Bond Street ร้านค้าดังๆ ตรึมมมม! และก็ห้าง Harrods อันนี้ช้อปกระเป๋ามันส์สุดๆ หมดไปเยอะเหมือนกัน 555 สุดท้ายที่สนามบิน กระเป๋าน้ำหนักเกิน TT ต้องเอาเสื้อผ้าออกทิ้งไว้ที่สนามบินเยอะมากๆๆๆ TT เศร้าใจสุดๆ


สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในลอนดอนนั้น เราคิดว่าคนในลอนดอนส่วนมากไม่ใช่ชาวอังกฤษ เป็นแขกก็เยอะ ทางเดินนี่เบียดกันแบบสุดๆๆๆๆๆ! แถมทางก็สกปรกเอามากๆ เศษขยะและบุหรี่ตรึม! ภาษาที่ได้ยินก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่จะเป็นอิตาลีมั่ง สเปนมั่ง ปนกันไปหมด ภาษาอังกฤษนี่แทบจะไม่ได้ยินเลย สรุปคือไม่ชอบลอนดอนค่า!! ชีวิตวุ่นวายมากๆ และมิจฉาชีพเยอะมากๆๆๆ ดังนั้นใครที่แบบอยากไปลอนดอนก็คิดให้ดีๆ น้า มันไม่ได้สวยหรูแบบที่คิดหรอกนะคะ แล้วก็ถ้าอยู่ในลอนดอนกระเป๋าสะพายนี่ขอแนะนำกอดให้ดีๆ เลย เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้ค่ะ แต่อีกอย่างที่อยากบอกคือ ขอคอนเฟิร์มว่า หนุ่มอังกฤษหล่ออออทุกคนค่า ดูเป็นผู้ดี มีสกุลสุดๆ แต่งตัวก็ดี คือแบบเดินมา 10 คน หล่อซัก 8 คนงี้ โอยยย ละลานตาไปหมดเลย ><

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปเรียนภาษา 7 สัปดาห์ ถือว่าได้เยอะพอสมควรค่ะ ช่วงแรกๆที่ ไปฟังไม่รู้เรื่องเลย อีกอย่างชาวเวลส์ก็มีสำเนียงอังกฤษที่แปลกออกไปเล็กน้อย คือพูดเร็วมากกกก แต่อยู่ไปเรื่อยๆ และถ้าถามว่ามีอาการ homesick รึเปล่า? ตอบได้คำเดียวเลยว่า ไม่มี ฮ่าๆๆๆ สนุกจริงๆ ค่ะ มันทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น กล้าที่จะคิดและกล้าที่จะทำแต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขต และไม่ผิดกับประเพณีหรือวัฒนธรรมของไทยเราด้วยนะคะ ^^ แล้วก็บางคนที่บอกว่า ไปแป๊ปเดียว ไม่ได้อะไรหรอก อันนี้ไม่จริงค่ะ มันอยู่ที่เรามากกว่าที่กล้าจะพูดหรือกล้าที่จะไปคุยกับเขารึเปล่า คือไม่เก็บตัวเอาอยู่แต่ในห้อง รับรองมีเพื่อนเยอะ และภาษาก็จะตามมาเองค่ะ

โอ้ววว เป็นประสบการณ์อีกเรื่องที่สนุกมากเลยค่ะ อ่านเพลินๆ ดีจัง บ้านก็น่ารักน่าอยู่มาก >__< อีกอย่างคือได้เที่ยวกระหน่ำมาก ฮ่าๆๆ แต่เห็นด้วยที่ว่าถึงจะไปเรียนภาษาแค่ช่วงสั้นๆ แต่ถ้าเราตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้ซักอย่าง ยังไงก็คุ้มค่ะ !! ... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันจ้า
ส่วนน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนต่อนอกแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ทางเว็บ Dek-D.com จะมีหนังสือเล่มใหม่ออกมาค่ะ !! คราวนี้ขอเอาใจน้องๆ มัธยมที่อยากไปเรียนต่อนอก กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! ราคาก็ถูกมากแค่ 125 บาทเท่านั้น !! กับความหนาเกือบ 300 หน้า
เจอกันพร้อมกันทั่วประเทศ 27 เมษายนนี้ ที่ร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

|