เรื่องเล่าจาก "ตุรกี" นั่งรถข้ามไปกลับทวีปยุโรป-เอเชียทุกวัน !!

         สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกวันพฤหัส สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ พิเศษอีกแล้ว !!! เพราะเป็นประเทศที่ไม่เคยมีใครเขียนเล่ามาก่อน !! ว้าววว ฟังดูน่าตื่นเต้นเนาะ (เวอร์ไป) เพราะเป็นเรื่องจาก "ตุรกี" ดินแดนสองทวีปที่น่าไปมากๆ เลยค่ะ เชื่อเถอะว่า ถ้าน้องๆ อ่านจบ คงมีหลายคนตกหลุมรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง !!

         สวัสดีเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่านครับ ผมขออนุญาตแนะนำตัวก่อนครับ ผมชื่อ "แจ๊ค" ครับ กฤษฎา ปานะวร ปัจจุบันผมศึกษาอยู่คณะรัฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ครับ

         ต้องย้อนเวลากลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรม AFS รุ่น 48 ในปี 2009-2010 ไปแลกเปลี่ยน ณ ประเทศตุรกี ในเวลานั้นความรู้สึกลึกๆ จริงๆ แล้วของผมก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมฝันอยากไปต่างประเทศครับ ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศแบบไกลๆ มาก่อนเลย แต่ถ้าขอพ่อกับแม่ไปเที่ยวก็คงไม่มีทางได้ไปเป็นแน่ครับ รวมกับการที่ได้เห็นรุ่นพี่ในโรงเรียนได้ไปกับโครงการ AFS หลายคน ก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากไปครับ ผมก็เลยตัดสินใจสอบ

         ผมตัดสินใจไปสอบคนเดียว ลุยๆ เลยครับ เพราะเพื่อนในกลุ่มที่คบอยู่ในตอนนั้นมีแต่คนบอกว่า เราจะสอบได้หรอ มันไม่ใช่ง่ายๆ นะ แต่ผมก็บอกไปว่าถ้าเราไม่ลองเราก็ไม่รู้ ข้อสอบจะมี 2 ส่วน คือส่วนของข้อเขียนและการสัมภาษณ์ครับ แล้วปรากฏว่าผมก็สอบผ่านข้อเขียนครับ ขั้นตอนต่อไปก็เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ครับ เท่าที่จำได้ การสัมภาษณ์จะแบ่งเป็นสองส่วนคือการสัมภาษณ์แบบเดี่ยวและแบบเป็นกลุ่มครับ

         สำหรับประเทศที่เลือกไปนั้น ผมเลือกตุรกีไว้อันดับสอง อันดับที่สามผมเลือกไปบราซิล ส่วนอันดับที่ 1 ผมเลือก USA ด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ฝึกภาษาอังกฤษ ส่วนที่เลือกตุรกีไว้อันดับที่สอง เพราะว่าถ้าไม่ติดอเมริกา ผมก็อยากไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่เราไม่ได้มีโอกาสไปมากนักและไม่ค่อยรู้จัก ผมว่ามันเป็นกำไรชีวิตที่ดีมากถ้าเราได้ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสุดท้ายก็ได้ไปตุรกีจริงๆ ด้วย

         ผมออกเดินทางวันที่ 27 สิงหาคม ครับ ใช้เวลา 7 ชั่วโมงในการบินไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ครับ แล้วต้องรอเครื่องอีกกว่า 8 ชั่วโมงในสนามบินโดฮา พวกเราแทบไม่ได้หลับได้นอนกันเลยครับด้วยความตื่นเต้น หลังจากนั้น 8 โมงเช้า พวกเราก็ต้องต่อเครื่องอีก 4 ชั่วโมงไปยังอิสตันบูลครับ ซึ่งโฮสท์แฟมิลี่ของผมก็อยู่เมืองนี้

         ประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่พอสมควรครับ ใหญ่กว่าประเทศไทย มีพรมแดนติดต่อกับหลายประเทศ ตั้งแต่ฝั่งยุโรปจนถึงประเทศในตะวันออกกลางครับ ทางตะวันตกของประเทศติดกับกรีซและบัลแกเรีย ทางทิศเหนือมี Black Sea หรือที่เรารู้จักกันว่าทะเลดำเป็นพรมแดนทางธรรมชาติที่กั้นระหว่างตุรกีกับรัสเซีย ส่วนทางทิศตะวันออกมีชายแดนติดกับประเทศซีเรีย อิรัก อิหร่าน และจอร์เจีย จำนวนประชากรเท่าที่ผมทราบจากข้อมูลทั่วไปมีประมาณ 90 ล้านคนครับ กว่า 97% นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นชาว คริสต์และชาวยิวครับ ส่วนค่าครองชีพโดยประมาณแพงกว่าเมืองไทย 1 เท่าครับ

         หลายคนชอบเข้าใจผิดว่าอิสตันบูลเป็นเมืองหลวง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ เมืองหลวงจริงๆ ชื่อว่า Ankara(อังคารา) ภายในเมืองอิสตันบูลนั้นมีทั้งสถาปัตยกรรมแบบออตโตมัน , จักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือ ไบแทนไซน์ ที่ในสมัยก่อนเมืองนี้ถูกเรียกว่า คอนสแตนติโนเปิลครับ รวมถึงมีเขตธุรกิจต่างๆ ห้างสรรพสินค้าที่ดูทันสมัยมาก และที่น่าสนใจมากก็คือ ในอิสตันบูลเป็นเมืองเดียวที่ผมเห็นมัสยิดและสถานที่ที่เป็นของชาวมุสลิมและโบสถ์ของชาวคริสเตียนตั้งอยู่ร่วมกันภายในเมือง ... สถานที่เที่ยวที่สำคัญภายในเมือง คือ Blue Mosque และ Aya Sofia Church โบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่สำหรับชาวคริสต์ แต่ภายหลังได้กลายมาเป็นสถานที่ทางศาสนาของชาวมุสลิม ที่น่าสนใจคือภายในสถานที่แห่งนี้มี Mosaic รูปของพระเยซูคริสต์หลงเหลืออยู่ และความพิเศษของรูปนี้คือ ถ้าสังเกตที่ดวงตาของพระเยซู จะเหมือนกับว่าสายตานั้นจับจ้องเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะย้ายไปมุมไหนก็ตาม

         เรื่องลักษณะนิสัยของคนตุรกี โดยส่วนมากจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เวลาเดินไปไหนมาไหนในเมืองจะมีคนเรียกเราว่า Japon ที่แปลว่าคนญี่ปุ่น หรือ Cin ที่แปลว่าคนจีนนั่นเอง แต่ไม่เคยมีใครเรียกเราว่าไทยเลย ฮ่าๆๆๆ  ครั้งนึงผมเคยหลงทางในเมือง ก็มีคนตุรกีมารุมล้อมช่วยเหลือผมเต็มไปหมดจนในที่สุดผมก็หาทางไปจนเจอ นิสัยน่ารักครับ คนตุรกีปากหวาน หน้าตาคมเข้ม สวยๆ หล่อๆ เยอะครับ หน้าตาของชาวตุรกีมีหลายแบบ เพราะในประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีหลายกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันครับ มีทั้งคนที่ผิวขาวตาสีฟ้า ลักษณะคล้ายชาวยุโรปทั่วไป แขกขาว และบุคคลที่มีสีผิวคล้ำ ตาสีดำ ลักษณะคล้ายชาวตะวันออกกลาง ตุรกีเป็นประเทศที่โครงสร้างสังคมประกอบรวมกันจากหลากหลายชาติพันธ์ หลายวัฒนธรรม และมีความเชื่อที่ต่างกันมากครับ

         เรื่องของภาษา คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในอิสตันบูลจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ครับ ในโรงเรียนนี่ไม่ต้องพูดถึง พูดได้ทุกคน เก่งกว่าผมอีก ส่วนภาษาราชการของประเทศตุรกีก็คือภาษาเตอร์กิชครับ โดยทาง AFS มีคอร์สให้เราได้เรียนประมาณ 20 สัปดาห์ครับ ซึ่งกว่าผมจะพูดภาษาตุรกีได้คล่องก็ประมาณเดือนที่ 5- 6 ครับ ส่วนเพื่อนบางคนนี่พูดกันได้ตั้งแต่เดือนที่ 3 แล้วครับ ผมก็แอบน้อยใจว่าทำไมเราพูดไม่ได้เร็วอย่างเพื่อนบ้าง แต่เราก็ต้องใช้ความขยันและความพยายาม

         โรงเรียนที่ผมไปเรียนนั่นชื่อว่า Kadikoy Anadolu Lisesi ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในอันดับ Top 5 ของประเทศครับ เด็กนักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่เก่งๆ ทั้งนั้น ในโรงเรียนมีตั้งแต่ชั้น Prep Class ก็คือชั้นที่เตรียมนักเรียนให้พร้อมเพื่อเรียนในเกรด 10 ,11,12 ต่อไป ครับ สายที่เรียนก็คล้ายๆ กับเมืองไทยครับ มีสามประเภทคือ 1.Pure Science สายวิทยาศาสตร์ 2. Turkish – Science สายศิลป์ภาษา วิทยาศาสตร์ 3. Turkish – Math ภาษาและคณิตศาสตร์ ในโรงเรียนก็มีชมรมต่างๆ มากมายครับ เช่น ชมรม Theatre, basketball, music, drawing, lab ให้เลือกตามชอบเลยครับ

         ส่วนเรื่องโฮสท์แฟมิลี่ ผมได้โฮสท์เป็นแบบ Welcome host ก่อนครับ ก็คือเป็นครอบครัวที่ดูแลเราชั่วคราว วันแรกที่ผมไปถึงผมยังไม่ได้เจอกับโฮสท์นะครับ แต่ว่าต้องไปเข้า Orientation Camp เตรียมความพร้อมก่อนครับ ในค่ายก็จะมีการสอนวัฒนธรรมทั่วไปของชาวตุรกี รวมถึงกิจกรรมรู้จักเพื่อนใหม่สนุกๆ ครับ และยังเป็นที่แรกๆ ที่ผมได้ลิ้มลองอาหารตุรกีครับ ในช่วงแรกรสชาติก็แปลกๆ ไม่คุ้นลิ้นเท่าไหร่ ... อาหารตุรกีที่น่าจะเป็นที่รู้จักก็คือ Kebab(เคบับ) หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้ อาหารส่วนใหญ่ชาวตุรกีจะรับประทานกับโยเกิร์ต ตุรกีมีอาหารพื้นเมืองเยอะมากครับ แทบทั้งหมดไม่มีชื่อเรียกในภาษาไทย และวัตถุดิบอาหารผักหลายชนิดไม่สามารถหาในเมืองไทยได้ และที่สำคัญคนตุรกีไม่นิยมกินข้าวเท่าไหร่ครับ

         บ้านของ Welcome Host อยู่ทางตอนเหนือของเมือง เป็นย่านของคนรวยและตั้งอยู่ฝั่งยุโรปครับ ใจผมเต้นรัวมาตลอดทางเลยพอไปถึงต้องถึงกับทึ่งและตกตะลึงครับ บ้านของโฮสท์มีสี่ชั้น !!!! สระว่ายน้ำในตัว และมีลิฟท์ในบ้าน !!! รวมทั้งมีคนใช้อีกด้วย ผมไม่คุ้นชินกับอะไรแบบนี้มาก่อนเพราะที่บ้านผมที่เมืองไทยก็เป็นคนชนชั้นกลางธรรมดาสามัญ เจอแบบนี้ถึงกับอึ้งจริงๆ ครับ แต่ก็อยู่กับพวกเขาได้ไม่นานก็ต้องย้ายไปหา Permanent Host Family ก็คือครอบครัวถาวรที่เราจะต้องอยู่กับพวกเขาไปจนจบโครงการ เป็นบ้านที่มีแค่พ่อแม่กับแมวหนึ่งตัวครับ

         เหตุผลที่ต้องย้ายโฮสท์ก็เพราะว่า โรงเรียนของผมนั้นตั้งอยู่ในฝั่งเอเชีย ส่วนบ้านโฮสท์แรกนั้นอยู่บนฝั่งยุโรปครับ เวลาเดินทางไปเรียนต้องตื่นแต่เช้า นั่งรถโรงเรียนที่มารับตั้งแต่ตีห้า แล้วกว่าจะไปถึงโรงเรียนก็ราวๆ แปดโมงครับ ถึงแม้ว่าจะไกลและทำให้ผมเหนี่อย แต่ผมรู้สึกเป็นคนหนึ่งที่โชคดีมากๆ ที่ได้นั่งรถโรงเรียนข้ามทวีปไปเรียนทุกวัน 555+ มันเป็นอะไรที่พิเศษที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตเลยครับ จะมีคนไทยสักกี่คนได้ทำแบบนี้ 

         ระหว่างใช้ชีวิตอยู่ที่ตุรกี ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ มากมายครับ เช่น ทะเลดำ ที่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีสีดำครับ เป็นทะเลทั่วไป ส่วนที่มาที่ไปก็คือว่า ดินโคลนดินทรายบริเวณชายหาดของทะเลแห่งนี้มีสีดำจากสารไฮโดรเจนซัลไฟด์  (H2S) หรือที่เรียกกันว่าก๊าซไข่เน่า และในน้ำลึกของทะเลแห่งนี้ไม่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่ครับ นอกจากนั้นผมยังได้มีโอกาสไปบ้านหลังสุดท้ายของพระแม่มารีที่เมือง Izmir ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ

         และในละแวกใกล้เคียงก็มี เมือง Ephesus ที่เคยเป็นของกรีกโบราณครับ เมืองนี้สร้างมาก่อนคริสตกาลประมาณ 100 ปี ถ้านับถึงทุกวันนี้เมืองนี้มีอายุประมาณ 2112 ปีแล้วครับ !! ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ก็ไปที่ เมือง Cappadocia มองทั่วๆ ไปดูเป็นเมืองที่ว่างเปล่า แต่ลึกลงไปใต้ดินนั้นมีอุโมงค์ที่เคยมีคนอาศัยอยู่เพื่อหลบข้าศึกในสมัยโบราณ ทำให้เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

         นั่นก็คือประสบการณ์สนุกๆ ของผมในตุรกี ถึงจะผ่านมาได้สักระยะแล้ว แต่ก็ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึง ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่จะสมัครสอบ AFS ปีนี้ด้วยนะครับ ประสบการณ์เพียบรออยู่

          เป็นยังไงล่ะๆๆ ถูกใจใช่มั้ย ขอบอกว่าอิจฉามากกกกกกตอนที่ได้เดินทางไปกลับทวีปเอเชีย-ยุโรปทุกเช้าเย็น กรี๊ดๆๆๆ ทำไมน่าอิจฉาขนาดนี้ สุดยอดเลยค่ะ พี่เป้ อ่านแล้วร้องหูววววววและตาร้อนสุดๆ เพราะฉะนั้นใครที่เล็งจะสอบ AFS แล้วมองหาประเทศน่าสนใจล่ะก็ ลองเลือกตุรกีดูก็ได้นะ ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ มันส์ๆ อยากแบ่งปันบ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เดี๋ยวเอามาลงให้แน่นอนจ้า

           และห้ามพลาด !!! หนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก โอ้ววว น่าสนใจล่ะสิ  ราคาก็ถูกมากแค่ 125 บาทเท่านั้น !! หนาตั้ง 200 กว่าหน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่

วางแผงแล้วตามร้านหนังสือซีเอ็ด และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศจ้า

เด็กดีดอทคอม :: AFS รุ่นที่ 52 เตรียมเปิดรับสมัครแล้ว คลิกอ่านระเบียบการด่วน !

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER : @PAYDEKD

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yingsnw'PrincesKey Member 26 เม.ย. 55 09:55 น. 5
เรามีเพื่อนเป็นคนตุรกี เค้าอัธยาศัยดี นิสัยดีจริงๆแหล่ะ
ปากหวานด้วย ชอบชมคนไทยว่าคนไทยสวย น่ารัก ><"
0
กำลังโหลด

36 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yingsnw'PrincesKey Member 26 เม.ย. 55 09:55 น. 5
เรามีเพื่อนเป็นคนตุรกี เค้าอัธยาศัยดี นิสัยดีจริงๆแหล่ะ
ปากหวานด้วย ชอบชมคนไทยว่าคนไทยสวย น่ารัก ><"
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Love Actually Member 26 เม.ย. 55 11:05 น. 7

"ทางทิศเหนือมี Black Sea หรือที่เรารู้จักกันว่าทะเลดำเป็นพรหมแดนทางธรรมชาติที่กั้นระหว่างตุรกีกับรัสเซีย"

คำว่า "พรมแดน" ไม่มี "ห" นะคะ พี่เป้แก้ด่วนเร้ววว

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ipan Member 26 เม.ย. 55 14:26 น. 9
บ้านของโฮสท์มีสี่ชั้น !!!! สระว่ายน้ำในตัว และมีลิฟท์ในบ้าน !!! รวมทั้งมีคนใช้อีกด้วย

บร๊ะ! 

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Jckie Member 26 เม.ย. 55 23:58 น. 14
 สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะครับ จริงๆแล้วระยะทางจากบ้านผมไปโรงเรียนนี่ไม่ไกลมากครับแต่ที่ใช้เวลามากเพราะช่วงเช้ารถจะติด บริเวณสะพานข้ามทวีปครับเพราะมีอยู่เพียงสองสะพาน รวมถึงต้องใช้เวลาไปวนรับนักเรียนคนอื่นๆด้วยครับ
0
กำลังโหลด
ดีน 27 เม.ย. 55 01:43 น. 15
ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่ประเทศตุรกีอยู่ครับ ส่วนตัวแล้วประทับใจประเทศตุรกีมากๆ ทั้งคนตุรกีเอง ธรรมชาติของประเทศตุรกี และประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆของโลกมากมายที่น่าค้นหาในดินแดนแห่งนี้ ที่เรียกว่า "ดินแดนออตโตมัน" อยู่แล้วมีความสุข ถึงแม้ว่าเพิ่งจะมาเรียนได้แค่ เกือบเจ็ดเดือน แต่ก็หลงไหลเอามากๆเลย วันหลังว่างๆจะเล่ามาฝากน่ะครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Amp 3 พ.ค. 55 00:31 น. 20
ประเทศเค้าเป็นมุสลิมเนอะ งั้นก็มีแต่ไก่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เนื้อๆๆๆๆๆๆๆๆ อ่ะดิ
อหิวาตกโรค !!! ผมอยู่ไม่ได้และหนึ่ง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด