|
พอคลิกเข้าไปอ่านก็พบว่า เป็นความรู้สึกของคุณครูชาวต่างชาติท่านหนึ่งที่สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเอกชนที่ไทย ซึ่งในระหว่างที่ทำงานเป็นครูนั้น คุณครูท่านนี้ก็รับรู้ได้ถึงปัญหาของระบบการศึกษาไทย .... เราลองมาอ่านดีกว่า คุณครูชาวต่างชาติเค้ามองการศึกษาไทยว่าเป็นยังไง ???
1. งบประมาณที่สนับสนุนการศึกษานั้นมีน้อยเกินไป ทั้งหมดนี้ฉันรู้สึกว่า มันดูไม่มีหวังที่จะพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ดีขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ ฉันสอนที่โรงเรียนเอกชน 2 ภาษา ดังนั้นจึงอาจจะพบเจอปัญหาน้อยกว่าโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ถึงอย่างไรก็ตาม โรงเรียนเอกชนก็อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งฉันคิดว่าเป็นองค์กรที่ขาดความสามารถมากที่สุดในโลก กฏระเบียบต่างๆ ถูกเปลี่ยนทุกเทอม และถึงแม้นักเรียนจะสอบตก ครูก็ต้องจำยอมให้นักเรียนสอบผ่าน รวมไปถึงปัญหาการคัดลอกงานมาส่งก็เป็นเรื่องที่ครูไม่ค่อยใส่ใจ ในทุกๆ ปี กระทรวงศึกษาธิการมักนำเสนอความคิดใหม่ๆ ที่จะใช้พัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย อย่างปีนี้ก็บังคับให้ครูต่างชาติทุกคนต้องไปลงเรียนคอร์สวัฒนธรรมไทยทั้งๆ ที่ครูต่างชาติหลายคนก็อยู่เมืองไทยมานานและคุ้นเคยกับวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดีแล้ว โดยมีกฏบังคับว่า หากไม่ลงคอร์สเรียนวัฒนธรรมไทย จะไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาติทำงานเป็นครูได้ ซึ่งค่าเรียนนั้นอยู่ที่ประมาณ 3,300-9,000 บาท และครูคนนั้นต้องเป็นผู้จ่ายเอง มีครูต่างชาติจำนวนมากยืนยันที่จะไม่ไปลงเรียนคอร์สนี้ บางคนถึงกับตัดสินใจเลิกสอนในเมืองไทยและไปสอนที่ประเทศอื่นแทน เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เท่าที่ฉันรู้ ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครูต่างชาติได้รับเงินเดือนเยอะกว่าสอนที่ไทย รวมถึงการจะได้รับใบอนุญาติทำงานเป็นครูและวีซ่าทำงานนั้นก็ไม่ยากเหมือนเมืองไทย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าทำงานจะอยู่ในเมืองไทยได้ 3 เดือนในสถานะนักท่องเที่ยว ดังนั้นเมื่อครบ 3 เดือนแล้ว ก็ต้องเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา แล้วจึงกลับเข้ามาไทยใหม่อีกรอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจมาก ดังนั้นครูจำนวนมากตัดสินใจไปสอนที่ประเทศอื่นดีกว่า พูดตามตรง ฉันคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรที่แย่ที่สุดของรัฐบาลที่ฉันเคยทำงานร่วมด้วย มีครั้งหนึ่งในระหว่างที่สอนในโรงเรียนเก่า ฉันเคยช่วยเหลือคุณครูวิชาคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง สาเหตุมาจากกว่า คุณครูคนนี้ถูกเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการต่อว่าเรื่องการสอนเด็กทำการ์ดวันแม่ เพราะดันสอนเด็กเขียนภาษาอังกฤษบนการ์ดอย่างผิดๆ หรือแม้แต่บางครั้ง ฉันก็เคยได้รับจดหมายหรือแบบฟอร์มจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไวยากรณ์ที่ใช้นั้น เล่นเอาทำฉันอยากจะโยนทิ้งลงถังขยะซะจริงๆ ตอนนี้ประเทศไทยประสบวิกฤติด้านการศึกษาอย่างหนัก นักเรียนไทยไม่ได้ถูกสอนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะในโรงเรียนรัฐบาล ห้องหนึ่งมีนักเรียนมากกว่า 50 คน เด็กส่วนมากก็หลับในห้องเรียน ครูก็ไม่ได้สนใจว่านักเรียนฟังที่ครูสอนมั้ย หนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอนก็มีจำกัด เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก็แทบไม่มี เงินเดือนสำหรับครูต่างชาติก็ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นครูต่างชาติในโรงเรียนรัฐบาลไทย มักจะเป็นผู้ชายฝรั่งมีอายุที่ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยจริงๆ หรอก ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาในประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลี และจีน ต่างก็ก้าวกระโดดไปแล้ว แต่ประเทศไทยดูจะร่วงลงทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ .... องค์กรและกระทรวงต่างๆ ในไทยจะถนัดแต่การออกกฏระเบียบใหม่ๆ แต่ไม่รู้วิธีจัดการกฏระเบียบนั้นให้ได้ประสิทธิภาพ สำหรับในความคิดของฉัน สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ.... 1. กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสำคัญกับครูต่างชาติ ครูทุกคนควรจะต้องจบระดับมหาวิทยาลัย และต้องได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรอบรมครูหรือที่เรียกว่า TEFL สุดท้าย ฉันรู้สึกว่า ระบบการศึกษาของไทยน่าจะยังคงแย่แบบนี้ต่อไปอีกนาน และดูไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววันนี้ สังคมไทยดูเป็นสังคมที่ทำอะไรแบบผักชีโรยหน้าในทุกๆ เรื่อง กระทรวงศึกษาธิการไม่ค่อยฟังเสียงของครูทั้งๆ ที่ครูเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าการศึกษาไทยเป็นยังไง ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จำนวนครูต่างชาติในไทยน่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ ฉันรู้สึกสงสารเด็กไทยมาก เพราะนอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้องแล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเด็กไทยจำนวนมากก็ยังอ่อนวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิดของตนเองอีกด้วย โอ้ววว เรียกว่าอ่านแล้วเจ็บทุกช็อตกันเลยทีเดียว T___T แล้วน้องๆ ล่ะคะ อ่านแล้วคิดยังไงกับบทความนี้บ้าง เคยลองถามครูต่างชาติในโรงเรียนตัวเองบ้างมั้ยว่าเค้าคิดยังไงกับระบบการศึกษาของเมืองไทย ? ถ้าขอ 3 คำให้บทความนี้ พี่เป้ ขอบอกว่า "โดน จัง จัง" !!! และห้ามพลาด !!! ใครที่แอบเบื่อการศึกษาไทยและอยากลองไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในโรงเรียนที่เมืองนอก ขอแนะนำหนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก โอ้ววว น่าสนใจล่ะสิ ราคาก็ถูกมากแค่ 125 บาทเท่านั้น !! หนาตั้ง 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่ วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
ข้อมูลประกอบ : voice.yahoo.com |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
อ่านแล้ว ...ไม่รู้จะโทษใครดี กระทรวงศึกษาธิการหรือว่าคุณครูหรือว่าตัวเอง
แต่ที่แน่ๆ สงสารตัวเองมาก ที่ต้องอยู่ภายใต้ระบบการศึกษาไทยตอนนี้...
ชาวต่างชาติเขาเรียนน้อยกว่าเราแต่เขาได้ความรู้มากกว่าเพราะเขาไม่ได้เรียนอยู่ในห้องเรียนแบบเรา แต่เขาเรียนนอกห้องเรียนเช่น ไปเรียนประมง เขาก็ไปที่แหล่งน้ำจริงๆ
เรียนเย็บผ้า ก็ไปที่โรงเย็บผ้าจริงๆ
แล้วเขาเรียนแค่ครึ่งวัน อีกครึ่งวันเขาทำกิจกรรมสนุกๆกันทำให้เด็กอยากมาร.ร.มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
กำลังโหลด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?


222 ความคิดเห็น
โดนชิบ..
อยากให้กระทรวงได้มาอ่านบ้างจะได้รู้เรื่องกะเขาซักที
คนใหญ่คนโตหลายคนถึงจบจากต่างประเทศไง แต่ทำไมไม่เอาของต่างประเทศมาพัฒนาที่ไทยอ่ะ
เอ่อ... พวกเราเรียนบริหารแล้วไปเป็นรัฐมนตรีกันดีป่าว ?
โดนมากค่า
นักวิชาการทั้งหลาย มาอ่านบ้างนะงับ เพราะมันคือเรื่องจริง - -
ต่างจากเมืองนอกที่แม้เด็กเขาจะเที่ยว แต่ก็ยังมีความสามารถ การเรียนรู้ การเอาตัวรอด กว่าบ้านเราอีกเยอะ
เพราะประเทศเราไม่มีระเบียบการจัดการศึกษาที่ดีกว่านี้ เอาแต่เด็กเก่งๆ หัวกระทิ ระดับประเทศมาวัดระดับการศึกษา
ตามที่ครูเขาพูดมา เราเองก็ว่าถูกหมดแหละ
โดยเฉพาะครูต่างชาติแก่ๆ ไม่ได้มีความรู้มากมายน่ะมาสอนเด็กๆ สอนแบบไม่รู้เรื่องอะไร
มาสอนก็จะคุยแต่กับเด็กที่เขาพูดได้ ส่วนเด็กที่ไม่รู้เรื่องก็ปล่อยไป ทำให้เด็กที่ไม่รู้ ก็ไม่รู้ต่อไป
เด็กจะต้องไปเรียนเอาเอง แล้วจะไปโรงเรียนเพื่ออะไร ?
ก็จริงอยู่ที่คนเราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ควรเอาใจใส่นักเรียนบ้าง
คนที่เรียนไม่เก่งมันเลยเบื่อที่จะเรียน เพราะครูไม่สนไม่ใส่ใจ สนใจแต่เด็กที่เก่งอยู่แล้ว
อ่านแล้วอยากจะเข้าไปกอดครูชาวต่างชาติคนนี้จัง นี่ขนาดสอนที่เอกชนนะ ถ้าสอนที่รัฐจะขนาดไหน
เจ็บเลย แต่ก็ขอบคุณที่ช่วยเสนอค่ะ
อยากให้ทางรัฐบาลอ่านข้อความนี้มากๆ อ่ะ เผื่อจะแก้ไขอะไรได้บ้าง