"วิกฤตการศึกษาไทย" เรื่องจริงจากปากครูชาวต่างชาติ


        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และวัฒนธรรมต่างประเทศสนุกๆ เช่นเคย ^^ วันก่อน เห็นเพื่อนๆ ใน Facebook พร้อมใจกันแชร์บทความต่างประเทศเรื่องหนึ่งที่มีชื่อหัวข้อว่า Education in Thailand: A Terrible Failure หรือแปลได้ว่า การศึกษาในประเทศไทย : ความล้มเหลวที่ย่ำแย่

         พอคลิกเข้าไปอ่านก็พบว่า เป็นความรู้สึกของคุณครูชาวต่างชาติท่านหนึ่งที่สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเอกชนที่ไทย ซึ่งในระหว่างที่ทำงานเป็นครูนั้น คุณครูท่านนี้ก็รับรู้ได้ถึงปัญหาของระบบการศึกษาไทย .... เราลองมาอ่านดีกว่า คุณครูชาวต่างชาติเค้ามองการศึกษาไทยว่าเป็นยังไง ???


       ฉันสอนในเมืองไทยมามากกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันได้เรียนรู้ว่า ระบบการศึกษาไทยนั้นมีลักษณะดังนี้...

1. งบประมาณที่สนับสนุนการศึกษานั้นมีน้อยเกินไป
2. ขนาดห้องเรียนที่ใหญ่เกินไป (ห้องหนึ่งประมาณ 50 คน)
3. การฝึกอบรมครูที่มีระบบการฝึกที่แย่
4. นักเรียนที่เกียจคร้านจนทำให้สอบตก แต่ครูก็จำเป็นต้องยอมให้นักเรียนสอบผ่าน

         ทั้งหมดนี้ฉันรู้สึกว่า มันดูไม่มีหวังที่จะพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ดีขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ ฉันสอนที่โรงเรียนเอกชน 2 ภาษา ดังนั้นจึงอาจจะพบเจอปัญหาน้อยกว่าโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ถึงอย่างไรก็ตาม โรงเรียนเอกชนก็อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งฉันคิดว่าเป็นองค์กรที่ขาดความสามารถมากที่สุดในโลก กฏระเบียบต่างๆ ถูกเปลี่ยนทุกเทอม และถึงแม้นักเรียนจะสอบตก ครูก็ต้องจำยอมให้นักเรียนสอบผ่าน รวมไปถึงปัญหาการคัดลอกงานมาส่งก็เป็นเรื่องที่ครูไม่ค่อยใส่ใจ

         ในทุกๆ ปี กระทรวงศึกษาธิการมักนำเสนอความคิดใหม่ๆ ที่จะใช้พัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย อย่างปีนี้ก็บังคับให้ครูต่างชาติทุกคนต้องไปลงเรียนคอร์สวัฒนธรรมไทยทั้งๆ ที่ครูต่างชาติหลายคนก็อยู่เมืองไทยมานานและคุ้นเคยกับวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดีแล้ว โดยมีกฏบังคับว่า หากไม่ลงคอร์สเรียนวัฒนธรรมไทย จะไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาติทำงานเป็นครูได้ ซึ่งค่าเรียนนั้นอยู่ที่ประมาณ 3,300-9,000 บาท และครูคนนั้นต้องเป็นผู้จ่ายเอง มีครูต่างชาติจำนวนมากยืนยันที่จะไม่ไปลงเรียนคอร์สนี้ บางคนถึงกับตัดสินใจเลิกสอนในเมืองไทยและไปสอนที่ประเทศอื่นแทน เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น

           เท่าที่ฉันรู้ ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครูต่างชาติได้รับเงินเดือนเยอะกว่าสอนที่ไทย รวมถึงการจะได้รับใบอนุญาติทำงานเป็นครูและวีซ่าทำงานนั้นก็ไม่ยากเหมือนเมืองไทย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าทำงานจะอยู่ในเมืองไทยได้ 3 เดือนในสถานะนักท่องเที่ยว ดังนั้นเมื่อครบ 3 เดือนแล้ว ก็ต้องเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา แล้วจึงกลับเข้ามาไทยใหม่อีกรอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจมาก ดังนั้นครูจำนวนมากตัดสินใจไปสอนที่ประเทศอื่นดีกว่า

         พูดตามตรง ฉันคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรที่แย่ที่สุดของรัฐบาลที่ฉันเคยทำงานร่วมด้วย มีครั้งหนึ่งในระหว่างที่สอนในโรงเรียนเก่า ฉันเคยช่วยเหลือคุณครูวิชาคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง สาเหตุมาจากกว่า คุณครูคนนี้ถูกเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการต่อว่าเรื่องการสอนเด็กทำการ์ดวันแม่ เพราะดันสอนเด็กเขียนภาษาอังกฤษบนการ์ดอย่างผิดๆ หรือแม้แต่บางครั้ง ฉันก็เคยได้รับจดหมายหรือแบบฟอร์มจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไวยากรณ์ที่ใช้นั้น เล่นเอาทำฉันอยากจะโยนทิ้งลงถังขยะซะจริงๆ

         ตอนนี้ประเทศไทยประสบวิกฤติด้านการศึกษาอย่างหนัก นักเรียนไทยไม่ได้ถูกสอนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะในโรงเรียนรัฐบาล ห้องหนึ่งมีนักเรียนมากกว่า 50 คน เด็กส่วนมากก็หลับในห้องเรียน ครูก็ไม่ได้สนใจว่านักเรียนฟังที่ครูสอนมั้ย หนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอนก็มีจำกัด เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก็แทบไม่มี เงินเดือนสำหรับครูต่างชาติก็ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นครูต่างชาติในโรงเรียนรัฐบาลไทย มักจะเป็นผู้ชายฝรั่งมีอายุที่ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยจริงๆ หรอก 

         ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาในประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลี และจีน ต่างก็ก้าวกระโดดไปแล้ว แต่ประเทศไทยดูจะร่วงลงทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ .... องค์กรและกระทรวงต่างๆ ในไทยจะถนัดแต่การออกกฏระเบียบใหม่ๆ แต่ไม่รู้วิธีจัดการกฏระเบียบนั้นให้ได้ประสิทธิภาพ สำหรับในความคิดของฉัน สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ....

1. กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสำคัญกับครูต่างชาติ ครูทุกคนควรจะต้องจบระดับมหาวิทยาลัย และต้องได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรอบรมครูหรือที่เรียกว่า TEFL 
2. ควรเพิ่มเงินเดือนให้แก่ครูทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะทุกวันนี้เงินเดือนของครูนั้นน้อยมากๆ และไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นระยะเวลานานแล้ว 
3. เรื่องใบอนุญาตการทำงานเป็นครู ทุกวันนี้ถือเป็นเรื่องที่วุ่นวายมาก แต่ที่เกาหลี ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่นนั้น การที่ชาวต่างชาติจะได้ใบอนุญาตทำงานเป็นครูนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แถมยังให้เงินเดือนมากกว่าที่ไทยด้วย ถ้าหากยังยุ่งยากต่อไปแบบนี้ ต่อไปใครจะอยากมาทำงานเป็นครูที่ไทย ?

        สุดท้าย ฉันรู้สึกว่า ระบบการศึกษาของไทยน่าจะยังคงแย่แบบนี้ต่อไปอีกนาน และดูไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววันนี้ สังคมไทยดูเป็นสังคมที่ทำอะไรแบบผักชีโรยหน้าในทุกๆ เรื่อง กระทรวงศึกษาธิการไม่ค่อยฟังเสียงของครูทั้งๆ ที่ครูเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าการศึกษาไทยเป็นยังไง ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จำนวนครูต่างชาติในไทยน่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ ฉันรู้สึกสงสารเด็กไทยมาก เพราะนอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้องแล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเด็กไทยจำนวนมากก็ยังอ่อนวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิดของตนเองอีกด้วย

         โอ้ววว เรียกว่าอ่านแล้วเจ็บทุกช็อตกันเลยทีเดียว T___T แล้วน้องๆ ล่ะคะ อ่านแล้วคิดยังไงกับบทความนี้บ้าง เคยลองถามครูต่างชาติในโรงเรียนตัวเองบ้างมั้ยว่าเค้าคิดยังไงกับระบบการศึกษาของเมืองไทย ? ถ้าขอ 3 คำให้บทความนี้  พี่เป้ ขอบอกว่า "โดน จัง จัง" !!!

และห้ามพลาด !!! ใครที่แอบเบื่อการศึกษาไทยและอยากลองไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในโรงเรียนที่เมืองนอก ขอแนะนำหนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก โอ้ววว น่าสนใจล่ะสิ  ราคาก็ถูกมากแค่ 125 บาทเท่านั้น !! หนาตั้ง 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่

วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

เด็กดีดอทคอม :: AFS รุ่นที่ 52 เตรียมเปิดรับสมัครแล้ว คลิกอ่านระเบียบการด่วน ! 

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน

ข้อมูลประกอบ : voice.yahoo.com

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Thewitchy Member 2 พ.ค. 55 03:33 น. 2
อ่านแล้ว ...ไม่รู้จะโทษใครดี กระทรวงศึกษาธิการหรือว่าคุณครูหรือว่าตัวเอง แต่ที่แน่ๆ สงสารตัวเองมาก ที่ต้องอยู่ภายใต้ระบบการศึกษาไทยตอนนี้...
1
Non 3 ก.พ. 59 13:16 น. 2-1
ชาวต่างชาติเขาเรียนน้อยกว่าเราแต่เขาได้ความรู้มากกว่าเพราะเขาไม่ได้เรียนอยู่ในห้องเรียนแบบเรา แต่เขาเรียนนอกห้องเรียนเช่น ไปเรียนประมง เขาก็ไปที่แหล่งน้ำจริงๆ เรียนเย็บผ้า ก็ไปที่โรงเย็บผ้าจริงๆ แล้วเขาเรียนแค่ครึ่งวัน อีกครึ่งวันเขาทำกิจกรรมสนุกๆกันทำให้เด็กอยากมาร.ร.มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
0
กำลังโหลด

222 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Thewitchy Member 2 พ.ค. 55 03:33 น. 2
อ่านแล้ว ...ไม่รู้จะโทษใครดี กระทรวงศึกษาธิการหรือว่าคุณครูหรือว่าตัวเอง แต่ที่แน่ๆ สงสารตัวเองมาก ที่ต้องอยู่ภายใต้ระบบการศึกษาไทยตอนนี้...
1
Non 3 ก.พ. 59 13:16 น. 2-1
ชาวต่างชาติเขาเรียนน้อยกว่าเราแต่เขาได้ความรู้มากกว่าเพราะเขาไม่ได้เรียนอยู่ในห้องเรียนแบบเรา แต่เขาเรียนนอกห้องเรียนเช่น ไปเรียนประมง เขาก็ไปที่แหล่งน้ำจริงๆ เรียนเย็บผ้า ก็ไปที่โรงเย็บผ้าจริงๆ แล้วเขาเรียนแค่ครึ่งวัน อีกครึ่งวันเขาทำกิจกรรมสนุกๆกันทำให้เด็กอยากมาร.ร.มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Decimo-del-cielo Member 2 พ.ค. 55 06:37 น. 5
 ขอบคุณมากครับพี่เป้ ที่เอาบทความดีๆมาให้อ่าน มันถูกต้องทุกอย่างเลย จากที่อ่านมา ปัญหานี้คงอีกนานแน่ครับเพราะนักการเมืองไทยไม่สนใจเรื่องนี้มาก สนแต่เงินที่จะโกงเท่านั้น กฎบางอย่างที่ออกมาก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ประเทศที่เจริญๆ เขา พัฒนาการศึกษาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งต่างกับไทย เอาเงินไปพัฒนาเศรษฐกิจอันดับหนึ่ง ไม่รู้ว่ามาจะพัฒนาประเทศ หรือ จะมาพัฒนาความรวยของตนเองกันแน่(นักการเมืองไทย)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
lekda 2 พ.ค. 55 08:57 น. 14
ขนาดโรงเรียนเอกชนครูฝรั่งคนนี้ยังพูดปัญหาได้ตรงขนาดนี้ ถ้ามาสอนโรงเรียนรัฐบาลหรือ มาเจอโรงเรียนขยายโอกาส คนไทยทั้งชาติอกจะระเบิดมากกว่านี้ มันเป็นการบั่นทอนและทำลายความมั่นคงของชาติและรุกรานไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ กว่าจะรู้และสำนึกอะไรจะเกิดขึ้น แค่คิดก็กลัว...จริงๆนะ อายุก็มากแล้วฉันขอตายก่อนจะเห็นประเทศไทยล่มสลาย ขอให้ concept นิดหนึ่งนะ ผลผลิตภาพรวมของการศึกษาไทย(อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด) คือ "ภาพลวงตา" สุดท้ายขอภาวนาให้เมื่อถึงวิกฤติแล้ว กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯ ไม่สิ้นคนดีที่จะกอบกู้บ้านเมือง
0
กำลังโหลด
knightmare. Member 2 พ.ค. 55 09:24 น. 15
 เจ๊ปูแกเล่นเด็กดีป้ะ  อยากให้อ่านเหลือเกิน
คนใหญ่คนโตหลายคนถึงจบจากต่างประเทศไง แต่ทำไมไม่เอาของต่างประเทศมาพัฒนาที่ไทยอ่ะ
เอ่อ... พวกเราเรียนบริหารแล้วไปเป็นรัฐมนตรีกันดีป่าว ?
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
papermail Member 2 พ.ค. 55 09:52 น. 18
คนที่นั่งอยู่บนบังลังงาช้างอะไรพรรณนั้น
นักวิชาการทั้งหลาย มาอ่านบ้างนะงับ เพราะมันคือเรื่องจริง - -
0
กำลังโหลด
Devil's ZaZaMo [Rose] Member 2 พ.ค. 55 09:54 น. 19
ทำไงได้ ส่วนใหญคนไทยมีกฏระเบียบมากมาย แต่ในความจริงเองก็ไม่ได้ใช้หรอก

ต่างจากเมืองนอกที่แม้เด็กเขาจะเที่ยว แต่ก็ยังมีความสามารถ การเรียนรู้ การเอาตัวรอด กว่าบ้านเราอีกเยอะ 

เพราะประเทศเราไม่มีระเบียบการจัดการศึกษาที่ดีกว่านี้ เอาแต่เด็กเก่งๆ หัวกระทิ ระดับประเทศมาวัดระดับการศึกษา


ตามที่ครูเขาพูดมา เราเองก็ว่าถูกหมดแหละ 

โดยเฉพาะครูต่างชาติแก่ๆ ไม่ได้มีความรู้มากมายน่ะมาสอนเด็กๆ สอนแบบไม่รู้เรื่องอะไร

มาสอนก็จะคุยแต่กับเด็กที่เขาพูดได้ ส่วนเด็กที่ไม่รู้เรื่องก็ปล่อยไป ทำให้เด็กที่ไม่รู้ ก็ไม่รู้ต่อไป


เด็กจะต้องไปเรียนเอาเอง แล้วจะไปโรงเรียนเพื่ออะไร ? 

ก็จริงอยู่ที่คนเราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ควรเอาใจใส่นักเรียนบ้าง

คนที่เรียนไม่เก่งมันเลยเบื่อที่จะเรียน เพราะครูไม่สนไม่ใส่ใจ สนใจแต่เด็กที่เก่งอยู่แล้ว

อ่านแล้วอยากจะเข้าไปกอดครูชาวต่างชาติคนนี้จัง นี่ขนาดสอนที่เอกชนนะ ถ้าสอนที่รัฐจะขนาดไหน

0
กำลังโหลด
Rolla Member 2 พ.ค. 55 09:57 น. 20
เค้าบอกได้ตรงจริงๆ T^T
เจ็บเลย แต่ก็ขอบคุณที่ช่วยเสนอค่ะ

อยากให้ทางรัฐบาลอ่านข้อความนี้มากๆ อ่ะ เผื่อจะแก้ไขอะไรได้บ้าง

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด