สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย ^^ สำหรับวันนี้เรื่องที่นำมาฝาก เป็นเรื่องราวของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เดินทางไปอเมริกา แล้วเจอกับเรื่องราวเยอะแยะมากมาย ที่เด็ดสุดคือ "การเหยียดสีผิวในโรงเรียน" โอ้วววว เป็นปัญหาโลกแตกมากๆ เลยค่ะ เรื่องราวจะเป็นยังไง ลองอ่านกันได้เลย !!
สวัสดีค่ะทุกคน เราชื่อ "กาไอซ์" :) คนที่นี่ก็เรียก Ice ก็แล้วแต่คนจะเรียก ^^' หลายคนรู้จักเราบ้างผ่าน Dek-D ใน Fiction .. กาไอซ์ก็เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐโอไฮโอ จากโครงการ YES (Youth Exchange Scholarship) รุ่น 25 หลายคนที่เคยเล่าประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็น เจ๊โบว์ลิ่ง (South Africa) .. เฮียอู๋ (USA) .. น้องแบม (Germany) เห็นเค้าเล่าแล้วน่าสนุก กาไอซ์เลยอยากมาเล่าให้ฟังบ้างจ้า :)
เรื่องแรกที่อยากจะขอพูดถึงเลยก็คือ Host Family เท่าที่จำได้ กาไอซ์ได้โฮสท์เร็วมาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากาไอซ์จะมีการเตรียมตัวมากกว่าคนอื่นเลย = =;; เพราะกาไอซ์ชะล่าใจ ตอนแรกตื่นเต้นมากเพราะทราบว่าจะได้อยู่กับ Double placement (คือโฮสท์ที่รับนักเรียนแลกเปลี่ยนมาอยู่ด้วยมากกว่า 1 คน โดยอีกคนมาจากประเทศรัสเซีย) เราก็พยายามติดต่อกับโฮสท์บ้างทางโทรศัพท์ (แพงมาก) และ E-mail คุยกันก่อนเดินทางมาตลอด
พอเดินทางมาถึง ก็มีโฮสท์พ่อ โฮสท์แม่ และนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจากประเทศรัสเซียก็มารับเรา เค้าชื่อ Olga (ภาษารัสเซียอ่านว่า โอล-ก้า) เราดีใจมาก แต่การเดินทางนั้นก็แสนเหนื่อย เพราะเป็นคนเมารถ .. เมาเครื่อง เลยส่งผลให้นอนหลับไปถึง 2วันเต็มๆ = =;; จากนั้นปัญหาก็เกิดขึ้นสำหรับคนไกลบ้านอย่างเรา .. คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงเพื่อน หรือที่เรียกกันว่า Homesick คือตอนไปเรียนเนี่ยสนุกมากเลยนะได้เจอเพื่อน ด้วยความที่เราต้องเดินกลับบ้าน เอาแล้วกลิ่นดราม่าลอย .. TT^TT ร้องไห้จ้า แต่ก็ดีหน่อยที่ได้โฮสท์ช่วย เค้าก็พยายามให้เราพูด ให้เราคุยว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง? คือคุยกับเค้าได้ทุกเรื่อง ตอนนั้นก็รู้สึกผิดด้วยนะที่ทำให้เค้าไม่สบายใจ เราค่อนข้างจะสนิทกับโฮสท์แม่มากกว่า เพราะโฮสท์พ่อเค้ามีบริษัทเป็นของตัวเอง นั่นทำให้เค้ากลับบ้านดึก บางวันก็เช้า .. ปัญหาที่เราเจออีกเรื่องคือเราเป็นโรค หอบ .. ภูมิแพ้ แล้วที่บ้านโฮสท์เค้ามีสุนัข 2 ตัว แมวอีก 2 ตัว เลยทำให้ช่วงที่อากาศเย็นก็แย่เหมือนกัน หอบขึ้น .. เกือบชัก - -
เรื่องถัดมาก็คงเป็นปัญหาที่เราได้เจอมาคือโฮสท์ ต้องเกริ่นก่อนว่า โฮสท์เราเค้าสร้างกฏขึ้นมาเอง เช่น .. ห้ามเล่น Internet เกิน 4 ทุ่ม แล้วก็จะไปปิด wifi .. ห้ามอาบน้ำตอนเช้า หรือ ห้ามคุยกับครอบครัว(ที่ไทย)เกินอาทิตย์ละหนึ่งครั้งและห้ามคุยเกินหนึ่งชั่วโมง และอะไรอีกหลายอย่างมาก มันอาจจะฟังดูแปลกๆ สักหน่อยแต่มันเกิดขึ้นจริงในชีวิตเด็กอายุ 17-18 คนนี้เลยล่ะจ้า ..
เริ่มกันที่ตอนแรก อย่างที่เคยบอกไปโฮสท์แม่เราเป็นคนใจดีและเราสนิทกันมาก ด้วยความที่สนิทกันนี้ทำให้เรามีอะไรหลายๆ อย่างที่เหมือนกันมาก เหมือนจนบางทีเราไม่เข้าใจกัน .. ก็เริ่มจาก เราไม่ทานเนื้อ ก็ทะเลาะกันนิดหน่อย หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ทำให้เราขาพลิก TT^TT แล้วก็เดินไม่ได้ แล้วเค้าไม่พาเราไปหาหมอ .. เค้าบอกว่าถ้าไม่ไหวจนจะตายโน่นถึงจะไปหาหมอได้ หมอที่นี่มันแพงมาก .. คือตอนนั้นเราแบบ โอเค = =;; ไม่อยากเถียงหรืออะไรเพราะพูดไปก็เท่านั้น จากนั้นมาเราเดินกะเผลกๆ ลงชั้นล่างทำให้ตกบันได TT^TT คราวนี้มันไม่ใช่แค่พอทนได้ เราลุกไม่ได้เลย มันชาไปทั้งขา เราน้ำตาไหลเลยอะ เราก็บอกเค้าว่าพาไปหาหมอได้มั้ย? เค้าก็บอกว่า ไม่ได้ อย่าสร้างปัญหาให้ฉันได้มั้ย ? เราแบบ เอิ่มมม .. = =;;
คือตอนนั้นเราเปิดคอมพิวเตอร์เลยอะ (เค้าไม่ให้ใช้ internet แต่เราแอบใช้) แล้วเราก็คุยกับเฮียอู๋ (เพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยน YES 25 หลายคนคงจำได้) เพราะตอนนั้นเราเองไม่มีโทรศัพท์ (เพราะห้ามโทรกลับไทย นี่คือกฏอีกเหมือนกัน) โทรกลับไทยก็ไม่ได้ เราเลยจะให้เฮียอู๋โทรหาที่บ้านให้ เฮียเลยโทรหาโครงการที่ไทยให้ เพราะยังไงก็ตาม เราต้องไปหาหมอให้ได้ตอนนี้ ..
พอเช้าวันถัดมา โฮสท์เค้าก็ส่งเราไปโรงเรียนตามปกติ ซึ่งนั้นมันไม่ใช่เรื่องเลยอะ เราแทบจะคลานอยู่แล้ว แต่แล้วพอเลิกเรียนมา เจ้าหน้าที่โครงการก็มาหา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น? เราก็เล่าๆ เค้าก็อธิบายว่า ที่เค้าไม่อยากให้ไปหาหมอนั้นเพราะมันแพงมาก แล้วโฮสท์ก็โกรธที่เราโทรกลับไทยไปบอกที่บ้าน จากนั้นเรื่องนี้ก็จบไป เราก็พยายามเข้าใจ แต่แล้ว .. เรืื่องใหม่ก็เข้ามา
ต้องบอกก่อนว่า เรากับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจากรัสเซีย (หรือโอก้า) ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะโฮสท์แม่สนิทกับเรา เค้าเลยซื้อของซื้ออะไรให้เรา หรืออะไรหลายๆ อย่าง ทำให้โอก้าคงไม่พอใจ บางทีเราล้างจาน เค้าก็มาผลักเรา (ดราม่ามั้ย? - - ยังกะดาวพระศุกร์อะจริงๆ) แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นเพราะเงินในกระปุกเราหายไป .. มันไม่ได้หายไปแค่เล็กน้อยหรืออะไร มันเป็นกระปุกสีใสแล้วเราเก็บเงินไว้เต็มกระปุก แต่เงินเราหายไปครึ่งหนึ่งเลย (นี่แหละ เรยาจะเข้าสิงก็ตอนนี้) เราไม่ถามอะไรทั้งนั้นเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นโอก้า
นอกจากนั้น หนึ่งเดือนก่อนเกิดเรื่อง หูฟังบลูทูธของโฮสท์พ่อก็หายไป เราตรงดิ่งไปบอกโฮสท์แม่เจอเค้านั่งหน้าเครียดอยู่ เราเลยถามเป็นอะไร เค้าบอกว่า ขนมของกินทุกอย่างในบ้าน โอก้ากินหมดเลย (ตั้งแต่เดือนแรกแล้วที่เป็นแบบนี้) เราก็เล่าให้เค้าฟัง โฮสท์เราเลยบุกไปที่โรงเรียน เพื่อจะไปเปิดล็อกเกอร์โอก้า จริงอย่างที่คาดไว้ หูฟังบลูทูธอยู่ในล็อกเกอร์ของโอก้าจริงๆ
นอกจากนั้น หนึ่งเดือนก่อนเกิดเรื่อง หูฟังบลูทูธของโฮสท์พ่อก็หายไป เราตรงดิ่งไปบอกโฮสท์แม่เจอเค้านั่งหน้าเครียดอยู่ เราเลยถามเป็นอะไร เค้าบอกว่า ขนมของกินทุกอย่างในบ้าน โอก้ากินหมดเลย (ตั้งแต่เดือนแรกแล้วที่เป็นแบบนี้) เราก็เล่าให้เค้าฟัง โฮสท์เราเลยบุกไปที่โรงเรียน เพื่อจะไปเปิดล็อกเกอร์โอก้า จริงอย่างที่คาดไว้ หูฟังบลูทูธอยู่ในล็อกเกอร์ของโอก้าจริงๆ
หลังจากนั้น กาไอซ์ก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่และโรงเรียนใหม่ มาเข้าเรื่องโรงเรียนกันดีกว่า โรงเรียนกาไอซ์เรียนชื่อ Centerville High School ต้องขอบอกว่า โรงเรียนนี้มีพวกเหยียดคนเอเชียและคนผิวสีค่ะ (นั่นส่งผลให้คนผิวสีและเอเชียเป็นเพื่อนกันไปโดยปริยาย) TT^TT ไม่ใช่เหยียดธรรมดานะ ทำร้ายร่างกายด้วย โห ชีวิตหนีเสือปะจระเข้ได้อีก อยู่ดีไม่ว่าดี อย่างวันหนึ่ง นักเรียนเกาหลีวิ่งขึ้นมาบอกว่า "อย่าลงไปทานข้าวนะ" .. เราก็งง เอ่า ทำไมอะ ? ปราฏกเดินลงไปยังไม่ทันถึงพื้นเลย เศษอาหารเละทะกระจัดกระจาย นั่นก็คือนักเรียนเอเชียกับนักเรียนเมกันมีเรื่องกันเป็นธรรมดา ? TT^TT
กาไอซ์เองก็เพิ่งทราบจากคลาส US History ว่าทำไมคนอเมริกันกับคนผิวสีไม่ค่อยถูกกัน .... ขออนุญาติเล่าว่า เมื่อ 50-60 ปี (ไม่นานมานี้) คนผิวสีได้เข้ามายังสหรัฐอเมริกา ซึ่งแน่นอนว่าบ้างก็เข้ามาทำงาน เป็นคนรับใช้บ้าง ก็มาสร้างเนื้อสร้างตัวที่นี่ เหตุผลก็คงไม่ต้องบอกกันเพราะประเทศนี้ก็นับว่าเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ จากนั้นพอคนผิวสีหรือคนแอฟริกันเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็แตกความคิดออกไปว่า ทำไมต้องมัวทำตามคนอเมริกัน? ทำไมต้องเป็นเบี้ยล่าง .. เลยทำให้คนผิวสีลุกขึ้นมาสู้ ..
อย่างเมื่อก่อนรถบัสจะอนุญาติให้คนผิวสีนั่งข้างหลังเท่านั้น แต่ต่อมาคนผิวสีก็มียกพวกไปถล่มบริษัทรถบัสล่มไปหลายแห่ง บ้างก็เดินถือป้ายประท้วง นั่นเพื่อแสดงให้เห็นถึงว่า คนเรานั้นเท่าเทียมกัน (นี่ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี) .. จากนั้นคนอเมริกันและคนแอฟริกันก็ไม่ลงรอยกันมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะคนแก่ๆ แต่คุณครูบางคนที่โรงเรียนนี้ดีมาก เค้าค่อนข้างไม่แบ่งแยกนักเรียน แต่ถ้าครูแก่ๆ หน่อยก็จะโน่นเลย ใครเป็นเอเชียหรือผิวสีเชิญไปนั่งหลังห้อง = =;; ไม่ก็จะเอาหนังสือเล่มขาดๆ ให้ .. กาไอซ์ก็โดนบ้างนะ บางทีครูโยนหนังสือเรียนขาดๆ ให้อ่าน แต่เรามาเรียนนี่เนอะ ก็ต้องทน เหตุผลตรงนี้เลยส่งผลให้คนเอเชียและคนผิวสีนั้นเป็นเพื่อนกันไปโดยปริยาย
ส่วนวิชาที่กาไอซ์ลงเรียนก็มี Physics (ฟิสิกส์) .. Biology (ชีวะวิทยา) .. English 11 (ภาษาอังกฤษ ของเกรด 11) .. ESL {English Second Language} (นักเรียนต่างชาติบังคับให้เรียนทุกคน ส่วนมาก็เน้นหลักแกรมม่า) .. US History (ประวัติศาสตร์อเมริกา) .. Pre-Calculus (แคลูลัส) .. ที่เลือกลงไปไม่ได้เก่งอะไรเลย TT^TT เค้าบังคับให้ลง ต้องขอบอกว่า แคลคูลัสยากมากกกกกกกกกก TT^TT สุดๆ อะ คือทำการบ้านทีร้องไห้เกือบทุกครั้ง มันยากมากอะ
สุดท้ายก็อยากจะฝากถึงทุกคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ว่า ขอบคุณจากใจที่รับฟังเรื่องราวประสบการณ์นักเรียนแลกเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่เดินทางจนมาถึงตอนนี้ ครอบครัวใหม่ก็ใจดีมาก กาไอซ์เองก็ใกล้เดินทางกลับแล้วค่ะอีกหนึ่งเดือน อยากจะฝากและขอบคุณครอบครัว เพื่อนๆ ทุกคน พี่ๆ พนักงาน YES .. และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ YES โดยเฉพาะรุ่น 25 กาไอซ์ขอบคุณมากๆ นะคะ ^^' ที่คอยดูแลช่วยเหลือดูแลมาโดยตลอด ประสบการณ์ตลอดหนึ่งปีนี้ กาไอซ์คงจะจดจำมันไปตลอดชีวิต :)
คงต้องยอมรับจริงๆ ว่าปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและสีผิว หรือ Racism คงไม่หมดไปจากโลกใบนี้ง่ายๆ ถ้าน้องๆ คนไหนไปแลกเปลี่ยนแล้วเจอปัญหาแบบนี้ วิธีที่ดีที่สุดคงไม่พ้น "การอดทน" ค่ะ เพราะหากไปทะเลาะวิวาทกับอีกฝ่ายด้วยล่ะก็ เรื่องใหญ่แน่ๆ เผลอๆ เจ็บตัวอีกต่างหาก = =" .... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็เขียนส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันค่ะ
และห้ามพลาด !!! "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" จัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เป็นคู่มือเล่มเหมาะพอดีมือ เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125 บาท หนา 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่
วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

TWITTER @PAYDEKD








55 ความคิดเห็น
ดีนะโฮสต์เราเป้นหมอ 5555 สบายเลย
แต่เขาก็หวังดีแหละให้เราได้ฝึก แล้วก็ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ
จะได้โฮสแบบไหน... ใครจะรู้ TOT
<img onclick="insertBYEmo('b-001',true)" data-cke-saved-src="http://www.dek-d.com/DDRTE/editor/plugins/dekdee/images/b-0<img border=" src="http://www.dek-d.com/DDRTE/editor/plugins/dekdee/images/b-0%3Cimg%20border=" 0"="" alt="" style="visibility:hidden;width:0px;height:0px;">
สู้ๆนะ อีกเดือนเดียวมันแป๊ปเดียวจริงๆ :)
แต่เรื่องหมอนี่ไม่ไหวจริง ๆ แพงยังไงก็น่าจะพาไปหน่อย เจ็บขนาดนั้น
การเหยียดสีผิวนี่ไม่ดีเลยคนเอเชียเกี่ยวอะไรละนะ
คือว่าตอนนี้เราอยู่ ม.2 อะค่ะ แต่ตั้งใจว่าตอนโตจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก (ฝันไว้ไกลมาก = =)
คืออยากรู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงอะค่ะ (เช่น วิชาที่ควรตั้งใจเอามากๆไรงี้อะค่ะ )
เพราะอยากเตรียมไว้แต่เนิ่นๆอะค่ะ ^^"
รุ่นพี่คนไหนใจดีช่วยแนะนำให้ได้จะเป็นพระคุณมากค่ะ
แล้วก็ขอบคุณพี่กาไอซ์มากนะค่ะ ที่มาแบ่งปันเรื่องราวให้คนที่อยากต่อนอก (แบบเรา) ^^
สักวันนึงอยากจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนบ้างจัง :)
(สู้ๆๆ