สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกวันพฤหัสเช่นเคยนะคะ ^^ ช่วงนี้หลายๆ โครงการแลกเปลี่ยนก็ประกาศผลทั้งตัวจริงและตัวสำรองแล้ว ยังไงก็ขอแสดงความดีใจกับน้องๆ ที่สอบติดด้วยนะคะ และเช่นเคยค่ะ ก็ยังมีประสบการณ์เด็กนอกมันส์ๆ มาฝากเช่นเคย สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากประเทศที่ยังไม่เคยมีใครเขียนส่งมาเลย 555555 ว้าวววว
นั่นก็คือ "รัสเซีย" หรือดินแดนหลังม่านเหล็กนั่นเองค่ะ ประเทศนี้ถือเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก !!! แน่นอนว่าต้องมีอะไรน่าสนใจเพียบแน่ๆ ถ้าอยากรู้จักประเทศนี้มากกว่าเดิม ก็ตามมาอ่านประสบการณ์เด็กนอกเรื่องล่าสุดได้เลยจ้า
สวัสดีค่ะ เราชื่อ "จีจี้" นะ แต่ในเด็กดีหรือสมัครอะไรเราใช้นามแฝงว่า Aztia ตลอด (น่าจะคุ้นๆ อยู่นะมั้ง-*-) เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS รุ่น 49 ไปรัสเซียค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ปี 1 คณะกราฟฟิกดีไซน์ที่ University of Tennessee สหรัฐอเมริกาค่ะ
ตอนเราไปสอบเอเอฟเอส เราคิดแค่ว่า เราอยากจะไปประเทศที่ใช้ภาษาที่สาม เพราะภาษาไทยกับอังกฤษก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนอยู่แล้ว เลยอยากหาอะไรใหม่ๆ เรียนบ้าง จากที่เราเห็นเพื่อนที่ไปประเทศภาษาที่สาม พอกลับมา ทุกคนได้ภาษาเยอะมากเลย เราเลยคิดว่า เอ ถ้าได้ภาษาเนี่ย งั้นเอาภาษายากๆ อย่างภาษารัสเซียละกัน เราอยากท้าทายตัวเองด้วยแหละว่า เราจะมีทักษะเอาตัวรอดได้ดีแค่ไหน (ดูเหมือนคนชอบเรื่องเสี่ยงๆ เนาะ)
เราไปอยู่เมือง "เยคาเตรินเบิร์ก" ค่ะ เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์เลย คือเป็นเมืองที่พวกรัฐบาลจับตัวราชวงศ์โรมานอฟไปสังหารหมู่ที่นี่ บ้านเรานี่ห่างจากจุดที่เขาขุดเจอศพขับรถไป 5 นาทีเอง แอบน่ากลัวนะ แต่เราก็สวดมนต์เอาไว้ว่า เรามาดี อย่ามาหลอกหลอนหนูเลย TT เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่รองจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กค่ะ เลยเป็นเมืองที่สะดวกสบาย การคมนาคมขนส่งเป็นอะไรที่ถูกมากและไปได้ทุกที่เลยล่ะ เมืองเราใหญ่ก็จริงนะ แต่เมืองมันตั้งอยู่บนเทือกเขาอูราล แถบไซบีเรียเลยล่ะค่ะ ดังนั้นจึงหนาวมากกกก เวลาขึ้นไซบีเรีย อุณหภูมิ-56 เซลเซียสอะ เล่นเอาจะตายกันให้ได้เลยทีเดียว อุณหภูมิหน้าหนาวปกติของเขาคือ -20, -30 ค่ะ แทบจะแต่งงานกับเสื้อขนสัตว์เลยทีเดียว หนาวจริงๆ หิมะเยอะมากเลย
ตอนเรามาถึงที่นี่ ก็มีโฮสท์แฟมิลี่มารับค่ะ เมืองเรามีเราเป็นคนไทยคนเดียว นอกนั้นก็อิตาลีคนนึง ฟินแลนด์ อเมริกา สวีเดน และฝรั่งเศส พวกเราสนิทกันดีค่ะ ไม่เคยทะเลาะกันเลย โฮสท์ของเรานี่ก็ดีมากๆ เรามีโฮสท์พ่อ โฮสท์แม่ น้องชายอายุ 13 และน้องสาวอายุ 10 ขวบ กับแมวหนึ่งตัวชื่อกรีช่า จริงๆ แล้วเราไม่เคยมีน้องมาก่อนเลยล่ะค่ะ ทำให้เรารู้สึกแปลกๆ นะ แต่คือโฮสท์เราไม่เคยมีข้อจำกัดอะไรกับเราค่ะ ขอแค่อย่ากลับบ้านเกิน 4 ทุ่ม อย่าไปที่เปลี่ยวก็พอ แล้วโฮสท์พ่อเราเป็นพันตรี บางครั้งเขาจะไม่อยู่บ้านนานๆ เพราะมีเรื่องของการก่อการร้ายเขาก็ต้องลงไปมอสโคว์(เมืองหลวง) ไปสะสางเรื่อง ส่วนโฮสท์แม่เราเป็นคุณครูประถมในร.ร.ที่เรากับน้องเรียนอยู่พอดี
ปัญหาที่เราพบอย่างแรกคือ โฮสท์เราพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ! น้องเราก็พูดได้นิดๆ หน่อยๆ เอง พอดีเราพกคู่มือบทสนทนารัสเซียเบื้องต้นมา เลยเอามาฝึก พอเราสะกดผิด โฮสท์เราก็จะช่วยสอนการสะกดให้เราใหม่ค่ะ เราเลยพยายามพูดกับเขา จะได้เป็นภาษาเร็วๆ
ครอบครัวเราทุกคนงานยุ่งมากเลย เพราะฉะนั้นบ้านก็จะไม่สะอาด โฮสท์เรามีอะไรที่ตรงกันข้ามกับเราหลายอย่างจริงๆ เขาจะจัดระเบียบพวกงานบ้านไม่เก่ง ที่ฮาสุดคือเอาฝอยขัดหม้อไปล้างจานพลาสติก นอกจากนี้ ทุกคนในบ้านกินเยอะจนเราตกใจ คือเราเป็นคนชอบบ้านสะอาด แม่สอนเราให้ทำงานบ้านเป็น และเราเป็นคนกินน้อยด้วย ดังนั้นถ้าโฮสท์ไม่เก่งหรือไม่ถนัดอะไร เราก็เลยเสริมส่วนนั้นให้ เราจึงช่วยเค้าทำความสะอาดให้ด้วย บ้านเลยสะอาดขึ้น เขาก็ขอบคุณเราใหญ่ เวลาเขางานยุ่งจนลืมตากผ้า เราก็เอาผ้าไปตากให้ เก็บให้ เพราะแม่เราสอนเสมอว่า แค่โฮสท์ให้ที่อยู่ที่กินกับเด็กที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ก็นับว่าเป็นพระคุณมากแล้ว อยากให้เราช่วยเหลืองานบ้านเขาเยอะๆ เป็นการตอบแทน แล้วความผูกพันเราจะมีมากขึ้น ซึ่งเราว่ามันก็จริงนะ
ที่เราอาจหงุดหงิดช่วงแรกคือ น้องชายชอบเอะอะ ก็เข้าใจว่าเด็กอายุ 13 มันก็เป็นแบบนี้เป็นธรรมดา เราก็เลยพยายามอดทนนะ แต่น้องเค้าน่ารักมากเลยนะ น้องจะชอบถามว่า เราจะใช้เน็ตมั้ย? เค้าจะเอาสายมาต่อให้ เล่นนานได้ไม่ว่านะ บางทีตอนเขาไปห้างกับพ่อแม่ แล้วเราเฝ้าบ้านเพราะต้องทำการบ้าน เขาจะซื้อขนมของกินมาฝากเราเป็นถุงเบ้อเริ่มเลย เราก็เลยซื้อของกินมาฝากเค้าเป็นการตอบแทน บางทีเราก็วาดรูปให้ ทำแพนเค้กห่อไส้กรอกชีสให้น้องกิน น้องกับเราเลยสนิทกันมากๆ ตลอดทั้งปีเรากับโฮสท์อยู่กันเป็นครอบครัวจริงๆ ค่ะ เราไม่ได้เปลี่ยนโฮสท์เลยเพราะเรามีความสุข แล้วเวลาอยู่ด้วยกัน เราไม่เคยทะเลาะกันเลย(ครอบครัวสุขสันต์จริงๆ เนาะ)
เรื่องโรงเรียน โรงเรียนที่รัสเซียส่วนใหญ่จะเป็นหมายเลขค่ะ อย่างเราคือร.ร.หมายเลข 148 เป็นร.ร.ที่รับเด็กเอเอฟเอสตลอด ทำให้เด็กในร.ร.ค่อนข้างคุ้นกับเด็กแลกเปลี่ยนค่ะ อาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นครู เขาใจดีกันทุกคน โดยร.ร.ของเรามี 11 เกรดค่ะ เราเรียนเกรด 10 แต่เนื้อหาเท่าม.5 บ้านเราเลย แล้วเราก็จะมีเรียนวิชาภาษารัสเซีย การอ่าน การเขียน บางครั้งครูก็ให้เราไปนั่งในห้องเรียนกับเด็กประถมก่อน เพราะครูจะพูดช้า เราจะเข้าใจได้ดีกว่า ถ้าภาษาเราดีขึ้น เราก็จะได้ไปเรียนในชั้นสูงขึ้น
ในร.ร.ก็มีการเหยียดสีผิวนะ แต่ไม่ได้เหยียดเอเชีย ส่วนมากเป็นการเหยียดพวกแอฟริกันกับพวกคนละตินอเมริกัน แต่โดยรวมเพื่อนๆ เราก็โอเคทุกคนค่ะ ไปดูหนังด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ก็สนุกดี และพอเรามีเพื่อนรัสเซีย เราก็ได้พูดรัสเซียเยอะ นอกจากนี้น้องชายน้องสาวก็พาเพื่อนๆ เขามาแนะนำให้เรารู้จัก เราก็เลยมีเพื่อนมากขึ้น
เอเอฟเอสรัสเซียจะมีค่ายแต่ละฤดูค่ะ ค่ายแรกที่เราไปคือค่ายฤดูหนาวที่เมืองซูกูร์ด เป็นเมืองเล็กๆ ในเขตไซบีเรียที่เราเจออุณหภูมิ -56 นี่ล่ะค่ะ !! ขอเม้าท์ว่าอุณหภูมิอุ่นสุดของเขาคือ -35 ซึ่งในอุณหภูมิ -35 เราต้องทำกิจกรรมแรลลี่! ตอนแรกที่ได้ยิน คิดเลยว่า โอ้แม่เจ้าช่วยกล้วยทอด หนาวจะตายยังจะให้เล่นอีก แต่ว่าพอวิ่งเก็บ RC วิ่งไปวิ่งมา อากาศก็ชักอุ่น เหงื่อก็ชักออก วิ่งเยอะมาก จนสุดท้ายถอดผ้าพันคอกับหมวกออกหมด ร้อนตับแลบ ไม่ไหวเลย กลับบ้านหาน้ำเย็นอาบแทบไม่ทัน เพราะเหงื่อออกเยอะมาก
พอค่ายฤดูใบไม้ผลิ เราไปเที่ยวมอสโคว์(เมืองหลวง) ค่ะ เป็นเมืองที่วุ่นวายจริงๆ แต่ที่ทึ่งสุดคือสถานีรถไฟมอสโคว์ สวยสมคำร่ำลือจริงๆ ถ่ายรูปมาอาจไม่สวย แต่ของจริงทำเราตะลึงตาค้างเลย ส่วนโบสถ์หัวหอมหรือเซนต์เบเซิลก็เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะเลย แต่ข้างในสวยค่ะ สวยมากจริงๆ
และที่เป็นไฮไลต์นั่นคือค่ายที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนี่เอง เมืองเจ้าของฉายาราชินียุโรป พอเราไปถึงที่นั่นพร้อมเด็กเอเอฟเอสจากทั่วรัสเซีย พูดได้คำเดียวว่าเราตะลึงตาค้าง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเมืองที่อายุสามร้อยกว่าปีแล้วมันจะสวยและสมัยใหม่ขนาดนี้มาก่อน ผังเมืองเราว่ามันเป๊ะกว่าเมืองสมัยใหม่อีก ถนนกว้าง ชนิดที่ว่านับถือคนสร้างจริงๆ เราได้ไปพระราชวังฤดูหนาวที่เป็นพิพิธภัณฑ์สะสมรูปภาพจากทั่วโลกเป็นหมื่นๆ ชิ้น คือสมัยก่อนรัสเซียรวยมาก เลยกวาดซื้อภาพของศิลปินยุโรปเอเชียไปเก็บไว้หมด ทั้งงานปูนปั้น งานแกะสลักไม้ ที่นี่มีหมดค่ะ
พระราชวังที่สอง อันนี้อยากให้คนไทยทุกคนไปมาก นั่นคือพระราชวังปีเตอร์ฮอล์ฟ วังนี้ล่ะค่ะที่รัชกาลที่ 5 เสด็จมาประทับตอนที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปพร้อมพระองค์เจ้าจักรพงศ์ภูวนาถ (ถ้าจำไม่ผิด) หากเข้าไปแล้ว จะมีรูปภาพของรัชกาลที่ 5 ถ่ายคู่กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสค่ะ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยจริงๆ สวยมาก อลังการสุดๆ
พระราชวังที่สามเป็นวังสองวังอยู่ด้วยกัน เรียกรวมๆ ว่าซาร์สโกเย่ เซียโล่(ตำหนักของพระเจ้าซาร์) มีพระราชวังคือ เยคาเตริน่าหรือแคทเธอลีน กับพระราชวังอเล็กซานดรอฟ เราเดินไม่ครบค่ะ คือใหญ่มาก เหนื่อยมากเลย แต่ข้างในก็อลังการค่ะ โคมไฟระย้าทำจากพลอยสารพัด โครงเป็นทองอีก ไม่อยากเชื่อเลยว่าประเทศที่ดูดำมืด พอไปเยี่ยมชมจริงๆ มันสวยอลังการจนเราพูดไม่ออกเลยทีเดียว
สุดท้าย สิ่งที่ต้องทำในรัสเซียคือการดูบัลเล่ต์และโอเปร่าค่ะ! บัลเล่ต์ที่นี่ถูกมาก เฉลี่ยราคาก็ 200-250 บาท และเป็นที่นั่งชั้นบ็อกซ์ พอดีเมืองเราเป็นเมืองที่มีพวกโรงละครใหญ่อยู่หลายแห่ง จากร.ร.เดินทางไปโรงละครใช้เวลาสิบห้านาทีเอง เรากับเพื่อนเลยนัดกันไปดูบ่อยๆ จนคนในโรงละครจำหน้าเราได้เลยทีเดียว อยู่ที่นี่เราดูบัลเล่ต์โอเปร่าไป 9 เรื่องได้ แต่เรื่องที่ชอบที่สุดนอกก็คือเรื่อง ‘เกิดวังปารุสก์’ค่ะ!! เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระองค์เจ้าจักรพงศ์ไปพบกับสาวรัสเซีย ทำออกมาอลังการงานสร้าง ไม่ดูถูกคนไทยเลย ฉากอะไรอลังการหมด เอาเครื่องดนตรีไทยผสมวงออเครสตร้าอีก สุดยอด! เราจ่ายไปแค่ 250 บาทเอง คุ้มสุดๆ เลย
หลังจากที่ได้มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราพูดได้เลยว่ารัสเซียอาจมีข้อเสียนะคะ แต่ว่าพอเราลองมองในจุดดีของเขา เราคิดว่าคนรัสเซียเขาอาจเย็นชา แต่เมื่อสัมผัสจริงๆ เขาก็ใจดีนะ อาจมีคนเห็นแก่ตัวบ้าง อยากให้ทุกคนอย่าใส่ใจเลย คนดีๆ ก็มีปะปนกับคนไม่ดีเป็นธรรมดา อะไรมองข้ามได้มองข้ามไป แล้วเราก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขค่ะ
สุดท้ายอยากฝากว่า อย่าตัดสินประเทศที่เราไม่เคยไปเพียงผิวเผิน ตอนแรกเราจินตนาการรัสเซียได้น่ากลัวมาก แต่พอเราได้ไปสัมผัสจริงๆ เขาอาจมีสิ่งที่เราไม่ชอบ แต่อยากให้เข้าใจว่าวัฒนธรรมของเราก็ต่างกัน เราเอาแค่ส่วนดีๆ ของเขามาปรับใช้ก็พอ อย่างคนรัสเซียเขาเคารพกฎจราจรมากๆ เราก็นำส่วนนั้นมาใช้เมื่อเรากลับไทย เราพบว่ารัสเซียมีอะไรดีๆเยอะมากเลย และเราก็ตั้งใจด้วยว่าเราต้องกลับไปประเทศนี้อีกให้ได้ เราอยากให้เพื่อนๆ ลองไปที่นี่ดูค่ะ
อ่านจบแล้ว พี่เป้ ประทับใจคุณแม่ของน้องจีจี้ที่สอนว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น เป็นข้อคิดที่ดีและน่ารักมากๆ เลยค่ะ ^^ ว่าแต่ปีนี้มีใครสอบติดได้ไปแลกเปลี่ยนที่รัสเซียก็มารายงานตัวกันด้วยนะ อิอิ และใครอยากแชร์ประสบการณ์เด็กนอกดีๆ แบบนี้บ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันจ้า
และห้ามพลาด !!! หนังสือจาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" จัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เป็นคู่มือเล่มเหมาะพอดีมือ เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125 บาท หนา 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่
วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

TWITTER @PAYDEKD

30 ความคิดเห็น
ชอบรัสเซียเหมือนกัน
เป็นประสบการณ์ที่ดีและผมเชื่อว่าคุณคงจะจดจำมันตลอดไป
ใครกล้าอยู่ไซบีเรียถือว่าอึดจริง อยากไปดูบัลเล่ต์รัสเซียบ้าง เห็นว่ามีชื่อ
กำลังจะไปปปปปปปป
แต่...ยังไมา่รู้เมืองเลย เหอะๆๆๆ TT
อยากไปแลกเปลี่ยนบ้างจัง แต่เราไม่อยากเรียนช้า
กะว่าจะเก็บเงินตอนเรียนมหาลัย แล้วไป work ที่อังกฤษ ไม่ก็อมริกาสักปี
แล้วช่วงนั้นก็เที่ยวยุโรปไปด้วย ถูกใจประเทศไหน ค่อยกลับมาอีกที ^^
เพื่อนที่รร. เราก็สอบติด เอเอฟเอส ได้ไปที่รัสเซียด้วย ก่อนไปเค้าท่องศัพท์แบบอลังการมาก
วันละเกือบร้อย กลับมาได้ภาษารัสเซียในระดับดีเลย แต่ติดตรงต้องมาต่อม.ห้านี่แหละ
ประมาณว่า พอเจอคนเอเชียปุ๊ปเค้าจะมาทำร้ายเลย *0*
แต่ตอนนี้รู้ละว่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
เราก็ไปรัสเซียมาเหมือนกัน สนุกมากแล้วก็ได้เจอกับอะไรแปลกๆที่เราคงไม่มีทางเจอที่ไทยแน่ๆ แล้ววันหลังจะลองเขียนบ้างนะ
ครอบครัวไม่เห้นด้วย สรุปก็ไม่ได้ไปแลกเปลี่ยนที่ไหน
อยากไปเรียนแลกเปลี่ยนบ้างจัง เป็นประสบการณ์ที่ดีนะคะ
# อยากไปมั่งจัง <3