3 ปี ณ อเมริกา จากมัธยมสู่มหาลัย ผ่านมาได้ไงนะ?

        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย .... คำถามหนึ่งที่เจอน้องๆ ถามบ่อยมากคือ อยากไปเรียนต่อที่อเมริกา ต้องทำยังไง???? เอ๊ะ นั่นสินะ ต้องทำยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้ พี่เป้ จึงไปหาคำตอบมาฝากแล้ว โดยคำตอบก็อยู่ในเรื่องเล่าประสบการณ์เด็กนอกนี้แหละ ถ้าใครอยากรู้ว่าต้องทำยังไง ก็เลื่อนลงไปอ่านเรื่องสนุกๆ ได้เลยจ้า

       
     สวัสดีค่า...เรามีชื่อว่า "ตอง" ค่ะ ตอนนี้กำลังจะเป็นเฟรชชี่ที่ The University of Texas at Austin ค่า... เรามาอยู่ที่รัฐเท็กซัส อเมริกาได้ 3 ปีแล้ว สิ่งที่อยากบอกอันดับแรกก็คือ เท็กซัสร้อนพอๆ กับไทยนั่นแหละ! แต่เวลาหนาวนี่ก็หนาวสุดๆไปเลยค่ะ บางทีก็หิมะตก สรุปแล้วอากาศที่เท็กซัสเนี่ยเอาแน่เอานอนไม่ได้ วันนี้ฝนตก วันต่อมาร้อนแผดเผา ใครจะมาเท็กซัสต้องรู้เรื่องนี้ไว้ก่อนนะคะ เราเตือนคุณแล้ว ฮ่าๆ
 
        เรามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ขึ้น ม.4 ค่ะ เราไม่ได้มาโครงการแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด แต่เรามาอยู่กับพี่ชายซึ่งทำงานอยู่ที่เท็กซัสค่ะ การเรียนโรงเรียนเอกชนเล็กๆ ที่นี่ก็ทำให้มีเพื่อนนิดเดียวเอง แต่มันก็ไม่ทำให้เราท้อค่ะ เพราะเพื่อนที่โรงเรียนต้อนรับเราดีมากๆ ถึงแม้เราจะเป็นเด็กไทยเพียงคนเดียวในโรงเรียน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราไม่มีเพื่อนนะ แต่สิ่งที่เราต้องมีคือความกล้าเข้าไปทัก และเข้าไปคุยกับเพื่อนก่อน แบบเดินเข้าไปแล้วก็แนะนำตัวเลยอ่ะ จริงๆ มันก็สนุกและตื่นเต้นดีค่ะในช่วงแรกๆ ที่ต้องปรับตัว เพราะคนที่นี่พูดกันเร็วมากกกกก เร็วน่ะไม่เท่าไหร่ แต่แย่งกันพูดนี่สิ...เอิ่ม..แล้วฉันจะฟังใครกันเนี่ย แค่ฟังทีละคนก็ฟังไม่รู้เรื่องแล้ว...นี่มากันเป็นกลุ่มๆ จะฟังใครดีนะ แต่ไปๆมาๆ ตอนนี้เราก็พูดแข่งกับเขาแล้ว ฮ่าๆ


สำหรับใครที่อยากมาเรียนไฮสคูลที่อเมริกา ขั้นตอนก็ตามนี้เลยค่ะ
1. ติดต่อกับทางโรงเรียนเอกชนที่จะไปเรียน
2. สอบถามเรื่องเอกสาร และขั้นตอนต่างๆ จากทางโรงเรียนว่าต้องสมัครยังไง
3. ส่วนใหญ่โรงเรียนจะต้องการทรานสคริปต์ จดหมายแนะนำ พาสปอร์ต เอกสารทางการเงิน 
4. ผู้อำนวยการหรือครู จะติดต่อไปเพื่อสอบสัมภาษณ์ (สามารถทำผ่าน Skype ได้)
5. ทางโรงเรียนจะออกสิ่งที่เรียกว่า I-20 ให้ค่ะ 
6. นำเจ้า I-20 ไปยื่นเรื่องกับทางสถานทูตและขอทำวีซ่านักเรียน (F-1 visa) 
7. และก็จะมีการสัมภาษณ์กับทางสถานทูตค่ะ 

เท็กซัสเป็นรัฐที่มีพรมแดนติดกับประเทศเม็กซิโก

ทำให้เรามีเพื่อนที่เป็นทั้งคนเม็กซิกันและลูกครึ่งเม็กซิกันเยอะเหมือนกันค่ะ มีสิ่งหนึ่งที่เป็นวัฒนธรรมเลยก็คือ เด็กผู้หญิงที่อายุ 15 ปีจะจัดงานวันเกิดของตัวเองราวกับว่าเป็นงานแต่งงานเลยค่ะ เขาเรียกว่า ‘Quinceanera’ ค่ะ คือเจ้าของวันเกิดจะใส่ชุดราตรีที่สวยมากๆ และจะมีเพื่อนสนิทของเจ้าของวันเกิดเป็นคล้ายๆ กับ Bridemaid(เพื่อนเจ้าสาว) เราได้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้...นั่งรถลีมูซีนไปยังร้านอาหารที่มีวิวของทะเลสาบ...สวยมากค่ะ มันเป็นวัฒนธรรมที่น่ารักดีนะคะ แต่ก็แอบเขินๆ อยู่เหมือนกันเวลาเดินไปไหนมาไหนแล้วมีแต่คนมอง เพราะชุดของเพื่อนและของเราเอง..มันเด่นมากๆ 555+ แล้วอยู่ดีๆเพื่อนก็เกิดความคิดอันประเจิด(ซึ่งเราค้านเต็มที่) คือ...ใส่ชุดราตรีไปเดินห้างค่ะ! Goshhh…ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่คนมองกันทั้งห้าง...

       
         กิจกรรมที่เราชอบไปทำกับเพื่อนเป็นประจำก็คือ ปีนเขา โยนโบว์ลิ่ง ไอซ์สเก็ต ดูหนัง คือกลุ่มเราออกแนวลุยๆ อ่านะ มันก็เลยมีแต่กิจกรรมแบบนี้ อิอิ นอกจากนั้น เรายังชวนกันไปเป็นอาสาสมัครค่ะ ตองเป็นอาสาสมัครอยู่ที่ Seton Medical Center ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่มากและมีหลายสาขาทั่วทั้งเท็กซัส เพื่อนบางคนก็ไปทำที่ Animal Shelter(บ้านพักดูแลสัตว์เลี้ยง) นับได้ว่า การเป็นอาสาสมัครนี่ทำให้เราพบคนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นค่ะ แถมยังฝึกทักษะการพูดและการเข้าสังคมอีกด้วย...
     
         หน้าที่หลักๆ ของตองในการเป็นอาสาสมัครก็เป็นพวกประชาสัมพันธ์และเป็นแคชเชียร์ใน gift shop ค่ะ การเป็นประชาสัมพันธ์เนี่ยต้องเข็นรถเข็นให้คนไข้นั่งไปโน่นมานี่นะคะ และก็คอยบอกทางให้กับญาติคนไข้ หลายครั้งเหมือนกันที่ต้องรับโทรศัพท์สอบถามเส้นทางมาโรงพยาบาล ตอนแรกก็ตื่นเต้นค่ะ ต่อมานี่เริ่มชิน อิอิ ได้เพื่อนที่เป็นนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกันเยอะค่ะ นอกจากจะได้เพื่อนที่เป็นวัยรุ่นแล้ว ยังมีเพื่อนที่เป็นวัยกลางคนด้วยค่ะ ทุกคนใจดีมากๆ เลย เขาให้คำแนะนำมากมาย 

   
         พอจะจบมัธยมปลาย สิ่งที่เซอร์ไพรส์เราก็คือ การที่เราได้เป็น Salutatorian ของ Graduation Class ตอนจบมัธยมปลายค่ะ เราไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะได้ แถมตอนแรกยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร 5555 มันก็คล้ายๆ กับเกียรตินิยมเวลาจบมหาลัยนั่นแหละค่ะ แต่ว่าเราได้ที่ 2 ของห้อง ก็ทำให้เราได้เหรียญ Salutatorian และที่สำคัญคือ ต้องกล่าว Salutation หรือง่ายๆ ก็คือ กล่าวเปิดงานวันรับประกาศนียบัตรค่ะ มีเวลาเตรียมตัวเพียง 2 วันเอง…ตื่นเต้นที่สุดเลยตอนนั้น แต่เมื่อผ่านไปแล้วมันก็น่าภูมิใจเนอะ
       
         มหาลัยที่เราสมัครเรียนต่อไปมี 2 ที่ค่ะ คือ The University of Texas at Austin และ Texas A&M เราก็ติดทั้งคู่ แต่สุดท้ายเลือก The University of Texas at Austin (UT) เพราะว่าได้ทุนเรียนเยอะกว่า (ฮ่าๆแอบงกนิดนึง) การเข้ามหาลัยที่นี่เขาดูคะแนน SAT/ACT กิจกรรมที่ทำ จิตอาสา เกรดเฉลี่ย และเรียงความค่ะ จริงๆ ตองไม่ได้ได้คะแนน SAT สูงมากนัก แต่มีเกรดเฉลี่ย กิจกรรม และการเป็นจิตอาสาช่วยหนุนหลังอยู่ค่ะ ทำให้เราได้เข้าเรียนที่มหาลัยพร้อมกับทุนด้วยอ่ะ

ส่วนใครที่อยากมาเรียนที่อเมริกาและอยากได้ทุนนั้น
อาจแยกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

Grants : ส่วนใหญ่แล้ว แกรนท์จะให้สำหรับคนขาดแคลนอ่ะค่ะ อันนี้ต้องมีหลักฐานที่หนักแน่นพอสมควรว่าลำบากจริงๆ แล้วจะได้แกรนท์มา อันนี้คือให้เงินฟรีๆ เลย 

Work-study :  อันนี้เป็นการทำงานในมหาลัยค่ะ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ถือ F1 visa  เราสามารถทำงานภายในมหาลัยได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ค่ะ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะได้เงินเป็นรายชั่วโมงไม่ต่ำกว่า $7 ค่ะ โดยงานส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ช่วยอาจารย์ไม่ก็การทำวิจัยและการติวหนังสือเพื่อนค่ะ บางครั้งมันก็ไม่เลวนะคะ ได้ทั้งทำงานและได้เงิน แถมได้ทบทวนวิชาที่เรียนไปด้วย 

Loans : คือการกู้เงินค่ะ อันนี้เราต้องกู้เงินแล้วก็คืนเขาค่ะ ซึ่งจะมีหลายแบบให้เลือก มีทั้งกู้ไปแล้วจ่ายทีเดียวตอนเรียนจบ หรือว่ากู้เงินไปแล้วทยอยจ่าย บางครั้งถ้าเงินไม่พอจริงๆ เราก็คงต้องอาศัยอันนี้ค่ะ อ้อ..เราต้องเลือกดีๆ นะคะว่าจะกู้ของที่ไหน เพราะดอกเบี้ยมันจะไม่เหมือนกัน 

     
         และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตองเพิ่งไปปฐมนิเทศที่มหาลัยมาค่ะ ไม่มีการรับน้องเหมือนที่ไทย ไม่มีเครื่องแบบนักศึกษา แต่จะบอกว่าเป็นปฐมนิเทศที่สนุกและมีสาระมากค่ะ การปฐมนิเทศมี 3 วัน ตองก็นอนอยู่หอที่มหาลัยเลย ที่ UT นั้นใหญ่มาก…เดินจนหลง หลงแล้วก็เมื่อยขา มหาลัยใหญ่เกินไปจนไม่อยากจะคิดเวลาไปเรียนเลยอะ
    
        ช่วงแรกๆ ก็น่าเบื่อค่ะ เวลาที่มีอาจารย์มากล่าวเปิดงานมาพูดโน่นนี่มากมาย เราอยากจะหลับเสียจริงๆ ตอนนั้น แต่ว่าพอช่วงเย็น กิจกรรมเริ่มสนุกขึ้น เริ่มด้วยการกินบาร์บีคิว และก็เดินดูชมรมต่างๆ ค่ะ ได้เสื้อยืดที่เป็นของมหาลัยมาเยอะมากงานนี้มีกระเป๋า ปากกา แก้วน้ำ แจกติดไม้ติดมือกลับบ้านฟรี ตอนกลางคืนมีการแสดงละครเวที (ไม่ก็เหตุการณ์จำลอง) ของรุ่นพี่ ซึ่งมันเป็นการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการเรียนปี 1 และชีวิตในรั้วมหาลัยค่ะ ได้ทั้งความฮาและสาระ
   
        ต่อมาช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ก็มีโชว์ที่เป็นการล้อเลียนของภาพยนตร์เรื่อง ‘Mean Girls’ อันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับได้ดูสาระแนล้อเลียนยังไงยังงั้นเลย และก็เป็นการเล่าถึงประเพณีของมหาลัยด้วย สนุกมากๆ เลยแหละ ต่อจากนั้นก็มีทั้งเกมส์ มีทั้งแดนซ์ จนถึงตี 2 แต่ตองไม่ได้ไปนะเพราะว่าง่วงมาก เดินมาทั้งวันขออาบน้ำนอนดีกว่า ฮ่าๆ
 
       วันที่ 2 กิจกรรมก็เยอะเหมือนเดิมค่ะ ตอนกลางคืนนั้นก็มีการแสดงละครเวทีอีกเช่นเคย ที่ชื่นชอบที่สุดก็คือ ‘The Hook ‘em Games’ ซึ่งก็เลียนแบบมาจาก ‘The Hunger Games’ อันนี้ก็ฮาได้อีกเช่นเคย แถมมีการร้องเพลงเชียร์ของมหาลัยปิดท้ายด้วยค่ะ กลางคืนก็มีการดูดาวผ่านกล้องดูดาวขนาดใหญ่ มีการดูหนังและแดนซ์  ตองไปแค่ดูดาวแป๊บเดียว ไม่เห็นอะไรมาก เพราะเหมือนฝนจะตั้งเค้า...เราก็เลยกลับไปจัดวิชาที่จะลงทะเบียนวันที่ 3 ค่ะ การลงทะเบียนที่นี่เป็นอะไรที่ต้องทำให้เร็วทำให้ไวมาก ไม่อย่างนั้นอดเรียนวิชานั้นไปเลย เพราะบางวิชาเต็มภายในเวลาเพียงแค่ 2 นาที

     
       ชีวิตที่มหาลัยต่อจากนี้ไปก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะเป็นยังไง แต่จากที่ได้มาปฐมนิเทศทำให้ตองรู้สึกอยากจะย่นระยะเวลาและขอให้มหาลัยเปิดเทอมไวๆ เสียจริงๆ ตอนนี้อีกเดือนกว่าๆ มหาลัยก็จะเปิดแล้ว ตอนนี้ก็จัดข้าวของเตรียมย้ายไปอยู่หอค่ะ ส่วนใครที่อยากจะสอบถามเกี่ยวกับการมาเรียนต่อที่อเมริกาก็แวะมาเยี่ยมที่บทความของตองได้นะคะ(แอบขอโฆษณา) ที่นี่ค่ะ 
http://writer.dek-d.com/tong_family/writer/view.php?id=834307 เข้าไปคุยและทักทายกันได้นะคะ ขอบคุณค่ะ
     

        เป็นอีกประสบการณ์ที่สนุกและมีสาระมากๆ สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ การทำกิจกรรมและการเป็นอาสาสมัครเป็นเรื่องที่สำคัญมากกกกกกกกกแต่เด็กไทยเรามักไม่ค่อยใส่ใจกันเท่าไหร่เนาะ ว่ามั้ย?? ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็รีบเขียนแล้วส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com (ส่งรูปมาด้วยนะ) รอรับเรื่องสนุกๆ อยู่เช่นเคยจ้า ^^" และหากอยากอ่านประสบการณ์เด็กนอกเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมก็เข้าไปได้ที่คอลัมน์เรียนต่อนอกที่
www.dek-d.com/studyabroad ได้เลยนะ

 

และห้ามพลาด !!! หนังสือจาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" จัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เป็นคู่มือเล่มเหมาะพอดีมือ เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125 บาท หนา 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่

วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

เด็กดีดอทคอม :: AFS รุ่นที่ 52 เตรียมเปิดรับสมัครแล้ว คลิกอ่านระเบียบการด่วน !


TWITTER @ PAYDEKD
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

11 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Just a Dream 19 ก.ค. 55 15:24 น. 4
สุดยอดเลย พี่เก่งจัง
อยากไปเรียนต่อป.ตรีที่ต่างประเทศเหมือนกันคะ
แต่อยากสอบทุนไปน่ะคะ จะได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ด้วย

อยากรู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไง เพราะเดี๋ยวก็ม. 6 แล้ว ช่วงนี้หาที่เรียนภาษาอังกฤษเพื่อสอบโทเฟลอยุคะ
กะจะสอบทุนให้ได้ แนะนำ การเตรียมตัวอื่นๆหน่อยคะ ขอบคุณคะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Minemiintz Member 6 ธ.ค. 55 19:01 น. 6
หนูอยากได้ อีเมลล์ติดต่อ พี่จังเลยค่ะ
พี่ช่วยฝากอีเมลล์ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ ? ขอบคุณค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กวาง 4 ม.ค. 56 22:17 น. 8
หนูกำลังคิดจะย้ายไปค่ะหนูอยากได้รายระเอียดมาๆๆเลยพี่ช่วติดต่อมาที่e-mail. Gulovemung@hotmail.com. ได้ไหมค่ะหนูต้องการด่วนมากเลย
0
กำลังโหลด
Kiik > Member 27 มี.ค. 56 00:20 น. 9
พี่คะ หนูกะลังจะไปเรียนต่อเมกาเหมือนกันคะ อยากได้ข้อมูลเสริมมากๆเลยคะ รบกวนช่วยติดต่อกลับ ทื่email:kik_akiko1@hotmail.com. หรือไม่ก็ทางมายไอดีในเด็กดีก็ได้คะ ด่วนนะคะ ขอบคุณคะ >/|\<~~
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
somchai Aimpoe 11 ส.ค. 57 08:07 น. 11
8/11/2014 - 8.03 AM การทำงานหนัก เพื่อ ยกปลาย และ เบาสบาย สำหรับ ปลาย จึง เป็น ส่วนสำคัญ เช่นกัน กับ การทำงานหนัก ของ การศึกษา ส่วน ของ ผู้ จัดหลักสูตร การศึกษา และ ติวเตอร์ ที่ เป็น ส่วน 1/ X ของ การพัฒนา การศึกษา 8.04 AM ชมข่าว T V 3 / THAI LAND
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด