สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com...เจอกับ พี่เป้ และประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคยนะคะ ^^ นั่งนับๆ ก็ผ่านไปจะเกือบปีนึงแล้วสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศไทย แต่มองอีกแง่ก็นับว่าโชคดีที่บ้านเราไม่เจอพายุลูกใหญ่ๆ อย่างในเมืองนอก (คิดในแง่ดีแบบนี้ได้มั้ยนะ ฮ่าๆ)
แต่สำหรับประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ น้องเจ้าของเรื่องเค้าจะมาเล่าประสบการณ์เจอพายุทอร์นาโดค่ะ!!!!!!!!!! โห ฟังแล้วดูรุนแรงมากๆ เพราะเคยเห็นผ่านสารคดีต่างๆ นี่น่ากลัวมากๆ อย่างกับปีศาจร้ายบุกเมือง T_T เราลองมาอ่านดีกว่าว่า เมื่อเจอทอร์นาโดแล้ว ต้องทำยังไง?????
Howdy! เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวเด็กดี เราชื่อ "เหมียว-ญาดา วัดอุดม" เพิ่งจบม.6 จากโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี ตอนนี้ศึกษาอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 1 ค่ะ ... เรื่องราวทุกอย่างนี้มันเกิดขึ้นผ่านมาจะเกือบสองปีนู่นนนนแล้วล่ะ อยากจะเขียนส่งมาเว็บเด็กดีตั้งแต่ตอนอยู่นู่นละ แต่ก็ไม่มีเวลา กลับมาก็ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบเข้ามหาลัยอีก ตอนนี้ว่างรอมหาลัยเปิดเทอมก็เลยมีเวลาเขียนซักที กะเอาไว้เซอไพรส์แม่ 5555 (แม่ชอบเข้าเว็บเด็กดี)
เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการ YES หรือ ชื่อเต็มก็คือ Youth Exchange Scholarships รุ่นที่ 24 ปี 2010-2011 ตอนนั้นเราอยู่ม.5 เหตุผลที่อยากไปแลกเปลี่ยนคือ เห็นพี่ๆ ที่โรงเรียนไปแล้วสนุก รู้สึกว่าเค้ากลับมาแล้วมีซัมติงในตัวเค้าเปลี่ยนขึ้น รู้สึกเหมือนพอคุยกับเค้าแล้วรู้สึกว่าเค้าเก่ง เหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะอ่ะ ยิ่งได้ฟังประสบการณ์ฮาๆ ที่เค้าเล่าแล้วแบบ พระเจ้า อยากเจออะไรแบบนี้มั่งจัง!! เราเลยเป็นเด็กที่มีความใฝ่ฝัน อยากจะไปโครงการแลกเปลี่ยนตั้งแต่ยังตัวน้อยๆ ประมาณ 11 ขวบได้ 5555
ส่วนเหตุผลที่เลือกไปประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับแรกเลยคือประเทศนี้พูดภาษาอังกฤษ เพราะคิดแล้วว่า กลับมาได้ใช้สอบเข้ามหาลัยแน่ๆ ภาษาอื่นจะให้ไปเริ่มเรียนใหม่ก็ไม่ไหวแล้ว อังกฤษนี่เรายังพอรู้บ้าง พูดได้บ้าง ส่วนเหตุผลที่สองคือ ประเทศนี้เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความฟรี อิสระทางความคิด วัยรุ่นมีอิสระที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ฟรีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวของไม่ฟรี 5555555 (บอกทำไม = = )
รัฐที่เราได้ไปคือ รัฐโอกลาโฮม่า (Oklahoma) รัฐนี้เป็นรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องของน้ำมัน อินเดียนแดง และทอร์นาโด สามอย่างนี้มีเยอะมากกกกกก 2 อย่างแรกเยอะไม่เป็นไร แต่อย่างสุดท้ายนี้ไม่ไหวจะเคลียร์ เราได้เจอทอร์นาโดของจริงด้วย เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังท้ายๆละกัน :)
โฮสท์เราเป็นครอบครัวเล็กๆ มีอยู่ 4 คน พ่อ แม่ ลูก พ่อทำงานด้านเทคโนโลยีอยู่บริษัทน้ำมัน (ที่บ้านมีโน๊ตบุ๊คที่ได้ฟรีจากบริษัทประมาณ 4-5 เครื่อง เค้าให้เราไว้ใช้เครื่องนึงด้วย เสร็จโก๋ 55) แม่เคยทำงานอยู่บริษัทเดียวกันแต่ก็ลาออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ลูกสาวอีกคนโตไปเรียนมหาลัยแล้ว จึงเหลือแค่น้องสาวที่ชื่อ Jessi ตอนนั้นเค้าอายุ 14 เป็นเด็กที่ขี้อายมากๆๆ เกิดมาไม่เคยเจอใครขี้อายเท่าน้องเรามาก่อนเลย ขนาดเวลาพูดกับญาติพี่น้องเค้าก็จะพูดเสียงเบาๆ จะเสียงดังก็ต่อเมื่ออยู่กับพ่อ แม่ และพี่สาวเท่านั้น ตอนที่เราไปอยู่ ตอนแรกเค้าก็ไปโรงเรียนเดียวกับเรา แต่เกิดเหตุการณ์เด็กต่อยกันบนรถบัสโรงเรียน โฮสท์ก็เลยให้น้องมาเรียนที่บ้านเองหรือที่เรียกกันว่า home school
ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ดีมาก ดีแบบเวอร์ๆ ต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ หนังหรือรายการโทรทัศน์ที่มีคำหยาบนิดเดียว เค้าก็ไม่ให้เรากับน้องเค้าห้องเลย ห้ามดู และอีกหลายอย่างซึ่งบางทีเราก็ไม่ชอบ เพราะเราจะเป็นเด็กที่ชอบเล่นนั่นเล่นนี่ ทำตัวไม่ได้เป๊ะหรือเรียบร้อยมาก บอกตามตรงก็คือ ไปอเมริกาสิ่งที่คาดหวังคืออยากไปผับ 5555 เอาตรงๆ คือเห็นในหนังแบบพวก step dance แล้วอยากไปแบบนั้น อยากไปเต้นๆ มีเพื่อนเป็นคนผิวสี (คนอื่นอาจจะไม่ชอบ แต่เราชอบคนพวกนี้มากก) เปิดเพลงฮิปฮอป แล้วขับรถแบบไฮโดรลิก เด้งขึ้นเด้งลงประมาณนั้น 555 แต่ที่โอกลาโฮม่ามันไม่ใช่เลย เพราะคนผิวสีที่รัฐนี้น้อยมากๆ ส่วนมากจะเป็นอินเดียนแดงหรือเม็กซิกัน ซึ่งก็หน้าคล้ายๆ คนไทย ยังมีคนมาทักเราเลยว่าเป็นอินเดียแดงรึปล่าว อยู่เผ่าใหน ดึกๆ เหงาๆ ก็ส่งสัญญาณควันคุยกันได้นะ 5555 ไม่ใช่ละๆ ล้อเล่นๆ
รัฐนี้ยังเป็นรัฐที่มีอากาศแบบ unpredictable หรือคาดเดาไม่ได้มากๆ ช่วงตอนที่เราอยู่ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนั้นมีพายุหิมะติดอยู่ในบ้านเป็นอาทิตย์ ไม่ได้ไปโรงเรียนเลย ได้ข่าวว่ามีเมืองหนึ่งในรัฐที่อากาศติดลบ 30 องศา ผ่านไปสองวันอากาศเป็นปกติประมาณ 25 องศา! เหมือนแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ได้รับบันทึกเป็นสถิติโลกด้วย
ไฮไลต์คือช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศเลวร้ายมากๆ มีทอร์นาโดทุกวัน ตอนที่เราไปอยู่เดือนเดียวปาเข้าไป 700 ลูก! ทำลายสถิติไปอีกแล้ว 555 จนโฮสท์บอกว่าตั้งแต่ยูมานี่ ทุกอย่างทำลายสถิติหมดเลย ทั้งอากาศหนาวที่สุด เปลี่ยนที่สุด แถมทอร์นาโดเยอะที่สุด (เหมือนจะบอกว่าเราเป็นตัวซวยยังไงไม่รู้ 5555) ซึ่งที่นี่ทอร์นาโดเป็นเรื่องเกือบจะปกติของเค้าไปแล้ว เกือบทุกบ้านจะมีหลุมหลบภัย มีทั้งแบบอยู่ในบ้านและนอกบ้าน โฮสท์เรามีหลุมหลบภัยอยู่ในบ้าน ซึ่งเค้าจะเตรียมของที่จำเป็นไว้ในหลุม เช่น เทียนไขหรือไฟฉาย และวิทยุเอาไว้ฟังข่าวสารข้างนอกเผื่อเวลาพายุสงบแล้ว
วันที่เกิดเหตุ วันนั้นแม่และน้องก็ขับรถมารับเราที่ปั๊มน้ำมันตามปกติ แล้วก็เข้าไปในเมืองเพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้กัน แม่ต้องเอาจิวเวลรี่(งานอดิเรกคือทำจิวเวรลี่ขาย)ไปส่งที่ร้านเพื่อนก่อน พอเข้าไปส่งของเสร็จ ออกมาจากร้าน แบบว่าลมพัดแรงมากกกกก แรงแบบที่เห็นในหนังเลย คือเราตัวแทบปลิว เดินแทบไม่ได้ จะพูดกันนี่ต้องตะโกน...เราสามคนเลยพยายามเดินไปให้ถึงที่รถ เข้าไปนั่ง แม่ก็โทรไปถามพ่อซึ่งยังไม่เลิกงานว่า เกิดอะไรขึ้น?? พ่อก็บอกว่า พายุกำลังจะมา ตอนนี้ยังอยู่อีกเมืองที่ใกล้ๆ กัน แต่จะมาเมืองเรารึเปล่ายังไม่รู้ แม่ก็เลยยกเลิกแผนช้อปปิ้ง แล้วก็ขับรถกลับบ้าน ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร
พอถึงบ้านปุ๊บ เค้าบอกให้เรารีบไปเอาเงินและเอกสารที่สำคัญใส่ในกระเป๋าพร้อมน้ำดื่ม แล้วมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น พอเปิดทีวีดู ปรากฏว่าหน้าจอของทุกช่องขึ้นประกาศฉุกเฉินเตือนภัยให้ลงหลุมหลบภัยได้เลย แม่ก็เลยพาเรากับน้องวิ่งไปที่หลุมหลบภัย พอเข้าไปข้างในปุ๊บ ลูกเห็บก็ตกปั๊บ ลูกเห็บที่ตกแถวบ้านเรายังลูกประมาณหัวนิ้วก้อย ไม่ใหญ่มาก แต่บ้านเพื่อนเราเจอลูกเท่าเมล่อนลงที่หลังคารถพอดี!! บางคนก็เจอลูกเท่าลูกกอล์ฟ ถ้าโดนหัวนี่แตกแน่ๆ
พอลูกเห็บหายตก แม่ก็เลยออกไปเดินข้างนอก แล้วก็ดูโน่นดูนี่ ปรากฎว่าเจอทอร์นาโดกำลังก่อตัวอยู่บนฟ้าใกล้กับโรงเก็บของพอดี! ตอนนั้นเลยเอากล้องรีบมาถ่าย ตอนก่อนมารัฐนี้เราเคยคิดไว้แล้วว่าจะต้องเจอซักวันและจะถ่ายทอร์นาโดให้ได้
ปรากฏตอนถ่ายเรามือสั่นมากๆ! ตอนนั้นนึกถึงแต่พ่อแม่ ถ่ายไม่รู้เรื่องเลย แต่ได้รูปมาสองสามรูปที่พอดูรู้เรื่อง นึกแล้วยังฮาตัวเอง 5555 แต่ยังโชคดีที่ทอร์นาโดลูกนี้ไม่แตะพื้น (อีกประมาณฟุตนึงก็จะถึงแล้ว) คือถ้าทอร์นาโดแตะพื้นเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นทอร์นาโดสมบูรณ์แบบที่จะปั่นทำลายทุกอย่าง แต่ลูกที่เราเจอคือปั่นๆ อยู่บนอากาศแล้วก็ลอยต่ำๆ เกือบแตะพื้น ผ่านบ้านเราไป ซักพักพอมาดูข่าวอีกที ลูกนั้นกลายเป็นลูกใหญ่ ไปทำลายโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลออกไป น่ากลัวมากกกกก
มาที่เรื่องโรงเรียนบ้าง โรงเรียนที่เราเรียนเป็นโรงเรียนเล็กๆ ชื่อว่า Dickson Public School มีนักเรียนประมาณ 400 กว่าคนเอง มีเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนคนเดียว และด้วยความที่ชื่อเรา (เหมียว) แปลกสำหรับคนที่นี่มาก อารมณ์ประมาณว่านี่มันชื่อคนจริงๆ หรอ มีแต่คนไม่เชื่อว่าเราชื่อนี้จริงๆ คิดว่าตั้งเอง
ในโรงเรียนทุกคนก็จะรู้จักเราหมด ซึ่งดีมากๆ อารมณ์เหมือนเวลาเด็กแลกเปลี่ยนฝรั่งมาเมืองไทยแล้วมีแต่คนรู้จักอย่างงั้นเลย เวลาไปใหนก็มีแต่คนจะให้ขนม ให้ของ ถือว่าเป็นโชคดีของเราที่ได้มาอยู่ที่นี่ :) อยู่ที่นี่เราต้องลงเรียน 7 วิชา และต้องเรียนแค่ 7 วิชานี้ทุกวัน ไม่เหมือนเมืองไทยที่แต่ละวันก็เปลี่ยนวิชา เวลาเรียนก็แบบเดิมเป๊ะคือ ถ้าคาบแรกเรียนดนตรี ก็ต้องเรียนแบบนี้ไปตลอดเทอม ซึ่งแรกๆ ตอนเจอก็รู้สึกเซ็งนิดๆ เพราะรู้สึกว่ามันจำเจ แต่อยู่ไปๆ ก็ชินเอง
ซึ่ง 7 วิชาที่เราลงไปก็มี 1.ชีวะ (Biology) 2. Government(การปกครอง) 3. ร้องประสานเสียง (Choir) 4.ตรีโกณมิติ (Trigonometry) 5. ภาษาสเปน (Español) 6. ภาษาอังกฤษ (English) ซึ่งเราได้ A หมดทุกวิชาเลย ยกเว้น English เพราะว่าเพื่อนสนิทเราอยู่คลาสนี้เยอะ เลยไม่ได้ค่อยได้ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ เอาแต่นั่งเมาท์นินทาคนนู้นคนนี้เหมือนอยู่เมืองไทยเลย 555 เป็นคลาสที่เราชอบที่สุด
อยู่ที่นี่เพื่อนที่เราคบจะมีแต่เด็กแสบๆ คือแบบไม่ตั้งใจเรียนเลย คือเราชอบนิสัยของคนพวกนี้ จะแบบฮาๆ แล้วรักเพื่อนจริงๆ เราเลยกลายเป็นคนที่ตั้งใจเรียนที่สุดในกลุ่ม เค้าจะเรียกเราว่า smart ass หรือ smart asian แล้วเวลามีงานการบ้านอะไร เค้าก็จะมาให้เราช่วย แต่ถ้าเรามีเรื่องอะไรให้เค้าช่วยเค้าก็จะช่วยเราตลอด บางทีก็พาเราไปเที่ยว
นอกจากนี้เรามีเพื่อนที่ท้องเยอะมาก!! ตอนแรกที่ไปเราก็แบบว่า พระเจ้า อะไรจะขนาดนี้!! คือใครท้องหรือแต่งงานก็จะมาโรงเรียนเหมือนปกติ พอช่วงใกล้คลอดก็หยุดไป พอคลอดเสร็จก็กลับมาเรียน เค้าเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว .... อย่างเพื่อนเราคนหนึ่งชื่อ Maranda ตอนนั้นเค้าอายุ 16 แต่ลูกเค้าอายุ 2 ขวบ บางทีเค้าก็เอาลูกมาเลี้ยงที่โรงเรียน พ่อเด็กก็เป็นเพื่อนกับเราอยู่ชั้นเดียวกัน วันแรกที่เราไปโรงเรียนก็เจอเลย นั่งอยู่ในคลาส กำลังเอ๋อๆ พยายามทำงานที่ครูให้แบบงงๆ เพราะฟังก็ยังไม่รู้เรื่อง แต่ Maranda ซึ่งนั่งอยู่ข้างเรากลับฝากให้เราดูลูกเค้าให้หน่อย เค้าจะไปเติมน้ำแป๊บนึง = =" ปรากฏเค้าไปนานมากๆ แล้วเด็กก็ร้อง เรานี่ต้องคอยโอ๋ คอยป้อนนม ทำทุกวิถีทางให้เด็กหยุดร้อง ทุกคนก็มองมาที่เรา ตอนนั้นอายมากๆ แต่สุดท้ายตอนหลังก็ได้เป็นเพื่อนกัน เพื่อนบางคนชอบให้เราเอาลูกเค้าไปอุ้ม เพราะอยากฟังเราร้องเพลง เราก็จะร้องพวกแบบ นกกาเหว่า จันทร์เอ๋ยจันเจ้าให้ฟัง เค้าบอกว่าเพราะมาก เค้าชอบให้เราร้องเพลงไทยให้เค้าฟัง แอบภูมิใจนิดๆ อิอิ^^
อ่านจบแล้วแอบขำน้องเหมียวเหมือนกันนะ คนไทยตัวจริง เห็นอะไรต้องถ่ายรูป(แล้วเอาลง Facebook) ไว้ก่อน 5555 แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเป็นเราเจอทอร์นาโดเองบ้าง จะเป็นยังไงบ้างนะ?? แต่ทางที่ดีก็อย่าเจอจะดีกว่า อิอิ ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอกมันส์ๆ อยากแบ่งปันแบบนี้บ้าง ก็ลองส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ แล้วเจอกัน!!
ห้ามพลาด !!! หนังสือจาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" จัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เป็นคู่มือเล่มเหมาะพอดีมือ เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125 บาท หนา 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่
วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

TWITTER @PAYDEKD












21 ความคิดเห็น
แต่ลืมไปสอบที่เละ T^T
สุดยอดมาก ร.รดีโฮสดีจังเลยค่ะ><
น่าอยากไปมากกกกก
อยากไปบ้างง
:D
เราฝันมาตั้งแต่เด็กว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะไปแลกเปลี่ยนให้ได้
แต่มันก็ผ่านมาแล้ว แอบเสียดาย และต้องทำใจ
ตอนนี้ก็ม. 5 แล้ว มันคงหมดสิทธิ์ เฮ้ออ นั่งอ่านชีวิตคนอื่นที่ไปแทนเเล้วกัน
จินตนาการว่าเป็นตัวเอง ฮ่าๆๆๆ
พอดีสอบติดแล้ว กำลังจะเข้าร่วมโครงการ
><
พี่เล่าสนุกมากค่ะ ! ทำให้มีกำลังใจ กรี๊ดดดดดดดดดดด !! (เรียกขวัญ 5555)
อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ขอบคุณที่เขียนมาเล่าเรื่องราวค่ะ :)