บุกเกาหลี! ดูชีวิตนักเรียนไทย ในมหาวิทยาลัยยอนเซ

      สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ..... เจอกับ พี่เป้ และประสบการณ์เด็กนอกทุกๆ วันพฤหัสเช่นเคย .... ถ้าพูดถึงประเทศที่มาแรงสุดๆ ตอนนี้ คงต้องยกนิ้วให้ "เกาหลีใต้" แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องบันเทิงหรือการศึกษา ก็ได้รับความนิยมและสนใจจากคนแทบทั่วโลกเลยล่ะค่ะ
   
      เพราะฉะนั้นในวันนี้
พี่เป้ ก็มีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ จากประเทศเกาหลีใต้มาฝาก!!! เชื่อว่าหลายๆ คนต้องอยากอ่านมากแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ กับชีวิตในมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง "มหาวิทยาลัยยอนเซ!!!!!" จะเป็นยังไงบ้างนะ???


     
    สวัสดีค่ะทุกๆคน ^^
เราชื่อ "เอ๋จ๊ะ" นะคะ ตอนนี้อายุ 19 นะ ^_____^~ จ๊ะใช้เวลาประมาณ 13 ปี ที่ประเทศไทย 4 ปีที่ประเทศสิงคโปร์ แล้วตอนนี้จ๊ะก็กำลังจะขึ้นปี 3 ที่  คณะเศรษฐศาสตร์ Underwood International College(UIC) ณ มหาวิทยาลัยยอนเซ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หลายๆ คนคงไม่ค่อยมั่นใจว่าชีวิตจ๊ะเป็นยังไงที่เกาหลีใต้ใช่ไหมล่ะคะ??? งั้นเดี๋ยวจ๊ะจะเล่าถึงประสบการณ์และเหตุผลต่างๆที่ทำให้จ๊ะอยู่ ณ ที่ๆ จ๊ะอยู่วันนี้ละกันนะคะ
   
     หลายคนก็คงสงสัยว่าทำไมจ๊ะถึงไปอยู่เกาหลีใต้?? จ๊ะตอบตรงๆ เลยว่า “ไม่เคยคิดที่จะไปค่ะ” ตอนแรกจ๊ะก็เหมือนกับนักเรียนหลายๆ คนจากโรงเรียนนานาชาติที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกาหรืออังกฤษ แต่หลังจากปรึกษากับคุณพ่อ ก็ได้มารู้ว่า คุณพ่อไม่อยากให้ไปอเมริกา อยากให้จ๊ะอยู่ในเอเชีย เป้าหมายต่อไปจ๊ะก็เลยเลือกเป็นประเทศสิงค์โปร์ แต่แล้วก็เบื่อสิงค์โปร์เพราะอยู่มาหลายปีแล้ว จึงลองหาประเทศอื่นๆ แล้วก็เจอเกาหลีใต้นี่แหละค่ะ 


       อีกประเด็นที่ทำให้จ๊ะตัดสินใจคือ คำพูดที่คุณพ่อได้พูดไว้ “แกจะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนกับเค้า ทั้งที่ตลาดโลกมันย้ายมาอยู่แค่เอื้อมแกแล้วนี่นะ” หลังจากนั้นจ๊ะก็มานั่งคิดว่าจริงด้วย เราควรจะไปเรียนที่เกาหลีใต้ เพื่อที่จะได้ความรู้และไม่แน่อาจจะได้ทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีบ้างก็ได้ หลังจากนั้นจ๊ะก็ตัดสินใจสมัครเลยค่ะ
   
       และหลังจากเลือกประเทศแล้ว เราก็ต้องมาเลือกมหาวิทยาลัยกันค่ะ จ๊ะเลือกที่มหาวิทยาลัยยอนเซก็เพราะเพื่อนๆ ที่นั่งกรอกหูเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนี้ค่ะ ^//^ แต่พอมาถึง จ๊ะก็ไม่เคยเสียใจเลยนะคะ
เพราะที่เรียนเป็นหลักสูตรอินเตอร์ จ๊ะไม่ต้องไปเสียเวลา 1 ปีในการเรียนภาษาเพิ่ม (ถ้าจะเรียนหลักสูตรแบบนักศึกษาเกาหลีทั่วไป ต้องเรียนภาษาเกาหลีก่อน) เราสามารถเข้ามาโดยใช้ภาษาอังกฤษค่ะ เเละที่นี่ก็ยังมีทั้งรุ่นพี่ชาวต่างชาติและรุ่นพี่เกาหลี ซึ่งเค้าก็จะช่วยแนะนำวิธีการใช้ชีวิตในเกาหลีให้กับเราด้วยค่ะ 


       การเตรียมตัวของจ๊ะตอนสมัครเรียน UIC ก็จะเป็นทรานสคริปต์, รายละเอียดใบสมัครของ UIC (รวมด้วยเรียงความ 2 ฉบับ) และจ๊ะก็ยื่นคะแนนสอบภาษาอังกฤษเช่น TOEFL และ SATค่ะ ถ้าบางคนไม่ทราบว่า SAT คืออะไรก็ไม่เป็นไร เพราะ TOEFL น่าจะสำคัญกว่าค่ะ พอเรายื่นไปเสร็จ เค้าจะตอบกลับมาค่ะว่าผ่านรอบแรกไหม ถ้าผ่านปุ๊บเค้าก็จะนัดเวลาสัมภาษณ์ แล้วเค้าก็จะโทรมาตามที่นัด ตอนนั้นจำได้เลยว่านั่งพรินต์ประวัติมหาวิทยาลัยมาอ่าน 10 กว่าหน้า แต่พอถึงเวลาจริงไม่ได้ใช้เลย ตอนสัมภาษณ์ก็แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอค่ะ

   
     ในที่สุดก็ได้เวลามาเรียนที่เกาหลี พอเปิดเทอมก็ลัลล้าเลยค่ะ
เคยเห็นในซีรีย์ไหมคะ? ที่รุ่นพี่เปรียบเสมือนพระเจ้า จะมีบางอารมณ์ที่ประมาณนั้นเลยค่ะ พี่เค้าบอกให้ดื่มก็ดื่มไป ไม่ต้องถาม อย่าเถียง อย่าสบตา แต่ส่วนมากพี่ๆ เค้าก็แกล้งเก๊กไปงั้นแหล่ะค่ะ แป๊บๆ ฟอร์มก็หลุด รุ่นพี่เค้า
ชิลมากๆ ถ้ามีปัญหาอะไรก็เข้าหาได้เลยค่ะ 

 
   ส่วนเรื่องเรียนที่นี่ ก็อย่างที่เลื่องลือไว้  
 ค่ะ อย่างจ๊ะก่อนไปเกาหลีดื่มแค่ม็อคค่า
 เย็น ตอนนี้ดื่มอเมริกาโนเหมือนน้ำเปล่า
 เลย 
เพราะเรียนหนักค่ะ อาจจะมีบ้างที่
 ไม่ได้นอนแล้วเข้าสอบวันต่อไป
 แต่
 จริงๆ ก็แล้วแต่คนนะคะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะ
 เป็นหมด อาจารย์ที่นี่ก็ดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
 เพราะการเรียนการสอนเป็นคลาสเล็ก ดัง
 นั้นทุกคนก็จะได้ใกล้ชิดกับอาจารย์อ่ะค่ะ


   เวลาว่างๆ คนเกาหลีจะชอบไปนั่งร้าน
 กาแฟค่ะ จะเป็นที่ๆ ไปบ่อยมากๆ แล้วก็จะ
 มีไปช๊อปปิ้งบ้าง แล้วพอตอนกลางคืนก็
 จะไปนั่งดริ้งค์กันอ่ะค่ะ คนที่นี่เค้าดื่มเก่ง
 กันจริง แต่จ๊ะว่าอาจจะเป็นเพราะเรียน
 หนักก็เลยดื่มหนักด้วย
 และที่สำคัญ
 เพื่อนเกาหลีแต่ละคนนิสัยดีมากเลย
 ค่ะ แต่ว่าต้องพูดไว้เลยว่า พวกเราก็
 จะต้องปรับตัวเข้ากับเค้าด้วย 
เพราะจ๊ะ
 เคยเห็นเด็กบางคนไม่พยายามปรับตัว
 เข้าหาคนเกาหลีเลย จริงๆ คนที่นี่เค้าก็
 อยากจะมีเพื่อนต่างชาตินะคะ แต่บางที
 ถ้าเราไม่เริ่มก่อน บางคนก็จะไม่เริ่มอ่ะค่ะ

      
      ส่วนการอยู่กินที่เกาหลีก็ไม่ได้ยากค่ะ อย่างช่วงแรกๆ จ๊ะก็มั่วภาษาเกาหลีไปเรื่อย เกาหลีบ้างอังกฤษบ้าง ส่วนเรื่องที่อยู่ จ๊ะอยู่หอมหาวิทยาลัยเลยไม่ต้องห่วงอะไรมาก เรื่องค่าใช้จ่ายที่นี่ก็ไม่ได้แพงมากอ่ะค่ะ บางทีอาจจะแพงกว่าบ้านเราไปบ้างแต่คุณภาพใช้ได้เลย คือก็คุ้มราคาอยู่เหมือนกัน 

     
      การมาเรียนที่มหาวิทยาลัยยอนเซทำให้จ๊ะได้มีประสบการณ์ต่างๆ มากมายเช่น การรับน้องแบบเกาหลี, งานกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัยโคเรียและมหาวิทยาลัยยอนเซ, การเชียร์แบบเกาหลี
จ๊ะว่าประสบการณ์ที่น่าสนใจที่สุดก็คือการเชียร์นี่แหละค่ะ เวลามีงานที่นี่ ทุกคนจะตะโกนเชียร์ของมหาวิทยลัยค่ะ แล้วก็จะมีท่าเต้นประกอบ จะปรบมือและตะโกนเพลงเชียร์กันค่ะ ตอนแรกๆ จ๊ะก็ไม่เข้าใจว่าเค้าจะเชียร์กันทำไม แต่ตอนหลังก็เข้าใจค่ะว่าการเชียร์เนี่ยทำให้คนรู้สึกถึงความเป็นหนึ่ง อย่างบางทีไปนั่งดื่มกัน พอเริ่มเคลิ้มๆ ก็จะร้องเพลงเชียร์ บางทีอยู่ดีๆ ก็จะมีคุณลุงมาร้องด้วย
เราก็สงสัยว่ามาร้องด้วยทำไม ก็เป็นเพราะว่าลุงแกจบจากยอนเซเหมือนกันค่ะ 

   
      อย่างงาน AKARAKA เป็นงานที่ใหญ่และสำคัญมาก
จะมีทุกปี ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการเชียร์ แล้วหลังจากนั้นก็จะชมการแสดงของนักร้องรับเชิญ เช่นปีที่ผ่านมามี TaeTiSeo , LeeSsang , PSY และนักร้องอีกหลายๆ ท่าน งานนี้จะเป็นงานพิเศษสำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะค่ะ ซึ่งจะต้องจ่ายค่าเข้าแค่ประมาณ 300 บาท 

   
      และในบางครั้งที่จ๊ะพูดว่า จ๊ะอยู่เกาหลี ก็จะมีหลายๆ คนอิจฉานะคะ แต่จ๊ะว่ามันก็ไม่ได้วิเศษอะไรมากนะ ก็จริงว่ามันปลอดภัยกว่าบ้านเรา แต่เราก็ยังควรที่จะระวังให้ดีค่ะ เพราะภัยก็เกิดขึ้นได้ ส่วนคำถามที่จ๊ะเจอบ่อยที่สุดนะคะ
“พี่จ๊ะ หนุ่มๆเกาหลีเป็นอย่างไงบ้าง? แบบลีมินโฮมีบ้างไหม?” ตอบตรงๆ เลยนะคะว่าแล้วแต่ดวงจริงๆ บางทีก็เจอหนุ่มหล่อๆ แต่ก็ไม่ได้เดินล้นเมืองขนาดนั้น~
   
      ส่วนน้องๆ คนไหนที่อยากจะเรียนที่เกาหลี พี่ก็อยากจะให้น้องๆ ลองสมัครมานะคะ แต่ก็ต้องจำไว้ด้วยว่านี้เป็นก้าวสำคัญของชีวิตหนูๆ กันทั้งนั้นนะคะ พี่อยากให้พวกหนูคิดดีๆ แต่ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ดีเลยค่ะ เพราะพี่เชื่อว่าน้องๆ จะสนุกกับกรุงโซลแน่นอน ที่นี่มีจุดที่น่าค้นหาเยอะค่ะ แล้วก็ยังจะทำให้น้องๆ สามารถพึ่งตัวเองได้อีกด้วย งั้นพี่ก็ขอให้น้องๆ โชคดีกันนะคะ ส่วนใครมีคำถามอะไรก็สามารถฟอลโลว์มาคุยกันได้ที่  @dubudubu_s  อยากมีรุ่นน้องคนไทยเยอะๆ!!

   

      ถือเป็นอีกหลักสูตรที่น่าสนใจมากๆ สำหรับน้องๆ ที่ไม่ได้เก่งภาษาเกาหลีขั้นเทพแต่อยากไปเรียนที่เกาหลี เรียนแบบอินเตอร์ก็ได้เนาะ!! แถมก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ดังและมีคุณภาพมากๆ อีกต่างหาก น่าสนใจจริงๆ ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันแบบนี้บ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันจ้า!!

 
เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER @PAYDEKD

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

♛EyeBblinger彡 Member 9 ส.ค. 55 20:26 น. 11
อยากมีประสบการณ์ แบบพี่จ๊ะบ้างจัง อิงค์หนูก็พูดไม่ได้แล้ว จบกัน  เลยเงินอีก สำคัญเลยค่ะ
0
กำลังโหลด

35 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
ωσoи❣тeи Member 8 ส.ค. 55 23:19 น. 2
อยากเรียนเมืองนอกเหมือนกันค่ะ แต่ของเท็นถ้าเป็นแถบเอเชียเท็นอยากไปญี่ปุ่นนน >..<

ว่าแต่ พี่จ๊ะเรียนหนักน่าดูเลยนะคะเนี่ย ซดกาแฟซะ =[ ]=!!!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
2MIM&RIN Member 9 ส.ค. 55 19:18 น. 9
ผมกะว่าจะไปม.ปลาย
ที่แน่ๆหมายตาโรงเรียนไว้ล่ะโรงเรียนนึง
เอาแถวๆโซลเนี่ยแหละ ค่าเทอมก็ไม่แพงมาก ก็เท่าๆกับที่เรียนอยู่ทุกวัน
ไม่ทราบว่าพี่จ๊ะจะมีความเห็นอย่างไรบ้างนะ ที่ผมจะเลือกเรียนโรงเรียนม.ปลาย School of Performing Arts Seoul
ตอนนี้เรื่องเงินไม่มีปัญหา เรื่องเรียนก็ไม่มีปัญหา แต่ที่ผมยังคงเป็นห่วงอยู่คือภาษาอังกฤษกับเกาหลี เพราะผมยังไม่แข็งแรงพอ
จะว่าไปอยากไปเคล็บลับการเรียนภาษาของพี่จ๊ะจัง แต่ผมคงต้องรอดูพี่ชายผมก่อนว่าจะไปทำงานที่เกาหลีได้ไหม ถ้าไม่ได้ต้องไปเรียนญี่ปุ่นแทน=3="
0
กำลังโหลด
Ketos Member 9 ส.ค. 55 19:47 น. 10
เงิน คือปัจจัยสำคัญจริงๆ แต่ใจรักก็เป็นปัจจัยหลัก ที่จะทำให้เรียนได้ เรียนหนัก สมคำร่ำลือ! นี่แหละที่กลัว ถ้าขี้เกียจ คงไปไม่รอด แต่พี่เก่งสุดยอด ตอนนี้หนูหาที่เรียนภาษาอังกฤษอยู่คะ จะม.6แล้ว ต้องเตรียมตัว คือ หนูอยากสอบทุนไปเรียนต่างประเทศ แต่ต้องสอบ TOELF ให้ได้ แถมเรียงความอีก ซึ่งหนูเรียนสายวิทย์ เขียนไม่เป็นเลย พี่พอจะแนะนำ อะไรได้บ้างมั้ยคะ
0
กำลังโหลด
♛EyeBblinger彡 Member 9 ส.ค. 55 20:26 น. 11
อยากมีประสบการณ์ แบบพี่จ๊ะบ้างจัง อิงค์หนูก็พูดไม่ได้แล้ว จบกัน  เลยเงินอีก สำคัญเลยค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
preorder korea 13 ส.ค. 55 16:45 น. 19
คนรักเกาหลีห้ามพลาด เปิดแล้ววันนี้ ร้านค้านำเข้าสินค้าเกาหลี โดยหนุ่มเกาหลี 100%

http://www.cocokorera.com
http://www.facebook.com/korea.market

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด