แม่ชาวเกาหลี VS แม่ชาวอังกฤษ เลี้ยงลูกยังไง??

               


                  วันก่อน พี่เป้ ได้ดูรายการทางช่องเคเบิลของเกาหลีรายการหนึ่ง จริงๆ ก็ฉาย
                  นานมากแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสได้ดู (อิอิ) นำเสนอในชื่อตอนว่า
엄마뇌 속에 아이가 있다
                  หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ในสมองของแม่ มีลูกอยู่ข้างใน" เอ๊ะ ยังไงนะ?? 

                  คือรายการนี้เค้านำเสนอเกี่ยวกับ
"แม่" แต่เป็นในเชิงวิทยาศาสตร์ค่ะ เช่น
                  ทำการทดลองความรู้สึกของแม่ด้วยวิธีการต่างๆ จนมาถึงพาร์ทหนึ่งที่ดูแล้ว
                  ชอบมาก เลยอยากนำมาฝากน้องๆ กัน

                 
คือเค้าเปรียบเทียบวิธีการเลี้ยงลูกของแม่ 2 ชาติ คือ เกาหลี VS อังกฤษ โดยให้
                  แม่เกาหลีเป็นตัวแทนของผู้เป็นแม่ในโลกตะวันออก และแม่อังกฤษเป็นตัวแทน
                  ของผู้เป็นแม่ในโลกตะวันตก น้องๆ ลองมาดูดีกว่า แม่ทั้ง 2 ชาติเลี้ยงลูกต่างกัน
                  มั้ย? และอะไรเป็นสาเหตุทำให้เป็นแบบนั้น? รับรองมีคำตอบดีๆ รออยู่

 

รายการเริ่มต้นด้วยสองสถานที่ คือเกาหลีใต้และอังกฤษ

























**มีหลายคนบอกว่าเจ้าขวดนี้เหมือนนมเดลิเวอรี่มาส่งที่หน้าบ้านมากกว่า**









































































                 เป็นยังไงบ้างคะ? ดูแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง? น้องๆ บางคนอาจจะเคยรู้สึกว่า
                                   
    "เอ๊ะ แม่จะอะไรกับหนูนักหนา จะมายุ่งนั่นนี่ทำไม" 
                   นั่นก็เพราะว่า สมองของคุณแม่เราตอบสนองต่อเรื่องของคนอื่นมากกว่านั่นเอง
                   ...... แล้วคุณแม่ของน้องๆ ล่ะเลี้ยงลูกแบบคนโลกตะวันออกหรือโลกตะวันตก?
                   แต่เชือเถอะว่า ไม่ว่าท่านจะเลี้ยงเรามาแบบไหน ก็มีความรักเป็นพื้นฐานแน่นอน ^^ 



ข้อมูลประกอบ : รายการ EBS DOCUPRIME


 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ปรเมนทร์ Member 15 ส.ค. 55 10:48 น. 4

สรุปแล้วการเลี้ยงลูกแบบตะวันตกก็ดีค่ะ ทำใหเด็กรู้จักโตและช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ตอนประเมินสมองของมารดา เราคิดว่าคนตะวันตกเข้าข่ายคนเห็นแก่ตัวนะ คิดแต่เรื่องตัวเองเป็นใหญ่ เหมือนไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ซึ่งสำหรับคนตะวันออกหรือคนเอเชีย เราว่าที่ผลออกมาเป็นแบบนี้เพราะมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากกว่า ถึงแม้บางคนอาจจะเกิดขึ้นเพราะความอิจฉา แต่ก็น่าจะเป็นส่วนน้อย น่าจะเกิดจากจิตใจที่อ่อนโยนมากกว่านะ

2
Cravillious 12 ส.ค. 59 23:01 น. 4-1
อืมก็น่าคิดครับ อาจจะเป็นเพราะว่าเห็นแก่ตัว ก็เป็นได้ แต่ลองคิดดูดี ๆ การที่แม่ชาวเอเชียไม่ค่อยมีปฎิกิริยากับเรื่องตัวเองเนี่ย จริงอยู่อาจมองดูว่าเป็นมีจิตใจดีที่ไม่คิดถึงตัวเองเป็นหลัก แต่มองอีกมุมนี่อาจเขาละเลยตัวเองหรือปล่าว ไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นยังไง แต่พอมาถึงเรื่องคนอื่นกลับสนใจใส่ใจ เหมือนกับว่าเขาไม่รู้ว่าจะพัฒนาตัวเองได้ยังไง เลยได้แต่จับจ้องมองคนอื่น และอีกมุมก็คือเป็นคนชอบรู้เห็นเรื่องชาวบ้านนั่นเอง ต่างจากแม่ชาวอเมริกันที่เขาใส่ใจในตัวเอง แน่นอนว่าต้องทำตัวเองให้ดีก่อนถึงจะช่วยเหลือคนดีให้ดีได้ คุณว่าจริงมั้ย? โดยเฉพาะในตอนที่วัดเรื่องผลได้ผลเสียของคนอื่นนี่ยิ่งชัดเจนเลย ต้องรู้ว่าคนอื่นได้เท่าไหร่ เสียเท่าไหร่ ต่อให้รู้แล้วไม่ได้อะไร ก็ต้องรู้ ต้องมีคนให้เปรียบเทียบ นิสัยหลักของคุณแม่ชาวเอเชียเลย แต่แม่ชาวอเมริกันเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรกับส่วนได้ส่วนเสียของคนอื่น เพราะแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องเปลืองสมอง
0
กำลังโหลด
ยูริ 15 ส.ค. 55 10:32 น. 2
ชอบการเลี้ยงแบบอังกฤษมากกก ถ้ามีลูกนะอยากจะเลี้ยงให้ได้แบบนี้
แต่เอาเข้าจริงอาจกลายเป็นแบบเกาหลี 555
0
กำลังโหลด
พี่นางฟ้า Member 15 ส.ค. 55 12:21 น. 10
พ่อเลี้ยงแบบเกาหลี แม่เลี้ยงแบบอังกฤษ ถ้าพ่อไม่อยู่แม่จะให้ทำอะไร ๆ เอง แต่ถ้าพ่ออยู่ เวลาแม่ให้ทำอะไรพ่อจะแย่งเอาไปทำหมด สรุปคือเรียนหนังสืออย่างเดียวไม่ต้องทำอะไรเลย

พ่อจะคิดว่าอยากให้เราดูแลตัวเองได้ แต่พอเราจะทำอะไรก็คิดว่า ถ้าเราทำเองก็จะชักช้า ทำได้ไม่ดี หรือผิดพลาด ผลสุดท้ายพ่อก็ทำให้ มันทำให้รู้สึกขาดอิสระ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรพ่อจะคิดให้หมด แค่จะใส่เสื้อสีอะไร พ่อยังเลือกให้เลย

แต่โชคดีที่แม่กลัวลูกจะเป็นง้อยไปซะก่อน จึงให้หัดซักผ้าล้างจานและทำกับข้าวง่าย ๆ ฯลฯ ในช่วงที่พ่อไม่อยู่ และหัดทำโน้นทำนี่เรื่อยมา 

ช่วงหัดใหม่ ๆ พ่อจะไม่ตำหนิอะไรเลย แต่จะบงการว่าเราต้องทำอะไร และถ้าทำไม่ได้ดี ก็ไม่ต้องทำพ่อทำเอง แต่แม่จะคอยตำหนิข้อบกพร่อง และให้เราแก้ไขไม่ถึงกับปล่อยให้ลูกทำเองเหมือนแม่ชาวอังกฤษซะทีเดียว แต่จะปล่อยให้ทำเองก่อน ถ้าผิดจะชี้ข้อบกพร่องให้เราแก้ไข

พอเวลาผ่านไปทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น จะเห็นว่าพ่อไม่เข้ามายุ่งกับเราอีก นั่นเพราะพ่อคิดว่าเราไม่มีปัญญาพอจะทำเองได้ แต่เมื่อเราพิสูจน์ว่าเราทำได้ และทำได้ดี พ่อจะวางใจ นั่นคือช่วงเวลาที่เราเป็นอิสระหลุดจากคำบงการ สิ่งที่พ่ออยากเห็นคือลูกอุแว้ออกมาก็เก่งมาแต่เกิด ช่วยเหลือตัวเองได้ดี โดยไม่ต้องหัด รู้รับผิดชอบ รู้หน้าที่โดยไม่ต้องบอก แต่พ่อคงลืมไป

ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด ถ้าไม่สอน ไม่ปล่อยให้เรียนรู้เอง ก็ไม่มีวันรู้หรอก

ใครที่ยังทำอะไรไม่เป็นก็หัด ๆ ซะ เพราะถ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะซึ้ง ว่าชีวิตมันเป็นยังไง อย่าให้ใครเขาว่าเราได้ว่า โตแต่ตัว แต่มีวุฒิภาวะต่ำ
0
กำลังโหลด
tarn 15 ส.ค. 55 10:50 น. 5
ชอบการเลี้ยงลูกแบบอังกฤษค่ะ แต่อาจจะไม่ได้ปล่อยให้ทำเองซะทุกอย่าง คงเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ไม่ได้ให้ออกไปซื้อเอง อาจจะมีช่วยบ้างบางอย่างค่ะ
0
กำลังโหลด
StaryPulsar Member 15 ส.ค. 55 12:10 น. 9
แปรงฟันตอนเด็กๆน่าจะให้แม่ช่วยแปรงมากกว่านะ เพราะเด็กแปรงเองจะไม่ค่อยสะอาด...เดี๋ยวฟันผุ ^=^ ...เลี้ยงแบบอังกฤษก็ดีตรงที่ลูกกล้าคิดกล้าทำ ทำอะไรเองเป็น แต่ดูไม่ค่อยใกล้ชิดกันเท่าอย่างเกาหลี เกาหลีก็ดูอบอุ่นเอาใจใส่ แต่ลูกทำอะไรไม่เป็น เราว่าเลี้ยงแบบคนจีนอ่ะ ทั้งเข้มงวด ทั้งอบอุ่น ^^b (หมายถึงบ้านเรานะ)
0
กำลังโหลด

80 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
ยูริ 15 ส.ค. 55 10:32 น. 2
ชอบการเลี้ยงแบบอังกฤษมากกก ถ้ามีลูกนะอยากจะเลี้ยงให้ได้แบบนี้
แต่เอาเข้าจริงอาจกลายเป็นแบบเกาหลี 555
0
กำลังโหลด
yhong 15 ส.ค. 55 10:40 น. 3
ชอบแบบอังกฤษอ่ะ แต่คิดว่าทำไม่ได้
แม่ตัวเองก็ป้อนข้าวกะมัดผมให้เหมือนกันตอนเด็กๆ ส่วนตัวเองนั่งดูเจ้าขุนทองรอรถโรงเรียนมารับ
0
กำลังโหลด
ปรเมนทร์ Member 15 ส.ค. 55 10:48 น. 4

สรุปแล้วการเลี้ยงลูกแบบตะวันตกก็ดีค่ะ ทำใหเด็กรู้จักโตและช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ตอนประเมินสมองของมารดา เราคิดว่าคนตะวันตกเข้าข่ายคนเห็นแก่ตัวนะ คิดแต่เรื่องตัวเองเป็นใหญ่ เหมือนไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ซึ่งสำหรับคนตะวันออกหรือคนเอเชีย เราว่าที่ผลออกมาเป็นแบบนี้เพราะมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากกว่า ถึงแม้บางคนอาจจะเกิดขึ้นเพราะความอิจฉา แต่ก็น่าจะเป็นส่วนน้อย น่าจะเกิดจากจิตใจที่อ่อนโยนมากกว่านะ

2
Cravillious 12 ส.ค. 59 23:01 น. 4-1
อืมก็น่าคิดครับ อาจจะเป็นเพราะว่าเห็นแก่ตัว ก็เป็นได้ แต่ลองคิดดูดี ๆ การที่แม่ชาวเอเชียไม่ค่อยมีปฎิกิริยากับเรื่องตัวเองเนี่ย จริงอยู่อาจมองดูว่าเป็นมีจิตใจดีที่ไม่คิดถึงตัวเองเป็นหลัก แต่มองอีกมุมนี่อาจเขาละเลยตัวเองหรือปล่าว ไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นยังไง แต่พอมาถึงเรื่องคนอื่นกลับสนใจใส่ใจ เหมือนกับว่าเขาไม่รู้ว่าจะพัฒนาตัวเองได้ยังไง เลยได้แต่จับจ้องมองคนอื่น และอีกมุมก็คือเป็นคนชอบรู้เห็นเรื่องชาวบ้านนั่นเอง ต่างจากแม่ชาวอเมริกันที่เขาใส่ใจในตัวเอง แน่นอนว่าต้องทำตัวเองให้ดีก่อนถึงจะช่วยเหลือคนดีให้ดีได้ คุณว่าจริงมั้ย? โดยเฉพาะในตอนที่วัดเรื่องผลได้ผลเสียของคนอื่นนี่ยิ่งชัดเจนเลย ต้องรู้ว่าคนอื่นได้เท่าไหร่ เสียเท่าไหร่ ต่อให้รู้แล้วไม่ได้อะไร ก็ต้องรู้ ต้องมีคนให้เปรียบเทียบ นิสัยหลักของคุณแม่ชาวเอเชียเลย แต่แม่ชาวอเมริกันเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรกับส่วนได้ส่วนเสียของคนอื่น เพราะแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องเปลืองสมอง
0
กำลังโหลด
tarn 15 ส.ค. 55 10:50 น. 5
ชอบการเลี้ยงลูกแบบอังกฤษค่ะ แต่อาจจะไม่ได้ปล่อยให้ทำเองซะทุกอย่าง คงเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ไม่ได้ให้ออกไปซื้อเอง อาจจะมีช่วยบ้างบางอย่างค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~OilliO~ Member 15 ส.ค. 55 12:04 น. 8
เราคิดว่า การเลี้ยงลูกแบบให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองได้เป็นเรื่องดีนะ จะได้ทำเองคิดเอง ถ้าทำไม่ได้ค่อยช่วย ดีกว่าช่วยตลอดมันจะทำให้ลูกติดนิสัยทำอะไรเองไม่เป็น แล้วยังเป็นลูกแหง่ติดพ่อติดแม่อีกด้วยไม่โตสักที
0
กำลังโหลด
StaryPulsar Member 15 ส.ค. 55 12:10 น. 9
แปรงฟันตอนเด็กๆน่าจะให้แม่ช่วยแปรงมากกว่านะ เพราะเด็กแปรงเองจะไม่ค่อยสะอาด...เดี๋ยวฟันผุ ^=^ ...เลี้ยงแบบอังกฤษก็ดีตรงที่ลูกกล้าคิดกล้าทำ ทำอะไรเองเป็น แต่ดูไม่ค่อยใกล้ชิดกันเท่าอย่างเกาหลี เกาหลีก็ดูอบอุ่นเอาใจใส่ แต่ลูกทำอะไรไม่เป็น เราว่าเลี้ยงแบบคนจีนอ่ะ ทั้งเข้มงวด ทั้งอบอุ่น ^^b (หมายถึงบ้านเรานะ)
0
กำลังโหลด
พี่นางฟ้า Member 15 ส.ค. 55 12:21 น. 10
พ่อเลี้ยงแบบเกาหลี แม่เลี้ยงแบบอังกฤษ ถ้าพ่อไม่อยู่แม่จะให้ทำอะไร ๆ เอง แต่ถ้าพ่ออยู่ เวลาแม่ให้ทำอะไรพ่อจะแย่งเอาไปทำหมด สรุปคือเรียนหนังสืออย่างเดียวไม่ต้องทำอะไรเลย

พ่อจะคิดว่าอยากให้เราดูแลตัวเองได้ แต่พอเราจะทำอะไรก็คิดว่า ถ้าเราทำเองก็จะชักช้า ทำได้ไม่ดี หรือผิดพลาด ผลสุดท้ายพ่อก็ทำให้ มันทำให้รู้สึกขาดอิสระ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรพ่อจะคิดให้หมด แค่จะใส่เสื้อสีอะไร พ่อยังเลือกให้เลย

แต่โชคดีที่แม่กลัวลูกจะเป็นง้อยไปซะก่อน จึงให้หัดซักผ้าล้างจานและทำกับข้าวง่าย ๆ ฯลฯ ในช่วงที่พ่อไม่อยู่ และหัดทำโน้นทำนี่เรื่อยมา 

ช่วงหัดใหม่ ๆ พ่อจะไม่ตำหนิอะไรเลย แต่จะบงการว่าเราต้องทำอะไร และถ้าทำไม่ได้ดี ก็ไม่ต้องทำพ่อทำเอง แต่แม่จะคอยตำหนิข้อบกพร่อง และให้เราแก้ไขไม่ถึงกับปล่อยให้ลูกทำเองเหมือนแม่ชาวอังกฤษซะทีเดียว แต่จะปล่อยให้ทำเองก่อน ถ้าผิดจะชี้ข้อบกพร่องให้เราแก้ไข

พอเวลาผ่านไปทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น จะเห็นว่าพ่อไม่เข้ามายุ่งกับเราอีก นั่นเพราะพ่อคิดว่าเราไม่มีปัญญาพอจะทำเองได้ แต่เมื่อเราพิสูจน์ว่าเราทำได้ และทำได้ดี พ่อจะวางใจ นั่นคือช่วงเวลาที่เราเป็นอิสระหลุดจากคำบงการ สิ่งที่พ่ออยากเห็นคือลูกอุแว้ออกมาก็เก่งมาแต่เกิด ช่วยเหลือตัวเองได้ดี โดยไม่ต้องหัด รู้รับผิดชอบ รู้หน้าที่โดยไม่ต้องบอก แต่พ่อคงลืมไป

ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด ถ้าไม่สอน ไม่ปล่อยให้เรียนรู้เอง ก็ไม่มีวันรู้หรอก

ใครที่ยังทำอะไรไม่เป็นก็หัด ๆ ซะ เพราะถ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะซึ้ง ว่าชีวิตมันเป็นยังไง อย่าให้ใครเขาว่าเราได้ว่า โตแต่ตัว แต่มีวุฒิภาวะต่ำ
0
กำลังโหลด
FOuting Member 15 ส.ค. 55 12:32 น. 11
ทั้งสองแบบนั้นมีดีต่างกัน และถ้าเอามาผสมกันดีๆ ก็จะได้เด็กสุดยอด แต่ถ้าผสมมาเ้ยๆ อย่างทำให้ลูกหมดทุกอย่าง และบางครั้งก็ปล่อยดูมากไป ก็จะออกมาแบบเ้ยๆได้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ball 15 ส.ค. 55 15:21 น. 13
บ้านผมสอนแบบตะวันเป็นหลัก เพราะพ่อแม่บอกว่าท่านไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ท่านสอนให้เราโตมาอย่างเข้มแข็ง ไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่น แต่อาจจะเป็นแบบทางตะวันเอเชียบ้าง บางครั้งหนะนะ

ปล.แต่ไม่ว่าจะเลี้ยงแบบไหนก็ขอให้โตขึ้นมาเป็นเด็กดีและลูกที่ดีของพ่อแม่ละกันครับ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Chicky Girl...^0^ Member 15 ส.ค. 55 16:10 น. 15
 
 การเลี้ยงลูกแบบตะวันตกก็ดีตรงที่ฝึกให้ลูกได้เป็นตัวของตัวเองและมีความกล้าแสดงออกมากกว่าคนตะวันออก

  แต่ข้อเสียคือ ลูกโตมาก็คงจะเห็นแก่ตัว เพราะคิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก ความอบอุ่นห่วงใยเอื้อาทรกันระหว่างคนในครอบครัวก็คงไม่มีมากเหมือนโลกตะวันออกหรอก (สังเกตได้จากคนตะวันตกพออายุมากขึ้นก็มักจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เพราะลูกก็ถือว่าฉันช่วยตัวเองมาตั้งแต่เล็ก) ในขณะที่ฝั่งตะวันออกก็มักจะมีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันแฝงอยู่ด้วย


 สรุปคือ การเลี้ยงแบบตะวันตกมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียนั่นแหละ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Vagabond Member 15 ส.ค. 55 17:33 น. 19
เห็นด้วยกับคห15นะ
เราว่าเลี้ยงแบบเอเชียมันใกล้ชิดกันอบอุ่นดี แต่อย่าประคบประหงมมากไป สอนเด็กให้หัดทำอะไรบ้างตั้งแต่เล็ก แล้วก็ให้อิสระภาพกับบ้างอย่าคิดแทนเสียหมด รู้มั้ยว่ามันทำให้เด็กบางคนขาดความภูมิใจในตัวเองนะ... ;_;
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด