10 อันดับ มหาวิทยาลัยที่เข้ายากที่สุดของโลก!

        สวัสดีค่ะน้องๆชาว Dek-D.com ทุกคน หลายๆคนคงเคยได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายๆแห่ง ว่าแต่ละสถาบันนั้น "เข้าได้ยากมากๆ!" แบบที่ว่าถ้าไม่เก่งขั้นเทพจริงก็ไม่มีทางที่สถาบันเหล่านั้นจะชายตามองเราแน่ๆ ว่าแต่ว่า... จะมีสถาบันไหนกันบ้างที่ไม่ใช่เข้ายากธรรมดาแต่ "เข้ายากที่สุด" กันบ้าง? วันนี้ พี่สตางค์ ก็เลยนำ "10 อันดับสถาบันที่เข้ายากที่สุดของโลก" มาฝากน้องๆกันค่ะ มาดูซิว่า สถาบันที่น้องๆคิดไว้ว่าเข้ายากสุดๆนั้นจะติดอันดับของเรามั้ย ^^
                          
                           

##สีของหัวสไลด์
1=ส้ม
2=ฟ้า
3=ชมพู
4=ม่วง
5=ฟ้า
6=เขียว##
ใส่สีเลขสีที่นี่หลังเครื่องหมายดอกจันทร์ห้ามมีเว้นวรรคนะ-> *1
World’s Toughest Academic Institutions to Get Into

1. Harvard University
สหรัฐอเมริกา


        ด้วยอัตราการรับนักศึกษาในตำนานของฮาวาร์ด ที่รับนักศึกษาเข้าเรียนเพียง 7 % ของผู้ที่สมัครทั้งหมดนั้นบ่งบอกอะไรๆได้มากทีเดียว เรียกว่าโอกาสถูกล็อตเตอรี่ยังอาจจะมากกว่าโอกาสเข้าเรียนที่นี่ได้ด้วยซ้ำ (- -") ดังนั้นมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจึงเป็นมหาวิทยาลัยที่เข้าเรียนได้ยากมากที่สุด แห่งหนึ่งในโลกใบนี้ ซึ่งการที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องด้วย "ฮาร์วาร์ด" เหมือนจะเป็นแบรนด์เนมหนึ่งของเหล่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการนิยมเป็นอย่างมาก (ขอคำว่า "มาก" เสียงสูงๆ และลากยาวๆด้วย แบบ "ม๊ากกกกกกกก") การที่จะเข้าที่นี่ได้นั้น จึงหมายถึงการห้ามมีจุดอ่อนหรือจุดบอดใดๆทั้งสิ้น แต่สุดท้ายถึงแม้จะทำประวัติของตัวเองออกมาได้ดีซักแค่ไหน สุดท้ายก็ยังอาจจะต้องอาศัยดวงช่วยอีกต่างหาก... ด้วยเหตุนี้ล่ะค่ะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจึงเป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่เข้าได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกค่ะ T^T


2. Massachusetts Institute of Technology (MIT) และ California Institute of Technology (Caltech) สหรัฐอเมริกา

        อันดับที่สองนั้นเคียงคู่กันมาคือ MIT และ Caltech ที่ซึ่งมีอัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียนอยู่ที่ประมาณ 10% ทั้งคู่ แต่ตัวเลขนี้ของทั้งสองมหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่เราไม่ควรยึดติดแต่เพียงอย่าง เดียว เพราะหากเราสอบ SATs ได้คะแนนไม่ดีในส่วนที่เป็นคณิตศาสตร์ก็อย่างหวังว่าจะได้เข้าเรียนที่นี่เหมือนกัน ก็อย่างที่ชื่อสถาบันทั้งสองบ่งบอกนั่นแหละค่ะ ว่าเป็นสถาบัน "เทคโนโลยี" ทั้งคู่ ทั้งสองมหาวิทยาลัยนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ถนัดในด้านของสายวิทย์และการคำนวณ พูดง่ายๆก็คือ... คัดเลือกผู้ที่ในอนาคตจะเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลทั้งสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม หรือผู้นำทางเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียง...ได้เข้ามาเรียนกันในสถาบันทั้งสองนี้กันนั่นเอง...


3. Indian Institute of Technology Delhi (IIT) อินเดีย

        อันดับ 3 ของเรานั้นเปรียบเสมือนสถาบัน MIT แห่งอินเดียค่ะ Indian Institute of Technology หรือ IIT นั้นเป็นสถาบันที่สร้างขึ้นมา "โดยวิศวกรเพื่อวิศวกร" โดยการรับนักศึกษาเข้าเรียนที่นี่นั้น จะรับนักเรียนทั้งหมด 4,000 คน จากจำนวนนักเรียนที่สมัครทั้งหมด 150,000 !!! ใช่แล้วค่ะ นักเรียนตั้งเป็นแสนแต่รับแค่สี่พันคนเท่านั้น! คือถ้าเทียบเป็นอัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียนนั้นก็คือเพียง 2.5% ที่เราจะได้รับเลือกให้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้! และสิ่งที่ทำให้ได้รับคัดเลือกยากยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือความจริงที่ว่ามหาวิทยาลัยในอินเดียคัดเด็กจากผลคะแนนสอบแอดมินชั่นเพียงอย่างเดียวล้วนๆ! ดังนั้นนักเรียนจึงกดดันในการสอบมากๆ เพราะคะแนนดีก็มีโอกาส... คะแนนแย่... ก็บ๊ายบาย ลาก่อนจ้าาา


4. Yale University สหรัฐอเมริกา

        หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการรับนักศึกษาน้อยกว่าอย่าง Princeton และ Stanford จึงไม่ติดอันดับ ทั้งๆที่ตามหลักการแล้วทั้ง Princeton และ Stanford อาจจะต้องใช้เกณฑ์ความสามารถทางด้านวิชาการ (เช่น เกรดเฉลี่ย ผลสอบต่างๆ) ที่สูงกว่าหรือเคร่งครัดกว่า Yale ด้วยซ้ำ? แต่สาเหตุที่ Yale ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่เข้าได้ยากกว่านั้น ก็เพราะ Yale นั้นมี ระบบเส้นสายศิษย์เก่า อยู่ด้วย (alumni network) ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าระบบเครือข่ายศิษย์เก่าของสถาบันนี้นั้นเข้มแข็งที่สุดในบรรดามหาวิทยาลัยในเครือไอวีลีกส์ทั้งหมด การรับนักเรียนจึงใช้เกณฑ์ "พวกพ้อง" เข้าร่วมในการคัดเลือกด้วย ดังนั้นเมื่อเรามองในแง่นี้แล้ว Yale จึงเป็นมหาวิทยาลัยที่เข้าได้ยากมากๆๆๆ (ถ้าไม่เก่งจริง หรือไม่ได้มีญาติเป็นศิษย์เก่า)


5. Pomona College และ Amherst College สหรัฐอเมริกา

        ความจริงก็คือ มีนักเรียนหลายๆคนที่ไม่ได้สนใจที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวีลีกอย่าง Yale หรือ MIT แต่นักเรียนจำนวนไม่น้อยเลยกลับอยากที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนเล็กๆมากกว่า และด้วยเหตุนี้เอง มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงหลายแห่งจึงมีอัตราการแข่งขันที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะ Pomona College และ Amherst College ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ดีมากๆ และไม่ได้เข้าเรียนกันได้ง่ายๆเลย ด้วยความเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนขนาด "เล็ก" จึงไม่ได้มีที่ว่างมากพอสำหรับนักเรียนที่เข้ามาสมัครทุกๆคน ดังนั้นอัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียนจึงอยู่ที่เพียงแค่ 15% จากผู้สมัครทั้งหมด (รับนักเรียนทั้งหมดประมาณแค่ 1,700 คนเท่านั้น) ดังนั้นการแย่งที่ว่างเหล่านี้จึงเป็นเรื่องยากกว่าที่ใครหลายๆคนคิดเลยทีเดียวค่ะ


6. Seoul National University
(SN
U)  เกาหลีใต้


        ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 มาจนถึงทุกวันนี้ สังคมในหลายๆประเทศยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับพลังแห่งการศึกษาเท่ากับประเทศเกาหลี ซึ่งแนวความคิดนั้นฉายชัดอยู่ในอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยของเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัย Seoul National University หรือที่ชาวเกาหลีเรียกกันว่า Seoul-dae ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความสมบูรณ์ทางด้านการศึกษามากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป สถาบันแห่งนี้จึงเริ่มเพิ่มชื่อเสียงในเรื่องความ "เข้าเรียนได้ยาก" มากยิ่งขึ้น ด้วยอัตราการรับนักศึกษาที่น้อยจนน่าใจหาย คือเพียงแค่ 0.5% เท่านั้น!! (สมัครร้อยคน รับแค่ครึ่งคน - -") ซึ่งนับว่าน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตรการรับนักศึกษาเข้าเรียน (ต่อผู้สมัครทั้งหมด) ที่น้อยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ

7. Peking University และ Tsinghua University
ประเทศจีน


        ประเทศจีน หนึ่งในประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและจำนวนประชากรที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีสถาบันการศึกษาในระดับปริญญากว่า 2,000 แห่งในประเทศ และในบรรดา 2,000 กว่าแห่งนั้น มหาวิทยาลัยอย่าง Peking University และ Tsinghua University ที่เปรียบเสมือนสถาบัน MIT ของประเทศจีนนั้น ก็ถือเป็นสถาบันที่เข้าเรียนได้ยากมากถึงมากที่สุดของจีน แม้ว่าจะไม่มีตัวเลขที่แน่นอนของอัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียนออกมาอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้นั้นยืนยันเสียงแข็งว่า มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งนี้มีอัตราการรับนักศึกษาที่น้อยยิ่งกว่า Seoul National University อีก! ก็แหม... ก็ประเทศจีนประชากรเค้าเยอะนี่นา มหาวิทยาลัยดังๆใครๆก็ต้องอยากเข้าอยู่แล้วเนอะ แล้วยังจะชาวต่างชาติที่อยากจะเข้าเรียนอีกล่ะ คนสมัครเรียนไม่เยอะก็ให้มันรู้ไปจ้า (- -")

8. Oxford University และ Cambridge University
สหราชอาณาจักร


        สองมหาวิทยาลัยขั้นเทพแห่งฝั่งสหราชอาณาจักรอย่าง Oxford  และ Cambridge หรือที่เรียกรวมกันว่า Oxbridge หากว่าไม่ติดอันดับเลยคงเป็นไปไม่ได้ ด้วยความที่มหาวิทยาลัยทั้งสองนั้นเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงมากๆในอังกฤษ ดังนั้นทั้งสองสถาบันจึงมีสิทธิที่จะเลือกนักศึกษาเข้าสถาบันของตน เพื่อที่จะรักษาชื่อเสียงความเป็นสถาบันในแบบของตนเองไว้ (แบบว่า ดังเลือกได้...)  และยิ่งเมื่อใครๆทั่วโลกต่างก็อยากที่จะเข้าสถาบันทั้งสองนี้ด้วย สำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติอัตราการรับเข้าเรียนจึงอยู่ที่เพียง 2% เท่านั้นเองล่ะค่ะ


9. U.S. Air Force Academy  และ U.S. Military Academy - WestPoint สหรัฐอเมริกา

        มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะคัดเลือก "ว่าที่ผู้นำทางการทหาร" ในอนาคต ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สถาบันการศึกษาทางการทหารอย่าง  U.S. Air Force Academy (โรงเรียนนายเรืออากาศแห่งสหรัฐฯ) และ  U.S. Military Academy (โรงเรียนนายร้อยแห่งสหรัฐฯ) ที่จะต้องคัดเลือกคนอย่างหนักกว่าที่นักเรียนคนใดคนหนึ่งจะสามารถเข้าศึกษาในสถาบัน และเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองกำลังได้ สถาบันทางการทหารทั้งสองจึงมีอัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียนอยู่ที่ประมาณ 13% เท่านั้น เรียกว่าไม่ใช่ง่ายๆ เพราะจะต้องทดสอบทั้งความรู้ และทดสอบทางด้านกายภาพด้วย อย่างที่ Westpoint นั้นจะดูคุณสมบัติ 3 ประการของนักศึกษา คือ 1. การศึกษา 2.ความสามารถทางกายภาพ และ 3. การมีส่วนร่วมในชุมชน  ดังนั้นใครอยากจะเข้าสถาบันนี้ นอกจากจะต้องหัวดีแล้วยังจะต้องแข็งแรงอดทนอีกด้วย


10. The Julliard School (Julliard) และ Curtis Institute of Music (CIM) สหรัฐอเมริกา

        ใครหลายคนอาจจะคิดว่า การสอบแอดมิชชั่นวิชาต่างๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดและกดดันที่สุด แต่ถ้าถามนักเรียนที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นศิลปินชื่อก้องโลก การสอบเข้าสถาบันทางด้านศิลปะการแสดงและการดนตรีกลับเป็นเรื่องที่หินที่สุดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด! โดยเฉพาะการเข้าศึกษาในสถาบันด้านศิลปะการแสดงชื่อดังอย่าง Julliard และ Curtis Institute of Music ซึ่งเป็นสองสถาบันที่มีชื่อเสียงและคัดนักเรียนโหดที่สุด! แถมที่ว่างที่จะให้นักศึกษาใหม่เข้าในแต่ละปียังน้อยนิด การสอบออดิชั่น (ด้วยการแสดงความสามารถทางศิลปะการแสดงหรือทางดนตรี) เพื่อให้ได้เข้าเรียนที่นี่จึงถือเป็นเรื่องที่...สำหรับคนที่อยากเป็นศิลปินไม่ใช่วิศวกร... ยากลำบากและกดดันยิ่งกว่าการท่องตำรา หรือคิดคำนวณแก้โจทย์ในการสอบใดๆทั้งหมด ว่ากันว่าอัตราการรับนักศึกษาเข้าเรียนของทั้งสองสถาบันนี้นั้นน้อยพอๆกับเหล่าสถาบันแห่งไอวีลีกส์เลยล่ะค่ะ

                                              
                                  

        และนั่นก็คือ 10 อันดับสถาบันที่เข้าได้ยากกกกก~ ที่สุดของโลกค่ะ พี่สตางค์ ขอชื่นชมคนที่ได้เข้าเรียนในสถาบันเหล่านี้จริงๆเลยค่ะ และก็รู้สึกเสียดายแทนหลายๆคนที่อุตส่าห์ได้เข้าเรียนแล้วแต่ก็ล้มเลิกกลางคันไม่ยอมเรียนต่อให้จบ (ถึงแม้ว่าหลายคนเหล่านี้จะได้ดิบได้ดีก็เถอะ - -") แต่ใครที่อยากจะเข้าสถาบันเหล่านี้ก็อย่าเพิ่งท้อใจนะคะ! พี่สตางค์ เชื่อว่าตราบใดที่เราไม่ "ล้มเลิก" ก็ย่อมไม่มีคำว่า "ล้มเหลว" ! สู้ๆค่ะ พี่จะเป็นกำลังใจให้ ^^



TWITTER@STANGDEKD

        
ข้อมูลจาก : j80caldwell.hubpages.com/hub/jubby78#
ภาพประกอบ : guardian.co.uk, summer.harvard.edu, eduspiral.com,
huffingtonpost.co.uk, dailymail.co.uk, nwitimes.com, collegeprowler.com,
universitiesnews.com, topbeijingtravel.com, whitehouse.gov

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

23 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ekaterina Member 25 ก.ย. 55 23:39 น. 11
The Julliard School เข้ายากมากกกก

แต่อยากเข้ามาากเลย ทำให้คิดถึงดาราคนหนึ่งที่เมกาที่สละสิทธ์จูเลียอาร์ทมาเป็นนักแสดง

0
กำลังโหลด
Morning-kisses Member 26 ก.ย. 55 02:40 น. 12
ป๊าดโธ่! 100 คนรับแค่ครึ่งคนว่าน้อยแล้ว ยังมีน้อยกว่านั้นอีกเหรอคะ 

เข้าเรียนว่ายากแล้ว การจะเรียนให้จบได้นั้นยากกว่าอีกหลายเท่าแน่ๆ 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ
0
กำลังโหลด
terrysiansims ผู้กวาดล้างดราม่า Member 26 ก.ย. 55 18:46 น. 13
ของไทยไม่ติด เพราะ เดี๋ยวโควต้า เดี๋ยวแกท-แพท เดี๋ยวรับตรง เดี๋ยวแอดมิชฯ ฯลฯ เยอะแยะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด