ทุกวันพุธเหมือนเดิม สำหรับตอน 13 (ลักกี้นัมเบอร์ซะด้วย) ก็ยังมีเรื่องสนุกๆ
มาฝากเช่นเคย รับรองว่าถูกใจชัวร์ๆ
ถึงกันยายน ข้อเสียก็คือร้อนค่ะ (ก็แน่สิ) แต่ข้อดีก็คือ เป็นช่วงที่สามารถ
ทำกิจกรรมนั่นนี่ได้มากมาย เพราะในหน้าหนาวบางทีก็หนาวมากไปจนออก
จากบ้านไม่ไหว และกิจกรรมหนึ่งที่คนเกาหลีนิยมทำก็คือ "การเข้าจิมจิลบัง"
เอ๊ะ มันคืออะไรหว่า??
จิมจิลบัง (찜질방) หรือ ซาวน่าเกาหลี คงเป็นอะไรที่น้องๆ เห็นจากซีรีส์หรือ
ในรายการวาไรตี้บ่อยๆ รวมถึงหากใครมีโอกาสไปเที่ยวเกาหลี ก็ไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ
โดยจิมจิลบังนั้นมักตามอยู่ตามมุมถนนหรือซอกซอยต่างๆ และเปิดบริการ
น้องๆ ก็จะสามารถเข้าไปใช้บริการได้เลย
เมื่อเข้ามาภายใน มักจะเจอเคาน์เตอร์ที่ต้องจ่ายเงินก่อน ซึ่งค่าบริการก็จะ
แตกต่างกันไปค่ะ อย่าง พี่เป้ เคยเข้าไปใช้บริการรวมถึงนอนค้างด้วย
ก็จะประมาณ 8,000 วอน(ถ้าจำไม่ผิด) ตกแค่ 200 กว่าบาทเองค่ะ โดยพนักงานที่
เคาน์เตอร์จะหยิบเสื้อผ้า(ตามไซส์)ให้เราเปลี่ยน รวมถึงให้สายคาดข้อมือที่เป็น
กุญแจล็อกเกอร์เอาไว้ให้เราไปไขล็อกเกอร์เก็บของได้ค่ะ
เราจะเข้ามาสู่ภายในที่มีล็อกเกอร์แบบรูปล่างนี้ค่ะ(แยกชายหญิง) จากนั้นให้
เราจัดแจงแก้ผ้าออกค่ะ 5555 เพราะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของจิมจิลบัง
ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยอย่างเราก็อายแน่ๆ ถึงแม้จะไปกับเพื่อนสนิทก็จะตะโกน
บอกเพื่อนว่า "เฮ้ย อย่าหันมานะแก หันมาโกรธจริงๆ นะเฟ้ย" ในขณะที่คน
เกาหลีนี่เค้าแก้กันแบบแกรนด์โอเพนนิ่งทีเดียวซึ่งอาจจะทำให้เราตกใจได้
แต่น้องๆ อย่าไปมองเค้าด้วยสายตาแปลกๆ หรือขยะแขยงนะคะ เข้าเมืองตาหลิ่ว
ต้องหลิ่วตาตาม ทำเนียนๆ ไปค่ะ คิดซะว่าเจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นบ้าง
พี่เป้ จำได้เลยว่า จังหวะที่พี่เดินขึ้นบันได คือจังหวะที่คุณป้าท่านนึงแก้ผ้าเดินลงมา
วินาทีที่เราเงยหน้าขึ้นไปมองเป็นวินาทีที่เค้าเดินลงมาตรงหน้าพอดี อื้มมมม ติดตา
หรือก่อนจะเปลี่ยนชุด ใครอยากอาบน้ำ เขาก็จะมีห้องน้ำคอยบริการนะคะ
โดยห้องอาบน้ำนี้เรียกว่า 목욕탕(มกยกตัง) มีทั้งอาบเดี่ยวและอาบรวม ซึ่งคน
เกาหลีจะนิยมอาบรวมค่ะ อ้อ เค้าแยกชายหญิงนะคะ (ฝันสลาย เอ๊ย ไม่ใช่ 5555)
จิมจิลบังจริงๆ ค่ะ ซึ่งก็จะมีหลายส่วนให้เราเลือกใช้ ยิ่งเป็นจิมจิลบังที่มีขนาดใหญ่
ก็จะมีสิ่งที่อำนวยความสะดวกสบายเยอะมากค่ะ เช่น ห้องซาวน่า จะเป็นห้องร้อนๆ
เข้าไปให้เหงื่อไหลร้อนตับแตก
บางคนที่เที่ยวกลางคืนดึกๆ กลับบ้านไม่ได้เพราะรถไฟใต้ดินหมดแล้ว
ก็นิยมมานอนค้างที่จิมจิลบังนี่แหละค่ะ เพราะราคาไม่แพง


อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดและเป็นเอกลักษณ์ของจิมจิลบังคือ "น้ำข้าว"
ภาษาเกาหลีเรียกว่า 식혜 (ซิกฮ-เย) และ "ไข่ต้ม" ภาษาเกาหลีเรียกว่า
맥반석계란 (แมก-บัน-ซอก-คเย-รัน) มีขายในจิมจิลบังทุกที่แน่นอน
น้ำข้าวก็จะรสชาติคล้ายๆ พวกชารสข้าวญี่ปุ่น เย็นชื่นใจมากๆ ดื่มใน
หน้าร้อนนี่สดชื่นสุดๆ ค่ะ ส่วนไข่ต้มที่ว่าเป็นไข่ที่หมักและอบด้วยเกลือ
รสชาติจะเค็มนิดหน่อยอร่อยใช้ได้ค่ะ


สำหรับน้องๆ คนไหนที่มีแผนจะไปเกาหลีและอยากเข้าจิมจิลบังบ้าง
แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนดีหรือไม่รู้จะถามใคร พี่เป้ ก็ขอแนะนำจิมจิลบังแห่งหนึ่ง
ซึ่งดังมากกกกในเกาหลี เรียกว่าเป็นจิมจิลบังระดับท็อปๆ เลยก็ว่าได้
เพราะพวกรายการวาไรตี้หรือละครเกาหลีต่างๆ มากกว่าครึ่งที่มีฉากจิมจิลบัง
ก็จะเลือกมาใช้ที่นี่ถ่ายทำ นั่นก็คือ DragonHill Spa ซึ่งจริงๆ เป็นสปาค่ะ
แต่จะมีส่วนที่เป็นจิมจิลบังด้วย เราก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้
สำหรับการเดินทาง ให้น้องๆ นั่งรถไฟใต้ดินสาย 4 (สีฟ้า) ไปลงที่สถานีซินยง


เอาล่ะค่ะ ได้ทำความรู้จักกับจิมจิลบังกันอย่างพอหอมปากหอมคอแล้ว เชื่อว่า
หลายคนเริ่มอยากไปกันแน่ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ^^ ย้ำอีกทีว่าถ้าใครมีโอกาสไปเกาหลี
ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ค่ะ สุดยอด! เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลย


ย้อนอ่าน Korean Kori ตอนที่ผ่านมา

TWITTER @PAYDEKD
ภาพประกอบ :
http://itspc.tistory.com/25 ,http://cafe.naver.com/shcamping/325
http://blog.naver.com/doremisauna
http://blog.naver.com/PostView.nhn?blogId=wns3497
http://hankyung.com, http://www.dragonhillspa.co.kr/
23 ความคิดเห็น
เเต่ถ้ามาเปิดในไทย ไม่น่าเวิคนะ ต้องมีกลิ่นคนแก่กะพวกโฮมเลสมานอนไรงี้ป่ะ 55
เกาหลีมีความคิดดีจริงๆค่ะ
นู๋สงสัยอ๊