สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com....เจอกับ พี่เป้ และประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย ^^ ช่วงนี้หลายคนคงทยอยปิดเทอมกันแล้ว อยู่บ้านว่างๆ อย่าลืมเข้ามาเล่นเว็บ Dek-D กันบ่อยๆ นะ !!! สำหรับประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ มาจากประเทศยอดฮิตที่มีหลายๆ คนฝันอยากไปเรียนต่อ โดยเฉพาะนักเรียนแลกเปลี่ยนนี่อยากไปประเทศนี้กันเยอะทีเดียว นั่นก็คือ เยอรมัน นั่นเองจ้า !!
สวัสดีค่าาาาเพื่อนๆ ชาวเด็กดีทุกคน เราชื่อ "เดียร์" นะคะ อายุ 17 ปี เรียนอยู่ในประเทศเยอรมันเมือง ´เม็มมิงเง็น´ (Memmingen) เมืองเล็กๆ ในเขตมิวนิค (München) ในรัฐ ´บาวาเรีย´ (Bayern) อยู่ที่นี่เข้าปีที่ 4 แล้วค่ะ ไม่นานเลยนะ มีความรู้สึกว่าเรามาอยู่ได้แค่ไม่กี่วันเอง ฮ่าๆๆ เดียร์จะมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักความเป็นอยู่ที่นี่ไม่มากก็น้อยอะ ฮ่าๆๆ เดียร์อาจจะเขียนงงไปบ้างก็อย่าถือสากันนะ ^^
มาอยู่นี่ได้ยังไงนะเหรอ?? จะบอกตรงๆ เลยว่าไม่เคยนึกฝันหรือคิดเลยว่าจะมาอยู่ต่างประเทศ ฮ่าๆๆ ถ้าไม่ติดว่าอยากอยู่ใกล้ๆ แม่ก็ไม่มาอยู่ที่นี่หรอก แม่ชวนมาอยู่ด้วย ก็เลยได้มาเรียนที่นี่ไปโดยปริยาย (คิดถึงประเทศไทยมากๆๆ) ความรู้สึกแรกที่เท้าแตะพื้นประเทศเยอรมันเลยก็คือ "งง" และ "มึนๆ" ฮ่าๆๆ แต่ไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นเลยนะ และคิดว่า ´นี่เหรอเมืองนอก?´ มันไม่มีอะไรแตกต่างไปจากไทยเลย เวลาฝนตกนะ โดนนิดเดียวก็เหมือนจะแข็งแล้วอ่ะ คือมันเย็นมากกกกก คิดในใจว่าถ้าอยู่ไทยคงวิ่งเล่นน้ำฝนไปแล้ว ฮ่าๆๆ
ตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ตอนแรกเลยคือเดือนกรกฎา แล้วช่วงนั้นคือช่วงใกล้ปิดเทอม (ที่นี่เขาจะปิดเทอมครั้งเดียวคือเดือนสิงหา แต่ในปีหนึ่งๆ ก็มีปิดเทศกาลให้ปิดเรียนบ่อยๆ เหมือนกันนะ เช่น วันคริสต์มาส ฮาโลวีน...บลาๆๆ ปิดประมานสองอาทิตย์หรือแค่อาทิตย์เดียว) แม่ก็พาไปสมัครเรียนค่ะ เขาเลยให้ไปลองเรียนดูก่อนแค่วันเดียว ตอนเข้าไปในห้องครั้งแรก อายมากเลย ฮ่าๆๆ เพราะสายตาทุกคนเหมือนจ้องมาที่เราคนเดียว เราก็ประหม่านะ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าเขาเรียนหรือพูดอะไรบ้าง ฟังไม่ออกสักคำ พูดก็ไม่ได้นั่งอยู่เหมือนคนใบ้เลยทีเดียว หลังจากวันนั้นผ่านไปเดือนกว่าๆ ก็เปิดเทอมค่ะ เปิดในเดือนกันยายน เริ่มพูดเป็นคำได้บ้าง เพราะอยู่บ้านโดนให้ท่องภาษาตลอด หัดท่อง A B C - Z เลย ฮ่าๆๆ แล้วมันยากตรงที่เขาไม่ได้ออกเสียงเหมือนภาษาอังกฤษ เช่น "เอ" ก็ ออกเสียงเป็น "อา" แบบนี้อ่ะ ฮ่าๆๆ ก็เรียนคำพูดพื้นฐาน เช่น ชื่ออะไร อายุเท่าไร บ้านอยู่ที่ไหนอะไรแบบนี้
ทุกเมืองในเยอรมันจะมีรถไฟฟ้าหรือรถไฟที่เราสามารถนั่งไปไหนมาไหนได้สะดวกสุดๆ ไปประเทศอื่นก็มีนะ เราสามารถนั่งไปต่างประเทศก็ได้ แต่เม็มมิเง็นไม่ค่อยมีที่เที่ยวเท่าไรนะ ต้องเป็นเมืองมิวนิคค่ะ ตอนมาแรกๆ เคยนั่งรถไฟหลงด้วยนะ ฮ่าๆๆ เกือบร้องไห้ กลัวมากเลย คิดในใจ ´เราอยู่ที่ไหนของเยอรมันเนี้ย!!! ´ ฮ่าๆๆ พอดีตอนนั้นนัดเจอเพื่อนคนไทยค่ะ เธออยู่เยอรมันเหมือนกันแต่คนละเมือง ไอ้เราเนี่ยก็ลากกระเป๋าเดินทางไปสถานีรถไฟ พอถึงสถานีรถไฟปุ๊บ มองซ้ายมองขวา ´เอ่อ ทางออกมันอยู่ตรงไหน?´ - - แล้วคนเยอะมากอ่ะ มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยผู้คน หลังจากที่ยืนหันซ้ายหันขวาอยู่เป็นนาที ก็เริ่มเดินหาตัวช่วยเพราะเดียร์ต้องนั่งรถไปลงที่ที่นัดกับเพื่อนไว้ พอหาแผนที่เจอก็จัดการดูค่ะ ดูเสร็จ รู้แล้วว่าเราต้องนั่งคันไหนไป ในขณะนั่นมีรถไฟมาพอดี ชั่งใจอยู่สิบวิว่าจะขึ้นดีไหม ไม่มีเวลาแล้ว รถไฟมันกำลังจะออก เลยวิ่งเข้าไปทันทีทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจว่าถูกไหม ฮ่าๆๆ พอนั่งไปสักพัก มองออกไปทางหน้าต่าง เกือบตะโกนร้องว่า เฮ้ย มันจะไปไหนเนี่ย ซวยแล้ว!! เพราะสิ่งที่เดียร์เห็นคือ มันกำลังขับออกนอกเมือง หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วก็โทรหาเพื่อน สุดท้ายก็ได้เจอกันค่ะ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า วันแรกของการเปิดเทอมเริ่มเข้าเกรด 7 คำที่เดียร์มักจะใช้บ่อยที่สุดเลยก็คือ "ไม่รู้" ฮ่าๆๆ ใช้บ่อยมากกกก แล้ววันแรกที่ได้ไปเรียนก็เป็นวันแรกที่เดียร์ได้รู้จัก "รักแรกพบ" กรี๊ดดด!!! ไม่อยากจะเชื่อเลย HAHA แต่เอาไว้เล่าให้ฟังที่หลังนะ ตอนนี้เอาเรื่องเรียนก่อน 5555
ในวันแรกเขาก็ให้แนะนำตัวและทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ค่ะ ไม่มีอะไรมาก และคำถามที่เดียร์มักจะได้เห็นเพื่อนๆ ในเด็กดีถามกันก็คือ "เพิ่งไปอยู่ต่างประเทศ ไปเรียนแต่ยังไม่มีเพื่อนเลย ทำยังไงดีคะ ช่วยแนะนำหน่อย?" คำถามที่เดียร์ชอบเจอก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ เดียร์ก็เลยอยากจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าเดียร์หาเพื่อนได้ยังไงทั้งที่ไม่รู้ภาษาเลย ฮ่าๆๆ ไม่มีอะไรมากค่ะ เราพูดได้แค่ไหนก็พยายามสื่อสารกับเขาไป เราเลือกคุยกับคนที่เขาดูเป็นมิตรง่าย ไม่หยิ่ง ยิ้มเก่ง บลาๆๆ ที่เพื่อนๆ คิดว่าถ้าเราเขาไปคุยกับเขาหรือขอความช่วยเหลือ เขาต้องช่วยเราแน่ ต้องเป็นคนช่างสังเกตสักหน่อย ไม่ต้องกลัวหรืออาย พูดอังกฤษก็ได้ เด็กที่นี่พูดเก่ง (บางคน) นะ ส่วนเรื่องเรียนมันยากอยู่แล้วสำหรับคนที่ไม่รู้ภาษาหรืออ่านไม่ออก เดียร์มีปัญหาเรื่องการอ่านพวกวิชาที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก ถ้าถามว่าเคยมีความรู้สึกท้อไหม บอกได้ทันทีเลยว่าเคยค่ะ แต่เดียร์ก็ใช้ความอดทน มีหลายครั้งที่ร้องไห้นะ แต่เดียร์ก็ผ่านมันมาได้ทุกครั้ง
อาจารย์ประจำชั้นเดียร์เป็นผู้ชายค่ะ เป็นอาจารย์ที่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนชอบ ฮ่าๆๆ เพราะท่านเป็นคนที่คุยสนุก อารมณ์ดี ขี้เล่น แต่อย่าให้โกรธขึ้นมานะ!! อาจารย์ที่นี่ดีมากเลยค่ะ ใส่ใจทุกรายละเอียดของนักเรียน ใครไม่เข้าใจอะไร หรือทำคณิตข้อนี้ข้อนั้นไม่เป็นเขาก็จะอธิบายจนกว่านักเรียนจะเข้าใจ สำหรับเพื่อนๆ ในห้องน่ารักมาก ชอบแกล้งชอบทะเลาะกัน ฮ่าๆๆ เดียร์เป็นคนเดียวในห้องที่เป็นคนเอเชีย (เพื่อนในห้องส่วนมากเป็นต่างชาติหมดเลยแต่เกิดที่นี่ ในห้องมีคนเยอรมันอยู่สามคน) พวกนี้ก็ชอบแกล้งชอบล้อสุดๆ เหนื่อยกับพวกมันมากกก กวน แล้วก็มึนสุดๆ แต่พวกเราก็รักกันค่ะ เพราะอยู่ด้วยกันมาหลายปี กับบางคนไม่ค่อยสนิทหรอก แต่พอถึงเวลาที่จะต้องจากกันจริงๆ มันก็มีใจหายนะ แน่นอนว่าพวกเราสามารถเจอกันได้ตามผับหรืออะไรอย่างนี้ แต่อาจจะไม่สนิทกันเหมือนเดิม (กับบางคน)
ทุกๆ เช้าภายในห้องเรียน เราจะชอบคุยเรื่องข่าวกันค่ะ เดียร์ว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะอยู่บ้านไม่เคยดูข่าว เราใช้เวลากันนานมากในการเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล อย่างบอกว่าแต่ก่อนตอนอยู่ไทย ไม่เคยดูบอลแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เล่นด้วย เพราะมีอดีตกับมัน ฮ่าๆๆ จำจนวันตาย แต่พอมาอยู่นี่ไม่ดูก็คงไม่ได้ ไม่มีทางเลือกเลย เวลาถึงฤดูกาลฟุตบอล เอาล่ะ ทั้งแม่ทั้งน้อง ทุกคนในครอบครัว ดูกันหมด เราก็เลยต้องดูไปด้วย โดยเฉพาะแม่ ถ้าได้ดูบอลแล้วเตรียมหาอะไรอุดหูไว้ได้เลย กรี๊ดอยู่นั้นแหละ ฮ่าๆๆ ไม่เป็นอันดูบอลกันพอดี หลังจากนั้นก็เริ่มชอบเพราะเราอยู่ใน Bayern ก็เลยเชียร์ Bayern München ถ้าใครเป็นคอบอลรู้จักแน่นอน ในทีมนี้เดียร์ชอบ Müller เป็นพิเศษ ไม่รู้มีใครรู้จักไหม ฮ่าๆๆ (แต่ที่ชอบดูอีกอย่างนึ่งคือ Formel 1 ค่ะ ชอบมากก เกี่ยวกับการแข่งรถ)
| มาถึงเกรด 9 เป็นเกรดสุดท้ายในโรงเรียน นี้ พออยู่ที่โรงเรียนนี้กับเพื่อนๆ มาสามปี รู้ สึกแปลกๆ เหมือนกันนะ มันหน่วงๆ ในใจยัง ไงก็ไม่รู้ แต่เพื่อนบางคนที่อยู่มาตั้งแต่เกรด 5 ชอบบ่นว่าอยากออกจากโรงเรียนนี้จะแย่ แล้ว ฮ่าๆๆ แต่พอจะได้ออกไปจริงๆ พากัน ร้องไห้ซะงั้น และทุกๆ ปี ทางโรงเรียนจะมีการจัด ให้ นักเรียนที่อยู่เกรด 9 ไปเที่ยวและจัด ปาร์ตี้ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่ได้ เจอกัน พวก เราได้ไปเที่ยวที่ประเทศ โครเอเชีย ทะเลสวยมาก พักกันที่บังกาโล เป็นกลุ่มๆ ค่ะ อยู่ใกล้ๆ ชายหาดเลย ถ้าเรา ต้องการเล่นน้ำหรือเดินหาด ต้องซื้อ รองเท้าใส่นะ เพราะมันมีสัตว์ที่อาศัยอยู่ใน น้ำ ถ้าเราเหยียบมัน เราอาจตายได้เลย ที่ ทะเลที่นั่นไม่มีทรายนะ มีแต่ก้อนหิน ย้อนกลับมาเข้าเรื่องรักแรกพบกันดีกว่า เนอะ หลายคนคงอยากรู้แล้วใช่ไหม? วันนั้น เป็นวันเปิดเทอมวันแรก เราก็พูดภาษาไม่ได้ เลย วันนั้นเดียร์ไปเรียนเร็ว เลยต้องนั่งรอ เพื่อนๆ ในห้องที่ยังไม่มากัน เราก็นั่งก้มหน้า มองมือตัวเองอยู่แบบนั้นแหละ แล้วเพื่อนๆ ก็ทยอยกันเข้ามาในห้อง เป็นจังหวะกับที่เรา เงยหน้าขึ้นไปมองพอดี สายตาเราก็ไป ปะทะกับเขาจังๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เกิดอาการ "ตกหลุมรัก" ค่ะ ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเอง น้ำเน่าสุดๆ แต่มันอาจจะเป็นแค่ป๊อปปี้เลิฟ อะไรแบบนี้แหละคงไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ เดียร์คิดว่าความรักจริงๆ คือตอนเกรด 8 แอบชอบคนบางคนจนถึงตอนนี้ยังเลิกชอบ ไม่ได้เลยอ่ะ บางครั้งก็ถามตัวเองนะ "เรา เป็นอะไรมากไหมวะ? ท่าจะบ้า" ฮ่าๆๆ เรา อยู่ห้องเดียวกัน เจอกันทุกวัน พูดคุยกัน ธรรมดา ไม่มีอะไรเกินเลยกว่านั้น เฮ้อออ คิดแล้วก็เหนื่อยขึ้นมาเลย ฮ่าๆๆ |
เด็กวัยรุ่นที่นี่เขาชอบแสดงความรักกันนะ เดียร์ว่ามันน่ารักมากๆ เลย มันอาจจะไม่เหมาะที่จะทำถ้าอยู่ไทย เช่นจูบกันหรืออะไรแบบนี้ เพื่อนเดียร์มันคิดจะจูบกัน มันก็จูบตรงนั้นแหละ ไม่มีความอายเลยสักนิด มีแต่เราที่อายแทนมัน ฮ่ะๆๆ แต่ก็ชินแล้วนะ นอกจากนี้ วัยรุ่นที่นี่ไม่ค่อยชอบอยู่บ้านกัน ชอบออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ ดึกๆ ก็ไปนะ เที่ยวผับดื่มเหล้าสูบบุหรี่ของแบบนี้ธรรมดามากค่ะ สูบบุหรี่นี่ต้องอายุ 18 ปีนะถึงจะซื้อสูบได้ แต่มีเหรอที่พวกนี้จะฟังกัน เหอๆ ไม่มีทาง เด็กอายุ 13 ไม่เหลือแล้ว ตามเพื่อนเพราะอยากลอง เดียร์ไม่ชอบนะ แต่ก็ไม่ได้เกลียดคนสูบเพราะมันเป็นสิทธิ์ของเขา เวลาเพื่อนมันไปสูบกัน เดียร์ก็ไปด้วย ไปนั่งคุยกับพวกมัน แต่เดียร์ไม่สูบนะ ฮ่าๆๆ อย่าเข้าใจผิด เหม็นควันมันสุดๆ เวลากลิ่นติดเสื้อผ้า
ล่าสุด เดือนกรกฏาที่ผ่านมาเป็นฤดูการสอบ พอสอบเสร็จก็จะมีงานเลี้ยงส่งและมอบเกรดให้ บางคนก็สอบติด บางคนก็ไม่ติด (เดียร์ติดนะ ดีใจมากเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะติด เพราะเพื่อนบางคนที่เกิดที่นี่พูดภาษาเก่งกว่าเดียร์ เขายังไม่ติดเลย) อาจารย์ทำรูปตั้งแต่ย้ายมาอยู่โรงเรียนนี้เปิดให้ดูทุกคนเลย ตลกมากอ่ะ ฮ่าๆๆ แต่ละรูปดูไม่ได้เลย วันนั้นเป็นวันที่เดียร์ไม่มีวันลืมเลยแหละ เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ
เดียร์ว่าเยอรมันมีดีหลายอย่างนะ เดียร์จะยกตัวอย่างนึงแล้วกัน เรื่องการเรียนและทำงานค่ะ ก่อนที่จะจบเกรด 9 นอกจากจะต้องตั้งใจทำข้อสอบแล้ว อาจารย์ก็จะถามว่าเราอยากเป็นอะไร อยากเรียนต่อ หรือว่าทำงาน เราสามารถทำงานได้ถ้าจบเกรด 9 หรือจะเรียนต่อก็ได้ เขาช่วยเต็มที่เลยค่ะ ถ้าเดียร์จำไม่ผิด ที่ไทยเนี่ยพอเรียนจบเราจะต้องหางานทำเอง หรือบางคนขี้เกียจก็นั่งนอนอยู่บ้าน ไร้สาระไปวันๆ (บางคนแม้จะจบปริญญาก็ยังไม่มีงาน หรือตกงานยังมีเลย) ซึ่งที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น แน่นอนว่าวัยรุ่นที่นี่ก็มีคนที่ขี้เกียจเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ถึงแม้ว่าเขาจะตกงานแต่เขาก็ยังได้รับเงินจากรัฐบาล ถ้าไปแจ้งในกรมแรงงาน น่าจะได้ประมาณ 300 € หรือประมาณ 12,000 บาทนะ (จริงๆ แม้แต่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ทางรัฐมีเงินให้ค่ะ ดีใช่ไหม หรือแม้แต่วัยรุ่นที่ท้องก่อนวัยก็ได้เงินช่วยเหลือ)
สำหรับชีวิตในตอนนี้ ตอนแรกเดียร์อยากทำงานเลยหลังจากเรียนจบเกรด 9 เพราะอยากมีเงินเป็นของตัวเอง ฮ่าๆๆ จะได้ไม่ต้องขอแม่ แต่ไม่รู้จะทำอะไรดี เลยเลือกเรียนต่อ ซึ่งโรงเรียนที่เดียร์เรียนต่อเนี่ยเป็นโรงเรียนเกี่ยวกับ Berufsfachschule für Hauswirtschaft , Kinderpflege ,Sozial (โรงเรียนอาชีวศึกษา คหกรรมศาสตร์ ,การดูแลเด็ก และสังคม) เดียร์เลือกสายสังคม เกรด 10 ค่ะ
นี่เป็นส่วนน้อยนะที่เดียร์ได้เล่าประสบการณ์จากเยอรมัน มีเยอะกว่านี้อีกค่ะ แต่กลัวจะเบื่อที่จะอ่านกันซะก่อน มันออกจะดูเล่าไร้สาระไปสักหน่อย ฮ่าๆๆ อยากให้เพื่อนๆ ที่มีโอกาสหรือลังเลที่จะไปเรียนต่างประเทศ ไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าเราจะทำได้ไหม ไม่ลองก็ไม่รู้นะ ทุกคนมีครั้งแรกเสมอ ถ้าคุณมีโอกาสนี้ก็รีบคว้ามันไว้ค่ะ เพราะบางคนที่อยากจะไปเรียนต่อเขายังไม่สามารถไปได้เลย อย่าพลาดโอกาสนี้นะคะ เราเตือนคุณแล้ว :)
เป็นอีกประเทศที่ พี่เป้ ชอบมากๆ เหมือนกันค่ะ เพราะรู้สึกว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ มีอะไรให้ทำและเที่ยวเยอะมาก ดังนั้นถ้าใครมีโอกาสได้ไปเรียนที่นั่นก็ดีไม่น้อยเชียว!! ยังไงก็ขอบคุณน้องเดียร์ด้วยนะคะที่มาแชร์เรื่องสนุกๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากเล่าแบบนี้บ้าง รีบเขียนมาได้เลย ความยาวสัก 3-4 หน้า แนบรูปมา 10 รูป ส่งมาที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกัน!

TWITTER @PAYDEKD
เด็กฝรั่งนี่โต้เร็วจริง เผลอๆมองนึกว่าเด็กมหาลัยอ่ะ 55555
35 ความคิดเห็น
ไม่ได้ใช้ไม่ต้องเรียน แต่ก็น่าเรียนน่ะ พ่อเคยสอนเราให้ท่องตัวอักษรภาษาเยอรมันเหมือนกันน่ะ
เท่าที่จำได้ก็มี
อา เบ เซ เด เอ เอฟ เก ฮา อี ยอท คา..... จำได้แค่นี้แหละ [โดนเสย] แหะๆ แต่ภาษาเยอรมันก็น่าเรียนดีน้า~~
ลืมบอกไปว่าท่องเหมือนท่องภาษาอังกฤษทุกอย่างเลย แค่สำเนียงมันต่างกันแค่นั้นแหละ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 ตุลาคม 2555 / 14:27
แต่ผมว่ามันน่าอ่านมากครับ
ชอบทุกอย่างที่เป็นเยอรมัน ที่หัวเตียงยังติดธงชาติไทย - เยอรมัน
พี่สู้ทุกอย่างสอบทุกทุน ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ติดทางบ้าน
พอทางบ้านอนุญาตก็สอบไม่ผ่านซะงั้น
แต่ก็คิดว่าถ้ามีโอกาสจบป.ตรี จะไปต่อที่นั้นจะทำให้ได้
ใช้ชีวิตที่นั่นสุดๆ แทนพี่ด้วยเน้อ :D
อ่านแ้ล้วอยากไปเยอรมันจัง คนหล่อคนสวยเยอะะะะะะะะ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 ตุลาคม 2555 / 22:38
มาเลยค่ะ มาอยู่ใกล้ๆ กันนะ ><
ความคิดเห็นที่ 2 & 3
ตอนแรกๆ อยากบอกยากมากค่ะ ฮ่ะๆๆ แต่ท่องได้ก็ถือว่าดีแล้วนะ ^^
ความคิดเห็นที่ 4
อ๊ากกกกก ดีใจมีคนเชียร์ Bayern ด้วย ฮ่ะๆๆ เพราะส่วนมากคนไทยจะเชียร์อังกฤษหรือไม่ก็สเปน ^^
ความคิดเห็นที่ 5
รู้สึกดีก็มานะคะ รออยู่ๆๆ >.<
ความคิดเห็นที่ 6
ฮ่ะๆๆ ขอบคุณมากๆ ค่ะ นึกว่าทุกคนจะคิดว่าเดียร์เล่าอะไรก็ไม่รู้ ^^"
ความคิดเห็นที่ 7
อ่าา รู้จักๆๆ ค่ะ
Weihnachtsmarkt สวยใช่ม่ะ ฮ่าๆๆ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นถึงแม้ว่าหิมะจะตกก็เถอะ
อ๊ากกกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดด Europa Park ใหญ่จริงค่าาาาาาาาา เที่ยววันเดียวก็ไม่ทั่ว ฮ่าๆๆๆๆ
มาใหม่ๆๆ ค่ะ อาจเจอเพื่อนดีนะ ^^
ความคิดเห็นที่ 8
ความคิดเห็นที่ 9
นับถือพี่เลยยย มีธงชาติอยู่บนหัวเตียงด้วยย ฮ่าๆๆ เดียร์ยังไม่มีเลยยย
มาให้ได้นะคะ อยากให้มาถึงจะไม่ได้อยู่เมืองเดียวกันก็เถอะ ฮ่ะๆๆ
ว่าแต่พี่จะมาอยู่เมืองไหนเหรอ :)
ความคิดเห็นที่ 10
ฮ่ะๆๆ โตไวจริงๆ ค่ะ ^^"
เดียร์ลืมเอารูปเมือง Memmingen ให้ แหะ
แต่พี่ก็ไปหามาได้ ฮ่ะๆๆ ขอบคุณเหมือนกันค่าา
ไม่ไกลค่ะ เพื่อนเดียร์ก็อยู่ Herrsching เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ
มาคุยกันได้นะ นี้เฟสเดียร์ คลิ้กที่รูปจ้าาา
แอดไปแล้วบอกด้วยเน้อ ว่ามาจากเด็กดี ^^
ไปเที่ยว Oktoberfest กันป่ะ ฮ่ะๆๆ
อยู่ที่นั้นประมาณ 4 ปี
เรื่องภาษานี้ไม่ต้องพูดถึงเลยไปแรก ๆ แทบร้องไห้
อังกฤษไม่ได้เยอรมันไม่ได้ รู้สึกแย่มากช่วงนั้น
เราอยู่เมือง Metelen ไม่ไกลจาก Munster มาก
แต่ตอนนี้เรากลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว กลับมาเพราะเราไม่อยากอยู่ที่นั้น
เพราะเราติดเพื่อนที่เมืองไทยมากกว่า
เราก็เลยอยากให้เพื่อนๆ ที่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ
ใช้ชีวิตให้เต็มที่ ให้คุ้มค่า หลายคนอ่าเราว่าเค้าพยายามทุกทางเพื่อที่จะได้ไป
แต่เราไม่ต้องพยายาม เราได้ไปแต่เรากลับทิ้งโอกาสดีดีไป มารู้ตัวอีกทีก้อสายไปแล้ว : )
ยินดีที่ได้รู้จักค่า :)))
https://www.facebook.com/khonghom.lita รบกวนแอดเฟสมาหน่อยน้าา
ที่ไม่รู้จัก