เปิดหอพักนักเรียนที่ "บรูไน" ณ โรงเรียนที่หรูที่สุดของประเทศ

       สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย!! ช่วงนี้มองไปทางไหน เห็นใครๆ ก็เตรียมตัวต้อนรับ AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งประกอบไปด้วย ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และบรูไน
   
      และถ้าถามว่าใน 10 ประเทศที่ว่านี้ เรารู้จักประเทศไหน
"น้อยที่สุด" เชื่อว่าหลายๆ คนรวมถึง พี่เป้ ด้วยขอยกมือตอบแรงๆ เลยว่า "บรูไน!!!!" เพราะฉะนั้นประสบการณ์เด็กนอกในวันนี้ จะขอพาน้องๆ ไปทำความรู้จักประเทศบรูไนผ่านเรื่องราวของนักเรียนไทยในโรงเรียนอินเตอร์ค่ะ
   

    สวัสดีค่าทุกคน ^^ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเลย ชื่อจริงชื่อ "ไอริณ" (เพื่อนชอบเรียกสั้นๆ ว่าริณ) ชื่อเล่นชื่อ "เกรซ" ตอนนี้ก็เรียนอยู่ที่ประเทศเล็กๆ ที่ชื่อ ‘บรูไน’ เป็นเด็กชั้น ม.3 แล้ว~  

    บางคนอาจจะไม่เคยไปบรูไนหรือได้ข่าวเรื่องประเทศนี้น้อยมากหรือบางคนอาจจะไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อประเทศนี้เลยก็ได้ (อย่างน้อยเราเองก็เป็นคนนึงที่ก่อนจะไปบรูไน ยังถามพ่อว่าตกลงบรูไนอยู่ที่ไหนของโลก? =_=) เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้มาทำความรู้จักกับชีวิตของเด็กนักเรียนโรงเรียนประจำที่บรูไนกันค่ะ 

 

     

   
      เริ่มต้นที่เรื่องของประเทศบรูไนดีกว่าเนอะ…
ระเทศบรูไนหรือบรูไนดารุสซาลาม เป็นประเทศบนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศนี้เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก หากถามถึงบรูไน จะให้คิดถึงเรื่องอะไรคงเป็นอะไรไม่ได้นอกจากความสงบและความอุดมสมบูรณ์ เนื่องด้วยประเทศนี้เป็นประเทศที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ไม่ดื่มเหล้า ไม่เมายา ไม่มีการขโมยหรืองัดบ้านจึงเป็นประเทศที่ปลอดภัยเป็นอย่างมากค่ะ และเรื่องความอุดมสมบูรณ์ที่พูดถึงก็คือต้นไม้ที่เรียกได้ว่าเยอะมากกกกกก (โปรดสังเกตตัวก.ไก่) …ปกติหากเราอยากจะเห็นนกเงือกเราต้องไปซุ่มดูในที่ไกลๆ แต่ที่นี่นกเงือกบินกันให้ว่อนเป็นนกกระจอกไปเลย O__o! มีทั้งนกเงือก หมูป่า ลิง จระเข้และตัวเงินตัวทองเยอะมาก อย่างนี้จะเรียกว่าไม่สมบูรณ์ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ 5555 เพราะล้อมไปด้วยต้นไม้และป่า ถ้าเป็นคนที่ชอบเดินป่าว่างๆ หาโอกาสมาที่บรูไนก็ไม่เลวเหมือนกันนะ และประเทศนี้มีประชากรน้อยหากไม่นับรวมกับจำนวนของคนที่เดินทางมาทำงาน ค่าครองชีพก็สูงค่ะ เพราะที่ดินที่นี่เขาไม่ค่อยเหมาะกับการปลูกอะไรทั้งสิ้นจึงต้องนำเข้าสินค้ามาแทบทุกอย่าง แม้แต่น้ำเองก็นำเข้าด้วย 

 
       เราย้ายมาที่บรูไนเพราะคุณพ่อมาทำงานที่นี่ค่ะ (เป็นวิศวกรโยธาอยู่ที่ Shell) ตอนที่ย้ายมาบรูไนตอนแรกยังคิดเลยว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า 5555 เพราะว่าที่นี่เงียบมากและไม่มีห้างเยอะแยะเหมือนบ้านเรา ไม่มีร้านหนังสือเยอะแยะเหมือนบ้านเรา อาหารการกินไม่ดีเท่าบ้านเรา กลับมาบ้านทีก็ลงแดงเลยค่ะแบบว่า “หนูจะไปห้างงงงงง! >Oแต่พออยู่ๆ ไปก็เริ่มชิน ก็เริ่มเห็นด้านดีของประเทศนี่ขึ้นมาบ้าง ก็ดีเหมือนกันนะที่ชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากมาย 



     
     
 เราเรียนที่โรงเรียน Jerudong International School (JIS) ย้ายมาตั้งแต่ Year 8 หรือเท่ากับ ม.1 ของบ้านเรา โรงเรียนใหญ่มาก ชอบมากเพราะว่ามี Art Centre หรือศูนย์ศิลปะซึ่งข้างในมีเวทีแสดงใหญ่ ><
และห้องซ้อมดนตรีหลายห้องวันๆ ก็เอาแต่ขลุกอยู่ในอาร์ตเซ็นเตอร์แหละยอมไม่ไปไหน โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนนานาชาติระดับประเทศที่ครบทุกวงจรค่ะ (แบบว่าหาโรงเรียนแบบนี้ในกรุงเทพฯ ไม่ได้หรอกนะคะ…ฝันไปเถอะ!) เป็นโรงเรียนระบบอังกฤษ  ซึ่งระบบของอังกฤษจะมีระบบการสอบที่เรียกว่า IGCSE ในตอน Year 9 เพราะฉะนั้นการเรียนระดับ Year 8 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สนุกและสบายสุดๆ เรียกง่ายๆ ว่าเอาแต่เล่นไม่ค่อยได้เรียน 5555 แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วก็ต้องจริงจังมากขึ้น การบ้านเยอะมากค่ะในช่วงใกล้สอบ เป็นเรื่องที่น่าตลกมากว่าพอการบ้านเยอะขึ้น เพื่อนๆ ก็ไปฟ้องครูใหญ่กันว่าการบ้านเยอะ !  จากนั้นการบ้านก็ลดลงจนเกือบไม่มี 5555 ถ้าเป็นเมืองไทยล่ะก็เรื่องแบบนี้คงไม่ค่อยสนเท่าไร 
   
   
  หากถามว่าการเรียนของบรูไนแตกต่างจากเมืองไทยไหม? คำตอบคือแตกต่างมากค่ะ ถ้าให้พูดตรงๆ เราเองก็ไม่รู้ว่าโรงเรียนทั่วไปของบรูไนที่คนบรูไนเค้าเรียนกันจริงๆ จะเป็นอย่างไร เพราะเราเองก็อยู่ที่โรงเรียนนานาชาติ แต่ถ้าหากเอาชีวิตที่เคยเรียนอยู่ที่ไทยมาเปรียบเทียบกับการเรียนที่เรียนอยู่ ต้องขอบอกว่าการเรียนที่บรูไนดีกว่าเยอะค่ะ คุณครูเอาใจใส่เด็กนักเรียนดีมาก ไม่ว่าจะเป็นครูวิชาอะไรหรือแม้แต่ครูประจำชั้น มีครูก็เหมือนมีเพื่อนเล่นเพราะคุยได้ทุกเรื่องเลยค่ะ 555 ย้ำว่าทุกเรื่องจริงๆ วันดีคืนดีเพื่อนขี้เกียจเรียนก็ชวนคุณครูคุยซะงั้นแต่ครูก็ไม่ว่าอะไร ครูบางท่านใจดีมากไม่เคยให้การบ้านเลยค่ะ โดยครูบอกว่าการบ้านของพวกเธอคือไปทบทวนบทเรียนกันเอง ถ้าอยากจะได้คะแนนดีก็ตั้งใจนะ 

 
     
อ้อ เกือบลืม! เนื่องด้วยโรงเรียนเป็นระบบ IGCSE เราจึงสามารถเลือกวิชาที่เราอยากเรียนได้ 3 วิชา + อีกหนึ่งภาษา  นอกนั้นวิชาที่บังคับเรียนก็มีวิชา คณิต, อังกฤษ, ฟิสิกส์, เคมี, ชีวะ และพละ เราเลือกเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ดนตรี และศิลปะ ส่วนภาษาที่เลือกคือภาษาสเปน 
   
     
อย่างวิชาประวัติศาสตร์นี่ก็ไม่รู้ว่าหลวมตัวไปเลือกได้ยังไงเพราะว่าเราต้องเขียนเรียงความส่งตลอด มือหงิกเลยล่ะ T^T ส่วนวิชาที่ชอบที่สุดตอนนี้ก็คงเป็นภาษาอังกฤษและศิลปะ เพราะว่าวิชาอังกฤษได้เขียนเรียงความ ได้ทำงานกลุ่ม ได้เรียนเรื่องประเด็นโต้แย้ง แบบว่าวันๆ ไม่ทำอะไรโต้เถียงกับเพื่อนเนี่ยแหละ 555 ส่วนวิชาศิลปะก็ได้ออกแบบ นอกจากออกแบบก็ได้ลงมือทำค่ะ มีงานเป็นชิ้นๆ เรารู้สึกว่าวิชาที่เรียนที่นี่ เราเรียนเพื่อที่จะเอาไปใช้ในชีวิตจริงไม่ใช่เพื่อเอาไว้สอบ ชอบก็ตรงนี้แหละค่ะที่ได้ลงมือทำนั่นนี่ลองนั่นนี่ ไม่ใช่แค่จดตามที่ครูเขียนบนกระดาน


 
       นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังให้ความสำคัญกับสังคมของเด็กนักเรียนมากค่ะ แบบว่าถ้าเด็กคนไหนไม่มีเพื่อนหรือมีปัญหาการเข้ากับเพื่อน โรงเรียนก็จะพยายามให้ทำกิจกรรมเยอะๆ กิจกรรมเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ค่ะ สำคัญมากๆ โรงเรียนนี้มีกิจกรรมเยอะเท่ากับจำนวนของการบ้านเลยก็ว่าได้ (แอบเวอร์นิดนึง) ทางโรงเรียนเขาพยายามให้เด็กเข้าชมรมอย่างน้อยสองชมรม พอหลังเลิกเรียนก็ไปเขาชมรมซึ่งสนุกมาก ได้รู้จักรุ่นน้องรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน เราเข้าชมรมออเครสต้าและชมรมร้องเพลง ได้เพื่อนเยอะเลยล่ะแล้วก็ได้แสดงเยอะด้วย ^^ 
 
     ส่วนเรื่องกฎระเบียบของโรงเรียน เขาไม่ได้เข้มงวดมากมายเสียเท่าไร จะเข้มงวดแค่เรื่องของการแต่งกายเพราะว่าประเทศบรูไนเป็นประเทศที่คนนับถือศาสนาอิสลาม เราจึงต้องใส่ประโปรงยาวค่ะ ยาวนี่หมายถึงกระโปรงยาวถึงพื้นหรือยาวถึงตาตุ่มเลยล่ะค่ะ มันก็ดูเรียบร้อยดีแต่ว่าเวลาเดินขึ้นเดินลงบันได เพื่อนๆ ชอบเผลอเหยียบกระโปรง  -*-  

     นอกจากเรื่องการแต่งกายแล้ว ก็มีเรื่องทรงผม เราจะทำทรงอะไรมาก็ได้ทั้งชายและหญิง แต่ขออย่างเดียวคืออย่ามาโรงเรียนกับผมสีรุ้งมาเด็ดขาดเลย (เพราะมีเพื่อนเคยย้อมผมสีชมพูมาโรงเรียนถูกไล่กลับไปย้อมสีใหม่ให้ดูธรรมชาติ 555)
     
     


     
     ผ่านไปแล้วกับเรื่องเรียนๆ มาต่อด้วยเรื่องของเด็กหอกันบ้างดีกว่า ที่โรงเรียนจะมีทั้งเด็กที่ไปกลับและเด็กที่อยู่หอ และเราเองก็เป็นหนึ่งในนักเรียนหอค่ะ
ตอนแรกๆ ต้องปรับตัวเยอะมาก ทั้งอาหารไม่อร่อย กินจำเจอยู่นั่นแหละ ทั้งเรื่องห้องน้ำมีไม่พอ ทั้งนั่นนี่ และปัญหาใหญ่สุดคือ ในปีแรกที่อยู่นั้น ห้องหนึ่งมีรูมเมททั้งหมด 6 คน!! อ่านไม่ผิด! หกคน! ตอนเช้าตื่นมาต้องอาบน้ำใช่มั้ยคะ? เท่านั้นแหละ แม่คุณพ่อคุณเอ้ย~ สงครามโลกครั้งที่สามบังเกิด อย่าให้พูดถึงเลยค่ะมันเจ็บปวดเหลือเกิน TT^TT บางคนชอบเก็บของไม่เป็นที่เป็นทางก็ทะเลาะกันไปมาเกือบทุกวันจนต่างคนต่างยอมแพ้ นิสัยเรากับเค้ามันแตกต่างกันมาก ยังไงก็เข้ากันไม่ได้จึงได้แต่ทน เพราะถ้าขอเปลี่ยนห้องก็ยุ่งยาก 
   
   
  ปีต่อมาก็อยู่กันทั้งหมดสามคน สบายขึ้นมาหน่อยเพราะได้รูมเมทดีด้วยค่ะ เป็นเด็กหอก็สนุกดีไปอีกแบบนะ เพราะเมื่อถึงเวลานอนปิดไฟ เด็กก็จะไม่นอนกันหรอก แกล้งทำเป็นหลับสักพัก พอครูเข้ามาตรวจเสร็จ พวกเราก็ตื่นมาต้มมาม่ากินกันหรือไม่ก็ตื่นมาคุยนั่นนี่ตรงกลางห้องให้ลุ้นเล่นๆ ว่าเมื่อไรครูจะเข้ามาอีก ถ้าเข้ามาล่ะก็ตัวใครตัวมัน 5555 เตียงใครอยู่ใกล้ก็โชคดีไปเพราะวิ่งกระโดดขึ้นเตียงได้ทัน 555 บางคืนก็ไปเคาะประตูหลอกผีห้องข้างๆ เวลาเที่ยงคืน (นิสัยเสีย) หรือไม่ก็ล้อมวงกันเล่าเรื่องผี…สุดท้ายแล้วก็ไม่กล้านอนกันเลยลากผ้าห่มหมอนมานอนที่พื้นเรียงกันเป็นตับ


   
     
 เพื่อน! ชีวิตขาดเพื่อนไม่ได้เพราะวัยรุ่นมักติดเพื่อน ตอนมาโรงเรียนกลัวว่าจะไม่มีเพื่อนเลยแต่ไปๆ มาๆ แทนที่เราจะเดินเข้าหาเขา เขากลับเดินเข้าหาเราเอง
มาทำความรู้จัก มาคุย ไม่ยอมให้เราเดินไปไหนคนเดียว เพื่อนที่นี่ดีมากค่ะ เพื่อนส่วนใหญ่ชอบคนไทย ชอบประเทศไทย และเนื่องด้วยเราเป็นคนไทยคนเดียวในโรงเรียน เพื่อนๆ จึงให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ชอบถามนั่นนี่ ที่ นอกจากนี้พวกเขาชอบวัดมากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ^^ เพื่อนชอบให้เราสอนพูดไทยให้ค่ะ บางคนก็บอกว่าสอนคำหยาบให้หน่อย (จะดีเหรอ?) มีหลายคนบอกว่า เวลาคนไทยพูดเหมือนกำลังร้องเพลงเพราะว่าเสียงสูงๆ ต่ำๆ เดี๋ยวก็ขึ้นเสียงสูงแล้วก็มาลงเสียงต่ำ (  ‘__’)? หรือคนที่เคยไปไทยบ่อยๆ ก็จะชอบเล่านั่นนี่ให้ฟังและชมคนไทยประเทศไทย เราฟังแล้วก็ตัวลอยเลยล่ะ 

     
      เพื่อนที่นี่เขาชอบจับกลุ่มกันคุยเป็นวงค่ะ อย่างเรื่องที่ชอบคุยกันก็เรื่องเทคโนโลยี ตอนนี้ก็ต้องไอโฟน 5 รองมาก็เป็นเรื่องใครแอบชอบใคร ถ้ารู้นะมีหวังถูกล้อยันชาติหน้าอะ =_=;
นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องนักร้อง แน่นอนตอนนี้ก็ต้องกังนัมสไตล์ครองที่หนึ่งในการจับวงคุยกันอยู่ คุยไม่คุยเปล่า เพื่อนชอบลุกขึ้นมาเต้นด้วย แบบว่าไม่แคร์สื่ออยู่ๆ จะเต้นท่าอะไรก็เต้น แล้วมีเหรอที่ไอริณจะไม่ร่วมด้วย?  ถ้าไม่จับกลุ่มคุยก็ชอบเล่น Truth or Dare มันเป็นเกมให้เลือกระหว่าง จะยอมพูดความจริงของเธอมาหรือจะให้ฉันท้าเธอดี? เวลาคนเลือก Dare เพื่อนชอบท้าให้ไปเลียใต้โต๊ะนักเรียนอ่ะ ยี้! 555 ลองคิดดูสิว่าใต้โต๊ะมีอะไรบ้าง? ทั้งฝุ่นทั้งหมากฝรั่ง ถ้าเลือก Truth ก็ต้องตอบคำถามที่คนเขาถามมาตามความเป็นจริง ส่วนใหญ่ก็จะถามว่าชอบใคร ไม่รู้ว่าระหว่างเลียใต้โต๊ะนักเรียนหรือบอกว่าชอบใครอันไหนมันแย่กว่ากันนะ 5555 .....

      นอกจากนี้เพื่อนที่นี่ส่วนใหญ่จะเตี้ย พวกเขาเลยสนใจพวกคนตัวสูงเป็นพิเศษและชอบถามทำไงถึงตัวสูงง่ะ? เอ่อ คืออยากจะบอกว่าเราเองก็ไม่สูงนะ… และเรื่องน่าตลกที่ทุกคนมักตื่นเต้นทุกครั้งเวลามีเด็กใหม่เข้ามากลางเทอม เด็กใหม่จะเป็นเป้าสายตาทันทีและเป็นหัวข้อสนทนามันส์หยด…ยกเว้นว่าเด็กใหม่จะไม่สวยหรือหล่อ -0-/ 5555 

   
     
บรูไนไม่ใช่ประเทศที่จะมีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นทุกๆ วันหรอกนะคะ จะมีก็คงมีแต่เรื่องแปลกๆ อย่างเช่น นกเงือกเยอะมาก รถชนบ่อยทั้งๆ ที่คนบรูไนขับรถกันแค่ 40-80 กิโลต่อชั่วโมง นอกจากนี้เรายังสามารถพบป้ายระวังจระเข้ที่ติดอยู่ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่สนามตีกอล์ฟ !!! อาหารประจำชาติคือ Nasi katok คือไก่ทอดธรรมดา เรื่องอากาศเปลี่ยนแปลงบ๊อยบ่อย ตอนนี้ฝนตกแต่พอขับรถไปอีก 500 เมตรข้างหน้าฟ้ากลับใสแห้งสนิท เรื่องที่เห็นสายรุ้งชัดและดาวชัดมาก เรื่องที่ท้องฟ้ายามเย็นเปลี่ยนสีได้และยังคงมีเรื่องช็อกโลกคือไฟไหม้ทุกปี! แต่ที่ไหม้ไม่ใช่ไหม้ธรรมดาหรือเกิดจากฝีมือมนุษย์หรอกนะคะ มันเป็นไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นจากใต้ดิน แล้วดับไฟไม่ได้ด้วยนะคะ! ต้องรอจนกว่าไฟจะดับไปเอง ใช้เวลาทั้งเดือนแน่ะ…สูดกันเข้าไปกลิ่นควัน ......... ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับบรูไน หวังว่าทุกคนจะรู้จักกับประเทศนี้มากขึ้น…ถ้าใครสนใจก็ลองมาเรียนที่นี่กันเยอะๆ นะคะ -; เอาเป็นว่าลาก่อนและสวัสดีค่ะ (^/|\^)



       อ่านจบแล้ว เชื่อว่าน้องๆ คงได้ทำความรู้จักประเทศบรูไนมากขึ้น ^^ ดูเป็นประเทศเล็กๆ ที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา พี่เป้ ชอบตรงที่มีนกเงือกบินกันให้ว่อนนี่แหละค่ะ 5555 แปลกดีเนาะ ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากเล่าให้เพื่อนๆ ฟังบ้าง ก็เขียนมาได้เลยค่ะ ความยาวสัก 3-4 หน้าพร้อมแนบรูป 10 รูป ส่งมาที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันนะ ^^

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

50 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
สสสส 11 ต.ค. 55 13:45 น. 3
ค่าเทอมเท่าไหร่อ่ะ?? บางทีที่โรงเรียนเค้าดีขนาดนั้นอาจเพราะเป็นนานาชาติ ค่าเทอมแพงก็ได้นา นานาชาติบ้านเราก็ชิลไม่ใช่เหรอ? ไม่รู้นะเออ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ทุกโรงรียน ก็น่าอยู่มากๆเลย หอพักก็น่าอยู่
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
white lisianthus Member 11 ต.ค. 55 21:28 น. 10
O.o อยากไปๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่เอ๊ะคงไม่มีทุนบรูไนหรอกมั้ง ที่ตกใจคือเป็นเมืองสงบ ตอนแรกคิดว่าจะวุ่นวายซะอีก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Bcuzof Nook Member 13 ต.ค. 55 13:12 น. 14
จากที่อ่านมาแล้ว ทำให้รู้สึกอยากไปมากเลย เป็นเมืองที่สงบซะด้วย ไม่ค่อยไกลจากประเทศไทยเท่าไหร่ แต่ติดอยู่ที่ว่าไม่มีตังเสียค่าเรียนน่ะสิ  *เดินออกจากกระทู้ไปเงียบ*
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
✖'ปั้นชา ² Member 14 ต.ค. 55 19:29 น. 17
เราดูจอโลกเศรษฐกิจช่อง 3 แล้วอยากไปมากกก ><
ขอบคุณน้องเกรซที่แชร์ประสบการณ์ดีดี ^^ อยากไปปปปปปปปป
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด