วัยรุ่นเกาหลี ทำงาน Part-Time อะไรกันบ้างนะ??



                            สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และ KoreanKori
                            ทุกวันพุธเช่นเคย! ตอนนี้หลายคนคงทยอยเปิดเทอมกันแล้ว ว่าแต่
                            ตอนปิดเทอมที่ผ่านมา
มีน้องๆ คนไหนทำงานพิเศษบ้างมั้ยคะ??
                            จริงๆ ถ้าพูดกันตามตรงเนี่ย ในประเทศไทยยังมีค่านิยมที่ไม่ค่อยดี
                            มากนักต่อการทำงานพิเศษ 
บางคนอาจไม่กล้าทำเพราะกลัวเพื่อน
                            มาเจอแล้วจะอาย หรือบางคนมองว่า คนที่ทำงานพิเศษคือคนที่บ้าน
                            ฐานะไม่ดี

                            แต่ที่เกาหลีใต้ เรื่องทำงานพิเศษเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกค่ะ
                            แทบจะเป็นอะไรที่เรียกว่า MUST DO ของนักเรียนเกาหลีทีเดียว
                            ทันทีที่ขึ้นมัธยมปลาย 
หลายคนจะรีบหางานพิเศษทำ ซึ่งงานพิเศษ
                            หรืองานพาร์ทไทม์ในภาษาเกาหลี
เรียกว่า
아르바이트 (อา-รือ-บา-อี-ถึ)
                            หรือเรียกย่อๆ ว่า 알바(อัลบา) คือถ้าใครดูซีรีส์เกาหลีบ่อยๆ จะ
                            สังเกตได้เลยว่าค่ะ ตัวเอกในหลายๆ เรื่องก็จะทำอัลบานี้ด้วยนะ
                            ดังนั้น
KoreanKori ตอน 18 เราจะพูดถึงอัลบากันค่ะ
                              โดยรวมแล้ว การทำงานพาร์ทไทม์ของเด็กเกาหลีนั้นไม่ได้ต่าง
                              จากเด็กไทยอย่างสุดขั้ว 
แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว เท่าที่
พี่เป้
                               ลองไปหาข้อมูลและสอบถามจากหลายๆ คน มีความต่างกัน 2 อย่าง
                             
                               1.
ที่เกาหลีจะมีชนิดงานให้ทำเยอะกว่ามาก อย่างในไทยก็จะเน้น
                               ตามพวกร้านอาหารกับตามซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นส่วนมาก แต่ที่
                               เกาหลีเนี่ย อูยยยย ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบค่ะ เช่น คนเฝ้าร้าน
                               อินเตอร์เน็ต คนเฝ้าออฟฟิศ คนส่งของ คนเลี้ยงเด็ก คนรับโทรศัพท์ 

                               2. การทำงานพาร์ทไทม์สำหรับเด็กเกาหลีเหมือนเป็น "หน้าที่"
                               อย่างหนึ่ง
เป็นอะไรที่ใครๆ ก็ทำกันและรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำเพื่อหา
                               ประสบการณ์




                   


                           และเพื่อให้น้องๆ เห็นภาพมากขึ้น มีบทสัมภาษณ์จากคนเกาหลี 2 คน
                           ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะเรียนจบแล้วทั้งคู่ โดยที่ทั้งคู่เริ่มทำงานพิเศษตั้งแต่
                           อยู่ม.ปลาย เก็บประสบการณ์มาแล้วอย่างโชกโชนมาก มาฟังกันดีกว่า
                           ว่า ผ่านอะไรกันมาบ้างนะ???
                       


 1. งานเสิร์ฟในร้านอาหาร

ใครๆ ก็คิดว่าเป็นงานที่ง่าย แต่จริงๆ แล้ว
 ค่าแรงงานนี้น้อยทีเดียวล่ะ ข้อมือจะ
 หักค่ะ TT แถมการทำงานในร้านอาหาร
 นั้น เราก็จะได้กลิ่นอาหารตลอดเวลา
 บางทีถึงกับมึนจนอยากจะอาเจียนออก
 มา เวลาเสิร์ฟก็ต้องแสดงสีหน้ายิ้มทั้งๆ ที่
 จะทนไม่ไหว  อีกอย่างการทำงานที่นี่
 เหมือนจะทำให้เป็นโรคประสาทด้วย บาง
 ครั้งยืนอยู่ดีๆ หูแว่วได้ยินคนเรียก
 น้องคะ~น้องคะ~ หรือบางทีก็เจอลูกค้า
 ชอบจ้องมอง เราก็นึกว่าเขาจะสั่งอาหาร
 เลยเดินไปหา ปรากฏลูกค้าบอกว่า เปล่า  
 ไม่ได้เรียก หรือบางทีเจอลูกค้ากลุ่ม
 ใหญ่มากัน 10 คน สั่งอาหารไม่ซ้ำกันเลย
 แทบจะร้องไห้ออกมาอะ ฮือออ อีกอย่าง
 งานนี้ไกลบ้านด้วยค่ะ เลิกงาน 4 ทุ่ม รถ
 ก็ติด เลยเลิกทำ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : การทำงานที่ไกลบ้านนั้น
 มันเหนื่อยจริงๆ / เป็นงานหนักแต่เงิน
 น้อย 

 2. พนักงานทำพิซซ่า

 งานนี้ทำเลิกดึกมากคือเที่ยงคืน แต่ใกล้
 บ้านมาก พ่อเลยอนุญาตให้ทำ แต่บอก
 ตรงๆ ว่าเป็นงานที่ทำไปทำมาแล้วอ้วนขึ้น
 เพราะวันๆ กินแต่พิซซ่ากับสปาเกตตี้
 แถมข้างๆ กันยังมีร้านขายไก่อีกด้วย
 เผอิญฉันสนิทกับเจ้าของร้านขายไก่ด้วย
 เลยกินกันท้องแตกเลย แถมคนที่ทำงาน
 ส่งพิซซ่าก็เป็นน้องๆ ที่สนิทกัน พอได้
 ทำงานด้วยกันก็เลยสนุกมาก โดยรวม
 เป็นงานที่สนุก แต่หากทำพลาดก็ Game
 Over เลยค่ะ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ใครชอบกินพิซซ่าเหมาะ
 จะทำงานที่นี่มาก / ใครอยากอ้วนก็มา
 ทำงานที่นี่ได้ / เลือกร้านที่คนไม่เยอะ
 มากก็จะดี เพราะถ้าคนเยอะจะเหนื่อย
 มาก

 3. พนักงานรับโทรศัพท์

 หน้าที่ก็คือคอยรับสายของลูกค้าที่โทร
 เข้ามาปรึกษาหรือสอบถามสินค้า แน่นอน
 ว่าเวลาพูดก็จะเสียงเย็นชาเพราะเป็นงาน
 น่าเบื่อ บางครั้งทำๆ ไปก็ถามตัวเองว่าเรา
 ทำอะไรเนี่ย...เป็นงานที่เรียนรู้งานแค่
 ชั่วโมงเดียวแล้วเจ้านายก็ให้เริ่มงานเลย
 ล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ ถ้าเทียบกับงานอื่นแล้ว งาน
 นี้ถือว่าได้เงินเยอะกว่าเล็กน้อย แต่ก็คุ้ม
 เพราะต้องแลกกับความเครียดที่คุยกับ
 ลูกค้า บางทีเบื่อๆ ก็มีโทรไปแกล้งเพื่อน
 บ้าน อย่างฉันเคยโทรไปแกล้งเพื่อนว่า ที่
 บ้านเพื่อนติดเงินอยู่ล้านวอน ให้รีบคืน
 ด้วย เพื่อนตกใจมากเลยล่ะ ฮ่าๆๆๆ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : อย่าโทรไปแกล้งเพื่อนนะ
 / ถึงเป็นงานที่ไม่เหนื่อยกายแต่เหนื่อย
 ใจมากสุดๆ 

 4. คนแจกใบปลิว
 
 ต่อมาคืองานแจกใบปลิว บอกตรงๆ ว่า
 เป็นงานที่บางคนไม่อยากทำ เพราะบางที
 เจอเพื่อนอาจจะรู้สึกอายได้...แต่ฉันก็
 ต้องทำเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิตอะนะ
 อย่างฉันเคยแจกใบปลิวของร้านขาย
 โทรศัพท์มือถือ ก็เคยเจอคุณยายคน
 หนึ่งที่มือถือพังเลยเอามาซ่อม เลยถือ
 โอกาสฝากใบปลิวกองใหญ่ไปให้คุณ
 ยายแจกลุงป้าน้าอาในบ้าน แต่สุดท้าย
 ร้านมือถือนั้นก็เจ๊ง ฉันเลยเลิกทำ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ค่าแรงน้อยมาก / ปวดขา
 / ไม่ต้องใส่ใจสายตาคนรอบข้างมากนัก

 5. พนักงานตรวจสอบคุณภาพรถยนต์

 มีงานพิเศษแบบนี้ด้วยนะ หน้าที่คือต้อง
 ตรวจสอบคุณภาพพวกรถ อย่างเช่น
 รถยนต์ ก็ต้องดูว่ามีคุณสมบัติครบถูก
 ต้องตามที่กำหนดมั้ย หรืออย่างจักรยาน
 นั้นสามารถขี่ได้ดีหรือเปล่า จริงๆ แล้วฉัน
 เองก็ไม่มีรถ แถมขี่จักรยานก็ไม่เป็นอีก
 แต่ก็ลองสมัครงานไปและได้งานด้วย!
 งานนี้เป็นงานที่คนสมัครเยอะมากจริงๆ
 ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อาจเพราะเป็นงานที่
 เงินดีด้วยมั้ง ฉันตั้งใจจะทำไปเรื่อยๆ จน
 เข้าหน้าหนาวซึ่งหนาวมากสุดๆ ก็ทำต่อ
 ไปไม่ไหว รวมถึงรถที่ต้องตรวจสอบก็
 ตรวจสอบจนครบแล้ว สุดท้ายจึงเลิกทำ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : การทำงานเพียงระยะ
 สั้นๆ นั้นไม่ดีหรอกนะ

 6. เจ้าหน้าที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ใน
 โรงแรม
 
 ฉันสมัครงานนี้ไปทั้งๆ ที่เขากำหนดความ
 สูงที่ 165 แต่ฉันสูงแค่ 158 เองนะ โชค
 ดีที่เขาเรียกไปสัมภาษณ์ ตอนไป
 สัมภาษณ์นั้นมีทั้งหมด 25 คน แต่ละคน
 สูงๆ ทั้งนั้น แล้วฉันมาได้ไงเนี่ย TT แต่
 ฉันก็ตั้งใจมากๆ สุดท้ายก็ได้งาน แต่เงิน
 ที่ได้จริงๆ ไม่ได้เยอะอะไรมาก แค่พอซื้อ
 ข้าวกินได้ แต่ข้อดีของการทำงานนี้คือ
 ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นด้วยล่ะ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ความสูงไม่ใช่เรื่องสำคัญ
 ในการทำงานเสมอไป
 
 7. คนช่วยในงานเลี้ยงฉลอง

 ส่วนมากจะเป็นงานแต่งงาน ขอบอกว่า
 เป็นงานที่ตื่นเต้นและประหม่ามากๆ ฮ่าๆ
 ๆๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะถ้าเราทำผิด
 พลาดไป มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ นี่มัน
 เป็นงานแต่งงานของคนอื่นนะ ขอบอก
 ว่ามีเวลาเรียนรู้งานแค่ 10 นาทีเอง จาก
 นั้นก็ต้องเริ่มงานเลย TTTTTTT เป็นงาน
 ที่ยากมากสุดๆ ต้องเรียนรู้เยอะ! แน่นอน
 ว่าเวลาไปช่วยงาน ก็จะได้เห็นเจ้าบ่าวเท่ๆ
 หล่อๆ ที่อ่านจดหมายรักและใส่สร้อยคอ
 ให้เจ้าสาว ฮ่าๆๆๆ จากนั้นเจ้าสาวก็ร้องไห้
 เห็นแล้วก็ได้แต่นึกว่า ฉันจะต้องหาเจ้า
 บ่าวให้ได้! แต่จริงๆ ฉันไม่มีแฟนหรอกนะ
 ฮือ อยากร้องไห้อะ TT
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : น้ำตา....

 8. งานเลี้ยงเด็ก

 เป็นงานตามเนิสเซอรี่ต่างๆ หน้าที่ก็คือ
 เล่นและเลี้ยงเด็ก สนุกมาก^^ ปกติฉัน
 ชอบเด็กอยู่แล้ว เห็นทีไรก็อยากจะเข้าไป
 หอมแก้ม เวลาเด็กจะล้ม ก็ต้องคอยช่วย
 ประคอง หาของเล่นให้เด็กเล่น บางครั้ง
 เด็กก็ชอบตีกันไม่ก็ตีฉันนี่แหละ พอหัน
 หลังให้ก็ตีอีกแล้ว! พอเห็นอย่างนี้ก็คิด
 ได้ว่า หากมีลูกขึ้นมา ฉันจะต้องเลี้ยงเขา
 อย่างดีเลยล่ะ โดยรวมก็เป็นงานที่ลำบาก
 เหมือนกันนะ

  สิ่งที่ได้เรียนรู้ : เป็นงานที่ยาก / การ
 เลี้ยงเด็กมันยาก / คุณพ่อคุณแม่อย่าลืม
 เลี้ยงลูกให้ดีนะคะ!

 9. พนักงานร้านบุฟเฟ่ต์ & เช็ดจาน &
 ติดป้ายสติ๊กเกอร์เข้าคิวให้ลูกค้า

 ร้านบุฟเฟต์ที่ฉันทำเป็นร้านใหญ่มาก จึง
 ต้องทำหลายหน้าที่ 
เวลาที่ลูกค้ามาตัก
 อาหารไป ก็มักมีเศษอาหารหกอยู่เรื่อยๆ
 ฉันก็มีหน้าที่เช็ด หากจานหมด ก็ต้องไป
 ยกจานจากในครัวมาวางเพิ่ม พอถังขยะ
 เต็มก็ยกไปทิ้ง อีกหน้าที่คือเช็ดจาน
 ช้อน ส้อม มีด เป็นงานที่สามารถนั่งเช็ด
 ได้ ดังนั้นจึงไม่ลำบากอะไรนัก และอีก
 หน้าที่คือการติดป้ายสติ๊กเกอร์ให้ลูกค้าที่
 เข้าคิวรอ งานง่ายๆ ก็แค่นับจำนวนคน
 และติดสติ๊กเกอร์ที่เสื้อตามคิวใครมาก่อน
 มาหลัง หากไม่มีลูกค้ามายืนรอ ฉันก็ต้อง
 ไปยืนเป็นแคชเชียร์คิดเงิน โดยรวมแล้ว
 เป็นงานที่เหนื่อยจนอยากจะเป็นลม
 เหมือนกัน กลับบ้านมานี่หมดแรงสุดๆ
 
 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : การทำงานในร้านใหญ่ๆ
 นี่มันเหนื่อยสุดๆ 



 
 Dek-D : เริ่มทำงานพิเศษตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?
 Inji : ตอนเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 2 (ม.5) ค่ะ
 
 Dek-D : ทำไมถึงอยากลองทำงานพิเศษคะ มีเหตุผลอะไร?
 Inji : อยากหัดเก็บเงินเอง แล้วก็เห็นเพื่อนๆ รอบตัวทำแล้วดูน่าสนุกดีค่ะ
 
 Dek-D : แสดงว่ารอบตัวมีเพื่อนที่ทำงานพิเศษหลายคน?
 Inji : 50-50 เลยค่ะ
 
 Dek-D : แล้วเพื่อนส่วนมากเค้าทำงานพิเศษอะไรกันเหรอคะ?
 Inji : ส่วนมากเป็นร้านอาหารค่ะ พวกฟาสท์ฟู้ด เด็กมัธยมจะทำกันเยอะ แต่หากเรียนจบมัธยม
 แล้ว ก็จะทำอะไรที่หลากหลายขึ้น เช่น ติวเตอร์ คอลเซ็นเตอร์ ร้านกาแฟ แอดมินตามบริษัทต่างๆ
 
 Dek-D : แล้วเวลาตอนหางานเนี่ย หากันยังไงเหรอคะ?
 Inji : ส่วนมากดูจากอินเตอร์เน็ตกันค่ะ จะมีเว็บหางานพิเศษโดยเฉพาะเลย พอหาได้ก็ลองโทร
 ไปสอบถามว่าเค้ายังรับอยู่มั้ย จากนั้นเค้าอาจจะเรียกให้เราเข้าไปคุยหรือสัมภาษณ์งาน
 
 Dek-D : เวลาสัมภาษณ์งาน เคยถูกถามว่ายังไงบ้าง?
 Inji : ถ้าไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานพิเศษมาก่อนเลย เค้าจะถามว่า รู้มั้ยว่าหน้าที่ที่ต้องทำคือ
 อะไร ให้ลองเล่าให้ฟัง แต่หากเคยมีประสบการณ์ทำงานพิเศษมาแล้ว เค้าก็จะให้เราเล่าว่าเคยทำ
 อะไรบ้าง
 
 Dek-D : แล้วสัปดาห์หนึ่งต้องทำงานพิเศษบ่อยแค่ไหน วันละกี่ชั่วโมงคะ?
 
Inji : ถ้าเป็นช่วงมัธยม เวลาปิดเทอมจะทำแทบทุกวันเลยค่ะ สัปดาห์หนึ่งก็ 5-6 วัน 
 
 Dek-D : แล้วค่าแรงคิดกันยังไง?
 
Inji : คิดเป็นรายชั่วโมงค่ะ ส่วนมากก็ได้ตามค่าแรงขั้นต่ำ TT ตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำที่เกาหลีน่าจะ
 ประมาณ 4,000 วอนต่อชั่วโมง (ประมาณ 120 บาท) เทียบได้ประมาณราคาอาหาร 1 จาน
 
 Dek-D : แล้วถ้าอยากได้เงินเยอะๆ ควรเลือกทำงานไหน?
 
Inji : ต้องเป็นงานยากๆ ลำบากหน่อยค่ะ เช่น ร้านขายเนื้อย่าง เพราะต้องเดินไปเดินมาไม่ได้
 หยุดเลย ไม่ก็งานที่ใช้แรงเยอะ พวกบริษัทขนของย้ายบ้าน ไปเป็นคนยกของ
 
 Dek-D : แล้วตัวของคุณเอง เคยทำงานอะไรมาบ้างคะ?
 
Inji : ที่เคยทำก็มีร้านฟาสท์ฟู้ด ร้านอาหารอิตาเลียน ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านกาแฟ และแอดมินใน
 สำนักงานค่ะ ถ้าเป็นปิดเทอมจะทำเต็มเวลา ถ้าเปิดเทอมก็ทำช่วงเสาร์อาทิตย์ไม่ก็หลังเลิกเรียน
 ค่ะ
 
 Dek-D : ขยันมากเลย! แล้วชอบงานไหนมากสุดคะ? 

 Inji : ชอบที่ร้านอาหารอิตาเลียนค่ะ สนุกมากแต่ก็เหนื่อยมาก อีกงานก็แอดมินเพราะเงินดี ฮ่าๆๆ
 แต่แอบน่าเบื่อนะคะเพราะต้องนั่งในออฟฟิศทั้งวันเลย
 
 Dek-D : คิดว่าได้อะไรจากการทำงานพิเศษบ้าง?
 Inji : ได้เจอคนมากมาย ได้เรียนรู้นิสัยของคน อีกอย่างที่สำคัญคือทำให้รู้ค่าของเงินว่าสำคัญ
 มากเพราะกว่าจะได้เงินมามันยากมากๆ
 
 Dek-D : คนเกาหลีมองเรื่องการทำงานพิเศษว่ายังไงคะ?
 Inji : ที่นี่หากใครไม่เคยทำงานพิเศษเลยสักครั้งในชีวิต จะถูกมองว่าเป็นคนแปลกนะคะ ถึงบาง
 บ้านจะรวยมีฐานะดี ไม่จำเป็นต้องทำงานพิเศษก็ได้ แต่ก็มีหลายคนที่ทำงานพิเศษทั้งๆ ที่บ้านรวย
 มาก เหตุผลคือว่า พอเรียนจบและไปสมัครงาน หากเราไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานพิเศษเลย
 บริษัทนั้นอาจจะไม่รับเราเข้าทำงานหรือมองว่าแปลกก็ได้ค่ะ





 
   หลายคนอาจจะสงสัยต่อว่า เอ๊ะ แล้วถ้าเราไปเรียนที่เกาหลี เค้าจะ
                                      อนุญาตให้คนต่างชาติทำงานแบบนี้ได้มั้ย? คำตอบคือ ทำได้ค่ะ 
                                      แต่ต้องเรียนเป็นระยะเวลานานกว่า 6 เดือน รวมถึงต้องพูดภาษา
                                      เกาหลีได้ดีมาก (เพราะไม่งั้นก็จ้างคนเกาหลีแท้ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ) 
                                      ดังนั้นนักเรียนไทยที่ไปเรียนเกาหลี ก็นิยมทำงานที่จำเป็นต้องจ้าง
                                      คนต่างชาติจริงๆ เช่น พนักงานขายในร้านเครื่องสำอาง(ไว้คอยพูด
                                      ภาษาไทยกับนักท่องเที่ยวไทยที่มาซื้อของ) อะไรทำนองนี้ค่ะ 


                                       แล้วน้องๆ ล่ะคะ มีใครเคยทำงานพาร์ทไทม์บ้างมั้ย หรือเคยทำอะไร
                                       เพื่อหาเงินใช้เองบ้างคะ?
พี่เป้ นี่อย่างเยอะเลย ขายของก็เคย
                                       แจกใบปลิวก็เคย เขียนหวยยังเคยอะค่ะ = =" 55555





ย้อนอ่าน Korean Kori ตอนที่ผ่านมา

ตอน 14 :  เกมทายใจ(แม่นมาก) : คุณเหมาะเรียนที่ไหนในเกาหลี?
อน 15 : ร้านอาหารที่ดัง-มีสาขาเยอะที่สุดในเกาหลี! "คิมพับช่อนกุก"
ตอน 16 : นี่หรือคือร้านกาแฟ!! 5 ร้านกาแฟสวยๆ @ เกาหลีใ้ต้
ตอน 17 : อยากเรียนมั้ย? โรงเรียนกวดวิชาแบบกินอยู่ประจำ!! @เกาหลี

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER @PAYDEKD




Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

24 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
homin 31 ต.ค. 55 21:08 น. 6
เคยแชตกะเพื่อนเกาหลี คุยๆอยู่เพื่อนบอกต้องไปทำงาน เราก็งงงานอะไรวะ คือเขาไปทำประมาณร้านเซเว่น แล้วเพื่อนเรามีพี่น้องสามคน ทุกคนทำหมดเลยอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
235 1 พ.ย. 55 11:40 น. 8
ถึงว่าล่าสุดไปเกาหลี สังเกตุร้านเนื้อย่างแทบทุกร้าน
พนักงานยังหนุ่มๆและหล่อว๊ากกกกกกกกกกก อย่างกะพระเอกซีรี่ส์
0
กำลังโหลด
Anex 1 พ.ย. 55 15:07 น. 9
เราก็เคยไปเป็นพนักงานจัดเลี้ยงในโรงแรม ไปสมัครไว้ก่อน แล้วเขาจะโทรมานัดล่วงหน้า ได้เป็นรายวัน เขาจะเรียกมาเฉพาะในวันที่มีงานเลี้ยงเท่านั้นค่ะ เหนื่อยมากเพราะพนักงานมีน้อย จำได้ว่ามีกันแค่ห้าหกคน แขกสองร้อยคน เดินไม่หยุดเลย ผู้จัดการจะสั่งให้ทำโน่นทำนี่ตลอด ก็ท่องไว้ในใจทนๆเอาไว้ เดี๋ยวก็เลิกงานได้เงินแล้ว...
0
กำลังโหลด
bobew 1 พ.ย. 55 19:19 น. 10
เราก้อเคยทำเซเว่นนะ แถวบ้าน พอดีน้าที่ซื้อเฟรนไชมาเป็นคนรุจัก เค้าเลยเรียกไปทำ แต่ทำได้สองสัปดาห์ก็ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยสุด ยืนทั้งวัน แต่ก็ได้เพื่อนใหม่นิสัยดีมากๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อิม 2 พ.ย. 55 00:26 น. 12
เคยทำ ร้านอาหารอิตตาเลี่ยน พนักงานเฝ้าร้าน สอนบัลเลเด็ก ขายของ แจกใบปลิว เยอะแยะค่ะ อายุเเค่ 20เอง
0
กำลังโหลด
GUNRITZ38 Member 2 พ.ย. 55 10:16 น. 14
อยากทำบ้างอ่า เราจะได้มีประสบการณ์ แต่ดูๆแล้วเด็กไทยจะเรียนพิเศษเยอะนะ(รึปล่าว) อย่างเราก็เรียน แต่ถ้าไม่เรียนก็โง่อีกอ่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด