สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคยนะคะ ^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากประเทศหนึ่งที่น้องๆ อยากไปเรียนซัมเมอร์กันมากกกกกกก เพราะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แถมยังได้ "ภาษาจีน" อีกต่างหาก เราลองไปดูกันเลยดีกว่าว่า การไปเรียนซัมเมอร์ที่จีน ได้อะไรกลับมาบ้าง???
สวัสดีค่ะ ชื่อ "พลอย-แพรพลอย ยกเลื่อน" เรียนอยู่ม.5 สาย ศิลป์ภาษาจีน ที่โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ ได้ไปซัมเมอร์ที่ประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายนมาค่ะ ไปที่ “หยางซั่ว” อยู่ในกุ้ยหลิน กุ้ยหลินเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนนั่นเอง
สาเหตุที่ตัดสินใจมาซัมเมอร์ก็เพราะว่า เราเลือกเรียนศิลป์จีน แต่ว่าตัวเองไม่ได้เก่งภาษาจีนเลย ก็เลยหาทางออกที่จะทำให้เราได้ภาษาจีนให้ได้ แต่ถ้าจะไปลงเรียนตามสถาบันต่างๆ ก็คงจะเห็นผลช้า เพราะเราไม่ชอบเรียนพิเศษ!!! ก็เลยตัดสินใจมาซัมเมอร์ดีกว่า เพราะหลังจากที่คนรอบตัวได้ไปแลกเปลี่ยนในต่างประเทศมา (จากที่อ่านใน dek-d หลายๆ เรื่องด้วยแหละ) แล้วกลับมาได้ภาษาจริงๆ อีกอย่างสังคมหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวมันเป็นภาษาอื่นหมดเลยมั นน่าจะทำให้เรากระตือรือร้นได้บ้างละหน่า!!! เราก็เลยอยากไปบ้าง แต่.....ไม่เคยไปต่างประเทศโดยที่ไม่มีครอบครัวเลย ก็เลยเห็นว่านี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว!!! (ดูเป็น mission ฮ่าๆๆๆๆๆ)
เราได้รู้จักโครงการมาจากครูที่สอนภาษาจีนที่โรงเรียนค่ะ เค้ามาบอกข่าวสารทั่วไป ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่ามี แต่เพื่อนมาบอกอีกทีเลยเข้าไปคุยแล้วก็หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไป โดยวันก่อนไปจะมีปฐมนิเทศก่อน ค่าใช้จ่ายในครั้งนี้รวมๆ กับค่า pocket money แล้วก็ประมาณ 50,000 กว่าบาทค่ะ
ปัญหาในการมาซัมเมอร์ครั้งนี้คือ เราเป็น homesick ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง!!! ไป 21 วัน เป็นสิบกว่าวัน ฮ่าๆๆๆ (จะบอกทำไม อายจริง!!!) สงสัยกันใช่มั้ยว่าเป็น homesick แล้วมันจะไปสนุกหรอ ? ..... สนุกสิ!!!!! นี่เป็นการค้นหาตัวเองที่ดีเลยนะ!!!! ทำให้รู้ความต้องการในตัวเองหลายๆ อย่างเลยแหละ = ]
พูดถึงที่พักกันบ้างดีกว่า เราได้ไปพักที่โรงแรมที่ไม่ห่างจากโรงเรียนมาก สามารถเดินไปโรงเรียนได้ (วันไหนฝนตกก็แทบอยากวิ่ง หนาว...*..* ) โดยจะแบ่งกันนอนห้องละ 2 คน ไปซัมเมอร์ครั้งนี้ไปกับเพื่อนคนไทยด้วยกัน 10 คน แล้วก็เหล่าชือ ทุกคนน่ารักมาก ตอนแรกก็เกร็งๆ แต่ไปๆ มาๆ สนิทกันเฉยยย!!! อาจเป็นเพราะคนไทยยิ้มเก่ง คุยด้วยง่ายก็เลยเข้าขากันไว... ^___^
โรงเรียนที่เราไปเป็นโรงเรียนที่บรรยากาศดีมาก (ก็เพราะว่าเมืองนี้มองไปทางไหนก็คือภูเขาด้วยอะแหละ) โดยเราจะเรียนรวมกับนักเรียนไทยที่มาด้วยกันในช่วงเช้า-บ่าย ส่วนหลังจากนั้นเราก็จะไปเที่ยวในหยางซั่ว (เรียนแบบนี้ในอาทิตย์แรกและอาทิตย์ที่สาม) ในวันเสาร์อาทิตย์เราก็จะเข้าไปในกุ้ยหลินกัน เข้าไปเที่ยวในเมืองไปพบความเจริญ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
ส่วนอาทิตย์ที่สอง ในช่วงบ่ายเราจะไปเรียนรวมกับนักเรียนจีนนั่นเอง!! ตอนแรกหวั่นมาก กลัวคุยไม่รู้เรื่อง แต่พอเข้าไปจริงๆ แล้ว ทุกคนน่ารักมากเลย ยิ่งพอรู้ว่ามาจากไทย ถามถึงดาราไทยกันใหญ่เลย ภูมิใจที่เป็นคนไทยจริงๆ = P สมัคร QQ ก่อนไปก็ดีนะ เพราะคนจีนเค้าไม่ค่อยเล่น email กัน โดยเฉพาะ facebook twitter นี่ไม่สามารถเล่นได้เลย ตอนนี้เรากลับมาไทยแล้วแต่ก็ยังสามารถติดต่อกับเพื่อนที่จีนได้อยู่โดยไอเจ้า QQ นี่ละ : P ทำให้หายคิดถึงไปบ้าง
เนื่องจากเราไปเรียนเป็นเวลาสั้นจึงเน้นเรียนอะไรหลายๆ อย่าง ที่มากกว่าการเรียนวิชาการค่ะ เช่น มีเรียนระบำพัด เขียนพู่กันจีน วาดภาพจากพู่กันจีน ตัดกระดาษ ไทเก๊ก และอีกมากมาย ได้ฝึกอะไรเยอะแยะเลย (ในวันสุดท้ายมีให้แสดงกิจกรรมที่เราฝึกมาด้วยนะ) ส่วนสถานที่ที่เราได้ไปเที่ยวมีหลากหลายรูปแบบเลย มีทั้งชมธรรมชาติ เที่ยววัง แช่บ่อโคลน(อันนี้สนุกเลย) สวนสนุก แต่ที่ชอบมากที่สุดเลยก็คือ เก็บใบชาฮ่าๆๆ เราสามารถเก็บใบชาเท่าไหร่ก็ได้กลับบ้าน ฮ่าๆๆๆ (ไม่ได้งกนะ!! :D )
เรื่องปกติของคนไทยในต่างแดนคือเจอหน้ากันต้อง กิน!! ไม่ก็ เมาท์!!! ฮ่าๆๆๆๆๆ แก๊งเด็กไทยเราก็สรรหาที่กินใหม่ๆ กัน ที่อยู่ของโรงแรมมันจะใกล้กับถนนคนเดินซึ่งมีร้านอาหารหลากหลายมาก ของโปรดของพวกเราคือ "หมี่เฟิ่น" กับ "ไส้กรอกทอด" หน้าโรงแรม อร่อยมากกกๆๆ ราคาอาหารที่นี่ไม่แพงมากค่ะ พอๆ กับไทยเลย แต่ก็หลากหลายกว่าเนอะ เพราะเราไม่เคยเจอ = P ค่ารถจากโรงเรียนกลับมาโรงแรมก็ไม่แพงคะ 1 หยวน หรือ 5 บาทเท่านั้นเอง (เป็นรถคันเล็กๆ เหมือนสองแถวบ้านเราแต่ว่ามีมากกว่า 2 แถว ;P )
แต่แล้วมันก็จะไม่มีอะไรถูกใจเราไปซะหมดใช่มั้ยคะ ฮ่าๆๆๆ คงรู้แล้วล่ะสิว่าจะพูดถึงอะไรที่ขัดใจของประเทศจีน ก็คือ ห้องน้ำนั่นเอง!!! แต่จริงๆ แล้วหลายๆ ที่ได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ตามปั๊มหรือสถานที่ชานเมืองหรือนอกเมือง ก็ยังเป็นแบบอดีตอยู่ค่ะ มีอยู่ครั้งนึก มืดแล้วนั่งรถกลับกัน แล้วทีนี้นั่งรถไกลปวดปัสสาวะมากไม่รู้จะทำยังไงดี จะรอให้ถึงโรงแรมก็มีหวังนั่งไม่เป็นสุขกันแน่ๆ เลย ก็เลยตัดสินใจแวะปั๊มกัน แต่ปั๊มก็คือปั๊มจริงๆ ่คะ ฮ่าๆๆๆๆ เราไปเข้าก็ไม่ได้เจออะไรแต่เพื่อนเราเข้าไปเจอแจ็กพ็อตคะ!!! ผ่างงงงงงงงง.....ออกมาถึงกับขอยาดมไม่ทันเลย (พูดแล้วกลิ่นก็ลอยมา ... 555)
ครูคนนึงเคยพูดว่า “อย่าหวังอะไรใหม่ๆ กับพฤติกรรมเดิมๆ” เราว่ามันใช้ได้ดีเลยนะ ถ้าเกิดเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ ชีวิตเราก็จะเป็นเส้นตรงอยู่อย่างนั้น ถ้าวันนั้นเราไม่ตัดสินใจมาซัมเมอร์ก็คงไม่ได้อะไรมากมายขนาดนี้ จากที่ตอนแรกไม่สนใจภาษาจีนเลย ไม่สนใจประเทศจีนเลย แต่พอกลับมาพอได้ยินใครพูดภาษาจีนก็พยายามแปล พยายามหาข้อมูลมากขึ้นสนใจมากขึ้น รู้ทักษะการใช้ชีวิตมากขึ้นเยอะเลย อยากให้ทุกคนกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆคะ ขอบคุณคะ = ] (ถ้าใครยังไม่จุใจ add facebook มาคุยกันก็ได้ค่ะ :D https://www.facebook.com/praeploy.y )
พี่เป้ ว่าการไปซัมเมอร์ในเมืองนอกนี่เป็นอะไรที่น่าสนมากเลยนะคะ ถึงเป็นระยะสั้นแต่ก็คือประสบการณ์แบบใหม่ที่หาไม่ได้จากเมืองไทยแน่นอน (ก็ไปเมืองนอกนี่เนาะ) โดยเฉพาะประเทศใกล้ๆ อย่างจีนยิ่งน่าไปเลยค่ะ เพราะค่าครองชีพก็ถูก แถมยังได้ภาษาจีนซึ่งถือเป็นภาษาที่สำคัญอีกด้วย เริด! ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกอยากแชร์กับเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็เขียนและส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ รออ่านอยู่นะ ^^
และห้ามพลาด !!! หนังสือจาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ 10 เรื่อง !! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125- ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่ วางขายที่ร้านหนังสือซีเอ็ด และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศจ้า

TWITTER @ PAYDEKD

6 ความคิดเห็น
แบบนี้อยากไปมั่งแล้วสิ ><
เราเข้าตอนป.1 ตอนแรกก้สนุกนะ แต่ตอนนี้อยุ่ม.3 อยากอ้วกกับจีนมาก
แต่พอมาอ่านบทความนี้ อยากหันไปเรียนจีนให้ดีที่สุดเลยล่ะ
ปล.เราอยุ่ซินเซิงเชียงใหม่ ที่นี่มีแค่สองสายให้เลือก คือ สายวิทย์กะศิลป์จีน แล้วครุก้จีนจ๋าด้วย