สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ขณะที่ พี่พิซซ่า กำลังเซิร์ชหาทุนเพื่อเอามาแบ่งปันน้องๆ อยู่นั้น พี่พิซซ่า ก็สังเกตว่าเรียงความที่ใช้ในการสมัครทุนของหลายมหาวิทยาลัยตั้งชื่อหัวข้อมาประโยคเดียวเลยว่า “Why do you want to go to this college?” หรือทำไมคุณถึงอยากจะเข้าเรียนที่นี่ แบบว่าไม่ต้องใส่แผนการเรียนหรือประวัติมาให้ยืดยาวเลย ขอแบบตรงประเด็น พี่พิซซ่า ก็เลยเอาเทคนิคการเขียนตอบคำถามนี้มาฝากค่ะ จะได้เตรียมเขียนกันล่วงหน้าไว้เลย
ทำไมถึงต้องถามคำถามนี้
การที่เราจะตอบคำถามได้โดนใจ ก็ต้องรู้ก่อนใช่มั้ยคะว่าผู้ถามอยากรู้ไปทำไม เหตุผลหลักๆ ที่คณะกรรมการถามคำถามนี้ก็มีอยู่ 2 ค่ะ
1. ถามเพื่อประโยชน์ของสถาบัน
ไม่ว่าสถาบันไหนๆ ก็อยากให้ตัวเองมีภาพลักษณ์ที่ดี มีมาตรฐาน ดังนั้นเขาจึงต้องการจะแน่ใจว่านักศึกษาที่เขาส่งจดหมายตอบรับไปให้เนี่ย จะมาเข้าเรียนแน่นอน ไม่ใช่พอเขารับแล้วก็ปฏิเสธ สถิติก็จะออกมาว่าที่นี่ตอบรับไปร้อยคน แต่มาเรียนแค่ 30 เอง ภาพลักษณ์ก็จะดูแย่ คนก็จะมองว่าที่นี่ตกต่ำมากจนต้องขอเชิญใครก็ได้ไปเรียนอย่างนั้นหรอ
2. ถามเพื่อประโยชน์ของผู้เรียน
สถาบันไม่ได้ต้องการนักศึกษาที่ดีที่สุด ฉลาดที่สุด หรือน่าสนใจที่สุด แต่เขาต้องการคนที่เหมาะสมมากที่สุดต่างหากค่ะ เขาอยากได้นักศึกษาที่ชอบการได้มาเรียนทุกวัน อยู่แล้วมีความสุข เต็มที่กับชีวิตการเป็นนักศึกษาภายในรั้วของเขามากกว่าที่จะมาเรียนแบบขอไปที แล้วรอซิ่วหรือรอไปแลกเปลี่ยนที่อื่น
การเขียนเรียงความตอบคำถามนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้การเขียน Study Plan ปกติเลย แม้ว่าสถาบันที่น้องกำลังสมัครอยู่นั้นจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายในกรณีที่ Oxford, Cambridge, MIT, CalTech, Yale และ Harvard ปฏิเสธมาหมดแล้ว น้องก็อย่าเขียนให้เขารู้สึกว่าเป็น “ของตาย” นะคะ ต่อไปเป็นทริคในการเขียนค่ะ
ควร: หาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนั้นๆ มาอย่างดี ไม่ว่าจะทางเว็บไซต์ทางการ เฟซบุ๊ค หรือบล็อกของนักศึกษา อ่านรายละเอียดให้ครบทุกบรรทัด อ่านคู่มือนักศึกษา หรือลองคุยกับศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของที่นั่น และถ้ามีโอกาสไปเยี่ยมชมก็ควรไป ยิ่งรู้รายละเอียดปลีกย่อยที่คนไม่ค่อยรู้กันมากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงว่าน้องใส่ใจ และอยากเข้าเรียนที่นี่จริงๆ
ควร: เล่าเรื่องตัวเองด้วย เพราะคำถามคือทำไมคุณถึงอยากเข้าเรียนที่นี่ คณะกรรมการทราบอยู่แล้วว่าสถาบันเขาดีเลิศอลังการยังไง แต่ที่เขาไม่รู้คือทำไมที่นี่ถึงดีสำหรับตัวน้อง และทำไมน้องถึงคู่ควรกับเขา ฉะนั้นควรจะเขียนว่าน้องจะมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมหาวิทยาลัยที่นี่ได้อย่างไร จะช่วยพัฒนาชุมชนยังไง จะรับโอกาสที่สถาบันมอบให้ไปทำอะไร และสถาบันจะช่วยให้น้องไปสู่ฝันได้ยังไง การใส่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับตัวน้องก็เป็นอีกวิธีที่ดีที่จะทำให้คณะกรรมการเห็นว่าน้องเหมาะสมกับสถาบัน
ควร: พูดถึงเรื่องชมรม กีฬา หลักสูตร ภาควิชา อาจารย์ ความหลากหลายของนักศึกษา การฝึกงาน โอกาสในการทำวิจัย ธรรมเนียมที่มีเฉพาะที่นี่ ขนาดของชั้นเรียน หรือที่ตั้ง ถ้ารู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเขียนเพิ่มในเรียงความแสนสั้นและธรรมดา ก็เพิ่มเรื่องพวกนี้เข้าไปได้เลยค่ะ น้อยคนนักที่จะสนใจรายละเอียดพวกนี้ ถ้าน้องลองเพิ่มข้อมูลเหล่านี้ก็อาจทำให้เรียงความของน้องโดดเด่นเตะตากรรมการก็ได้ค่ะ
อย่า: ใช้เรียงความเดียวส่งทุกมหาวิทยาลัย อย่า copy งานที่เอาแต่ชมแล้วเปลี่ยนชื่อสถาบันเฉยๆ แต่ละเรียงความมีใจความสำคัญที่การให้เหตุผลว่าน้องเหมาะสมกับสถาบันนั้นๆ ราวกับเป็นเนื้อคู่กันมาแต่ชาติปางก่อนยังไง การรีไซเคิลงานเดิมไปเรื่อยๆ จะทำให้งานไม่มีเอกลักษณ์ค่ะ ดีไม่ดีอาจซ้ำกับของคนอื่นที่รีไซเคิลมาเหมือนกันก็ได้
อย่า: ต่อว่าสถาบันอื่น การพูดเรื่องราวแย่ๆ ของบุคคลที่สาม ไม่ได้ทำให้ผู้พูดดูดีขึ้นเลยนะคะ ที่จริงจะพูดถึงสถาบันอื่นในเรียงความนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ ถ้าใครใช้ภาษาเก่งๆ เขียนชมสถาบันอื่นแต่ก็วกกลับมาพูดถึงสถาบันนี้ได้ด้วยจะยิ่งดีมากๆ แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะให้พูดแต่เรื่องดีๆ ของทุกสถาบันยังไงก็ไม่ต้องเขียนพาดพิงกับที่อื่นเลยค่ะ ให้มาโฟกัสแค่เรื่องที่ว่าทำไมที่นี่จึงเพอร์เฟคต์กับตัวน้องจะดีกว่าค่ะ
อย่า: พูดถึงเรื่องปาร์ตี้ ความใจดีปล่อยคะแนนของคณาจารย์ ความสวยหล่อเท่ของนักศึกษา หรือพวกกิจกรรมฮาเฮของวัยรุ่นอื่นๆ ที่อยู่นอกหลักสูตร ถึงแม้ว่าพวกนี้จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้น้องเลือกเรียนต่อที่นี่ แค่คณะกรรมการคงไม่ประทับใจเป็นแน่ค่ะ จุ๊ๆ
ทีนี้ถ้าเจอเรียงความที่ให้ตอบคำถามแนวนี้ก็คงจะมีแนวทางการเขียนแล้วนะคะ บางคนอาจจะลองเขียนไว้เพื่อใช้เป็นบทพูดในการตอบคำถามตอนสอบสัมภาษณ์ก็ได้ค่ะ เพราะหลายๆ ที่ก็มักจะมีคำถามนี้ไว้ในการสอบสัมภาษณ์อยู่แล้ว ยังไงก็ขอให้น้องๆ ทุกคน โชคดีกับการสมัครเข้าเรียนต่อนะคะ

ข้อมูล:
http://www.getintocollegeblog.com
ภาพประกอบ:
http://writingbee.com/, http://serc.carleton.edu/
http://homeschoolconnectionsonline.blogspot.com/
http://iiotim.blogspot.com/, http://platformmagazine.org/
http://www.examiner.com/
อ่านเรื่องราวเคล็ดลับดีๆ เพื่อเตรียมตัวเรียนต่อนอกได้ที่นี่ค่ะ








9 ความคิดเห็น
ได้ประโยชน์มากๆเลย
จะเขียนยังไงอ่ะคะ (เคยคุยกันแล้ว พ่อแม่ไม่เปลี่ยนใจแน่ๆ)
จริงๆ เดี๋ยวนี้หลายที่เขาให้พิมพ์แล้วนะคะ ไม่ค่อยให้เขียนด้วยลายมือกันแล้ว
ความคิดเห็นที่ 4
อันนี้พี่ไม่รู้จะช่วยยังไงค่ะ มันพูดยากนะคะเนี่ยเรื่องครอบครัวบังคับให้เรียน ถ้าน้องจำเป็นต้องเรียนเพื่อที่บ้านจริงๆ ก็ต้องเมคคำตอบเอาแล้วละค่ะ