สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พี่พิซซ่า เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงได้งานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ส่วนใครที่ยังไม่ได้ ก็ขอให้ได้งานที่ชอบเร็วๆ นี้นะคะ) การฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างหนักผ่านไปแล้ว ตอนนี้คงเป็นฤดูกรอกเอกสารขอวีซ่ากันใช่ไหมคะ แม้ส่วนมากเอเจนซี่จะเป็นผู้ดำเนินการขอวีซ่าให้ แต่น้องๆ ก็ควรจะรู้จักเอกสารสำคัญต่างๆ เอาไว้ด้วย เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีที่สุดค่ะ ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละใบ มีความสำคัญยังไงบ้าง
เอกสารที่ต้องเตรียมไว้ก่อนวันสัมภาษณ์วีซ่า
DS-156 คือใบสมัครขอวีซ่าค่ะ เราต้องกรอกข้อมูลการไปประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าจะไปเมื่อใด กลับเมื่อใด พักที่ไหน แล้วก็เคยมีประวัติการขอวีซ่ามาก่อนหรือไม่
DS-157 เป็นใบเสริมของใบแรกค่ะ จะขอข้อมูลเพิ่มเติมว่าเคยไปประเทศใดมาก่อนบ้าง ประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานที่ผ่านมามีอะไรบ้าง
DS-158 เป็นแบบฟอร์มกรอกวิธีติดต่อเราค่ะ และประวัติการทำงาน
สามใบข้างบนนี้พี่จะเรียกว่ากลุ่ม “สามใบเถา” ละกัน พวกสามใบเถานี้ไม่ใช่แค่เขียนตอบแล้วใช้ที่เย็บกระดาษเย็บไว้ด้วยกันนะคะ แต่ละใบจะแยกจากกัน ทำให้น้องต้องกรอกประวัติตัวเองซ้ำสามรอบ ซึ่งการเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษนี่เป็นอะไรที่น่าเบื่อที่สุดเลย แถมยังมีคำถามซ้ำๆ กันหลายข้อ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จึงคิดค้นแบบฟอร์มออนไลน์รุ่นใหม่ล่าสุดมาแทนแบบฟอร์มเก่าๆ ที่ชวนปวดหัว กลายมาเป็น DS-160 ค่ะ
DS-160 จะรวมคำถามจากสามใบเถามาไว้ด้วยกันเพื่อไม่ให้มีคำถามซ้ำๆ อีก และยังพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยทำให้ข้อมูลที่น้องๆ กรอก เป็นความลับมากขึ้น เขาสร้างมาเพื่อให้การดำเนินเรื่องนั้นกระชับฉับไวขึ้นค่ะ
ทว่า
เอเจนซี่ส่วนมากกังวลว่าถ้าให้น้องๆ ต่างคนต่างกรอก DS-160 เองที่บ้าน แล้วจะเกิดปัญหากรอกผิดกรอกถูกแถมแก้ไขไม่เป็นอีก พี่ๆ เขาจึงจะกรอก DS-160 ให้แทนค่ะ โดย...
พิมพ์เจ้าสามใบเถาให้น้องไปเขียนมา แล้วเขาจะดึงคำตอบมาใส่ DS-160 ทีหลัง ^^ สรุป เด็กเวิร์คส่วนมาก ก็ยังต้องกรอกสามใบเถาอยู่ดี ฮ่าฮ่า
แต่ถ้าน้องคนไหนจะดำเนินการเอง ก็กรอกแค่ DS-160 อย่างเดียวนะคะ แล้วพิมพ์หน้ายืนยันเพียงหน้าเดียวนำไปยื่นในวันสอบสัมภาษณ์วีซ่าได้เลยค่ะ ไม่ยากเลยด้วย น้องๆ สามารถเข้าไปอ่านคู่มือภาษาไทยได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov/root/pdfs/ds_160_step_by_step_guide_thai.pdf ค่ะ
DS-2019 เอกสารที่โครงการต้องออกให้น้องๆ โดยแสดงข้อมูลของโครงการ วันเริ่มต้นและสิ้นสุด
ใบเสร็จค่า SEVIS ระบบ SEVIS คือระบบฐานข้อมูลนักเรียนแลกเปลี่ยน มีไว้เพื่อติดตามดูแล และนักเรียนสามารถติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือได้ โดยปกติเอเจนซี่จะเป็นคนกลางเสียค่า SEVIS ทางออนไลน์ให้
แม้เอเจนซี่จะดำเนินการให้ทุกอย่าง แต่น้องอย่าลืมตรวจสอบด้วยว่า เอเจนซี่ได้เตรียมเอกสารเหล่านี้มาให้น้องครบหรือไม่ ถ้าขาดไปละก็ อดสัมภาษณ์เลยนะคะ
เอกสารที่ต้องใช้ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สหรัฐอเมริกา
อันนี้ก็จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มนะคะ เอกสารติดมือ และเอกสารติดแอร์
เอกสารติดมือ นอกจากจะมีพาสปอร์ตและวีซ่าที่แปะมาในพาสปอร์ตให้แล้ว เพื่อนเก่าอย่าง DS-2019 และ ใบเสร็จค่า SEVIS ก็ต้องอยู่ในมือด้วยเช่นกัน น้องๆ จะเห็นว่าใน DS-2019 ของเรานั้น มีตราประทับของคนสัมภาษณ์วีซ่าเราเพิ่มมาแล้วตอนนี้ (ถ้าเจอคนโหดๆ ทีนี้เราก็นินทาถูกชื่อแล้ว)
เอกสารติดแอร์ คือเอกสารที่แอร์จะแจกบนเครื่อง ถ้าเผลอหลับตอนเขาแจก ตื่นมาแล้วขอใหม่ได้ค่ะ จริงๆ ในสนามบินก็มี แต่เราจะเสียเวลากรอกและรอคิวอีกนาน แนะนำให้ขอจากแอร์แล้วกรอกให้เสร็จจากบนเครื่องจะดีกว่าค่ะ แบบฟอร์มที่แอร์แจกจะมีอยู่ 2 ฉบับค่ะ คือ
I-94 หรือเอกสารบันทึกการเข้าออกค่ะ ส่วนบนที่ต้องกรอกเยอะๆ จะเป็นข้อมูลว่าเรามาจากไหน เมื่อไหร่ และจะไปอยู่ที่ไหน ขาเข้าตรวจละเอียดค่ะ ค่อนข้างจู้จี้ เป็นที่รู้กันดีว่าประเทศนี้ค่อนข้างระแวงเรื่องลักลอบเข้ามาอยู่ถาวร ^^ พอตรวจเสร็จเข้าจะฉีกหางบัตรหรือเอกสารส่วนล่างเล็กๆ นี้ให้คืนมาค่ะ ซึ่งน้องต้องรักษาใบจิ๋วนี่ให้ดีมากๆ เพราะวันกลับเขาจะเอาคืนค่ะ
Custom Declaration หรือใบศุลกากร เอาไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ตอนที่เอากระเป๋าเรียบร้อยแล้วค่ะ ถึงแม้ว่าน้องจะติ๊กว่าไม่มีอะไรต้องสำแดง (ก็ไม่มีจริงๆ นี่นา) แต่ด้วยความที่มาอยู่สามเดือนเลยยัดกระเป๋าใบมหึมามาเต็มลิมิตกันคนละสองใบ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจกระเป๋าอีกรอบแทบทุกครั้งเลย บางคนถูกริบของกินบางอย่างไปด้วย แต่ที่พี่เคยโดนคือสบู่ส้มค่ะ สบู่ส้มยี่ห้อหนึ่งที่เป็นรูปส้ม และโฆษณาว่าทำจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซนต์ สรุปว่าเป็นของแท้จริงๆ ค่ะ เพราะกระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray มันก็แสดงสีว่าเป็นพืชผัก พอหยิบออกมาเป็นสบู่ส้ม งงกันทั้งสนามบินเลย มีการเรียกเพื่อนมาช่วยกันดมด้วย ^O^ แต่สุดท้ายเขาก็คืนมาค่ะ ไม่ได้ริบอะไรของพี่ไปเลย
ฉะนั้นน้องไม่ต้องกังวลนะคะ ว่าทำไมต้องโดนเรียกตรวจอีกรอบด้วย เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดามากค่ะ ใครไม่เคยโดนถือว่าไม่คุ้มค่ะ ไม่มีเรื่องไปเม้าท์ต่อเลย ฮ่าฮ่า
เอกสารที่ได้รับหลังกลับมา
W-2 เป็นเอกสารสรุปเงินรายได้ และเงินภาษีที่น้องถูกหักโดยอัตโนมัติให้ทั้งรัฐบาลกลางและมลรัฐนั้นๆ ค่ะ โดยปกติน้องจะต้องแจ้งที่อยู่ที่จะรับเอกสารนี้ให้นายจ้างก่อนเลิกงาน เพราะสามารถเอาไปดำเนินเรื่องขอภาษีคืนภายหลังได้ ซึ่งมักจะส่งมาช่วงเวลาไปเวิร์คของปีถัดไป (นานจนลืมไปเลยค่ะ) แต่ถ้ามันไม่มาซะที น้องก็สามารถขอคืนภาษีได้โดยใช้สลิปค่าจ้างงวดสุดท้ายแทนค่ะ
ทั้งหมดนี้คือเอกสารสำคัญของทางอเมริกาที่ให้เรามาค่ะ อันไหนขาดอันไหนหายจะได้ขอใหม่ได้ถูก และที่สำคัญที่สุดคือถ้าเรามีความรู้เรื่องพวกนี้ไว้บ้างแล้ว เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเราก็ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยค่ะ แล้วอย่าลืมติดตามว่าคราวหน้า พี่พิซซ่า จะมีความรู้ดีๆ เรื่องอะไรมาแบ่งปันกับชาวเวิร์คอีก

ข้อมูล:
http://j1visa.state.gov/, www.ice.gov
thai.bangkok.usembassy.gov
ภาพประกอบ:
http://www.dutyfreeexpress.com/, http://www.path2usa.com/
www.fintour.co.kr, dontla.com, www.pic2fly.com
http://www.oswego.edu/, http://www.ice.gov/
http://global.upenn.edu/, http://www.w2-form.net/







3 ความคิดเห็น
บริการ Work and Travel Tax Back ด้วยทีมงานคุณภาพ จริงจัง และมีความรับผิดชอบสูงสุด ไม่มีการเก็บค่าบริการจนกว่างานจะเสร็จ ยื่นขอให้นิสิตนักศึกษาได้เงินภาษีคืนในจำนวนถูกต้อง 100% ทุกคน
ยื่น Work and Travel Tax Back ให้ทั้ง Federal Tax และ State Tax จากทุกรัฐที่ทำงาน หากมีปัญหาเรื่องเอกสาร เช่นฟอร์ม W2 ทีมงาน Work and Travel Tax Back ยินดีช่วยแก้ปัญหาในขอบข่ายที่สามารถทำได้ โดยไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม
คำนิยมชมเชยของนิสิตนักศึกษาที่เคยใช้บริการแล้วดังนี้ค่ะ
http://www.gtrtax.com/index.php
ขอบคุณค่ะ
สหรัฐอเมริกาถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการจัด เก็บภาษีเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือสามารถจัดเก็บได้จากทุกสาขาอาชีพตั้งแต่เกษตรกร พนักงานของรัฐ/เอกชน ผู้ที่มีรายรับจากการให้เช่า ผู้ที่ได้รับดอกเบี้ย ฯลฯ ดำเนินการจัดเก็บโดยใช้ระบบหมายเลขประกันสังคม (Social Security Number) และมีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวดดังนั้นในแต่ละปีสรรพากรจะจัดเก็บภาษีได้เป็น จำนวนมาก
นอกจากรัฐบาลกลาง (Federal Government) จะจัดเก็บภาษีแล้ว รัฐต่างๆยังทำการจัดเก็บภาษีด้วยในอัตราที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามมีบางรัฐที่ไม่จัดเก็บภาษี คือ Alaska, Florida, Nevada, South Dakota, Texas, Washington และ Wyoming ดังนั้นนิสิตนักศึกษาจะสังเกตุว่าหากทำงานในรัฐเหล่านี้จะไม่ต้องยื่นขอ State Tax เพราะไม่มีการหักไว้นั่นเอง
การหักภาษีทั้ง Federal Tax และ State Tax นายจ้างจะเป็นผู้ดำเนินการหักไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง และจะแสดงรายการและยอดเงินที่หักให้ลูกจ้างในสลิปการจ่ายค่าจ้าง (Pay slip)
นอกจากหมายเลขประกันสังคมที่ต้องใช้ในการจ่าย ค่าจ้างและการหักภาษีแล้ว เมื่อมีการเริ่มงาน นายจ้างยังต้องการให้ลูกจ้างกรอกแบบฟอร์ม W4 เพื่อเป็นข้อมูลให้นายจ้างหักภาษีลูกจ้างคนนั้นได้อย่างถูกต้อง
ปีภาษีของสหรัฐอเมริกาจะนับเหมือนปีปฏิทิน คือเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม เมื่อสิ้นปีลูกจ้างจะต้องยื่นภาษีเพื่อแสดงรายรับ รายการยกเว้น การบริจาค การเสียภาษี ฯลฯ เอกสารสำคัญตัวหนึ่งที่ลูกจ้างจะต้องได้รับจากนายจ้างเพื่อเป็นหลักฐาน เกี่ยวกับรายรับและการเสียภาษีคือฟอร์ม W2 เป็นกฎหมายที่นายจ้างจะต้องจัดทำเอกสารตัวนี้ W2 มี 6 ส่วนที่มีข้อมูลเหมือนกัน แต่นายจ้างจะต้องจัดส่งไปคนละที่ดังนี้
Part A - ส่งให้ Social Security Administration
Part 1 - ส่งให้ State, City and Local Tax Department
Part B,C,2 - ส่งให้ลูกจ้าง
Part D - นายจ้างจะต้องเก็บไว้ 4 ปี
สำหรับลูกจ้างที่ทำงานในปี 2013 นายจ้างจะต้องส่ง W2 ให้ไม่เกิน 31 มกราคม 2014 และหากหาย นายจ้างสามารถออกให้ใหม่ได้ โดยมีคำว่า “Reissued” กำกับ
นอกจากนี้นายจ้างยังต้องยื่นข้อมูล W2 ให้ Data Operations Center, PA ภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2014 นายจ้างที่ยื่นไม่ทัน ทำข้อมูลผิด หรือไม่ครบจะถูกปรับ 15-50 USD ต่อ W2 จำนวน 1 ชุด
ดังที่กล่าวข้างต้นคือกฎหมายควบคุมเรื่องการ จ้างงาน การจ่ายค่าจ้าง และการจ่ายภาษีเคร่งครัดมาก โดยปกตินายจ้างก็จะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของลูกจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิตนักศึกษาโครงการฝึกงานและทำงานอย่าง Work and Travel และ Internship จำนวนมากที่ไม่ได้รับฟอร์ม W2 เมื่อสิ้นปี
ความเป็นไปได้อย่างมากคือนิสิตนักศึกษากรอก ที่อยู่ในฟอร์ม W4 (กรอกวันแรกที่เริ่มงาน) โดยใช้ที่อยู่ชั่วคราวในสหรัฐอเมริกา และเมื่อสิ้นปีนายจ้างใช้ที่อยู่ดังกล่าวในการส่ง W2 ให้ นอกจากนี้อาจจะเกิดจากนิสิตนักศึกษาให้ที่อยู่ในประเทศไทยแต่ไม่ละเอียด W2 ที่ถูกส่งมาทางไปรษณีย์จึงสูญหายเป็นต้น
นายจ้างหลายคนประหยัดค่าใช้จ่ายโดยใช้วิธีการ ส่ง W2 ทางอีเมล์ให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และไม่เสี่ยงต่อการสูญหายและสรรพากรก็อนุญาตให้ใช้ W2 ที่เป็นตัวสำเนาได้ สำหรับนิสิตนักศึกษาที่นายจ้างส่ง W2 แล้วไม่ได้รับ สามารถติดต่อนายจ้างขอสำเนาทางอีเมล์ได้เช่นกัน ดังนั้นการที่นิสิตนักศึกษามีอีเมล์แอดเดรสของนายจ้างจะมีประโยชน์มากเมื่อ สิ้นปี
ความสำคัญของ W2 คือเป็นเอกสารที่แจ้งยอดรายรับ ยอดภาษี และอื่นๆที่ต้องใช้ในการคำนวณตัวเลข และสรรพากรบังคับให้แนบ W2 เมื่อมีการยื่นภาษี นิสิตนักศึกษาที่มีเอกสารดังกล่าวนี้เมื่อยื่นภาษีขั้นตอนต่างๆจะเสร็จเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ Tax Refund ยอดเงินดังกล่าวจะถูกต้อง และครบตามวิธีการคำนวณภาษี