เด็กไทยในไฮสคูล"ชิลี" กับประเพณีเรียนจบม.6 แบบสุดเหวี่ยง!!


      สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากประเทศที่ไกลมากกกกกกกกกกค่ะ อ้อมโลกไปถึงอเมริกาใ้ต้โน่นแน่ะ!! โดยเป็นเรื่องจาก "ชิลี" ค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่ค่อยคุ้นกับประเทศนี้แน่ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอพาน้องๆ ไปทำความรู้จักประเทศชิลีผ่านประสบการณ์เด็กนอกประจำสัปดาห์นี้เลยค่ะ!!


 
  

    สวัสดีค่ะ ชื่อ "ขวัญ" ค่ะ เป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนของ AFS รุ่นที่ 50 ไปประเทศ "ชิลี" มาค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ม.6 โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย จ.ภูเก็ตค่ะ 

    ก่อนอื่นจะขอเกริ่นเกี่ยวกับประเทศชิลีซักนิด เพราะดูเหมือนยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักประเทศนี้ .... ประเทศชิลีอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ ติดกับประเทศอาร์เจนติน่าและมหาสมุทรแปซิฟิก ภาษาราชการคือภาษาสเปน ถ้าดูในแผนที่โลกแล้วจะเห็นประเทศชิลีมีลักษณะยาวๆ แคบๆ มีทั้งหมด 15 ภูมิภาค ขวัญอยู่เมือง Temuco เมืองหลวงของภูมิภาคที่ 9 (Araucania) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ เพราะฉะนั้นอากาศจะหนาวหน่อย ฤดูร้อนก็เย็นสบาย แต่ฤดูหนาวในเมืองที่ขวัญอยู่ไม่มีหิมะค่ะ ถ้าอยากไปดูหิมะต้องนั่งรถบัสไปเมืองข้างๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ค่ารถตอนนั้นก็ประมาณ 1000-2600 เปโซค่ะ

    



     

   
      ส่วนในเมือง Temuco ที่ขวัญอยู่จะขึ้นชื่อเรื่อง Mapuche เป็นชนเผ่าโบราณที่เคยอาศัยอยู่ที่ชิลีก่อนที่สเปนจะมายึดครองค่ะ ปัจจุบันก็ยังมี Mapuche ให้เห็นกันอยู่ แต่ไม่ได้ดูป่าเถื่อนเหมือนเมื่อก่อน บางครั้งจะเห็น Mapuche มาเดินซื้อแฮมที่ห้าง บางครั้งก็จะเห็น Mapuche มาขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่างหู แหวน สร้อยคอ หรือพวกกุญแจที่สวนสาธารณะอะไรอย่างนี้ ที่สวนสาธารณะกลางเมืองก็จะมีรูปปั้น Mapuche ให้ดูอีกด้วย ส่วนอาหารการกินที่ชิลีก็ง่ายๆ ค่ะ เหมือนพวกเมืองฝรั่งทั่วๆไป จะมีอาหารประจำชาติคือ Empanadas (คล้ายๆ กะหรี่พัฟอันใหญ่ๆ) Cazuela (เป็นซุปใส่ฟักทอง ข้าวโพด เนื้อ ส่วนน้ำซุปรสชาติเหมือนแกงจืดบ้านเรา)









      คนชิลีนี้เป็นคนเฟรนด์ลี่มาก เป็นกันเอง ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ซีเรียส ทุกอย่างรอบตัวจะชิลหมด เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนชิลีที่ไม่ว่าไปแลกเปลี่ยนปีไหนๆ ก็ต้องเจอก็คือ "การไม่ตรงต่อเวลา" อย่างถ้ามีงานปาร์ตี้ นัดกันไปเที่ยว หรือไปทำอะไรที่ไม่ได้เป็นทางการหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจเนี่ย คนชิลีจะไปสายมาก!!! ถ้าสมมติมีงานปาร์ตี้บ้านเพื่อน แล้วเพื่อนนัด 2 ทุ่ม ต่อให้ 4 ทุ่มก็ยังไม่มีใครมาเลย ถ้าจะนัดกันไปไหนให้เลทไปเลย 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยถ้าไม่อยากรอเก้อ
   
     ถึงแม้ว่าคนชิลีจะใช้ชีวิตแบบชิลๆ แต่ก็เคร่งครัดกับเรื่องมารยาทและคำพูดมาก ถ้าอยากไปแลกเปลี่ยนที่ชิลี ต้องรู้จักพูด "Gracias (ขอบคุณ)" และ "Por favor (please)" ให้เป็นนิสัย รับรองว่าถ้าไปใช้ชีวิตอยู่ที่ชิลีแล้วจะได้พูดคำว่า "ขอบคุณ" และ "ได้โปรด" รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งต่อวัน มารยาทบนโต๊ะอาหารก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เช่น ห้ามอ่านหนังสือหรือทำอะไรอย่างอื่นนอกจากกินข้าวบนโต๊ะอาหาร ห้ามเอามือเท้าคางระหว่างทานอาหารกัน ที่ชิลีบางครอบครัว(ซึ่งครอบครัวขวัญไม่ใช่) จะให้ความสำคัญกับช่วงเวลาในการรับประทานอาหารมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาและได้พูดคุยกัน และขอเสริมอีกนิดเรื่องการทักทายของคนชิลี ผู้หญิงกับผู้หญิง หรือผู้หญิงกับผู้ชายจะใช้วิธีเอาแก้มขวาชนกัน แล้วทำเสียง "จุ๊บ" เบาๆ ส่วนผู้ชายกับผู้ชายก็จับมือกัน แล้วใช้อีกมือหนึ่งตบบ่าของอีกฝ่ายเบาๆ ถ้าสนิทกันมากๆ ก็ใช้วิธีเอาแก้มขวาชนกันและทำเสียง"จุ๊บ" ก็ได้ค่ะ

   
     มาถึงเรื่องครอบครัวบ้าง ครอบครัวที่ขวัญอยู่ด้วยมีกัน 3 คนค่ะ มีแม่ น้องชายแล้วก็น้องสาว ส่วนพ่อนั้นแยกทางกับแม่ไปมีครอบครัวใหม่ บ้านที่อยู่นั้นเป็นอพาร์ทเมนต์ อยู่ห่างจากห้างไปประมาณ 2 บล็อก แม่มีอาชีพเป็นพยาบาลค่ะ เพราะฉะนั้นจะกลับบ้านค่อนข้างดึก ภาระงานบ้านต่างๆ เลยต้องจ้าง "Nana" (นานะ) หรือว่าพี่เลี้ยงเด็กมาทำในวันจันทร์ถึงศุกร์ค่ะ ซึ่งที่ชิลีบ้านที่มีฐานะตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงรวยก็มีนานะกันทุกบ้านนั่นแหละค่ะ เท่าที่สังเกตมาคือมีบ้านละคนเท่านั้น ส่วนใหญ่มักจะอยู่มาตั้งแต่ลูกๆ เพิ่งเกิดจนลูกๆ โตแล้วก็ยังมาทำงานให้อยู่ ส่วนนานะที่บ้านขวัญก็มีหน้าที่ทำงานบ้าน จัดเตียง ล้างจาน ซักผ้า ถูบ้าน ไปจนถึงรายงานพฤติกรรมของเด็กๆ ในแต่ละวันให้แม่รู้ด้วย 




   
     ส่วนเรื่องโรงเรียน โรงเรียนที่ขวัญอยู่นั้นชื่อ Bautista ค่ะ อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ขวัญเลยเดินกลับบ้านทุกวัน ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาทีเป็นอย่างมาก ที่โรงเรียนก็เรียนคล้ายๆ ประเทศไทยเลยค่ะ มียูนิฟอร์มน่ารักๆ ด้วย ชุดของขวัญคือมีเสื้อยืดสีขาว เสื้อสเวตเตอร์สีน้ำเงินเข้ม กระโปรงลายสก็อตสีเขียว แล้วก็ถุงน่องสีดำหรือไม่มีสีค่ะ ที่นี่มีสายวิทย์ สายศิลป์คำนวณ แล้วก็สายศิลป์ธรรมดา ที่ต่างกันออกไปคือเวลาเรียนในห้องก็จะเรียนรวมกัน ต่อให้เรียนสายศิลป์ก็ต้องเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะอยู่ดี แต่เวลาเรียนวิชาเพิ่มเติม (มี 2 ชั่วโมงต่อวัน) ก็ไปเข้าเรียนตามสายที่ตัวเองเลือก โดยคนที่นี่จะเรียกขวัญว่า Li-Li (ลี่ลี่) เป็นชื่อจีนของขวัญเองค่ะ เพราะชื่อไทยมันเรียกยากเกินไป

   
     ประสบการณ์เศร้าๆ มันเริ่มขึ้นตอนที่ขวัญอยู่ที่ชิลีได้ 5 เดือนค่ะ ตอนนั้นเพื่อนชาวญี่ปุ่นชื่อเอริกะที่ไปแลกเปลี่ยนเมืองเดียวกัน เค้าชวนขวัญไปทำซูชิที่บ้านเค้า เค้าบอกว่าบ้านเค้าอยู่ข้างๆ ห้าง Lider เลยนัดเจอกันที่ห้างนั้น (คนละห้างกับที่อยู่ใกล้บ้านนะคะ) ขวัญเลยตัดสินใจนั่งแท็กซี่มิเตอร์ไป มิเตอร์ขึ้นเร็วมาก ตอนนั้นตื่นเต้นมากด้วยเพราะนั่งรถแท็กซี่คนเดียวครั้งแรก เอริกะก็โทรมาคุยด้วยตลอดทาง พอแท็กซี่จอดปุ๊บขวัญก็วางสาย เอริกะก็เดินมาหา จ่ายค่าแท็กซี่อะไรเรียบร้อยก็เดินเข้าไปในห้างด้วยกันเพื่อไปซื้อปลาดิบ ตอนนั้นหลั่นล้าสบายใจมาก 

     
     พอซื้อเสร็จก็ไปบ้านเอริกะแล้วก็ลงมือทำซูชิกัน มีเพื่อนแลกเปลี่ยนจากเยอรมันอีกคนมาทำด้วย สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ พอจะกลับบ้านปรากฏว่า "หามือถือไม่เจอ!!!" โทรเข้ามือถือก็ดันปิดเครื่อง (ทั้งๆ ที่ขวัญไม่ได้ปิดเครื่องไว้) สุดท้ายร้องไห้กลับบ้านไปบอกแม่ แม่เลยสันนิษฐานว่าขวัญน่าจะลืมไว้บนรถแท็กซี่ พอขอบิลค่าแท็กซี่มาดู ขวัญกลับโยนทิ้งไปแล้วซะอีก T-T สุดท้ายตามหามือถือไม่เจอ ทั้งเสียใจ ทั้งเศร้าใจสุดๆ พอก่อนวันเกิด 1 เดือน แม่เลยซื้อมือถือให้เป็นของขวัญซะเลย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ข่าวว่าเอริกะเปลี่ยนครอบครัวใหม่ เพราะเอริกะมีปัญหากับน้องสาวขี้ขโมย!!! การสันนิษฐานของขวัญเลยเปลี่ยนไปเป็น "น้องสาวเอริกะอาจจะขโมยมือถือไปก็ได้" แต่ก็ไม่คิดมากอะไรเพราะตอนนั้นได้มือถือใหม่มาแล้ว
   
     เหตุการณ์สุดช็อกยังมีมาให้เห็นกันเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นใกล้จะปิดเทอมใหญ่อยู่แล้วเชียว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเรียน ขวัญเรียนอยู่ชั้น 3 Medio (ม.5) น้องชายขวัญเรียนอยู่ 4 Medio (ม.6) ตอนนั้นใกล้จะปิดภาคเรียน ที่โรงเรียนจะมีธรรมเนียมอย่างนึงสำหรับพวกม.6 คือ มีการแต่งตัวสลับกันในวันสุดท้ายของภาคเรียน ผู้ชายแต่งตัวแบบผู้หญิง ใส่กระโปรงสก็อตสีเขียว ผู้หญิงแต่งตัวแบบผู้ชาย ใส่กางเกงขายาวสีเทา แล้วก็เดินไปตามห้องเรียนต่างๆ ตอนนั้นขวัญนั่งเรียนคณิตศาสตร์อยู่ พวกม.6 ก็ยกขบวนกันมา คุณครูรีบล็อกกลอนประตูห้องไม่ให้เข้า พวกม.6 ก็ทุบประตูปังๆๆๆ เสียงดังมากจนไม่ได้เรียน 

   
     หลังจากนั้นครูก็เอื้อมมือไปจับกลอนประตูแล้วถามนักเรียนว่า "พร้อมแล้วนะ?" ขวัญก็งง พร้อมอะไร?? เพื่อนที่นั่งข้างๆ ขวัญก็บอกว่า "ลี่ลี่รีบเก็บหนังสือและของทุกอย่างเข้าใต้โต๊ะเร็ว!!" แต่ตอนนั้นครูเปิดล็อกแล้ว ขวัญเก็บของไม่ทัน พวกม.6 วิ่งเข้ามาเหมือนจะมาก่อจลาจลเลยค่ะ ตกใจมากๆ ขวัญกวาดของบนโต๊ะไปกองกับพื้นเรี่ยราด ไอ้คนที่เก็บของเข้าใต้โต๊ะก็โดนรื้อแล้วก็มาปาที่พื้นห้อง ทั้งทุบโต๊ะ ทั้งขว้างเก้าอี้ลงกับพื้นมั่วไปหมด ตอนนั้นงงและตกใจมากสุดๆ
   
      แต่หลังจากพวกม.6 ออกจากห้องกันไปแล้ว ปรากฏว่าห้องเละไม่มีชิ้นดี สมุดขวัญขาดไปสองเล่ม หนังสือก็หายไป ปากกาดินสอกระจัดกระจาย แต่ทุกคนรวมทั้งครูก็ยืนยิ้มแล้วก็สอนต่อ เหมือนเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก =*= พอลงมาชั้นล่างที่สนามหญ้า มีพวกม.6 เอาสมุดของตัวเอง ชีทต่างๆ มารวมกันแล้วก็จุดไฟเผา ทั้งหมดนี้เหมือนกับว่าพวกเขาเก็บกดกับการเรียนที่โรงเรียนมากว่างั้นเถอะ วันสุดท้ายเลยบ้าสุดเหวี่ยงไปเลย

 
    

     ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ชิลีของขวัญยังมีอะไรให้ช็อกอีกเยอะ แต่ขอยกมาเล่าแค่สองเรื่องเท่านั้น ยังไงก็ฝากประเทศชิลีเป็นหนึ่งในตัวเลือกในการมาแลกเปลี่ยนของใครอีกหลายๆ คนด้วยนะคะ อย่ากังวลค่ะถ้าไม่อยากเจอประสบการณ์ช็อกที่โรงเรียนเหมือนขวัญ เพราะไปถามคนอื่นมาแล้ว โรงเรียนเค้าไม่เห็นมีอย่างนี้เลย สงสัยเป็นโรงเรียนเดียวในชิลีล่ะมั้ง 5555 สุดท้ายขอฝากวิดีโอไว้ด้วยนะคะ เป็นวิดีโอที่ขวัญทำให้ AFS Thailand ค่ะ



   
     อ่านแล้วแอบตกใจกับวันเรียนจบของเด็กม.6 ตอนแรกนึกว่าจะประท้วงครูอาจารย์อะไรแบบนี้ซะอีก 555+ มาแบบน่ากลัวมากทีเดียว และสิ่งที่ได้หลังจากอ่านเรื่องนี้จบคือ ทำให้รู้ว่าคนชิลีเค้าหน้าตาดีนะเนี่ย !! ฮ่าๆๆ น้องชายน้องขวัญน่ารักมากอะค่ะ มีใครคิดเหมือนกันมั้ย 555 ..... ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็เขียนมาได้เลย ความยาว 3-4 หน้า แนบรูปมา 10 รูป ส่งมาที่ pay@dek-d.com เดี๋ยวเอามาลงให้แน่นอนจ้า
 


ห้ามพลาด !!! หนังสือจาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" จัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เป็นคู่มือเล่มเหมาะพอดีมือ เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่

วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

เด็กดีดอทคอม :: AFS รุ่นที่ 52 เตรียมเปิดรับสมัครแล้ว คลิกอ่านระเบียบการด่วน !

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER @PAYDEKD

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

21 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
MarBre Member 1 ธ.ค. 55 18:01 น. 16
AFS CHI #52ค่ะ >< รอมานานแล้วว่าจะมีพี่คนไหนเอาเรื่องชิลีลงให้ได้อ่านกันบ้าง 555555
โฮสต์พี่หล่อมากเบยย ' '

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ธันวาคม 2555 / 18:01
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด