สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ขอบอกเลยว่าอ่านเพลินและสนุกมากกกกกกกกกกกกค่ะ เป็นเรื่องราวจากดินแดนหมีขาวหรือ "รัสเซีย" กับชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนหนุ่มน้อยที่จะนำเรื่องฮาๆ จากรัสเซียมาเล่าให้ฟังค่ะ ^^
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ผมชื่อ “โจ้” เรียนอยู่ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จังหวัดสงขลา สายศิลป์ภาษาญี่ปุ่น ในปี 2011 ผมได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการ AFS รุ่นที่ 50 ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศ “รัสเซีย” ร่วมกับเพื่อนทั้งหมด 15 คน ตอนนี้ก็กลับประเทศไทยมาได้ครึ่งปีแล้ว เลยอยากจะเขียนประสบการณ์ต่างแดนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน
ผมอยู่เมืองชื่อ Cheboksary เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐ «Chuvashia» และที่พิเศษในเมืองนี้คือมีภาษาท้องถิ่นอีกหนึ่งภาษา โดยตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงมอสโคว์ ( เมืองหลวงของรัสเซีย ) ไกลจากกันประมาณ 600 กว่ากิโลเมตร เป็นเมืองที่ค่อนข้างจะสงบ ปลอดภัยและคนค่อนข้างใจดี อยู่ติดกับแม่น้ำวอลก้า และมีอ่าวเล็กๆ ที่ติดกับแม่น้ำวอลก้า ในฤดูหนาวน้ำทั้งอ่าวจะกลายเป็นน้ำแข็ง เราสามารถลงไปเล่นสเก็ตและในช่วงหน้าร้อนคนที่นี่มักจะไปเล่นน้ำกัน บางวันอาจจะเจอหงส์ที่บินลงมาเล่นน้ำบ่อยๆ และในช่วงนี้จะมีการแข่งขันกีฬาทางน้ำบ่อยมาก ส่วนคนที่นี่เค้ามักจะอาศัยอยู่ในแฟลตที่สูงลิบลับ และเกือบทุกครอบครัวจะมีบ้านอีกหลังอยู่นอกเมือง เค้ากันเรียกว่า “Дача ( ดาช่า )“ คือบ้านที่คนรัสเซียนิยมไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด ไปปลูกผัก มันฝรั่งในหน้าร้อนและไปขุดมันฝรั่งในฤดูใบไม้ร่วง
| เรื่องของโฮสท์แฟมิลี่ ของผมมีพ่อ แม่ พี่สาว และน้องชาย โฮสท์ผมค่อนข้างน่ารักและใจดี เค้าเข้าใจเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน ช่วงแรกๆ ผมก็ต้องใช้ภาษามือสื่อสาร วาดรูป และเปิดดิกชันนารี พอไปตอนแรกๆ เค้าก็ตื่นเต้นมาก เพราะเค้ามีเรื่องที่อยากถามเราเกี่ยวกับประเทศไทยเยอะ เค้าชอบมวยไทย ภูเก็ต พัทยา ต้มยำกุ้ง ผมสนิทกับน้องชายมากที่สุดเพราะเล่นเกมเหมือนกัน แต่พักหลังนี่ก็ชักเอาใหญ่ ชวนเล่นเกมซะจนไม่เป็นอันเรียน แบบนี้ก็ไม่ดีนะครับ แต่กับพี่สาวคนโต ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สนิทกันซะทีทั้งๆ ที่เรียนห้องเดียวกันด้วย มีคนเคยบอกว่า การมีโฮสท์พี่สาวเป็นอะไรที่หนักหนามากที่สุดสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เป็นผู้หญิง โชคดีที่ผมเป็นผู้ชายและไม่ค่อยสนิทกับพี่สาวเท่าไหร่
|
แต่บังเอิญว่าเราอยู่ห้องเดียวกัน แรกๆ ผมก็ไม่อยากยุ่งกับเค้าหรอกครับเพราะเค้าทั้งสูบบุหรี่ทั้งดื่มเหล้าและเที่ยวกลางคืนบ่อยมาก แต่ก็ยังดีที่ไม่เคยมีสักครั้งที่เค้าจะชวนผมสูบบุหรี่และกินเหล้า ถ้ามีเพื่อนคนไหนที่เสนอบุหรี่ให้ผม เค้าจะปฏิเสธให้ตลอดเลย เค้าจะบอกเสมอว่า “คุณไม่ควรมาเสียเวลากับการทำเรื่องอะไรแบบนี้ ถึงแม้ว่าเพียงหนึ่งปี แต่หนึ่งปีนั่นแหละมันสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของคุณได้” ซึ้งมากเลยครับ
เวลาผ่านไป ทุกอย่างที่ดีก็ยังดีเหมือนเดิม ดีหน่อยที่ผมไม่ได้เจอะกับภาวะที่โฮสท์ไม่ใส่ใจเพราะเค้าเอาใจใส่ผมทุกอย่าง ซักเสื้อผ้าให้ ซักกางเกงในให้ด้วย เล่นเอาเราอายไปเลย T^T แต่ก็มีปัญหานิดนึงที่เค้าชอบกำหนดแนวทางชีวิตให้เรามากเกินไป และผมก็รู้สึกกดดันเพราะเค้าเคยรับนักเรียนแลกปลี่ยนจากอิตาลีมาแล้ว แล้วดูท่าทางว่า “เด็กคนนั้นเก่งและดีกว่าผมซะด้วย” เศร้าเลยครับ
ส่วนเรื่องโรงเรียนของที่นี่เค้าจะไม่มีชื่อ แต่เค้าจะใช้ตัวเลขในการเรียกชื่อแต่ละโรงเรียนแทน เช่น ผมเรียนอยู่โรงเรียน «Mou Gymnasia № 46» เป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างเน้นไปทางภาษามากกว่า เท่าที่สังเกตมาโรงเรียนในรัสเซียจะสร้างเป็นรูปวงกลมเหมือนกันเกือบทุกโรงเรียนและจะเป็นเรียนขนาดเล็กที่เรียนรวมกันตั้งแต่เกรด1 ถึงเกรด 11 ระบบการศึกษาในรัสเซียมีแค่ 11 เกรดน่ะครับ ที่นี่จะเริ่มเรียนตอน 8.00 น หรือแล้วแต่ตารางเรียนของแต่ละคนครับ ดีหน่อยที่ผมสามารถจัดตารางเรียนได้ ผมเลยเลือกที่จะไม่เรียนวิทย์-คณิต ผมมุ่งแต่พวกภาษารัสเซีย วรรณคดีรัสเซีย ประวัติศาสตร์รัสเซีย ดนตรีรัสเซีย ยอมรับครับว่า เกือบกระอักภาษารัสเซีย ^^'
เด็กๆ หรือเพื่อนรัสเซียในโรงเรียนจะเป็นคนที่น่ารักมาก น่าแปลกที่เค้าไม่คิดว่าผมมาจากจีนหรือญี่ปุ่น(เพราะสีผิวต่างกัน) เค้าคิดว่าผมมาจาก Казахстан ( คาซัคสถาน ) เอิ่ม ทำให้ทุกคนในโรงเรียนเค้ามาทักและคุยกับผมเป็นภาษารัสเซียหมดเลย!! และเพื่อนๆ เวลาที่เจอหน้ากัน เค้ามักจะกอดกันหรือแก้มชนกันสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย และผู้หญิงก็จะเอาแก้มชนกัน แค่ในวันแรกที่เปิดเรียน เชื่อมั้ยว่า ผมโดนหอมแก้มไปนับครั้งไม่ถ้วน !! ไอ้หอมแก้มมันก็ยังพอรับไหว แต่บางคนเล่นจูบที่ใบหูนี่สิ !! เอิ่ม...55555555555555
หากพูดถึงคนรัสเซีย พวกเราคงคิดว่า “ยิ้มยาก หยิ่ง และเถื่อน” หลังจากที่ผมได้ไปสัมผัสมาแล้ว ขอบอกได้ว่าจริง - -' แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงๆ แล้วถ้าเรารู้จักหรือสนิทกับคนรัสเซียด้วยกัน เราจะรู้เลยว่าคนรัสเซียจริงๆ แล้วเป็นคนที่เฮฮา (เกือบจะเรียกได้ว่าบ้าบอ) รักเพื่อน รักสนุก รักสงบและหัวเราะง่ายกว่าคนไทยเย๊อะ! แต่สิ่งที่เราเห็นว่าเค้าหยิ่ง ไม่ยิ้ม ก็เพราะอากาศในบางวันในฤดูหนาวอาจจะติดลบมากกว่า -35 องศา มันยากที่จะหยุดเพื่อทักทายคนแปลกหน้าหรือยิ้มให้แก่กันน่ะสิครับ
และสำหรับภาษารัสเซียนั้น... ยากมาก ยากมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเรียนมา ก่อนไปรัสเซียผมก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องภาษารัสเซียมาก่อนเลยซักนิดเดียว เลยต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่เพื่อนที่มาจากยุโรปที่มาแลกเปลี่ยนที่นี่กลับพูดภาษารัสเซียเป็นตั้งแต่เค้ายังไม่ได้มา แต่ผมว่าก็เป็นเรื่องโชคดีนะครับที่ได้โฮสท์ที่พูดอังกฤษไม่ได้ ทำให้เราพูดภาษารัสเซียได้เร็วและกล้าพูดมากกว่าคนอื่นๆ
ส่วนเรื่องของอาหารนี่คือปัญหาใหญ่ที่สุด!! เพราะเด็กส่วนใหญ่ที่มาแลกเปลี่ยนที่นี่ต่างระอากับอาหารรัสเซียมาก แต่ผมว่าอยู่มาเกือบปี เราต้องชินและเห็นว่ามันอร่อยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่แล้วอาหารรัสเซียจะใช้ส่วนผสมของเนย ชีส นม และน้ำมันที่เยอะมาก (ใครมาแล้วไม่ระวังเรื่องกิน น้ำหนักอาจจะเพิ่มขึ้นเกือบ 20 กิโลได้อย่างคาดไม่ถึง ) อาหารที่น่าสนใจของรัสเซียที่มาแล้วต้องกินก็คือ กาช่า(каша) มันคือข้าวที่เอาผสมกับนม และละลายเนยกับน้ำมันตามทีหลัง มันคืออาหารเช้าที่สุดแสนจะทรมาน และอีกอย่างคือ บอร์ช(Борщ) มันคือซุปแดงใส่บีชรูทของรัสเซีย ซึ่งความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่ามันอร่อยเหาะมาก !! อ่า!!...
อีกเรื่องที่ไม่บอกไม่ได้เลย คือคนรัสเซียนิยมดื่มชากัน ไม่ได้จิบชาย่ามบ่ายแบบคนอังกฤษ แต่พวกเค้าจะกินชาทุกมื้ออาหาร เรียกได้ว่ากินแทนน้ำเปล่าเลยก็ว่าได้ ต่ออีกนิดนึง มีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่ถือนการให้เกียรติต่อแขกที่มาเยี่ยมเยือนคือการมอบ “คาราไว” แขกทุกคนจะต้องบิดขนมปังและจิ้มเกลือตามประเพณีด้วยครับ
มาถึงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวบ้าง รัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่มากจึงมีที่เที่ยวมากมายครับ ซึ่งผมก็มีโอกาสได้ไปเยือนหลายที่เหมือนกัน เช่น
จัตุรัสแดง , เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
ทริปนี้เป็นทริปที่ใกล้จะกลับไทยแล้ว เราไปกันในช่วงหน้าร้อนของรัสเซียทำให้ภูมิศาสตร์ดูสวยงามและคุ้มค่า เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งยุโรปเหนือ” ซึ่งคนรัสเซียย้อยคนนักที่จะมีโอกาสมามาเยือนเพราะค่าเดินทางและค่าครองชีพสูงมาก ผมเคยไปหลงทางในรถไฟใต้ดินในเมืองนี้จนร้องไห้มาแล้วอยากกลับบ้านมาแล้วน่ะครับ 555
|
เยคาเทรินเบิร์ก , เขตแดนเอเชีย-ยุโรป
เมืองนี้เป็นเมืองที่ผมชอบมากที่สุดแล้วละ เพราะใฝ่ฝันที่จะไปมานานแล้ว อีกทั้งเมืองนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเอกเขาอูราลและเป็นเมืองอยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยูโรปด้วย ให้อารมณ์แบบ “แค่ก้าวเดียวก็ข้ามทวีปได้” อะไรประมาณนั้นครับ เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากเล่าคือ เคยเกิดเรื่องที่ทำให้ผมเกือบโดนต่อย มันเกิดขึ้นในวันเกิดของเพื่อน ผมก็ถือโอกาสไปสุขสันต์วันเกิดเค้า และก็เอาดอกไม้ไปให้ด้วย แต่ที่มันไม่ปกติก็คือว่า ปฎิกิริยาโต้ตอบของเค้าหลังจากที่เห็นดอกไม้ดอกนั้นคือ ไม่รับดอกไม้ช่อนั้นและเค้าก็ทำท่าทางโกรธ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมดอกไม้ช่อนั้นก็กลายเป็นหม้ายไปเลย และในที่สุดผมก็รู้ว่า การให้ดอกไม้เป็นจำนวนคู่ หมายถึงการแช่งให้ตายเร็ว ๆ (อ๊าว!)
|
1 ปีนี้เป็นปีที่ผมได้มีโอกาสได้เปิดโลกทัศน์ของตัวเองให้กว้างขึ้น และได้มีโอกาสเผชิญกับโลกตัวเองมากขึ้น นับเป็นสิ่งที่ดีและเป็นกำไรของชีวิตเด็กๆ อย่างผมที่ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ หลายคนถามว่าผมได้อะไรบ้างจากการไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้? ผมได้เพื่อนที่รัก ผมได้ภาษา ผมได้ประสบการณ์ในต่างแดนที่หาได้ยาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อนที่ไปแลกเปลี่ยนด้วยกันทั้ง 15 คนที่คอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอมา ถ้าไม่มีพวกเค้าเหล่านี้ ผมคงไม่รู้ว่าชีวิตผมจะเป็นยังไง นี่เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนหนึ่งของชีวิตของผมทั้งปีในประเทศรัสเซีย ถึงแม้ว่าความรู้สึกของผมตอนนั้นจะบอกว่า “ผมไม่ชอบรัสเซีย” แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้มันย้ำว่า “รัสเซียคือครูคนใหม่ที่ไม่มีชอล์กสอนหน้ากระดาน แต่ครูคนนี้มีหน้าที่ส่งปัญหามาให้เราแก้และเสริมภูมิต้านทานให้เรา” ถึงแม้ว่าตอนนี้มันผ่านช่วงชีวิตนั้นมาแล้ว ตอนนี้ผมก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้มาปรับใช้และรอวันนั้นอีกครั้ง วันที่ผมจะกลับไปประเทศรัสเซีย!!
โอ๊ยยย อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ ได้รู้เรื่องของรัสเซียเยอะแยะมากมาย(ฮาด้วย) แต่แหม ช็อตที่เอาดอกไม้จำนวนเลขคู่ไปให้เพื่อนเนี่ย ไม่บอกไม่รู้จริงๆ นะว่าคนรัสเซียเค้าถือ เป็นความรู้ใหม่เลยค่ะ ยังไงก็ขอให้น้องโจ้ได้มีโอกาสกลับไปรัสเซียอีกในเร็ววันนะคะ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์สนุกๆ แบบนี้อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ อ่านบ้าง ก็รีบเขียนและส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ แล้วเจอกัน

TWITTER @PAYDEKD
32 ความคิดเห็น
ส่วน -35 องศา นี่ตายดีกว่า
อยากไปเซนปีเตอร์เบิร์กมั่ง ในรูปสวยจัง ^0^;
ว้ายยยยยย FC พี่โจ้ค่าา า แหมม ในรูปหล่อเชียวนะ
รูปที่ไปเซนต์ปีเตอร์สวยสดงดงามมาก(เราเคยเห็นแต่ในการ์ตูน 555)
พี่โจ้บรรยายสำนวนได้ชวนเคลิ้มมาก 55
ขอให้ได้กลับไปอีกครั้งเร็วๆ นะคะ >33
ปล. ไม่เห็นเล่าเรื่องความรักบ้างเลย อยากรู้ 55555 5
รัสเซียยากมาก Orz||
ปล.อยากไปรัสเซียมาก อิจฉานิดๆ (หัวเราะ)
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มกราคม 2556 / 22:13
เล่าสนุกมาก ทำพาร์ทสองได้มั้ย
ได้หลากรส หลายอารมณ์ ทั้งเศร้า เหงา มันส์ ฮา ปาจิงโกะ ฮ่าๆ
พี่คิดว่ามีน้อยคนที่จะรู้ข้อมูลจริงๆจังๆเกี่ยวกับประเทศรัสเซีย
ต้องขอบคุณน้องโจ้มากๆ ที่ทำให้พี่ได้เห็นอะไรใหม่ๆอีกมุมหนึ่งของประเทศนี้
ว่าแล้ว ก็อยากไปสัมผัสซักครั้ง .. ขอให้น้องได้กลับไปสมใจปรารถนานะคะ :)
ขอชมน้องว่าปรับตัวได้เก่งมาก มีความอดทน เพราะเคยอ่านมาบางคนโฮสบ่น โฮสว่านิดหน่อยก็น้อยใจขอเปลี่ยนโฮสแล้ว บางคนโฮสสอนภาษายังไปว่าเขาอีกว่าจ้ำจี้จ้ำไชเกินไป...
ส่วนตัวน้องพี่เชื่อว่านอกจากภาษารัสเซีย ที่มีคนพูดอยู่ไม่มากในประเทศไทยแล้ว น้องยังได้ประสบการณ์ชีวิตและความรู้ความสามารถด้านการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมด้วย
สุดยอดครับ
คิดถึงแกนะเว่ยย
โปรโมทสินค้านำเข้าจากต่างประเท
(ให้กับบริษัท ADM)
นักเรียน-นักศึกษา ช่วงเปิดเทอมหารายได้เสริม
สนใจกรอกข้อมุลเข้ามา ใข้เวลาว่างให้เกิดรายได้
ใช้เวลา 1-3 ชั่วโมง/วัน 3000-5000บาท/สัปดาห์
ใช้เวลา 4 ชั่วโมง/วันขึ้นไป 10000-30000บาท/เดือน
คลิ้ก h t t p:// w w w. o a n s d-a d m.c o m/
หมายเหตุ# กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและเบ
(จะมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทโท