ติดต่อพื้นที่โฆษณา / แนะนำบริการเรียนต่อนอก

บทความล่าสุดของเรียนต่อนอก ป.ตรี ประสบการณ์ทางบ้าน

ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆที่ี Tag ใกล้เคียง

ยังไม่มีเรื่องอื่น ๆ ที่มี Tag ใกล้เคียง

เรียนต่อนอก ป.ตรี ประสบการณ์ทางบ้าน

บทความนี้ โพสโดย


เรื่อง(จริง)ต้องรู้ก่อนไป "เรียนหมอที่จีน"...ดีจริงหรือไม่?!!

    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคยจ้า! เมื่อไม่นานมานี้ เด็กม.6 ทั้งหลายต้องเจอกับข้อสอบอันน่าจะปวดเศียรเวียนเฮดอย่าง 7 วิชาสามัญ อะไรคือสังฆชยันตี อะไรคืออานม้า อะไรคือ cornea??? โอ๊ย ออกจากห้องสอบถึงกับกุมขมับ แอบเห็นน้องที่อยากเข้าหมอหลายคนถึงกับซึมทีเดียว T^T
 
    อย่างที่น้องๆ คงรู้กันดีว่า การแข่งขันเข้าเรียนหมอในเมืองไทยนั้นแข่งขันกันสูงมากจริงๆ ค่ะ
บางคนอยากเรียนหมอมากจริงๆ ตั้งเป้าแล้วว่าชีวิตนี้ต้องเป็นหมอเท่านั้น แต่สุดท้ายสอบไม่ติด จะให้ไปเรียนคณะอื่นก็ไม่เอา ใจเราอยากจะเป็นหมอเท่านั้น ไม่อยากซิ่วด้วย แล้วจะทำยังไงดี?? ปัจจุบันการไปเรียนต่อหมอในเมืองนอกโดยเรียนเป็นหลักสูตรอินเตอร์(ภาษาอังกฤษ)นั้น ได้รับความนิยมในหมู่เด็กไทยมากเลยค่ะ ประเทศฮิตๆ ก็ไม่พ้นฟิลิปปินส์ รัสเซีย หรือแม้แต่ประเทศมหาอำนาจโลกอย่างจีนก็มีหลักสูตรแพทยศาสตร์แบบอินเตอร์เหมือนกัน วันนี้ประสบการณ์เด็กนอกจะขอพาน้องๆ ไปฟังประสบการณ์การเรียนหมอของรุ่นพี่ที่เพิ่งเข้าเป็นเฟรชชี่หมาดๆ ที่จีน ลองดูดีกว่าว่า เรียนหมอที่จีนนั้น ดีจริงมั้ย?



    สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว Dek-D  ชื่อ 'เมย์' นะคะ อายุ 19 แล้ว ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่คณะแพทยศาสตร์หลักสูตรภาษาอังกฤษ ที่ Dalian Medical University ปี 1 เทอม 1 ที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่แพทยสภาไทยรับรองค่ะ
 
    เมย์อยากเป็นหมอตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ถึงจะโตแล้ว แต่ก็ยังอยากเป็นหมอไม่เปลี่ยนอยู่ดี เมย์เป็นคนถ้าชอบอะไรจะหาข้อมูลจนถึงแก่น คือก็รู้อยู่แล้วว่าที่ไทยการแข่งขันสูงมาก ก็เลยเริ่มคิดว่าแล้วจะทำยังไงดีเพื่อให้เราได้เป็นหมอจริงๆ? แล้วช่วงม.6 เทอมหนึ่ง เมย์ก็หาข้อมูล หาโอกาส หาหนทางที่จะทำให้เมย์ได้เรียนหมอมากขึ้น ก็มาเจอแพทย์หลักสูตรอินเตอร์ค่ะ ด้วยตัวเมย์เคยไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ แล้วบ้านเมย์เป็นคนเชื้อสายจีน ทำให้มีเหตุผลและข้อดีมากมายเข้ามาในหัว แต่อีกใจก็คิดว่า ถ้าเราไปจีน แล้วเราจะได้อะไร? คือคิดไกลมาก...ถ้าสมมติเราไปจีนจริงๆ เราจะอยู่ได้ไหม? ไหวไหม? อาหารการกินล่ะ? สภาพแวดล้อมล่ะ? แบบถามตัวเองเยอะมาก แต่สุดท้าย...เราไปเรียนนะไม่ได้ไปเที่ยว ฮาาา แถมตอนที่เมย์สมัครไป เมย์โชว์เดี่ยวอีกต่างหาก ไม่มีเพื่อนร.ร.ให้อุ่นใจ ก็ห่วงนะ...แต่ก็คิดว่าเราก็ไม่ใช่คนมนุษย์สัมพันธ์แย่ ออกจะอัธยาศัยดีถึงดีมากด้วยซ้ำ คงไม่ห่วงเรื่องนี้ บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นใจไปแล้ว...
ถ้าฉันไม่ติดหมอรัฐบาลที่ไทย ฉันจะไปจีน!!! 


   
    แต่ระหว่างนั้นก็มีคนรอบข้างมาถามเยอะมาก ทั้งญาติ ทั้งผู้หวังดีแต่ไม่หวังดี(5555) ประมาณว่า ไปเรียนหมอที่จีนจะกลับมาทำงานที่ไทยได้เหรอ? จะสอบใบประกอบโรคศิลป์ผ่านเหรอ? ส่วนตัวเมย์คิดว่า ถ้ามหาวิทยาลัยที่เราจะไปเรียนไม่ดีจริง แพทยสภาคงไม่รับรองหลักสูตรให้หรอกค่ะ และอย่างที่บอกไปแล้วว่าเมย์ศึกษาข้อมูลหลายรอบมาก คิดเยอะมาก สอบถามรุ่นพี่หลายคน สุดท้ายก็ตัดสินใจมาค่ะ อีกเหตุผลนึงที่เลือกมาจีนก็เพราะว่า
อีกไม่นานจะเปิดอาเซียน หมอเป็นอาชีพที่ทุกประเทศขาดแคลน นอกจากจะได้ภาษาอังกฤษแล้ว เรายังมีโอกาสได้ภาษาจีนด้วย
   
    สำหรับการสมัครนั้น เมย์สมัครผ่านเอเจนซี่ค่ะ ใช้รูปถ่าย ใบสมัคร พาสปอร์ต ทรานสคริปต์ม.หกเทอม 1 ค่ะ แล้วก็เงินค่าสมัคร 5 พันบาท เมย์ยื่นไปช่วงธ.ค. พี่เอเจนซี่ที่ Prointered บอกว่าผลจะออกช่วงมี.ค.ซึ่งเป็นช่วงก่อนแอดมิดชั่น ใจนึงก็ชิล อีกใจก็ไม่ชิลค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมใจคิดว่ายังไงก็ต้องได้แน่ๆ ถึงแม้มันมีเปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ได้เหมือนกัน แถมเกรดรวมตอนม.หกเทอม 1 ก็ไม่ได้เยอะด้วย แต่ก็เอาไงเอากัน... จากนั้นเมย์ก็ใช้ชีวิตปกติ สอบปกติค่ะ 7 วิชาสามัญ แกท แพท แล้ว...มี.ค. ผ่านไป... เม.ย.ผ่านไป...พ.ค.....แอดมินชั่นประกาศแล้ว!!! ตึง!...แต่จีนยังไม่ตอบรับมาเลย TT
 
   จนผลแอดมิชชั่นออก เมย์แอดมิชชั่นติดคณะและสถาบันแห่งหนึ่ง ซึ่งเมย์รักสถาบันนี้มาก ปฎิญาณกับตนเองว่า ไม่ว่าฉันจะเรียนหรือจะทำงาน อย่างน้อยก็ขอทำงานหรือเรียนที่นี่สักครั้งในชีวิต....คือก็บอกแม่ว่า...เมย์ติดนะ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่ไปสัมภาษณ์ เพราะคือกลัว...ตอนนั้นบอกตรงๆ ถ้าเราไปสัมภาษณ์ที่นี่ แล้วถ้าเราติดที่จีน? แม่เรายังจะให้ไปจีนอยู่หรือป่าว? เพราะแม่อยากให้อยู่ไทยมากกว่า คิดนานมาก...จนตัดสินใจว่าไม่ไปสัมภาษณ์มหาลัยนั้น เพราะยังไงเราก็ไม่มีที่เรียน แม่ต้องให้เราไปเรียนที่จีนอยู่แล้ว กล้ามากทั้งๆ ที่ผลยังไม่ออก 555...

    คือมันเป็นช่วงนานมากค่ะ...เมย์โทรหาเอเจนซี่ทุกวัน ทุกอาทิตย์ วันเว้นวัน กลัวพี่เอเจนซี่จะรำคาญบ้าง พี่เขาก็บอกว่าพี่ก็เร่งให้ทุกวันแล้วน้องเมย์ น้องเมย์ใจเย็นๆ นะ พี่ตามให้ตลอด...ช่วงนั้นชีวิตเรื่อยเปื่อยมาก แบบอยากให้ถึงวันพรุ่งเร็วๆ เพื่อพี่เอเจนซี่จะโทรศัพท์มาบอกผลเรา...จนวันหนึ่งเมย์ก็โทรหาตามปกติ...และคำถามเดิมว่า..."พี่....ผลหนูมาหรือยังคะ?" พี่เขาก็ตอบคำตอบเดิมว่ายังไม่มาเลย จนประมาณห้าโมงครึ่ง พี่เขาโทรมาหาและบอกว่า “น้องเมย์ น้องเมย์ได้ผลตอบรับแล้วนะ น้องเมย์ติดแล้ว พี่เพิ่งได้มา พี่เลยโทรบอกน้องเมย์” ตอนนั้นซาบซึ้งมาก ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์โทรมาบอกหนู T^T

 
    นอกเรื่องมานาน...
สุดท้ายเมย์ก็ได้มาที่ต้าเหลียน ต้าเหลียนเป็นเมืองที่สวยค่ะ ธรรมชาติดี อากาศดีไปจนถึงหนาวมากค่ะ ที่นี่เขาจัดสวนได้สวยมาก สถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่อง...บอกเลยว่าเหมือนไม่ได้มาอยู่จีน ถ้าตัดตัวอักษรจีนออก บอกว่าอยู่ญี่ปุ่นหรือรัสเซียเมย์ก็เชื่อนะ(ที่นี่เคยเป็นเมืองขึ้นรัสเซียกับญี่ปุ่นค่ะ) ต้าเหลียนเป็นเมืองใหม่และทันสมัยค่ะ มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หอศิลป์ ใครอยากเล่นสกีก็มีให้เล่น สวนสนุกก็มี ถือว่าครบทุกอย่างเลยนะคะ แอบกระซิบว่าที่นี่เป็นแหล่งปลูกเชอร์รี่กับสตอเบอร์รี่ค่ะ ได้กินสตอเบอร์รี่แล้ว...อร่อยมว๊ากกกกกกกกกก ฟินไปสามโลกเลย ผลไม้ที่นี่อร่อยมากค่ะ ทั้งองุ่นไร้เม็ด หรืออย่างส้มโชกุนที่ไทยแพงมาก แต่ที่นี่ถูกมากค่ะ ตอนฤดูที่มันออกนะ เมย์ซื้อไว้กินเล่นเลย ทั้งส้ม สาลี่ บอกเลยว่าแตกต่างจากไทยมาก อร่อยมาก ทั้งๆ ที่ปกติเมย์เป็นคนไม่กินส้มค่ะ แต่มาอยู่นี่กินเยอะมากค่ะ

 
    สำหรับข้อเสียของต้าเหลียน ด้วยความที่เป็นเมืองใหม่ ทำให้เสื้อผ้า ของใช้อื่นๆ อาจจะแพงกว่าเมืองอื่น
แต่ไม่แตกต่างจากไทยมาก (แต่เราก็มีแหล่งของถูกค่ะ คล้ายพวกสำเพ็ง แพลทตินัมอะไรทำนองนี้ค่ะ)  ส่วนใครห่วงเรื่องห้องน้ำก็หายห่วงนะคะ พอใช้ได้เลย แต่ก็ไม่ได้สะอาดขนาดนั้น ส่วนเรื่องบุหรี่หรือเขาถุยน้ำลายต้องทำใจ อยู่ไปจะชินเอง...สูบจัดมาก ส่วนน้ำลายก็มีเสียงเตือนก่อนค่ะ ฮา อย่าหันไปเห็นก็พอ

   
    Dalian Medical University เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่นอกเมืองเลยนะคะ นั่งรถกว่าจะเข้าเมืองก็ 40 นาทีได้ ช่วงแรกเมย์ก็เข้าเมืองบ่อยนะ ว่างไม่มีอะไรทำ ไปเที่ยวอะไรแบบนี้ แต่พอหลังๆ นี่แบบ...การเที่ยวเล่นคืออะไรหรอ ไม่มีโหมดเหมือนสัปดาห์แรกเลย อยากกลับไปเที่ยวให้เยอะกว่านี้ 5555 

    มหาลัยอยู่บนภูเขา...ดังนั้นที่นี่เลยไม่ค่อยมีจักรยาน เพราะขี่กันไม่ไหวและทางก็ไม่อำนวยต่อจักรยานกันเท่าไรด้วยค่ะ เวลาไปไหนก็ต้องเดินแหละค่ะ แล้วมีทะเลด้วยนะ อย่างหอที่เมย์อยู่ ข้างนอกเป็นทะเล ข้างหลังเป็นภูเขา ฮวงจุ้ยและบรรยากาศดีเชียว ในมหาลัยนี่สะดวกสบายค่ะ ห้องสมุด โรงอาหาร ร้านผลไม้ ร้านโทรศัพท์ ร้านตัดผม เยอะแยะมากมาย  เดินออกไปข้างนอกหน่อยก็เป็นซีฟู้ดสตรีท มีร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า มีร้านขายอาหาร รถเข็นขายของกระจุกกระจิกด้วย แต่ไปตอนนี้คงไปไม่ไหวค่ะ เพราะอากาศหนาวค่ะ ติดลบทุกวัน วันไหนองศาเลขตัวเดียวนี้ชิลเลยนะคะ กินไอติมได้สบายๆ ฮา 
 
    สำหรับเรื่องการเรียนหมอ มาอาทิตย์แรกยังชิลๆ แต่ก็โดนรับน้องด้วยนะ รับโดยพี่คนไทยนี่แหละ ที่นี่มีเด็กไทยประมาณ 100 กว่าคน (เรียนหมอกับเรียนทันตะ) ตอนนี้รวมรุ่นเมย์ก็มีเด็กไทยรุ่นที่ 6 แล้ว มีกิจกรรมของเด็กไทย มีรับน้อง มีสายรหัส ถามว่าโหดไหม โหดบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่รุ่นพี่ทุกคนน่ารักมากเลยนะคะ มีอะไรช่วยตลอด ถามพี่ได้นะ ปรึกษาพี่ได้ พี่ๆ ทุกคนยินดีช่วยเสมอค่ะ ส่วนเพื่อนนิสัยดีทุกคนค่ะ ปกติการมีเพื่อนในแต่ละคลาสก็ต้องมีคนไม่ดีบ้าง แต่ที่นี่ถือว่าไม่มีเลยค่ะ ฮา ช่วยกันดูแลกันตลอด  ชีวิตที่นี่สนุกค่ะแต่ก็หนักมาก ก็มาเรียนหมอนี่เนอะ 



สำหรับวิชาที่เจอในเทอมแรก

คณิต - เนื้อหาไม่ยากเกินม.หกที่เรียนมาค่ะ ถือว่าง่ายกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่ซับซ้อนเท่า...รู้สึกขอบคุณเบาๆ นะคะที่โรงเรียนไทยสอนเนื้อหามาซะเยอะ ฮา
ภาษาจีน – เรียนตั้งแต่พื้นฐานค่ะ เหมือนเราเรียนภาษาอังกฤษแต่แค่มาเรียนจีน อาจารย์ยังสอนเป็นอังกฤษอยู่ค่ะ 
พละ – อาทิตย์นึงจะเรียน 2 คาบค่ะ ให้เล่นบาส วอลเลย์ หรือปิงปอง แต่หลังๆ เริ่มเล่นได้หลายๆ อย่างไม่บังคับ เวลาสอบก็มีแค่ผ่านกับไม่ผ่านค่ะ
อนาโตมี(กายวิภาคศาสตร์) – เทอมนี้เรียนประมาณ 2 บท พอเรียนจบบทก็สอบเก็บคะแนนค่ะ มีทั้งปรนัยและอัตนัย แต่เน้นอัตนัยมากกว่า ท่องหัวฟูกันทีเดียว มีแล็บอนาโตมีด้วยนะคะ แต่ก็ยังไม่ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่จริงๆ แค่ศึกษาที่เค้าผ่าไว้แล้ว อย่างโครงสร้างของกระดูก ก็เอากระดูกมาให้ดู อาจารย์ก็ชี้ให้ดู เราก็จะได้รู้ว่ารูปร่างของจริงเป็นยังไง เรียนจากของจริงน่ะค่ะ

    ส่วนคะแนนสอบที่นี่ตัดกันที่ 60 คะแนน การสอบอยู่ที่เล่าซือ(อาจารย์) ว่าจะสอบทีเดียว 100 คะแนนหรือจะสอบหลายรอบ หากสอบไม่ผ่าน เทอมหน้าก็ต้องสอบซ่อม เรียนซ่อม โดยแต่ละวิชาต้องจ่ายเงิน 300 หยวน(1,500 บาท) ยกเว้นวิชาภาษาจีนจะต้องจ่าย 600 หยวน(3,000 บาท) ถ้าไม่ผ่านอีกก็ต้องเก็บเอาไปสอบปี 6 ก่อนที่จะจบค่ะ...โหดนะ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย T__T
   
    มาที่เรื่องค่าใช้จ่าย  อย่างรุ่นเมย์จ่ายค่าเทอมปีละ 250,000/ปี แต่ปีแรกจะเพิ่มค่าหลายๆ อย่างบวกอีกไม่เกิน 3 หมื่นนะคะ ส่วนค่าหอ เมย์อยู่หอรวม จ่าย 55,000/ปี ห้องละสองคน มีเตียง มีโต๊ะ มีผ้าห่ม หมอน ตู้ ให้คนละชุด แล้วก็มีห้องน้ำในตัวอีก ส่วนค่าน้ำค่าไฟไม่เสียค่ะ ส่วนค่าอยู่กินอยู่ที่ตัวเราเองนะ ถ้าเป็นโรงอาหารมหาวิทยาลัย อาหารก็ประมาณ 7-8 หยวน(35-40 บาท) ราคาเท่าบ้านเรา แต่ปริมาณเยอะกว่าบ้านเรามาก อย่างข้าวผัดนี่เมย์กินสามมื้อยังได้เลยค่ะ จริงๆ แล้วค่ากินอยู่มันอยู่ที่เราจะฟุ่มเฟือยแค่ไหนมากกว่า จัดการการเงินยังไง ไปซื้อเสื้อผ้ารองเท้าหรือเปล่า เพราะอยู่มืองหนาวแต่งอะไรได้เยอะค่ะ ล่อตาล่อใจ อันนี้ก็น่ารัก อันนู้นก็น่ารัก

   
    สำหรับนิสัยคนจีนเท่าที่สัมผัส ตอนแรกบางคนอาจดูน่ากลัวค่ะ แต่บอกตรงๆ เลยว่าที่บางคนดูน่ากลัวเพราะการพูด คนจีนพูดเสียงดัง บางทีก็ทำให้น่ากลัว แต่จริงๆ น่ารักมากเลย ช่วงแรกๆ เมย์ไปหาพี่รหัสที่หอพักซึ่งเป็นหอชายล้วน ไปหาชูชู(คุณลุง)คุมหอ แบบมาแรกๆ เมย์พูดภาษาจีนก็ไม่ได้ แต่ชูชูก็เข้าใจ เปิดสมุดรายชื่อนักศึกษาให้ดูเลยค่ะ แล้วก็บอกตลอดคนนี้ไท่กั๋วเหริน(Taiguoren=คนไทย) ใช่หรือป่าว? สุดท้ายเมย์ก็ได้เจอพี่รหัสค่ะ คือคนจีนใจดีมาก พยายามช่วยเต็มที่

    หรืออีกเรื่องคือ มีวันหนึ่งหนาวมาก จะไปกินข้าวที่โรงอาหาร เจอชูชูที่ส่งน้ำพอดี แกก็บอกประมาณว่า ให้เราขึ้นรถ(เป็นรถกระบะส่งของเล็กๆ)มากับเค้าได้ เดี๋ยวเค้าไปส่งที่โรงอาหาร ทั้งๆ ที่แกไม่ได้ผ่านทางนั้นเลย หรือในวันรับน้อง เขาก็ตั้งภารกิจให้แต่ละกลุ่มไปพาคนจีน 5 คนมาทำกิจกรรมกัน มาตอนแรกเราก็พูดจีนไม่ได้ ไม่รู้จะสื่อสารกับเขายังไง คนจีนส่วนมากก็พยายามช่วยเราเต็มที่ค่ะ ประทับใจมาก .... ส่วนที่ไม่ประทับใจก็คงเป็นเรื่องการขับรถของคนที่นี่ค่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง บอกได้แค่ว่าน่ากลัว 5555 ตอนข้ามถนนนี่คนจีนอยากข้ามตรงไหนเค้าก็ข้ามเลยค่ะ น่ากลัวมาก
   
    สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนหมอที่จีน พี่ว่าก็เป็นอีกทางเลือกนึงค่ะ ถ้าน้องอยากเป็นหมอจริงๆ แถมได้ภาษาจีนกับอังกฤษเพื่อต้อนรับสมาคมอาเซียน ก็แนะนำให้มาที่จีนเลยค่ะ ฮา อ้อ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องเอเจนซี่โกงเงินเด็กที่สมัครไปเรียน ดังนั้นอยากให้ศึกษาประวัติเอเจนซี่ด้วย เขาส่งเด็กไปกี่คนแล้ว แล้วพอส่งไปแล้ว เขาดูแลยังไงบ้าง อยากให้น้องๆ ศึกษาให้ดีๆ มีอะไรสงสัยก็ปรึกษาได้นะคะ ที่@ayamemay หรือ @dream_dek ถ้าเฟสก็ Phiromruj Chairungpanya ส่วนอีเมล์ก็ may_and_my@hotmail.com ยินดีรับปรึกษา(ถ้าว่าง)
   
   


    ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ บางคนอาจจะเคยได้ยินว่าการเรียนหมอที่จีนไม่ได้คุณภาพหรือมีกระแสแอนตี้การเรียนหมอที่จีนอยู่บ้าง แต่ถ้าถามความเห็นของ
พี่เป้ พี่คิดว่า น้องควรศึกษาข้อมูลให้มากๆๆ พูดคุยกับรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ว่าการเรียนการสอนเป็นยังไง หรือควรหาโอกาสบินไปดูมหาวิทยาลัยหรือโรงพยาบาลที่เราจะต้องฝึกเลยค่ะว่าได้คุณภาพมั้ย .... บางคนอยากเป็นหมอจริงๆ แต่สอบไม่ติด อย่าก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมค่ะ มองดูรอบๆ ตัว มันต้องมีสักทางที่จะได้ทำฝันให้เป็นจริง สู้ๆ นะคะ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็เขียนและส่งมาได้เลยที่ pay@dek-d.com รออ่านอยู่จ้า^^
เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER @PAYDEKD


    »
  • บนสุด
  • อ่านความเห็นแรก
  • ไปโพสต์ความเห็น
  • บันทึกหน้านี้ใน My.iD
  • Print หน้านี้
ไม่ตกข่าวเรียนต่อนอก
X
Page 1 of 2 1 2 
  • ความคิดเห็นที่ 1

    good luck
    คุณผักกาด New Member
    • Name : คุณผักกาด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุณผักกาด [ IP : 223.207.198.201 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มกราคม 2556 / 08:36
  • ความคิดเห็นที่ 2

    อิจฉา อยากไปอยู่ต้าเหลียนมั่ง มีทั้งภูเขาทั้งทะเล

    xiujingggg Extra Member
    • Name : xiujingggg < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ xiujingggg [ IP : 42.244.35.61 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มกราคม 2556 / 18:05
  • ความคิดเห็นที่ 3

    แค่สมัครผ่านเอเจนซี่ แล้วรอให้เค้าส่งผลมาเหรอคะ ไม่ต้องสอบแข่งขันเหรอ
    nana ผู้เยี่ยมชม
    • Name : nana [ IP : 101.51.183.212 ]
    • Email / Msn: looknaamhaha(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 17 มกราคม 2556 / 21:42
  • ความคิดเห็นที่ 4

    ต้องมีวัดผลภาษาอังกฤษก่อนไปด้วยหรือเปล่าคะ
    ่Airino Popular Member
    • Name : ่Airino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ่Airino [ IP : 61.90.84.107 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มกราคม 2556 / 22:18
  • ความคิดเห็นที่ 5

    #3 ใช่แล้วจ้า #4 น่าจะพวกเกรดภาษาอังกฤษน้า
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 171.4.177.154 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 17 มกราคม 2556 / 22:22
  • ความคิดเห็นที่ 6

    แพทย์จีนรับเดกซิ่วมั้ยอ่ะคะ ช่วยตอบหน่อยนะคะ
    สาระ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : สาระ [ IP : 115.67.69.3 ]
    • Email / Msn: mer(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 18 มกราคม 2556 / 00:14
  • ความคิดเห็นที่ 7

    รับค่ะ
    Arin ผู้เยี่ยมชม
    • Name : Arin [ IP : 182.52.114.109 ]
    • Email / Msn: dai_naru(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 18 มกราคม 2556 / 02:17
  • ความคิดเห็นที่ 8

    พี่ค่าแร้วเค้ากำหนดเกรดรึป่าวค่ะว่าประมาณเท่าไร
    Med ผู้เยี่ยมชม
    • Name : Med [ IP : 171.4.143.48 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มกราคม 2556 / 12:38
  • ความคิดเห็นที่ 9

    พี่คะหนูศึกษามานานมากกกก
    เปิดเจอเว็บหนึ่งซึ่งเขาบอกว่ามีหลานเรียนหมอจีนอยู่

    คือหนูกลัวโดนหลอกอะค่ะ
    พี่พอจะบอกวิธีติดต่อกับเอเจนซี่ของพี่ได้ไหมคะคือหนูกลัวหลุดหมอที่นี่อะ
    punkpunk ผู้เยี่ยมชม
    • Name : punkpunk [ IP : 180.183.43.68 ]
    • Email / Msn: kunpink(แอท)gmail.com
    • วันที่: 18 มกราคม 2556 / 15:59
  • ความคิดเห็นที่ 10

    #8 แล้วแต่มหาลัยน้า อย่างของพี่ รับ3.2+ แต่ไม่รู้ปีนี้จะเพิ่มหรือป่าว #9 พี่ไม่มั่นใจ เพราะอย่างเอเจนซี่หลักๆที่พี่รู้จักแล้วก็ไว้ใจได้ ก็ประมาณนี้ ป้าดา studywiz prointered อย่างป้าดากับstudywizมีหลานเรียนจีนจริงค่ะ
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 171.4.179.219 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มกราคม 2556 / 19:15
  • ความคิดเห็นที่ 11

    อยากรุจังค่ะว่าสอบยากมากมั้ย และมีสอบอะไรบ้างคะ แล้วเค้ามีทดสอบภาษาอะไรบ้างไหมคะ
    be deceive New Member
    • Name : be deceive < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ be deceive [ IP : 171.100.82.60 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มกราคม 2556 / 20:41
  • ความคิดเห็นที่ 12

    คิดถึงพี่เมย์ อิอิ
    กบคุงง ผู้เยี่ยมชม
    • Name : กบคุงง [ IP : 125.26.44.79 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 มกราคม 2556 / 16:21
  • ความคิดเห็นที่ 13

    ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ *0*

    ป้าดาคือคนที่หนูบอกแหละค่ะว่ากลัวโดนหลอก ตอนนี้สบายใจึ้นแล้ว ขอบคุณพี่มากนะคะ 
    punkpunk ผู้เยี่ยมชม
    • Name : punkpunk [ IP : 180.183.141.76 ]
    • Email / Msn: kunpink(แอท)gmail.com
    • วันที่: 19 มกราคม 2556 / 20:48
  • ความคิดเห็นที่ 14

    คือ พี่สนใจส่งน้องไปเรียนเลยหาข้อมูล ก้อไปเจอข้อความหนึ่งในกระทู้เก่าๆของเด็กดีนี่แหละ พี่ว่าคิดดีๆก่อนน่ะอย่าเพิ่งโลกสวย นอนฝันหวาน ฟังหูไว้หู อ่านกระทู้นี้ก่อนน่ะ>>>>>>>>>>

    แนะนำจากคนที่เรียนแพทย์ที่เมืองจีน เด็กไทยที่จะมาเรียนแพทย์ ขอให้ระวังข้อมูลที่พวกน้องได้รับ มาจาก เอเจนซี่ ที่ โกหก หลอกลวง prointer studywiz เอเจนซี่อันหลังนี้ ถ้าน้องคงไหนหลงเชื่อ ไปสมัคร พี่บอกได้เลยว่า น้องอย่า มาเรียนแพทย์เลย เพราะแค่เริ่มต้นก็โดนมันหลอกแล้ว คิดให้รอบคอบ ถ้าเกรดต่ำมาก กว่าที่ควรจะเป็นแพทย์ แล้วโดนเอเจนซ๊่บอกว่า เข้ามหาลัยนี้ได้ เกรดต่ำไม่มีปัญหา เรียนได้ ถามหน่อย ว่า คิดกันบ้างหรือเปล่า เกรดเท่านี้ มหาลัยยังรับเข้าไปเรียน แล้วการเรียนการสอนจะไม่แย่หรือ ที่พี่ ได้ประสบกับตัวเองมาคือ มหาลัยที้มีรายชื่อต่อไปนี้ ไม่แน่นำให้เข้าเรียน อย่างเด็ด ขาด ถึงแพทย์สภารับรองแล้ว ก็รับรองแค่หลักสูตร ไม่ใช่การเรียนการสอน ถ้าไม่เข้าใจเรื่องการรับรองหลักสูตร แนะนำโทรหาแพทย์สภา หัวจง ต้าเหลียง สองมหาลัยนี้ เด็กไทยโดนเอเจนซี่ ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น หลอก แน่ว่าหลอก เลวมาก!!!!!!!!!!!!! การเรียนการสอน ห่วยที่สุด พยาบาลเมืองไทย ยังเรียนยากกว่าเลย แล้วก็ ถ้าสอบวิชาตก มหาลัยก็บอกว่า นั่นเดี่ยวให้คะแนนเพิ่ม หรือไม่ก็ ตัดคะแนนให้ต่ำลง หรือบ้างที เลวร้ายกว่า คือ ตกไม่เป็นไร เดี๋ยวให้ผ่านเลย ล่ะกัน จะได้ไม่เสียเวลา เรียน ดูมันทำ ถามหน่อย คิดว่า คุณภาพ อยู่ตรงไหน ความรู้น่ะได้จากสองมหาลัยนี้หรือเปล่า เราเตือนท่านแล้ว ช่วยฟังคำเตือนจากคนที่ประสบมา และจากเพื่อนหลายคนทางนี้ ที่ช่วยกันบอกความจริง แต่ก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไม เด็กถึงได้ โดนหลอก กันมามากมาย หรือเพราะว่า ความทะเยอทะยาน ที่อยากจะเป็นหมอ จนโดนเอเจนซี่หลอก สุดท้าย ก็ได้เรียนมหาลัยที่ไม่มีคุณภาพ แล้วก็ลาออก ถามหน่อย ภาษาอังกิด ภาษาจีน คิดว่า จะพูดอ่านออกได้มั๊ย ช่วยฟังกันหน่อย หัดฟังคำเตือนบ้าง อย่าคิดว่า หาข้อมูลมาดีแล้ว กว่าคนที่สัมผัสเมืองจีน ถ้าอยากเรียนจริง จะแนะนำ ให้ว่าที่ไหนน่าเรียน อันนี้แน่นอนว่ามีคุณภาพ แต่จะเข้ากันได้หรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับตัวน้อง Fudan university, Zhejiang university, Peking university<only chinese language> , Sun yat-sen university, Sichuan University are good. ทั้งหมดนี้ ใช้ ผล IELST ยื่นเข้าบวกกลับ ผลการเรียน 3.5 ขึ้น และบ้างทีมีการสอบสัมภาษณ์ ผลภาษาอังกิด ต้องอยู่ระหว่าง 6.0-7.0 ถ้าต่ำกว่า นี้ น้องก็ไปหาพวก เอเจนซี่ สองที่ ที่ได้กล่าวแล้ว ให้มันพาพวกน้องไปมหาลัย ที่เข้าง่าย แต่เรียนไปได้ สักพัก ก็จะรู้ว่า โดนมันหลอก หลอกว่า มหาลัยนี้มีคุณภาพ แพทย์สภารับรอง บอกเลย ว่า ปัญญาอ่อนมาก ถ้าน้องอยากเป็นคนโง่ ก็เอาเงินไปให้มันใช้ 60000 เป็นค่าสมัคร เพื่อที่จะทำให้น้องเข้าเรียนแพทย์ ในมหาลัย ที่ไม่มีอนาคต เตือนท่านแล้ว !!!!!!! ฟังบ้าง แล้วพวกคนที่ไม่ฟัง แล้วไปเรียนมหาลัยที่ห่วยๆ ก็ พี่ขอสมน้ำหน้า เลยล่ะกันว่า เตือนแล้ว ก็ยังโง่อีก !!!!! เป็นแพทย์ต้องไม่โง่น่ะค่ะ ต้องฉลาด เข้าใจมั๊ยค่ะ !!!!!!! เกลียด studywiz and prointer เลวมาก
    555 ผู้เยี่ยมชม
    <<<<<<<<ขอบคุณ คุณ555ที่ช่วยเล่าประสบการณ์จริง>>>>>>>
    Name : 555 [ IP : 183.2.108.186 ]
    Email / Msn: -
    วันที่: 19 มิถุนายน 2555 / 21:20
    หวังดีไม่ประสงค์ร้าย ผู้เยี่ยมชม
    • Name : หวังดีไม่ประสงค์ร้าย [ IP : 202.12.73.65 ]
    • Email / Msn: oom_chubby(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 19 มกราคม 2556 / 22:39
  • ความคิดเห็นที่ 15

    ก่อนสมัคร ขอดู course syllabus ให้ดีให้ละเอียดว่าการเรียนการสอนเป็นอย่างไร น่าเชื่อถือหรือไม่
    ที่สำคัญ เป็นการเรียนจากเคส จริง ตรวจคนไข้ จริง หรือเป็น independent study ซึ่งหมายถึงน้องต้องอ่านเองแล้วไปสอบ ลองนึกดูว่าการเป็นหมอต้องเกิดจากการฝึกฝนและปฎิบัติจริง ถ้าอ่านเองแล้วเป็นหมอได้ก็คงไม่ต้องไปเรียนแล้ว การรับรองหลักสูตรของแพทย์สภามีเปลี่ยนแปลง ยกเลิกตลอดเวลา ทางที่ดีไปปรึกษาและขอข้อมูลได้โดยตรงจากแพทยสภาก่อน เจ้าหน้าที่น่ารักและยินดีให้ข้อมูลทุกอย่าง อย่าเพิ่งเชื่อเอเจนซี่มาก
    หวังดี ผู้เยี่ยมชม
    • Name : หวังดี [ IP : 124.121.70.59 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 มกราคม 2556 / 15:06
  • ความคิดเห็นที่ 16

    สรุปยังไงนิ เชื่อใครดี
    ปลา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ปลา [ IP : 58.11.243.37 ]
    • Email / Msn: pa(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 20 มกราคม 2556 / 16:47
  • ความคิดเห็นที่ 17

    เพื่อนเราเกือบไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นมหาลัยอะไร
    แต่โทรไปเช็คกับทางแพทยสภาว่า ยังไม่รับรองอะไรนี่แหละ
    คือถ้าจบมาแล้ว ไม่ได่เป็นหมอที่มีใบประกอบโรคศิลป์ก็อย่าไปเลยนะเราว่า
    เราขอร้องล่ะ หาข้อมูลดีดีนะืเรียนตั้งหกปีืจบมาไม้ได้เป็นหมอน่ะแย่เลย
    ริน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ริน [ IP : 27.55.2.131 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 มกราคม 2556 / 22:32
  • ความคิดเห็นที่ 18

    #14 ขอโทษนะคะ ฝากถามเจ้าของคอมเมนต์ด้วยนะคะ ว่าคุณเคยไปเรียนหรือยัง??? ถ้าไม่ ถ้าฟังว่าเขาเล่าว่า...แล้วถ้าคุณเชื่อก็เชิญเลยค่ะ ในเมื่อขนาดคอมเมนต์คุณยังใช้ไอพีคอม ใช้นามแฝง แต่เราแสดงตน หน้าตาเป็นยังไงแค่นั้นแหละ^^ เพราะแบบไงเราเลยอยากออกมาพูด เพราะมีแต่คนชอบให้ข้อมูลมหาลัยเราผิดๆ เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องดิสเครดิตกันจัง//หัวเราะ ขอบอกน้องๆทุกคนที่อ่านคอมเมนต์ ณ ที่นี่ เราไม่ได้ค่าเอเจนซี่สักแดง เราเป็นนศพ.ธรรมดาคนหนึ่งที่แค่อยากออกมา'พูด'
    ชีวิตเราเป็นคนตัดสินเองมาเสมอและตลอด เพราะอย่างน้อยถ้าเป็นสิ่งที่เราเลือก เราคิดรอบคอบแล้ว เราคิดที่จะทำแล้ว เราก็จะทำ เพราะอย่างน้อยเราไม่ต้องมาเสียดายที่หลัง เสียดายโอกาสที่ผ่านไป หรือถ้ามันไม่ดี...ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเลือก แล้วเราก็เลือกไม่ผิด เราพูดได้แค่นี้^^ ปล.เอเจนซี่เราprointeredค่ะ เพื่อนเราstudywizก็เยอะแยะ


    #15 ในฐานะที่ก่อนหนูไป แม่หนูถามแพทยสภาตลอด แต่แพทยสภาไม่น่ารักอย่างที่หนูคิดเลยค่ะ แล้วพอหนูไปลงรายชื่อของรับรองให้มาสอบใบประกอบศิลป์ พนักงานบริการแย่มากค่ะ บางครั้งหนูก็เจ็บนะ ทำไมหรอ หนูอยากเป็นหมอที่ดี อยากช่วยประเทศชาติ ทั้งๆที่หมอขาดแคลน แต่คุณกลับเหยียดเรา หนูพูดความจริงทั้งหมด ถ้าอยากถามความกระจ่างกว่านี้ ก็แอดมาคุยได้เลยค่ะ หนูยินดี^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มกราคม 2556 / 13:41
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 223.206.207.52 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มกราคม 2556 / 13:50
  • ความคิดเห็นที่ 19

    #16 เชื่อในตัวเองค่ะ พี่พูดแค่นั้น ก่อนที่พี่จะมา พี่โดนหลายอย่างมาก จากผู้หวังดีเนี่ยแหละ

    #17 ขอโทษนะคะ มหาลัยไหนเ่อ่ย คือก่อนที่คิดจะสมัครไปเรียน เราบอกแล้วว่าให้หาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ว่ามหาลัยนั้นแพทยสภารับรองหรือป่าว ซึ่งมหาลัยเรารับรองเป็นหนึ่งในมหาลัยในจีนที่แพทยสภารับรองค่ะ ลองหาข้อมูลในเว็บแพทยสภาดูนะคะ
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 223.206.207.52 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มกราคม 2556 / 13:53
  • ความคิดเห็นที่ 20

    หนูแอดเฟสพี่ไม่ได้อ่ะคะ T_T ไม่มีให้แอดมีแต่ติดตามกับส่งข้อความ
    ถามในนี้เลยนะคะ T^T

    1. ถ้าไม่รู้จีนเลยไปจะรู้เรื่องไหมคะ? (คือเคยไปจีน2อาทิตย์ พอพูดได้ ย้ำค่ะ แค่พอพูดได้แบบไม่มากอะคะ แต่เวลาเค้าคุยกัน มันเร็ว ฟังไม่ทัน เหล่าซือทรานเสลตตลอด- -*)
    2. หาเพื่อนยากไหมคะ ส่วนใหญ่เป็นคนไทยหรือจีน 'O'
    3. มีทุนไหมคะ 55555 จะได้ช่วยแบ่งเบาพ่อแม่ได้บ้าง 


      


    oliviamore New Member
    • Name : oliviamore < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oliviamore [ IP : 180.180.65.107 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มกราคม 2556 / 19:08
  • ความคิดเห็นที่ 21

    ส่งข้อความมาหาพี่ เด๋วพี่แอดไปก็ได้จ้ะ^^
    1. ถ้าไม่รู้จีนเลยไปจะรู้เรื่องไหมคะ? (คือเคยไปจีน2อาทิตย์ พอพูดได้ ย้ำค่ะ แค่พอพูดได้แบบไม่มากอะคะ แต่เวลาเค้าคุยกัน มันเร็ว ฟังไม่ทัน เหล่าซือทรานเสลตตลอด- -*)
    - พี่ไปก็ได้แค่พินอินนะจ้ะ ไม่จำเป็นต้องเก่งจีนนะ เพราะที่นี่เขาสอนให้ใหม่อยู่แล้ว

    2. หาเพื่อนยากไหมคะ ส่วนใหญ่เป็นคนไทยหรือจีน 'O'
    - ส่วนใหญ่จะต่างชาติกับคนไทยเนี่ยแหละ เพราะเป็นคลาสอินเตอร์ ถ้าหนูอัธยาศัยไม่เลวร้ายก็มีอยู่แล้ว ฮา
    3. มีทุนไหมคะ 55555 จะได้ช่วยแบ่งเบาพ่อแม่ได้บ้าง
    - มีค่ะ แต่หนูต้องไปเรียนก่อน ถ้าหนูได้คะแนนหนึ่งถึงสามอันดับแรกของรุ่นนะ หนูก็จะได้จ้า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มกราคม 2556 / 18:24
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 223.206.207.52 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 21 มกราคม 2556 / 20:32
  • ความคิดเห็นที่ 22

    พี่ค่ะ อยากรู้ว่าเกรดของพี่มันเท่าไรอ่ะ แล้วที่เขาตัดสินมันมีอะไรช่วยเราได้บ้างค่ะ
    พอดีหนูเรียนซินเซิงค่ะ เลยอยากไปเรียนที่นั้นด้วย ถ้าเป็นทันตแพทย์ละค่ะ
    แอดมาหาหนูทีนะค่ะ no_ja1996@hotmail.com
    natchaya ผู้เยี่ยมชม
    • Name : natchaya [ IP : 171.4.207.40 ]
    • Email / Msn: no_ja1996(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 21 มกราคม 2556 / 21:27
  • ความคิดเห็นที่ 23

    เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ จ้ะ..

    ที่มา/ผู้ประกาศ : แพทยสภา
    วันที่ : 14 มิ.ย 2555




    แพทย์หญิงประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภา ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการ แพทยสภา ครั้งที่ ๖/๒๕๕๕ วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ว่า นักเรียนอยากศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ และนิยมไปศึกษาแพทยศาสตร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่แพงมากนัก และมีผู้ประสานงานรับดาเนินการเกี่ยวกับการสมัครศึกษาต่อให้อย่างสะดวก จึงขอฝากเตือนผู้ปกครองที่กาลังคิดส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อในประเทศดังกล่าว ให้ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบจากเว็บไซด์ของแพทยสภา (www. tmc.or.th) และวางแผนการเรียนล่วงหน้าก่อนตกลงใจสมัครไปศึกษา นอกจากนี้ตัวนักเรียนเองต้องมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาจีนในระดับอ่านออก พูด และเขียนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้หลักสูตรการเรียนการสอนในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน โดยในระดับปรีคลินิกจะเป็นการสอนแบบบรรยายควบคู่กับการปฏิบัติการ ไม่ใช่การเรียนแบบผสมผสานเหมือนในประเทศไทย และแม้ว่าทางสถาบันจะแจ้งว่าเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Program) แต่ในความเป็นจริงการเรียนการสอนเวชปฏิบัติในระดับคลินิกนั้นจะมีการใช้ภาษาจีนด้วยเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับบุคลากรในโรงพยาบาล ผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งภาษาที่ใช้ในการเขียนเวชระเบียนภายในโรงพยาบาล การสั่งยา ฯลฯ ซึ่งจะต้องใช้ภาษาจีนทั้งสิ้น ทาให้เกิดปัญหาคนไข้และญาติไม่สามารถสื่อสารกับนักศึกษาแพทย์ได้ เมื่อไม่เข้าใจภาษาก็ไม่สามารถวินิจฉัยและเรียนรู้แนวทางการรักษาโรคได้ ถึงแม้ว่าทางสถาบันจะจัดล่ามไว้ช่วยแปลภาษาให้ แต่มีจานวนไม่เพียงพอ ผลที่ตามมาก็คือนักศึกษาที่ไปเรียนไม่สามารถเรียนได้ต้องลาออกกลางคัน เสียเวลาและค่าใช้จ่าย ดังนั้น ผู้ปกครองและนักเรียนที่คิดจะไปศึกษาที่ประเทศดังกล่าว ควรจะต้องติดตามประเมินจากรุ่นพี่ที่ไปเรียนอยู่แล้วว่าประสบปัญหาอย่างไร และที่สถาบันใด โดยเฉพาะหากไปเพื่อกลับมาเป็นแพทย์รักษาในประเทศไทย จะต้องเข้าสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยควรเข้าสอบแต่ละขั้นตอนเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้จากข้อมูลที่มีอยู่ที่แพทยสภาผลการสอบของนักศึกษาที่ไปเรียนแล้วกลับมาสอบ ขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 ยังไม่ประสบความสาเร็จ

    แพทย์หญิงประสบศรี อึ้งถาวร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ แพทยสภาได้รับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและโรงพยาบาลที่ใช้ฝึกปฏิบัติงานชั้นคลินิก ของสาธารณรัฐประชาชนจีนไปแล้วจานวน ๑๓ แห่ง โดยการรับรองดังกล่าว พิจารณาจากโครงสร้างของหลักสูตร จานวนหน่วยกิต และรายวิชาที่มีการเรียนการสอนเทียบเคียงได้กับหลักสูตรแพทยศาสตร์ในประเทศไทย แต่ไม่สามารถลงลึกไปในเรื่องการบริหารจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถาบันได้ ปัจจุบันมีนักศึกษาที่กาลังศึกษาอยู่และมาขึ้นทะเบียนไว้ที่แพทยสภาทั้งสิ้น ๓๔๙ คน อยู่ในระดับชั้นปีที่ ๑,๒ และ ๓ จานวน ๓๓๗ คน อยู่ในระดับปีที่ ๔,๕, และ ๖ จานวน ๑๒ คน มีนักศึกษาลาออกกลางคันในระดับปีที่ ๓ แล้วจานวน ๓ คน อย่างไรก็ตาม อาจจะยังมีนักศึกษาที่ไปเรียนแล้วแต่ไม่ได้มาขึ้นทะเบียนไว้ที่แพทยสภา หรือไปเรียนแล้วลาออกอีกจานวนมาก โดยที่ไม่ได้แจ้งให้แพทยสภาทราบ
    ไร้เดียงสา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ไร้เดียงสา [ IP : 115.67.226.63 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 22 มกราคม 2556 / 11:44
  • ความคิดเห็นที่ 24

    #22 แอดพี่มาได้ไหมลูก ส่งเมล์มาก็ได้น้า ตามเมล์ข้างบนจ้า^^

    #23 เราเจอกันบ่อยนะคะ ไม่ได้หมายถึงเคยตอบคอมเมนต์ แต่เห็นเกี่ยวกับเรื่องหมอที่จีน เราเจอ#14กับแบบ#23อยู่มากค่ะ พูดตามตรงคือ ช่วงคลินิกต้องคุยกับคนจีนอยู่แล้วค่ะ ก็เขาประเทศจีนนี่นา ดังนั้นช่วงคลินิกถึงต้องปูพื้นฐานภาษาจีนเพื่อไปเรียนต่อคุยกับคนไข้ได้ไงค่ะ ส่วนที่ลาออกมา ไม่ใช่ประเด็นเพราะอะไรหรอก ไม่สามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมได้ หรือ เรียนไม่ไหวก็มี แล้วเรื่องใบประกอบโรคศิลป์นะคะ อย่างม.เราก็ปีสูงสุดคือปีสี่(เทียบตามไทยนะคะ ซึ่งมีเพียง3คน) ต่อมาก็คือปีสามเทอม1ค่ะ นี่คือเหตุผลที่เราออกมาพูดไงค่ะ เพราะมีแต่ข้อมูลผิด แต่เหมือนตัวเองไปเรียนมาแล้วซะงั้น
    ก่อนเราจะตัดสินใจไป ตอนไปปฐมนิเทศก็เชิญแพทยสภามาตอบคำถามเลยค่ะ...

    ดังนั้นถ้าสงสัยอะไรอีก กรุณาแอดมาคุยกับเราตรงๆ อย่าใช้นามแฝง ใช้ไอพีคอม ไม่แสดงตัวตนเลยค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าไม่รับผิดชอบการแสดงความคิดเห็นของตนเองเลย อยู่ดีๆก็มาแปะแล้วก็จากไป

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มกราคม 2556 / 18:24
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 223.205.185.159 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 22 มกราคม 2556 / 18:23
  • ความคิดเห็นที่ 25

    แล้วต้องเก่งภาษาอังกฤษมากไหมคะ 
    ห่วงเรื่องการสื่อสารนะคะ TT
    dtsngammm New Member
    • Name : dtsngammm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dtsngammm [ IP : 223.206.234.122 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 22 มกราคม 2556 / 21:16
  • ความเห็นที่ 26 - ลบโดย Webmaster
  • ความคิดเห็นที่ 27

    เราเรียนอยู่ที่จีน หลักสูตรแพทย์ขอบอกไรหน่อยนะ ถึงเด็กที่มาที่จีนส่วนมากเป็นเด็กที่สอบไม่ติดแพทย์ที่เมืองไทย แต่อย่างน้อยมาเรียนที่นี่ก็ต้องมีความพยายามและความขยันไม่แพ้คนที่เรียนแพทย์ที่ไทย เพราะคุณคงไม่อยากตก ไม่อยากเรียนซ้ำ หรือแม้กระทั่งไม่อยากเสียเงินค่าเทอมฟรีๆ แต่ไม่ได้ความรู้ เราเรียนที่นี่ก็ต้องขยัน อ่านหนังสือ มันก็กดดันเหมือนกันนะ เพราะหลายคนบอกว่าเรียนหมอที่จีนจบมาคงสอบใบว.ไม่ได้ เราจะบอกว่านั่นมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน ความรู้ที่สั่งสมจากห้องเรียนและการหาความรู้เพิ่มเติม มหาลัยไม่ได้ห่วยหรือสอนไม่ดี แต่อยู่ที่เด็กจะเก็บเกี่ยวได้ขนาดไหน ถึงจะไม่มีการสอบเข้า แต่ถ้าคุณเข้ามาเรียนจะรู้ว่ามันก็ไม่ได้ง่าย จริงอยู่ว่าบางครั้งข้อความมันง่าย หรือคุณคิดว่าเรียนพยาบาลที่ไทยยังยากกว่า คุณลองมาเรียนซิ จะได้รู้ว่ามันยากไหม มาเรียนได้ขึ้นชื่อว่านักศึกษาแพทย์ แต่จะจบไปเป็นแพทย์ไหมนั่นอีกเรื่องนึง อยู่ที่ความพยายามของแต่ละคน ไม่ใช่ที่มหาลัยเพียงอย่างเดียว ว่าว่าอาจารย์สอนไม่ดี ถามว่าเข้าเรียนทุกคาบไหม สนใจที่อาจารย์สอนไหม บอกว่าข้อสอบง่าย หรือสอบตกก็ผ่านง่ายๆ ถามจริงอยากจบแบบว่าสอบผ่านแต่ไม่มีความรู้ใช่ไหม โตแล้วคิดได้นิ ส่วนเรื่องการฝึกงานก็ฝึกในรพ.จีน เจอคนไข้จีน ดังนั้นต้องพูดภาษาจีนเป็น เพราะถ้าพูดไม่เป็นจะไปสื่อสารกับคนไข้ยังไง จะได้ความรู้จะการออกรพ.หรอ จริงอยู่มาตอนแรกอาจจะพูดไม่ได้ แต่ทางมหาลัยเค้าก็สอนนิ ก็แค่ตั้งใจ ฝึกเขียน ฝึกพูดเยอะๆ เก็บเกี่ยวจากห้องเรียนให้มากที่สุด แล้วก็หมั่นฝึกฝนเยอะๆ แค่นี้ก็ได้แล้ว แต่เด็กส่วนใหญ่มักคิดว่าภาษาจีนง่าย แต่ความจริงแล้วถ้าได้ฝึกงานที่รพ.จะรู้ว่าศัพท์ที่เรียนมาใช้ได้หมดทุกคำ! คนที่มาเรียนที่นี่จะสามารถพูดได้ทั้งจีนและอังกฤษ เราบอกเลยว่าจริง เพราะได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนต่างชาติ พูดภาษาจีนกับคนจีน ถ้ามีความกล้าแสดงออก กล้าที่จะพูด เรื่องภาษาจะไม่ใช่ปัญหากับเราเลย ปล. อย่าโทษมหาลัยหรืออะเจนซี เพราะทั้งนี้การตัดสินใจอยู่ที่ผู้ปกคองและตัวนักเรียนเอง ถ้าคิดจะมาเรียนก็ต้องตั้งใจ ไม่ใช่ทำตัวชิล หรือคิดว่าถ้าเรียนไม่ไหว อาจารย์สอนไม่ดี มหาลัยแย่ก็ลาออก อย่าเพิ่งโทษคนอื่นหากยังไม่มองตัวเราเองว่าเราพยายามแล้วหรือยัง มีอะไรถามเราได้ ยินดีตอบคำถาม และให้ความช่วยเหลือสำหรับคนที่จะมาเรียนที่จีนนะจ้ะ จะติดต่อทางID หรือ mep_angle@hotmail.com
    ibajung Extra Member
    • Name : ibajung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ibajung [ IP : 125.27.19.125 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 23 มกราคม 2556 / 10:16
  • ความคิดเห็นที่ 28

    พี่เรียนอยู่ที่หัวจง เพิ่งสอบฮิสโตม่หมาดๆ กำลังจะขึ้นปีสองเทอมสองเเล้ว ที่ว่าสอบตกเเล้วให้ผ่าน ไม่มีนะคะ ขอย้ำ ตกคือตก ไปซ่อมเอา ที่พูดมาขางบนน่ะ มั่วมากไม่เหนจิงเลย เรียนมาขนาดนี้ เพื่อนพี่ตกเยอะเเยะ ขนาดเเลบฮิสโตถ้าคะเเนนเน่า ก็ไม่มีสิทธ์สอบ เเลคเชอด้วย วันนี้มีเพื่อนหลายคน ที่ไม่ได้สอบเเลคเชอ เพราะคะเเนนเเลบไม่ถึงเกณฑ์ ที่หัวจงปีที่เเล้วมีปัญหาคะ เค้าว่าต้องฝึกงานเป็นภาษาจีน เเล้วก็กลัวเรื่องสอบใบประกอบโรคไม่ผ่าน คนมีปัญหาเยอะลาออกไปเเล้วคะ เพื่อนพี่บางคนก็ลาออกเเล้ว เเต่ไปเรียนย่างอื่นเเทนไม่ใช่หมอ เพราะมันยากไงที่นอ่ะ มันเหมือนราม เหมือนเอเเบค เข้าง่ายเเต่จบยากนะ ของพวกนี้ขึ้นยุกะตัวน้องคะ พยายามเท่านั้นเองที่จะช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จ อย่าไปฟังคนอื่น ตัดสินใจเอง คิดดีดี พี่ทิ้งไลนไว้ให้นะ สำหรับคนที่อยากปรึกษา ลองมาคุยดู jinmaneeb ลงชื่อ กะอีเมลด้วย ไม่ได้หลอกเเน่นอนคะ
    Toey ผู้เยี่ยมชม
    • Name : Toey [ IP : 58.48.110.208 ]
    • Email / Msn: Toeybuzz(แอท)gmail.com
    • วันที่: 23 มกราคม 2556 / 11:33
  • ความคิดเห็นที่ 29

    มีใครเคยเห็น หมอที่จบจากจีน แล้วมาทำงานในเมืองไทย ได้บ้าง ลองบอกว่าสักชื่อสิ ???
    เรียนจบมาแล้วจะทำงานที่จีนก็ไม่ได้ กลับมาทำงานเมืองไทยก็มาตรฐานไม่ถึง ไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงาน แล้วจะไปทำไม ???
    เราไม่ได้มีปัญหาอะไร กับ เอเจนซี่ แต่อยากจะสกิดให้คิดก่อนตัดสินใจ"""
    ไร้เดียงสา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ไร้เดียงสา [ IP : 115.67.100.41 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 23 มกราคม 2556 / 12:35
  • ความคิดเห็นที่ 30

    เอาตรงๆ เคยได้ยินมาค่ะว่า จบหมอที่ไหนก็เหมือนกัน เพียงแค่เป็นแพทย์ที่ดีได้ไหม แพทย์ก็คือแพทย์ จะอยู่ที่ไหนก็คือแพทย์ค่ะ หรือว่าคนไข้เลือกหมอคะ"หมอจบจากที่ไหนคะจบจากที่นั่นไม่ให้ตรวจมีไหมคะ? อย่าอคติกับเพียงแค่มหาวิทยาลัยหรือแค่แพทย์สภารับรอง แค่จบมาแล้วเป็นแพทย์ อยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มันทำได้ทุกที่ค่ะ ไม่ใช่แค่สอบใบประกอบวิชาชีพแค่ทำงานในเมืองไทย

    อย่าเป็นหมอเพราะเห็นเป็นอาชีพสูง
    อย่าเป็นหมอเพราะคนจูงให้เข้าหา
    อย่าเป็นหมอเพราะชื่อเสียงและเงินตรา
    อย่าเป็นหมอเพราะบุพการีให้เป็น
    จงเป็นหมอเพราะจิตวิญญาณมี
    จงเป็นหมอที่ดีไปทุกหน
    จงเป็นหมอที่พร้อมช่วยเหลือคน
    จงเป็นหมอที่พลีตนเพื่อประชา
    อย่าเป็นหมอเพราะมีคนกราบไหว้
    อย่าเป็นหมอให้เขารู้ว่า เรา เจ๋ง
    อย่าเป็นหมอเพราะไม่มีอะไรเป็น
    อย่าเป็นหมอเพราะดูเด่นกว่าใครๆ
    จงเป็นหมอเพราะเป็นด้วยใจรัก
    จงเป็นหมอเพราะอยากช่วยคนทุกข์เข็ญ
    จงเป็นหมอที่สมหมอควรจะเป็น
    จงเป็นหมอที่ดีเด่นจนวันตาย

    พี่copyมาให้อ่านค่ะ ขอให้ทุกคนเรียนแพทย์ และเป็นแพทย์ที่ดีค่ะ
    sodanam ผู้เยี่ยมชม
    • Name : sodanam [ IP : 49.49.201.209 ]
    • Email / Msn: soda.nam(แอท)msn.com
    • วันที่: 23 มกราคม 2556 / 13:57
  • ความคิดเห็นที่ 31

    ขอบคุณทุกๆคนที่มาให้ข้อมูลและประสบการณ์ให้น้องๆ

    #29 คุณยังอ่านแล้วไม่เข้าใจหรอคะ? เราแนะนำให้อ่านกระทู้ตั้งแต่คห.แรกจนถึงคห.นี้ให้ซ้ำมากกว่าสามรอบนะคะ เราไม่รู้หรอกว่าคุณมีอคติอะไรหรือป่าว ถึงจองเวรจองกรรมกันถึงขนาดนี้//หัวเราะ

    เราอยากถามว่ามาตรฐานของไทยคืออะไรหรอคะ?? คุณรู้ไหมว่าเพิ่งแพทยสภาไทยรับรองที่จีนอย่างน้อยก็ไม่เกิน4-5ปีในแต่ละมหาลัย แต่ใช่ว่ามหาลัยที่เปิดหลักสูตรอินเตอร์เพิ่งมาเปิดเสียเมื่อไร ไม่มีที่ไหนรับเข้า แค่ในประเทศไทยเท่านั้นใช่ไหมละ? ก็ไม่ใช่ว่าโลกนี้มีแค่ประเทศไทยประเทศเดียวเสียหน่อย เราว่าแค่ได้อังกฤษกับจีนก็ได้หลายประเทศแล้ว หมอเป็นอาชีพที่ขาดแคลนที่หลายประเทศต้องการ^^

    ก็เพราะมีคุณนี่แหละ สร้างข่าวเสื่อมเสีย ก็เลยต้องออกมาพูดไงคะ??

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มกราคม 2556 / 20:51
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 223.205.50.140 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 23 มกราคม 2556 / 20:49
  • ความเห็นที่ 32 - ลบโดย เจ้าของความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่ 33

    สงสัยว่าความเห็นนี้ คงจะไปกระทบผลประโยชน์ของใคร เข้าแล้ว """
    น้อง ๆ ก็ลองพิจารณาเอง และหาข้อมูลเยอะ ๆ ก่อนตัดสินใจ อย่ามองแต่มุมที่สวยงาม ที่ได้ยิน
    ขอรายละเอียดจากหน่วยงานที่เป็นกลาง จากคนที่ไปเรียนจริง มีตัวตนจริง ไม่อุปโลกน์ และไม่มีผลประโยชน์เคลือบแฝง
    การเป็นหมอ ต้องพร้อมจริงทั้งตอนเรียน และ จบมาทำงาน และการยอมรับของสังคมบ้านเรา คงไม่ใช่สักแต่ไปเรียน แต่จบมาแล้วทำอะไรไม่ได้ แค่ GP (หมอทั่วไป) เดี๋ยวนี้หากินไม่ได้แล้วครับ ครั้นจะเรียนต่อเฉพาะทาง ... ถามหน่อยเถอะ จะมีสถาบันไหนรับแพทย์ที่จบจากจีน ลำพังแพทย์ของไทยเองก็แย่งกันเข้าเรียนจนจะเหยียบกันตายอยู่แล้ว
    ตอนนี้การพิจารณารับแพทย์สักคนของแต่ละ รพ.ละเอียดและเข้มงวดมาก เพราะกลัวปัญหาการฟ้องร้อง หากน้องเป็นผู้บริหาร รพ.และมีโอกาสเลือกแพทย์น้องจะเลือกใครระหว่างหมอที่จบไทย กับหมอจบจากจีน ??

    การตามหาความฝันเป็นสิ่งดี แต่ถ้าเดินหลงทางจะเสียทั้งเวลา เสียเงิน และเสียค่าโง่ ที่ไม่มีใครรับผิดชอบนอกจากตัวน้องเอง
    ไร้เดียงสา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ไร้เดียงสา [ IP : 124.122.203.243 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 23 มกราคม 2556 / 23:07
  • ความคิดเห็นที่ 34

    เราถึงบอกเสมอแหละค่ะ ว่าให้ตัดสินใจเอง ด้วยตัวเอง และยอมรับถ้ามันหากไม่ดีอย่างที่หวังไว้ แต่ก็อย่างน้อยถ้าัมั่นใจสิ่งที่เลือกเอง ก็เดินไปเถอะค่ะ ไม่รู้สิ เราอยากให้ถ้าฝันแล้วมันเป็นความฝันที่อยากทำจริงๆ ก็อยากให้น้องๆเดินตามที่น้องตัดสินใจนั้นแหละ เพราะสิ่งเดียวที่สามารถสร้างอนาคตของตัวเองได้คือตัวเอง และไม่สามารถมีแค่ตัดสินใจแทนน้องได้^^ #33 เราบอกไว้ที่นี่ ว่าเราไม่ได้ประโยชน์อะไรทั้งนั้นนะคะ ขอบคุณค่ะ
    +Ayame+ Superstar Member
    • Name : +Ayame+ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +Ayame+ [ IP : 171.4.141.211 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 24 มกราคม 2556 / 17:14
  • ความคิดเห็นที่ 35

    เอ่อ อยากไปเรียนจีนค่ะ แต่ไม่ได้อยากเป็นหมอ อยากเรียนภาษา (ดูไม่เกี่ยวข้องกับกระทู้นี้เท่าไร555)
    ตอนนี้โคตรสับสนเลย คือม.หกแล้วจะจบอยู่แล้วเนี่ยอยากจะรอผลที่ไทย แต่ก็คิดว่าอยากเรียนภาษาจีนและได้ใช้จริงๆ
    อยู่เมืองไทยนี่แทบไม่ได้พูดเหล่าซือคนจีนก็พูดไทยชัดกว่าเราอีก=_______=
    แต่ก็คิดว่าไปเมืองจีนก็ไม่ได้อยากจะเรียน คณะภาษาจีน คือแบบความรู้สึกเราอยู่เมืองจีนยังไงก็ต้องได้พูดได้ใช้ภาษาอยู่แล้วอ่ะ แต่ก็ไม่รู้จะเรียนคณะไร โอยจะบ้าตาย
    สนใจต้าเหลียนมากกกกก เพราะเท่าที่เคยอ่านเป็นเมืองที่คนไทยยังน้อยอยู่ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ค่าครองชีพก็ไม่สูงเท่าไร
    แต่ก็ชอบกวางตุ้งอ่ะ อยากพูดจีนกวางตุ้งได้ ชอบ Sun Yat Sen University แต่จะเข้ายังไงนี่สิ ไม่ชอบเอเจนซี่เลยซักที่ เพื่อนแม่ที่เป็นคนจีนบอกให้ไปเจ้อเจียงนางจบที่นี่เป็นม.ที่ดีและดังมากท้อป3ของจีน นางบอกไม่ต้องผ่านอะไรทั้งนั้นกรอกข้อมูลผ่านเว็บคือจบ เค้าไม่เอาไรกับเด็กต่างชาติมากหรอก
    ฮือออสับสน
    อยากขอทุนรัฐบาลจีน แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เอกสารเยอะเหลือเกิน
    สุดท้ายที่คิดไว้คือติดมหาลัยที่นี่แล้วไปตอนซัมเมอร์ บ่นไมตั้งยาว555555

    ---------------
    เรื่องการเรียนแพทย์ที่เมืองจีน เหล่าซือเราคนจีนก็ไม่แนะนำ เอาเป็นว่าไม่มีใครรู้ดีเท่าคนที่ได้เรียนจริงหรอก
    ผ่่านมาาาาาาา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ผ่่านมาาาาาาา [ IP : 58.64.95.69 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 27 มกราคม 2556 / 09:59
  • ความคิดเห็นที่ 36

    ฉันมีลูกสาวเรียนแพทย์ที่จีนผ่านอีเจนซี่ที่กล่าวกันนี้แหละค่ะ เด็กรุ่นใหม่ที่มีฝัน จงตามฝันของตัวเองให้เจอ อย่าไปห่วงเรื่องอื่น ห่วงเพียงแค่ตามฝันให้เจอ อนาคตไม่แน่นอน ในเมื่อมีโอกาส จงให้โอกาสกับตัวเอง ในเมื่อเมืองไทยปิดกั้นโอกาสเรา จงปรับเปลี่ยนทัศนะ ครูที่สอนนักเรียนทุกคนมุ่งหวังให้ศิษย์ได้ดีทั้งนั้น ทั้งนี้เพราะครูก็ต้องการชื่อเสียงจากลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ ถ้าศิษย์รับความรู้ได้ดีครูก็ภาคภูมิใจ อ้อมีนักเรียนแพทย์ที่จีนสอบใบประกอบโรคศิลป์ขั้นที่ ๑ ผ่านแล้วจำนวนมาก ลองพิจารณาดูนะคะ ให้กำลังใจสำหรับคนที่มีฝัน
    sa-at ผู้เยี่ยมชม
    • Name : sa-at [ IP : 171.5.218.206 ]
    • Email / Msn: sa-at_ja(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:31
  • ความคิดเห็นที่ 37

    พี่เมย์ ><// สู้ๆค่า กระทู้นี้ดราม่าจัง จำหนูได้ป้ะเอ่ย ?? ผักบุ้งเองค่า
    magic_prince Extra Member
    • Name : magic_prince < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ magic_prince [ IP : 180.180.68.124 ]
    • Email / Msn: pirate_bug(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:59
  • ความคิดเห็นที่ 39

    เป็นอะไรกับแพทย์ที่จบจากจีนมากป่ะคะ ?? ทำไมแอนตี้เค้าจัง งง ,, เค้าไปเรียน ไปหาความรู้มาช่วยชีวิตคนอีกตั้งมากมาย มาพูดหยั่งงั้นหยั่งงี้อยู่ได้ จบจากไหนมาไม่สำคัญหรอกค่ะ เป็นหมอที่ดีก้พอ
    พลัม ผู้เยี่ยมชม
    • Name : พลัม [ IP : 171.6.201.236 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:00
  • ความคิดเห็นที่ 40

    เอเจนซี่ป้าดาไว้ใจได้ไหมค่ะ ?? พอรู้บ้างไหมค๊ะพี่เมย์
    patty ผู้เยี่ยมชม
    • Name : patty [ IP : 183.88.251.164 ]
    • Email / Msn: quality-chiphizo.maya(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:35
  • ความคิดเห็นที่ 41

    พี่เมย์ช่วยแอดมาได้มั้ยคะ หนูมีคําถามเยอะมากก
    ขอบคุณค่ะ
    Aim ผู้เยี่ยมชม
    • Name : Aim [ IP : 1.4.184.10 ]
    • Email / Msn: Stitch_jangkeunsokim(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:12
  • ความคิดเห็นที่ 42

    พี่คะ อยากเรียนแพทย์มาก แต่กลัวไม่ติดที่ไทย  แม่เลยจะให้ไปเรียนหมอที่ชิงเต่า ที่เอาเกรด3.5 ขึ้นอ่าคะ  เค้าได้เกรด 3.7 แต่รร ปล่อยเกรดนะ  แต่ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เตรียมตัวยังไงดี   เพราะแม่เพิ่งมาบอกเมื่อต้นเดือนที่แล้วเอง  ตอนนี้เลยเครียดเรื่องภาษาอังกฤษ ที่รร ได้เกรดดี ก้จริงแต่ยังใช้จริงไม่ได้อ่ะคะ  ปีนี้ก้ขึ้นม.6แล้ว
    #ช่วยชี้แนะด้วยคะ
    Bbm:) New Member
    • Name : Bbm:) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bbm:) [ IP : 171.4.1.207 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 9 มีนาคม 2556 / 21:16
  • ความคิดเห็นที่ 43

    อ่า...แม้กระทู้จะร้างแล้วก็อยากจะขอตอบหน่อยละกันนะ เราว่าเรียนแพทย์ที่จีนก็ไม่ได้เลวร้ายมากหรอก แต่ การกลับเข้ามาทำงานในไทยจะโดนกระแสดูถูกมากพอสมควร มันเป็นค่านิยม และอคติที่ฝังรากลึกลงไปแล้ว บางคนพูดให้เราฟังเลยว่า หมอจีนน่ะ ก็เหมือนหมอห้องแถวมีเกลื่อนไปหมด อีกอย่าง กว่าจะผ่านแพทย์สภาได้ก็นับว่ายากเอาการอยู่ ขนาดแพทย์รังสิตยังต้องไฟท์หลายปีให้ได้มีโอกาสจับฉลากทำงานในรพ. กว่าจะมีสิทธิ์ทั่วๆไปเหมือนแพทย์รัฐบาล แล้วแพทย์จีนล่ะ? ไม่ยากกว่าเหรอ เราก็คิดว่า ทำไมมันร้ายแรงขนาดนั้น เราว่าหากอยากเป็นหมอและจบมาทำงานในไทยจริงๆ ซิ่วเอาหมอในไทยดีกว่า เพราะความเสี่ยงตอนจบมามันน้อยกว่า ไม่ใช่หมอจีนมันไม่ดี แต่สังคมไทยไม่เปิดรับเรื่องนี้มากกว่า แต่เราเห็นเพื่อนเราไปเรียน ไม่มีใครมีแพลนมาทำงานในไทยสักคนนะ
    NamiT@ Superb Member
    • Name : NamiT@ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NamiT@ [ IP : 125.24.17.96 ]
    • Email / Msn: tan_pirest(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 15 มีนาคม 2556 / 16:42
  • ความคิดเห็นที่ 44

    อยากจะว่าคนที่ว่ามหาลัยจีนไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ โอ้ย
    เหนเเร้วรำคานมากค่ะ รู้สึกเคืองเเทนคนจีนค่ะ
    ในเมื่อไม่ไว้ไจ จีนขนาดนั่น รู้ว่าเรียนจบไม่ได้เปนหมอหมด แล้วจะสรรหาไปเรียนทำไมร่ะ่ะในเมื่อไม่ไว้ใจอ่ะ
    สำหรับผู้ที่สอบหมอ ในไทยไม่ติด แล้วไปต่อจีน พอจบมาทำงานที่ไทยไม่ได้ ก้ไปวาเขาอย่างนู้นอย่างนี้อีก
    ก้เขาเปนคนจีนอ่ะ การสอนเขาเปนอย่างงั้นอ่ะ ก้เพราะเขาสอนอย่างงั้นเดกเขาออกไปแล้วถึงมีงานทำอ่ะ
    คนไทยไม่ต้องการเปนหมอที่จีนสักหน่อย แล้วไปเรียนทำไมร่ะค่ะ ไอ่คนที่ไม่ไว้ใจอ่ะ คนจีนกับคนไทยต่างกันน่ะค่ะ ทั้งนิสัย การสอน ในเมื่อมหาลัยเปิดในจีนเขาก้ต้องสอนตามหลักสูตรเขาสิ เขาสอนเพื่อไห้เดกเขามีงานทำ ไม่ได้สอนเเร้วเพื่อรับรองว่าเรากลับไปเมืองไทยเเร้วเราจะได้เป็นหมอสักหน่อย รู้สึกรำคานมากๆที่เหนคนด่าเเพทย์จีนอย่างนู้นอย่างนีื
    อย่างพี่เราอ่ะ เรียนหมอที่จีน จบมาก้เปนหมอที่จีน มีอะไีเดือดร้อน เงิรเดือนเยอะด้วยพอดีพี่เรามีพื้นจีน ถ้าคุณอยากเปนหมอที่ไทยคุณจะสรรหาไปเรียนที่จีนทำไมถ้าไม่ไช่เพราะคุณสอบหมอไม่ติดแร้วไปเรียนที่จีนเพื่อที่จะหวังกลับมาเปนหมอที่ไทย โอ้ย ประเทศตัวเองสอบไม่ติด พอไปเรียนที่ไม่เทศคนอื่น จบมาเปนหมอไม่ได้ เอ้าด่าประเทศที่จบมาอีก คุณเลือกเองอ่ะ จะมาบ่นทีหลังทำไม เหตุผลง่ายๆค่ะ คนจีนกับคนไทยต่างกัน ทั้งนิสัยใจคอ การเรียนการสอน ต่างกันหมดอ่ะ เพราะต่างกันไงค่ะ จีนเขาถึงพัฒนาไปไกล แต่ไทยยังพัฒนาไม่เท่าเขา คุณภาพเด็กก็ต่างกันด้วย

    พอโพสเว็ปหนึ่งน่ะค่ะ เว็ปนี้อ่านแล้วเคืองมากค่ะ เชินเข้าไปส่องได้ค่ะสำหรับคนที่จะไปเรียนเเพทย์ที่จีน
    เมื่อคุนอ่านจบไม่รู้คุนคิดยังไงน่ะค่ะ แต่ขอบอกเลยค่ะว่า ประเทศเขาจะเปนยังไงคุณไม่มีสิทธิไปว่าประเทศเขาในเมื่อประเทศเรายังไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักนิดอ่ะ ทั้งด้านการพัฒนา คุณภาพเด็กคุณก็ไปว่าเขาแล้ว ก้อย่างว่าอ่ะ คนไทยกับจีนแตกต่างกันค่ะ เมื่อคุณรับไม่ได้คุณก้ไม่ต้องไป จะประจานด่าเขาทำเพื่อ ในเทื่อประเทศเรายังไม่ได้ดีกว่าเขาสักนิดอ่ะ
    เว็ปนี้ค่ะ

    http://docjin.wordpress.com/
    เชินเข้าไปอ่านคำกล่าวหาของคนข้างในแล้วค่อยมาอ่านควมคิดเห็นข้างล่างอีกทีน่ะค่ะ คืออ่านร่ะเคืองอ่ะ ไมคนไทยว่าเขาแบบนี้อ่ะ โดยไม่หาเหตุผลก่อน ว่าแต่ประเทศเขาไม่ดี ประเทศเราเองก้ไม่ได้ดีไปกว่าเขาหรอก

    มหาลัยการแพทย์ที่จีนก็ไม่ได้ไม่ดีไปหมดหรอกน่ะค่ะ บางที่ก็ดีอ่ะ
    ตรงที่เขาพูดศัพท์เพี้ยน มันก็อาจเป็นเพราะสำเนียงคนจีนก็ได้น่ะค่ะ อย่างเพื่อนๆที่จีนพูดอังกฤษ
    สำเนียงเขาก็ไม่ได้เหมือนฝรั่งพูด มันก็เพี้ยนๆไปหน่อย
    เเต่ตรงหัวข้อของคุณมันทำให้คณะเเพทย์ที่จีนเสียหายน่ะค่ะ
    "คิดสักนิดก่อนมาเรียนเเพทย์ที่จีน" หัวข้อคุณเหมือนกำลังต่อว่าคณะเเพทย์ของทุกมหาลัยในจีนอย่างงั้นอ่ะถ้าเรียนเเพทย์ที่จีนไม่ดีจริงๆ งั้นเด็กจีนที่เรีนนเเพทย์ก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จเลยน่ะสิ
    มันไม่ใช่อย่างงั้นเลยค่ะ ถ้าคุณอยากได้การเรียนการสอนเเพทย์ที่ดีคุณก็ควรไปมหาลัยที่สอนเเพทย์โดยตรงสิค่ะ ก่อนที่เราจะเลือกมหาลัยเนี้ยเราต้องศึกษาข้อมูลของมหาลัยนั่นๆให้ดีก่อนสิ อย่างมหาลัยในจีน เเต่ร่ะมหาลัยมันก็มีคณะที่โดดเด่นของมหาลัยนั่นๆแตกต่างกันออกไป บางมหาลัยเด่นด้าน บริหาร สถาปัต วิศวกรรม ภาษา มันก็แตกต่างกันออกไปอ่ะ บางมหาลัย สอนเเต่เเพทย์โดยตรง บางมหาลัยก็สอนด้านการเงินโดยตรง บางมหาลัยก็สอนสถรปัตโดยตรง
    ถ้าคุณอยากเจาะจงเพียงมหาลัยเดียวคุณก็ไม่ควรตั้งหัวขัออย่างงี้เลยน่ะค่ะ ประเทศจีนเสียหายค่ะ
    อย่างบางคนไปเรียนที่จีนคุณต้องเข้าใจค่ะว่า ภาษาหลักของเขาเป็นภาษาจีนน่ะค่ะ ถ้าคนที่ไม่มีพื้นเลยเนี้ยจะเข้าไปเรียนโดยหวังแต่ภาษาอังกฤษอ่ะ อย่ามาเลยค่ะ ถึงคุณจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษก็เถอะ เเต่เวลาอยู่ในห้องเนี้ยตอนเลิก หรือใช้ชีวิตอยู่ในจีนเพื่อที่จะศึกษาเล่าเรียน เขาก็ใช้ภาษาจีนค่ะ มีแต่เวลาที่เรียนภาคอินเตอหรือใช้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เขาถึงจะใช้อังกฤษค่ะ เพราะนี้คือประเทศจีนค่ะก่อนที่คุณจะมาเรียนคุณควรที่จะมีพื้นของภาษานั่นๆก่อน ไม่งั้นคงยากค่ะที่จะเรียนได้ดีื เเม้คุณจะบอกว่าใช้ภาษาอังกฤษก็เถอะ เเต่เวลาคุณคุยกับเพื่อน เขาก็ใช้จีนกันท้งนั่นอ่ะ มีแต่จะคุยกับคนต่างชาติที่เข้ามาเรียนเท่านั้นเเหระ ถึงจะใช้ภาษาอังกฤษอ่ะแต่เด็กจีนก็มีคนพูดอังกฤษได้ก็มีน่ะค่ะแต่คงเป็นส่วนน้อยอ่ะค่ะที่จะพูดเเบบสำเนียงฝรั่งเลย ดังนั่นท่านใดที่อยากให้ลูกมาเรียนที่จีนโดยหวังจะที่พึ่งการเรียนการสอนภาคอังกฤษที่จีนอย่างเดียว บอกได้เลยค่ะว่าไม่รอด ยังไงจีนก็คือประเทศจีนค่ะ คุณควรมีพื้นเพราะที่นี้ใช้ภาษาจีนเป็นหลักเพราะที่นี้คือประเทศจีนค่ะ อย่างงั้นถ้าอยากเรียนเเพทย์ภาษาอังกฤษก็เรียนที่ไทยไปเลยสิค่ะ ในเมื่อไม่ไว้ใจเเพทย์ที่จีนส่ะขนาดนั่น เเถมเรียนเเพทย์ที่ไทยเรายังรู้เรื่องด้วยแม้จะเรียนภาคอินเตอร์แต่พอเลิกเราก็ยังคุยกันเป็นภาษาไทยอยู่ดีอ่ะ ถามเรื่องที่ไม่เข้าใจก็ถามเป็นไทย เข้าใจกว่าที่จีนเยอะเวลาทำงานหางานก็สบายจะไทยจะอังกฤษก็ได้ ชิวๆ ถ้าคุณเข้ามาเรียนที่จีนเพื่อหวังแต่ภาษาอังกฤษน่ะ คุณจะเสียใจ ก็มหาลัยมันก็เป็นของจีนอ่ะ เด็กส่วนใหญ่ก็คือเด็กจีน จะมีชาวต่างชาติเเค่เพียงน้อยนิด ในเมื่อเขาเป็นประเทศจีนอยู่เเล้วเขาก็ต้องสอนในรูปแบบของจีนที่ทำให้เด็กเขาเข้าใจและนำไปใช้ในอนาคตได้ ถ้าสอนแต่อังกฤษเด็กจีนบางคนก็อาจไม่เข้าใจเขาก็้ต้องใช้ภาษา จีนอธิบายบ้างสิ เเล้วภาษาอังกฤษ เด็กจีนเรียนแล้วก็เพื่อนำไป้ในการประกอบอาชีพเพื่อประสิธิภาพในการทำงานมากขึ้น แม้อังกฤษที่เขาสอนจะห่วยตามที่ผู้ตั้งหัวข้อได้กล่าวไว้ แต่ก็ไม่ได้แย่จนนำไปประกอบอาชีพไม่ได้ เพราะยังไงเด็กจีนเรียนจบเขาก็ทำงานในจีนอ่ะ ศัพท์เเพทย์จีนได้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งในการทำงานส่วนอังกฤษมันเป็นเหมือนโบนัสค่ะ รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ยังทำงานได้ขอแค่เป็นหมอที่เก่ง ฉลาด รอบคอบ คนดี อังกฤษไมม่เก่งไม่เป็นปัญหาเพราะเราอยู่ที่จีนเป็นคนจีนทำงานที่จีน ทำงานก็เพื่อรักษาคนจีนเพราะจีนยังไงคนจีนก็เป็นส่วนใหญ่อ่ะ ร้อยร่ะ90 จีนหมดจ้า อีกอย่างคนไทยกันคนจีนนิสัยแตกต่างกันจ้า การเรียนการสอนก็เเตกต่างกันออกไป จีนเขาก็มีการเรียนการสอนของเขาเองเพื่อสอนให้เด็กเขามีคุณภาพและมีประสิทธิภาพเช่น ด้านคณิต คณิตศาสตร์ของจีนมีบทเรียนเยอะกว่าบทเรียนของไทยค่ะ ตัวอย่างเช่น ไทยเราเรียนรวมแล้ว9บทแต่จีนนู้นค่ะเรียน 15บท เด็กจีนถึงเก่งคณิตกันไงร่ะค่ะ อย่างที่บอกจีนเขามีวิธีการสอนของเขาค่ะ ซึ่งมันก็แตกต่างจากของไทยเรา เขาสอนก็เพื่อคุณภาพของเด็กเขาถ้าคุณไปเรียนที่จีนแล้วไปว่าการเรียนของเขาอีก เฮ้อ ก็นั่นเป็นการเรียนการสอนของเขาอ่ะ เขาสอนเพื่อคนส่วนมากค่ะ ไม่ได้เน้นคนส่วนน้อยน่ะค่ะ ถ้าเราอยากไปเรียนเราก็ต้องตามเขาค่ะ เพราะนี้คือการเรียนของคนจีน ไม่ใช้เเบบไทยค่ะจะให้จีนสอนแบบไทยเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ จะว่าจีนการสอนเขาไม่ดีก็ว่าไปค่ะเเต่เขามั่นใจว่าเด็กเขาจบมามีคุณภาพค่ะ เรากับเขามันคนร่ะชาติจ้า นิสัยก็เเตกต่างกันออกไป ดังนั่นคุณไม่มีสิทธิไปว่ากล่าวประเทศเขาอย่างงั้นค่ะ ดังหัวข้อที่คุณตั้ง "คิดสักนิดก่อนมาเรียนเเพทย์ที่จีน" ดังนั่นท่านใดที่ไม่ชอ บการเรียนการสอนเเบบจีนก็อย่ามาเลยค่ะ ถ้าไม่ได้หวังภาษาเขาสักนิดหรือไม่ชอบ เเต่เขาสอนอย่างงี้เเหระค่ะ เด็กเขาถึงมีคุณภาพสูงเด็กเก่งเยอะค่ะ เก่งไม่พอขยันด้วยน่ะค่ะเด็กจีนน่ะ จีนยังไงก็คือจีนค่ะ ต่างจากคนไทยน่ะค่ะ ถ้ารับไม่ได้ก็อย่าเลยค่ะ ไปเรียนนู้นก็ไม่ได้อะไรแถมได้อคติกลับมาอีก แหง่มๆ เอิ่ม.....
    Xiao chun ผู้เยี่ยมชม
    • Name : Xiao chun [ IP : 171.6.103.116 ]
    • Email / Msn: Lady.kizzxa_queen-.-(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 18 มีนาคม 2556 / 20:40
  • ความคิดเห็นที่ 45

    พี่เมย์ค้ะ ช่วยแอดหนูได้ป่าวค้ะ มีเรื่องอยากถามค้ะ รบกวนด้วยนะค้ะ :)
    ปะแล่ง ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ปะแล่ง [ IP : 171.4.185.179 ]
    • Email / Msn: paralang_bear(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 21 มีนาคม 2556 / 13:04
  • ความคิดเห็นที่ 46

    ถ้าหนูพูดจีนไม่ได้อ่านพินอินผิดๆถูกๆแถมยังห่วยอังกฤษมาก หนูจะพอไปเรียนที่จีนได้มั้ยค่ะ
    เเมวเดียวดาย Extra Member
    • Name : เเมวเดียวดาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เเมวเดียวดาย [ IP : 110.169.176.16 ]
    • Email / Msn: gafiwgafew(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 23 มีนาคม 2556 / 20:12
  • ความคิดเห็นที่ 47

    อาหารถูกมาก นอกนั้นแพงหมด
    ขี้ยางลบ Extra Member
    • Name : ขี้ยางลบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขี้ยางลบ [ IP : 203.150.32.49 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 1 เมษายน 2556 / 16:16
  • ความเห็นที่ 48 - ลบโดย Webmaster
  • ความคิดเห็นที่ 49

    ที่บอกว่าเรียนที่นู่นไม่ดีเรียนที่นี่ไม่ ไม่ต้องเรียนดีกว่ามั้ง นั่งโง่ต่อไป แน่ใจหรอที่บอกว่าเรียนที่จีนไม่ดี เรียนที่ไทยดีกว่า แล้วมันออกมาดีทุกคนหรอ คิดเอาดีๆ มันก้อเหมือนๆกันทุกที่นั่นแหละอยู่ที่ตัวเรา ที่ที่มีชื่อเสียงเข้าไปแล้วแน่ใจได้ไงว่าเราจะเก่งจริง ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้บอกนะว่าที่ไหนดีกว่า แต่แค่อยากบอกว่า ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา
    เอาความจริงใจมาพูด ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เอาความจริงใจมาพูด [ IP : 115.67.38.32 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 20 เมษายน 2556 / 18:39
  • ความคิดเห็นที่ 50

    ว่าหมอจีนไม่ดีสารพัดเนาะคนไทย...จะบอกนิดเดียว...คนจีนแท้ๆ หลายคนอยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสเพราะคะแนนไม่ถึง ไม่เก่งจริงเรียนแพทย์ไม่ได้...แต่นี่เขาให้โอกาสคนต่างชาติ ไม่ไปเรียนก็ไม่รู้จะว่ายังไงนะ...การแพทย์เขาเจริญกว่าเราไปเป็น100 ปีได้มั่ง...แต่เราหูตาแคบ เลยว่าเขาสารพัดว่าไม่ดี...ไปแล้วจะรู้...ไม่ไปไม่รู้...อยากเป็นหมอต้องสู้ๆ เรียนก็หนัก ทำงานก็ต้องรับผิดชอบหนัก..
    sa-at ผู้เยี่ยมชม
    • Name : sa-at [ IP : 171.5.68.183 ]
    • Email / Msn: sa-at_ja(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 25 เมษายน 2556 / 20:47
Page 1 of 2 1 2 

กฏการตั้งกระทู้
แสดงความคิดเห็น
Login *

Password *
ชื่อ Email รูปตัวแทน

โปรดใส่รหัสตามรูป