
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และ KoreanKori เช่นเคย^^
คอลัมน์เดียวที่รวบรวมเรื่องราวน่ารู้จากแดนกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว
การศึกษา รวมไปถึงเกร็ดความรู้ต่างๆ ที่นำมาฝากกันเป็นประจำ สำหรับวันนี้
ชาว K-Pop มีได้กรี๊ดแน่นอน แต่ไม่รู้ว่ากรี๊ดดีใจหรือกรี๊ดไล่นะ ฮ่าๆๆ
เรื่องราวที่ พี่เป้ นำมาฝากวันนี้ เป็นเรื่องราวของบุคคลหนึ่งในวงการเกาหลี
ที่แม้ไม่ได้อยู่เบื้องหน้า แต่เชื่อเถอะค่ะว่า 80% ของน้องๆ ที่เป็นแฟนคลับ
ศิลปินเกาหลีต้องรู้จักผู้ชายคนนี้แน่นอน เพราะเขาคือ.....
เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะกดปิดหน้านี้ทิ้งทันที 5555 อย่าเพิ่งนะคะอย่าเพิ่ง
T~T เพราะวันนี้ KoreanKori มีเรื่องราวน่ารู้และประวัติของ "ลีซูมาน" หรือ
"อีซูมาน" มาฝากค่ะ รับรองว่าไม่เคยเปิดเผยที่ไหนแน่นอน แปลมาฝากเพื่อ
ชาว Dek-D โดยเฉพาะ! เรามาดูดีกว่าว่าเจ้าพ่อแห่งวงการ K-Pop เกาหลีคนนี้
เขามีเส้นทางความเป็นมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันยังไงบ้างนะ??
##สีของหัวสไลด์
1=ส้ม
2=ฟ้า
3=ชมพู
4=ม่วง
5=ฟ้า
6=เขียว##
ใส่สีเลขสีที่นี่หลังเครื่องหมายดอกจันทร์ห้ามมีเว้นวรรคนะ-> *2
Facts about Lee Soo Man
อีซูมาน(이수만) เดบิวต์ในฐานะนักร้องในปี 1972 ในชื่อวง 4월과 5월 แปลเป็นไทยคือ
"เดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม" (ชื่อวงแปลกมาก) ซึ่งมี
สมาชิกทั้งหมด 3 คน
แต่ก่อนจะเดบิวต์ได้ไม่นาน เขามีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำให้ต้องถอนตัวออกจากวง
ได้เพียงร่วมอัดเสียงและถ่าย
ภาพโปรโมตร่วมกับสมาชิกในวงอีก 2 คน แต่ไม่ได้เดบิวต์ด้วย

( วง 4월과 5 월 ที่ไม่มีอีูซูมาน )
เขาเป็นคนหัวดีเรียนเก่ง เขาเรียนจบจาก Seoul National University หรือมหาวิทยาลัยแห่ง
ชาติโซล ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1
ของประเทศเกาหลีใต้!! (เก่งไม่เบา) โดยจบจาก
สาขาเกษตรศาสตร์
เนื่องจากเขาเรียนที่ Seoul National University เขาจึงได้เข้าร่วมวง
ดนตรีชื่อว่า Sand Pebbles ซึ่งเป็นวงดนตรีของนักศึกษาในสาขา
เกษตรศาสตร์ โดยได้เข้า
ร่วมในตำแหน่งนักร้องนำ
ในปี 1977 เขามีอัลบั้มเป็นของตัวเองครั้งแรกในอัลบั้มที่มีชื่อว่า Lee Soo Man จากนั้นก็มีงานเพลง
ออกมาเรื่อยๆเพลงที่สร้างชื่อเช่น
끝이 없는 순간 (ช่วงเวลาที่ไม่มีการสิ้นสุด), 뉴 에이지
(New Age) ซึ่งเพลงของเค้านั้นเป็นสไตล์ที่เรียกว่า Adult Contemporary
Music หรือ ดนตรี
ร่วมสมัยสำหรับผู้ใหญ่

ในช่วงที่เขาออกอัลบั้มนั้น เขาเป็นที่รู้จักในนามว่า เป็นนักร้องที่มีรูปทรงของศีรษะเหมือน
หัวของม้า !!! (เหมือนจริงเหรอ น้องๆ ลองตอบหน่อยสิ)

ในปี 1980 เขาตั้งวงดนตรีชื่อว่า Lee soo man and 365 Days โดยเป็นแนวดนตรีเฮฟวี่เมทัลซึ่งถือ
เป็นดนตรีแนวที่หนักและเป็นวง
ดนตรีเฮฟวี่เมทัลวงแรกของเกาหลีในขณะนั้น แต่น่าเสียดายที่ในขณะ
นั้น ทางรัฐบาลเริ่มมีการออกกฏแบนสื่อทางช่องทางต่างๆ
เขารู้สึกว่า วงดนตรีของเขาคงไม่มีทาง
ประสบความสำเร็จแน่นอน เขาตัดสินใจหันหลังให้วงการเพลงชั่วคราว และบินไปเรียนปริญญา
โทที่
California State University, Northridge สหรัฐอเมริกา

ในช่วงที่เขาไปเรียนที่อเมริกา เป็นช่วงที่ราชาเพลงป็อปของโลกอย่างไมเคิล แจ็กสัน กำลัง
มีชื่อเสียงอย่างสุดขีด ทำให้เขามีแรง
บันดาลใจที่อยากจะสร้างกระแสเพลงป็อปให้บูมที่
เกาหลีใต้บ้าง นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเอง!!

เมื่อเขาเดินทางกลับมาที่เกาหลีใต้และกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง เขาเป็นทั้งนักร้อง พิธีกร
รายการ ดีเจ รวมถึงยังเปิดร้านอาหาร
ของตนเองอีกด้วย จน
ในปี 1989 เขาลงทุนเปิดบริษัท SM
Entertainment ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทยขณะนี้คือประมาณ 6 ล้านบาท

SM Entertainment เข้าสู่ตลาดหุ้นในปี 1995 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของบริษัท เนื่องจากหลังจากนั้น
อีซูมานได้เดบิวต์วง H.O.T. ซึ่ง
ประสบความสำเร็จอย่างมากกกกกกกกกกกกกกก(แนะนำให้ดู reply
1997) เป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จยุคแรกของ SM Entertainment ก่อนจะตามมาด้วย
S.E.S.,คังทา,
Fly to the Sky, โบอา, ทงบังชินกิ และอื่นๆ ในรุ่นต่อมา

ในปีกุมภาพันธ์ 2010 เป็นที่ยืนยันว่า อีซูมานได้ลาออกจากบอร์ดผู้บริหาร SM Entertainment
เนื่องจากเขาต้องการออกมาดูแลแผน
ธุรกิจที่ SM Entertainment วางแผนจะทำในต่างประเทศ
รวมถึงวางแผนหาช่องทางทำธุรกิจใหม่ๆ อีกด้วย

ไม่มีข้อมูลชัดเจน 100% เกี่ยวกับครอบครัวของเขา แต่คนส่วนมากเชื่อว่า เขามีลูกชายและลูกสาว
อย่างละคน

อีซูมานซื้อบ้านอีกหลังไว้ในลอสแองเจลิส ที่อเมริกา มีมูลค่าเบาๆ ก็แค่เกือบร้อยล้านบาทเท่านั้น
เอ๊งงงง แถมหนังสือพิมพ์ที่อเมริกายัง
เคยรายงานข่าวด้วยว่า "ทั้งหมดนี้จ่ายเป็นเงินสด"

สำหรับแฟนคลับของศิลปินแล้ว อีซูมานไม่ต่างอะไรจากคนที่มีแอนตี้แฟนจำนวนมาก แต่สำหรับใน
วงการบันเทิงเกาหลี เขาคือเจ้าพ่อ
เอนเตอร์เทนเมนท์ที่มีอิทธิพลและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนใน
วงการเป็นอย่างมาก

อีซูมานขึ้นชื่อว่า เขาดูแลศิลปินในค่ายดีเหมือนพ่อลูกเลยทีเดียว (น้องๆ คิดว่าไง อิอิ)

"พาดา" สมาชิกวง SES ศิลปินรุ่นแรกของค่าย SM Town เคยออกรายการและให้สัมภาษณ์ว่า
แต่ก่อนนั้นครอบครัวของเธอ
ลำบากมากและคุณพ่อก็มีสุขภาพไม่แข็งแรง อีซูมานคือคนที่ช่วย
พาพ่อไปส่งโรงพยาบาล ช่วยออกค่ารักษาให้ทั้งหมด แถมยังช่วย
ออกค่าเล่าเรียนให้อีกด้วย จนถึง
ทุกวันนี้เวลาเธอมีงานแสดงอะไร อีซูมานก็จะตามมาให้กำลังใจและช่วยเชียร์เสมอ

 |
ก่อนที่ "อีทึก" จะเข้ากรมทหารเพื่อรับใช้ชาติ เขาได้ส่งข้อความในมือถือไปหาเพื่อนๆ และคนที่เขารักจำนวน 100 คนรวมถึงอีซูมาน
โดยอีซูมานเป็นคนแรกที่ตอบข้อความกลับมา! มีใจความว่า
"หากตั้งใจจะเดินไปบนเส้นทางใหม่ ก็ต้องเจอกับความลำบากบ้างสักครั้ง
ให้คิดซะว่ามันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับอนาคตและสนุกกับมันซะ อนาคตที่มีความสุขกำลังรออยู่นะ"
|
"โทนี่ อัน" สมาชิกวง H.O.T บอยแบนด์รุ่นแรกของเกาหลีใต้ ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า "อีซูมานเป็นคน
ทำให้เขามาอยู่ ณ จุดนี้ ถึงทุก
วันนี้เขาจะออกมาจาก SM แล้ว แต่เมื่อได้เจอกับอีซูมานทุกครั้ง
ทั้งสองยังพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ อีซูมานจะให้คำปรึกษาแก่เขาใน
ทุกๆ เรื่องรวมถึงเรื่องการทำ
ธุรกิจ"

"ฮยอนจินยอง" อดีตนักร้องคนหนึ่งในค่าย SM (ไม่รู้จักกันล่ะสิ พี่ก็ไม่รู้จัก = =") ในอดีตเขาเคย
ถูกจับข้อหาเสพกัญชาและติดคุกอยู่
นาน เมื่อออกจากคุกมา เขาลำบากมากและไม่มีเงิน
ใช้ อีซูมานคือ คนที่เขามาคอยช่วยเหลือแถมยังช่วยดูแลพ่อแม่ของเขาให้อีกด้วย

 |
"แอนดี้" สมาชิกวงชินฮวา เล่าว่า ในตอนที่วงชินฮวายังอยู่กับค่าย SM มีช่วงหนึ่งในอัลบั้มที่ 4 ที่เขาไม่ได้ออกอัลบั้มร่วมกับวง ทั้ง
แฟนคลับและข่าวลือต่างก็เข้าใจผิดว่าเขาทะเลาะกับอีซูมานและโดนไล่ออก แต่ความจริงแล้ว ณ ตอนนั้น แม่ของเขาซึ่งอยู่อเมริกา
ป่วยหนักมาก เขาจึงต้องรีบกลับไปอเมริกาเพื่อดูแลแม่
หลังจากนั้น 1 ปีเขาได้เดินทางกลับมาที่เกาหลี ใจจริงอยากจะติดต่อไปหาเพื่อนในวง
และอยากกลับเข้าไปร่วมวงเหมือนเดิม แต่รู้สึกผิดที่ออกจากวงมาเพราะปัญหาส่วนตัวของครอบครัวจึงไม่กล้าติดต่อใคร
แ่ต่แล้ววันหนึ่ง พออีซูมานรู้ว่าเขากลับมาที่เกาหลีแล้ว อีซูมานคือคนแรกที่โทรมาหาเขาและถามถึงสารทุกข์สุขดิบและให้กลับมาร่วมวง
จนถึงทุกวันนี้เขายังรู้สึกผิดและขอบคุณอีซูมานมาก
|
อีซูมานได้รับรางวัลในฐานะคนบันเทิงมากมาย รางวัลใหญ่ที่เคยได้รับ เช่น รางวัลจาก Korean
Culture Society 2012 และรางวัลจาก
Gaon Chart Award ในฐานะผู้เผยแพร่กระแส K-Pop

ศิลปินในค่าย จะเรียกเขาว่า "อีซูมานซอนแซงนิม" แปลเป็นไทยได้ว่า "อาจารย์อีซูมาน" แต่แฟน
คลับศิลปินเกาหลีส่วนมาก จะตั้งชื่อใหม่ให้เขาจาก อีซูมาน เป็น "โทนซูมาน" โดย โทน(돈)
ในภาษาเกาหลีนั้นแปลว่า "เงิน"

และในปี 2011 เขามีหุ้นทั้งหมดเป็นจำนวนมูลค่า 4-5 พันล้านบาท!!! แต่นับว่ายังห่างชั้นกับบุคคลที่
รวยในเกาหลีซึ่งก็คือประธานใหญ่ของ
Samsung เยอะ เพราะรายนั้นมีทรัพย์สินประมาณ 400 ล้าน
ล้านบาททีเดียว (นี่ 2013 แล้วแสดงว่าตอนนี้คงเกิน 5 พันล้านบาทไปแล้วแน่นอน โอ๊ยโอ๊ย)

ย้อนอ่าน Korean Kori ตอนที่ผ่านมา
ตอน 24 : บุกคาเฟ่น้องหมา!! กับ 4 คาเฟ่สุนัขชื่อดัง ณ เกาหลี
|
ตอน 25 : 4 ตลาดนัดแห่งกรุงโซล เกาหลี น่า
ช้อปน่าเที่ยวเปรี้ยวสุดๆ!!
|
|
ตอน 26 : 18 เรื่องน่ารู้ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งที่ 18
|

ตอน 27 : เจาะลึกมหา'ลัยดัง ณ เกาหลี : Korea University(มหาวิทยาลัยโคเรีย)
|
ภาพประกอบ : kr.ibtimes.com
http://blog.naver.com/ranbotomato?Redirect=Log&logNo=10118070563
sports.chosun.com
http://pds.joinsmsn.com
82 ความคิดเห็น
แต่อุปสรรค เยอะมากมาย...
อ่านหนังสือของพี่แพรแล้ว...รู้สึกเลยว่า...
โหดแค่ไหน...
แต่เราก็ไม่ยอมแพ้...เพราะฝันเรา คือ "เกาหลี"
รายการ ดีเจ รวมถึงยังเปิดร้านอาหาร
Entertainment ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท คิดเป็นเงินไทยขณะนี้คือประมาณ 6 ล้านบาท
โดยชื่อ SM ก็มาจาก Soo Man นั่นเอง
ที่ทำตัวหนาสีน้ำเงินไว้ คือจะบอกว่า ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านวอน หรือเปล่าคะ
ก็คงต้องขอบคุณเฮียแกมั้ง?ที่สร้าง SM ขึ้นมา
และที่สำคัญ มี ศิลปินให้เราติ่ง!!! อันนี้สำคัญมากกกก
ขอบคุณค่า บทความมีสาระมากๆ
หัวเหมือนม้า คืออัลไล
แต่มันเป็นเพราะองค์ประกอบอย่างอื่นมากกว่า ในSM ไม่ได้มีแค่ลีซูมาน
ลีซูมานคือพ่อของศิลปินSM เสมอ
บางอย่างก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
แต่นับถือเก่งมาก!!!!0.,0
นับถือๆ 555
ดูพี่ๆในค่าย SM รักและเคารพมากเลย
เพราะลุงทำให้เราได้เจอโอ้ปป้า T____T//// ขอบคุณนะคะ