10 วิธีสร้างสัมพันธ์ดีๆ กับรูมเมท

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com เวลาที่น้องๆ ไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นไหน หรือว่าคอร์สระยะสั้นยาวเท่าไร ส่วนใหญ่แล้วเราก็ต้องพักหอที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ให้หรือหอใกล้เคียง และนั่นอาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่เราอาจจะต้องแชร์ห้องกับคนแปลกหน้า ต่างภาษาต่างที่มากันโดยสิ้นเชิง ปัญหาส่วนใหญ่ที่น้องๆ มักเจอก็คือ “เข้ากันไม่ได้” วันนี้ พี่พิซซ่า มี 10 วิธีดีๆ ที่จะทำให้อยู่ร่วมกับรูมเมทได้อย่างมีความสุขมาฝากค่ะ

 

1. ชัดเจนตั้งแต่แรก

     บอกกันตั้งแต่ต้นเลยว่าน้องไม่ชอบการกด snooze (เลื่อน) ทุกเช้า วันละ 15 ครั้ง หรือว่าน้องเป็นพวกรักความสะอาดถึงขั้นแม่บ้านยังอาย หรือว่าถ้าตื่นนอนมาปุ๊บ น้องจะไม่รับแขกจนกว่าเข้าห้องน้ำแล้วถึงคุยด้วยได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้น้องรำคาญใจ หรือเป็นข้อเสียของน้องที่อยากให้รูมเมทรู้ ต้องบอกกันตั้งแต่ต้นเลยค่ะ และขอให้เขาบอกน้องเช่นกัน จะได้ตั้งกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันแต่เนิ่นๆ จะได้รู้เลยว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาก่อนที่ปัญหามันจะเกิดค่ะ

 

2. ท้วงติงตั้งแต่ยังเป็นความผิดพลาดเล็กๆ

     เมื่อไหร่ที่รูมเมทละเมิดกฎที่ตั้งไว้จากข้อ 1 หรือเขาทำอะไรที่เราไม่ชอบแต่ลืมบอกตั้งแต่ตอนแรก ให้รีบบอกทันทีค่ะ เช่น ถ้าเขาลืมกกน.ไว้ในห้องอาบน้ำ แล้วพฤติกรรมนี้น้องรับไม่ได้จริงๆ น้องต้องบอกตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรกเลย ซึ่งนิสัยเด็กไทยจะแบบ “ก็แค่ชิ้นเดียว ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพูดอะไรไปจะหาว่าเราจู้จี้” อย่าคิดแบบนี้ค่ะ เพราะเมื่อมีกกน.หนึ่งชิ้นแล้ว ซักพักก็จะมีชิ้นบน ชิ้นนอก และอีกหลายชิ้นตามมา แล้ววันหนึ่งน้องก็จะไม่ไหวแล้วปรี๊ดแตกทันที กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากขึ้นอีก ฉะนั้นบอกตั้งแต่เห็นเลยค่ะว่าอย่าทิ้งเสื้อผ้าไว้ในห้องน้ำ ทีนี้ก็จะเข้าใจกันมากขึ้น

 

3. อย่ายุ่งกับของๆ รูมเมท

     แม้น้องจะเป็นคนเจ้าระเบียบ เห็นอะไรผิดที่ผิดทางไม่ได้ น้องก็ห้ามจัดของของรูมเมทเด็ดขาดนะคะ น้องมีสิทธิแค่ของตัวเอง กับของส่วนกลางของห้องเท่านั้นค่ะ นอกจากนี้ก็มีกรณีที่น้องสนิทกับรูมเมทมากๆ แล้ว ก็อย่าเหมาว่ายืมเสื้อคลุมของเขาไปใส่ได้ ถึงเขาจะเคยเอ่ยปากแล้วก็ตามว่ายืมได้นะ น้องก็ต้องบอกเขาก่อนยืมทุกครั้งอยู่ดี

 

4. ระวังเรื่องพาคนอื่นเข้าห้องและพามาบ่อยเกิน

     ถึงแม้ว่ากลุ่มเพื่อนของน้องที่ชวนกันมาติวหนังสือจะเงียบและเรียบร้อยมากๆ เลยก็ตาม รูมเมทอาจจะไม่ชอบให้มีคนเยอะๆ ในห้องก็ได้ ฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ที่จะชวนใครมาก็ต้องบอกรูมเมทล่วงหน้านานๆ หน่อย เพื่อที่เขาจะได้วางแผนทำกิจกรรมอื่นแทน หรือตกลงกันเลยว่าวันไหนใครยึดห้อง แล้วใครต้องไปห้องสมุด อย่าลืมว่ารูมเมทก็มีสิทธิในห้องนี้เท่าๆ กัน

 

5. ล็อคประตูแหน้าต่างเสมอ

     ข้อสำคัญ สำคัญกับตัวน้องเองด้วย ห้ามลืมเด็ดขาด และต้องเตือนรูมเมทว่าห้ามลืมเช่นกัน เพราะถ้าเกิดของหายขึ้นมา พ่นไฟโทษกันไปมาแน่ๆ

 

6. เป็นเพื่อนที่ดี แต่อย่าคาดหวังว่าจะเป็นเพื่อนสนิทตัวติดกัน

     อย่าเกาะติดรูมเมทประหนึ่งว่าคนนี้แหละที่จะเป็นเพื่อนรักในมหาวิทยาลัย เพราะการดำเนินชีวิตของน้องกับเขาอาจต่างกันมาก และตอนไปเรียนก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนคนละกลุ่ม ฉะนั้นให้เป็นเพื่อนกันในฐานะเพื่อนร่วมห้องพอ และน้องไม่ควรคาดหวังว่าเขาจะเห็นน้องเป็นเพื่อนคนสำคัญที่สุดเช่นกัน

 

7. เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ

     รูมเมทมาจากคนละประเทศ อาจจะนับถือคนละศาสนาและมีงานอดิเรกต่างกัน น้องจึงควรเปิดใจรับไอเดียและประสบการณ์ใหม่ๆ อย่ายึดว่าสิ่งที่ตัวเองรู้มาถูกเสมอ และตัดสินการกระทำของรูมเมท

 

8. เปิดใจรับความเปลี่ยนแปลง

     การที่เรามาเรียนต่อก็เพื่อเปิดโลกให้กว้างขึ้น และทำให้ตัวเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รูมเมทก็น่าจะคาดหวังสิ่งนี้เหมือนกัน ฉะนั้นอะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ ช่วงแรกทั้งน้องและรูมเมทอาจจะมีนิสัยอย่างหนึ่ง แต่อยู่ไปเรื่อยๆ ต่างคนก็ต้องเปลี่ยนไปบ้าง ทำให้มีการตั้งกฎใหม่เพิ่มขึ้น ปรับปรุงกฎเก่า หรือยกเลิกกฎเดิม อย่ายึดติด น้องต้องยืดหยุ่นได้ค่ะ

 

9. ท้วงติงเมื่อความผิดผลาดมันชักจะใหญ่ขึ้น

     จากข้อ 2 ที่หลายคนมักทำไม่ได้เพราะคิดว่าก็นิดหน่อยเอง แต่เมื่อถึงวันที่ “เริ่ม” จะทนไม่ไหว ก็ต้องพูดคุยกับรูมเมททันที อย่าให้มันใหญ่ได้อีก หรือถ้ารูมเมทเปลี่ยนจากสาวเรียบร้อยเป็นสาวฮอตสุดแรง ก็ควรคุยกับเธอทันทีถ้าเธอเชิญทุกคนมาปาร์ตี้ในห้อง

 

10. ปัญหาอื่น ให้ยึดหลักใจเขาใจเรา

     ปฏิบัติต่อรูมเมทในแบบที่เราอยากได้รับการปฏิบัติ เคารพซึ่งกันและกัน ควาบคุมตัวเองให้ดี อย่าวีนแตกหรือปาระเบิดใส่กันเพราะมีแต่จะทำให้แตกหักกันไปข้างนึงค่ะ

 

     วิธีที่ดีที่สุดแต่อาจทำได้ยากที่สุด ก็คือระบุปัญหาคับข้องใจซึ่งกันและกัน และคุยกันแบบเคลียร์ๆ เพื่อช่วยกันหาทางแก้ปัญหาค่ะ อย่าเริ่มต้นด้วย “ช่างมัน” แล้วก็อย่ากังวลว่าจะถูกมองว่าจู้จี้ เพราะไม่มีใครสามารถอดทนได้นานขนาดนั้นหรอกค่ะ หลีกเลี่ยงการระเบิดตูมในวันเดียวจะดีกว่านะคะ เพราะถ้าถึงวันนั้นน้องจะกลายเป็นคน “ช่างขุด” ทันทีเลยค่ะ

     ส่วนใครอยากอ่านบทความดีๆ เคล็ดลับการไปเรียนต่อนอก อย่าลืมแวะเวียนเข้าไปเจอกันได้ที่คอลัมน์เรียนต่อนอกที่ www.dek-d.com/studyabroad นะคะ

 

 

 

ข้อมูล

http://collegelife.about.com/od/beforeyouarrive/qt/roommatetips.htm

 ภาพประกอบ
fanpop.com, imdb.com
ภาพยนตร์เรื่อง The Roommate (2011)
ภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill (1999)
ซีรี่ย์เรื่อง Two and a Half Men
ซีรี่ย์เรื่อง How I Met Your Mother
ซีรี่ย์เรื่อง The Big Bang Theory
ซีรี่ย์เรื่อง 2 Broke Girls
ซีรี่ย์เรื่อง New Girl


Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

PROF.NOAR Member 25 ม.ค. 56 12:26 น. 1
ผู้ชายไทยจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมห้องสักเท่าไหร่  ยกเว้นแต่นอนคนละเตียง  แล้วจู่ๆ  เช้าวันหนึ่งลืมตาตื่นมาแล้วพบว่าเพื่อนร่วมห้องกลายมาเป็นเพื่อนร่วมเตียง  อันนี้ก็น่าคิดไปอย่าง  เอิ๊กๆๆๆๆ   
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ขนุนน้อยหอยสังข์ Member 7 เม.ย. 58 18:58 น. 13

เราเคยไปห้องรุ่นพี่เราอ่ะนะ รูมเมทก็ไม่ถึงกับแย่อ่ะนะคะ...

คนแรก เจ้าระเบียบมาาากกกกเสียใจ แต่ใจดีอ่ะ ทำกับข้าวอร่อยโคตรร 

คนที่สอง ใจดี แต่เงียบๆหน่อย แต่ดูแลเราดีสุดๆเลยค่ะ แต่พี่แกพูดแทงใจดำสุดๆรักเลยเย้หวาา

คนที่สาม เฟรนลี่มากกก เย้เย้

// อยากอยู่หอเลยทีนี้ อิจฉาพี่ฉ้านนนน รักเลยเย้

ทำไมรูมเมทดีอย่างงี้ ><รักเลยรักเลย รูทเมทรุ่นพี่เราในห้องมี 4 คนครับบบ

0
กำลังโหลด

13 ความคิดเห็น

PROF.NOAR Member 25 ม.ค. 56 12:26 น. 1
ผู้ชายไทยจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมห้องสักเท่าไหร่  ยกเว้นแต่นอนคนละเตียง  แล้วจู่ๆ  เช้าวันหนึ่งลืมตาตื่นมาแล้วพบว่าเพื่อนร่วมห้องกลายมาเป็นเพื่อนร่วมเตียง  อันนี้ก็น่าคิดไปอย่าง  เอิ๊กๆๆๆๆ   
0
กำลังโหลด
민트 Member 25 ม.ค. 56 13:31 น. 2
ข้อแรกกับข้องสองนี่จริงๆนะคะ เราเคยเจอมาแล้ว อาจจะเป็นเพราะคนไทยไม่ค่อยกล้าพูดด้วยล่ะมั้ง *ตอนนี้อยู่คนเดียว 55555*
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
aelf.y 27 ม.ค. 56 22:49 น. 7
เมทเราไม่เคยมีความเกรงใจ หอใน อยู่กัน สี่ คน

ก่อนนอน สองคนสนิทกันมากต้องเล่นกันเสียงดัง

ซึ่งเราหลับไปตอนห้าทุ่ม แล้วพวกนี้จะเสียงดังประมาณ ตีหนึ่ง เราสะดุ้งตื่นทุกที

แล้วมันยังไม่สำนึก เพื่อนอีกคนบอกเราหลับแล้ว มันบอกว่าหลับแค่คนเดียวเอง ชั่วมากอ่ะ

แล้วชอบพาคนอื่นมาทำงานในห้องกว่าจะไปก็ดึกดื่น แล้วเปิดเพลงเสียดัง

เราเบื่อมาก ย้ายไปไหนก็ไม่ได้เพราะว่า มันเป็นวิลัยพยาบาลต้องอยู่หอในจนจบ

ย้ายเมทก็ไม่ได้ เพราะเค้าไม่ให้เปลี่ยน
0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากเว็บไซต์ Dek-D.com ขอสงวนสิทธิ์ในการงด โพสต์ข้อความซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยน/โฆษณา สินค้าทุกชนิดในเว็บบอร์ด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้งานท่านอื่น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็ก 28 มิ.ย. 56 23:33 น. 11
มันน่าเบื่อตอนที่มีเมทแบบเยอะๆนี่แหละคะ บางคนก็นอนบางคนก็ไม่นอนแถมยังรบกวนชาวบ้านอีก

0
กำลังโหลด
เขาวงกต 27 ก.ค. 57 21:41 น. 12
คือเรามีรูมเมท 4 คน ที่แน่ๆอยู่ 3 คน เพราะอีกคนไปนอนบ้าน ไม่มีใครเคยเห็น(มีแต่เรา) เราก็มานอนหอในบ้าง ส่วนเพื่อนอีก 2 คน เค้าอยู่ต่างจังหวัดเลยต้องค้างที่หอใน เอาเนื้อๆเลยนะค่ะ เราคิดว่านิสัยเราต่างกันมากกกกก 2 คนนั้นสนิทกันไวมาก เพราะนิสัยเค้าก็คล้ายๆกัน เราพยายามจะสนิท แต่มันก็ไม่ค่อยสำเร็จ เพราะตัวเราไม่เปิดใจรับพวกเค้า แต่ที่เราไม่ยอมเปิดใจส่วนนึงก็มาจาก เราคบเพื่อนแต่สไตล์ด้วยกัน ชอบอะไรเหมือนกัน ผลสุดท้ายเพื่อนที่เราชอบอะไรเหมือนๆกัน ก็เผยธาตุแท้ออกมา เราเลยมีปมด้อยเรื่องเพื่อนมาตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้พยายามเปิดใจแล้ว มันก็ยังมีคำถามอยู่เรื่อยว่า "ต้องทำยังไง?" ตลอดเลยค่ะ ใครอ่านเม้นต์นี้ก็ช่วยตอบเราหน่อยนะค่ะ เราเหมือนอยู่ในเขาวงกตเลย ร้องไห้
0
กำลังโหลด
ขนุนน้อยหอยสังข์ Member 7 เม.ย. 58 18:58 น. 13

เราเคยไปห้องรุ่นพี่เราอ่ะนะ รูมเมทก็ไม่ถึงกับแย่อ่ะนะคะ...

คนแรก เจ้าระเบียบมาาากกกกเสียใจ แต่ใจดีอ่ะ ทำกับข้าวอร่อยโคตรร 

คนที่สอง ใจดี แต่เงียบๆหน่อย แต่ดูแลเราดีสุดๆเลยค่ะ แต่พี่แกพูดแทงใจดำสุดๆรักเลยเย้หวาา

คนที่สาม เฟรนลี่มากกก เย้เย้

// อยากอยู่หอเลยทีนี้ อิจฉาพี่ฉ้านนนน รักเลยเย้

ทำไมรูมเมทดีอย่างงี้ ><รักเลยรักเลย รูทเมทรุ่นพี่เราในห้องมี 4 คนครับบบ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด