สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ทุกวันพฤหัสเช่นเคย^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้เป็นอะไรที่เริดมากกกกกกกก >< กับชีวิตของน้องคนหนึ่งที่เดินตามความฝันด้วยการไปเรียนออกแบบแฟชั่นที่เมืองนอก จากนั้นน้องเค้าก็ค่อยๆ ใช้ความรู้ที่เรียนมาเปิดธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตค่ะ!! ว้าววว เก่งมากเลยนะตัวแค่นี้ เราลองมาอ่านดีกว่าค่ะว่า เรื่องของน้องคนนี้เค้าเป็นมายังไงนะ
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องชาวเด็กดี จำกันได้มั้ย? คงไม่ล่ะ เพราะเคยเล่าประสบการณ์ล่าสุดเมื่อ 2-3 ปีก่อน ถือว่านานมากนะ ตอนนั้นยังเด็กๆ อยู่เลย (ตอนนี้ก็ยังเด็ก อิอิ)
เอ่อ..ลืมแนะนำตัว “เตยหอม” นะคะ ชื่อจริงชื่อฑิชญา ทิชินพงศ์ ตอนนี้อายุ 18 ย่าง 19 ค่ะ เคยเขียนมาเล่าตอนเรียนอยู่มัธยมที่มาเลเซีย โรงเรียน Han Chiang High School จนจบม.3 ก็ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ 1ปี จบม.6 เลย 5555 เสียดายช่วงนั้นเรียนหนักไม่มีเวลาเขียนมาเล่า จะได้มีเรื่องเล่าครบ 3 ประเทศเลย อิอิ
เอาล่ะกลับมา ณ ปัจจุบันเตยศึกษาอยู่ที่ Management Development Institute of Singapore หรือเรียกสั้นๆก็ “MDIS” ค่ะ ที่สิงคโปร์ เรียนหลักสูตร Diploma หรืออนุปริญญาด้านออกแบบแฟชั่นและการตลาดค่ะ (Diploma in Fashion Design & Marketing) ตอนนี้เรียนมาเกือบๆ ครึ่งปีแล้ว วิชาที่เรียนก็จะแบ่งเป็นเทอมๆ ละ 2 วิชาเองค่ะ แต่ก็จะมีแบ่งย่อยๆ ไปอีกนะคะ แต่โดยรวมคือ 2 Modules
ที่เรียนมาตอนนี้ก็มีหมดเลยค่ะ ตั้งแต่วาดเส้น , สเก็ตช์ , ออกแบบแพทเทิร์น, ตัดเย็บ, ประวัติศาสตร์แฟชั่น ตั้งแต่ยุคสมัยแรกจนปัจจุบัน แต่นี่เป็นแค่เนื้อหาของออกแบบ ส่วนเนื้อหาธุรกิจก็จะเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกันกับแฟชั่น เช่น การตลาด, การสร้างแบรนด์ ฯลฯ การวัดผลก็ใช้วิธีการส่งงาน ทำโปรเจคท์ และพวกนำเสนองาน การพรีเซนเทชั่น คือเรียนแฟชั่นที่นี่จะไม่มีการสอบนะคะ ตั้งแต่ Diploma ไปจนถึงป.ตรี มีแค่ส่งงานเท่านั้นค่ะ คืออาจารย์ของเราจะให้งานมาและให้เวลามา ต้องส่งตามเวลาที่กำหนด ก็คือเหมือนแทนการสอบวัดผลเลยน่ะค่ะ
ที่นี่ก็เรียนวันละ 3-6 ชม. ช่วงแรก 6 ชม.ต่อวันเลยค่ะ แต่เรียนไปเดือน 2 เดือน ก็เหลือวันละ 3 ชม. ถ้าถามว่าเรียนชิลมั้ย ก็ชิลนะคะ แต่มันแล้วแต่คน ชิลของเตยนี่คืองานล้นอยู่นะ คือถ้าให้เปรียบเทียบกับการศึกษาไทยก็นะ... 555 เอาเป็นว่า “การเรียนเมืองนอก ไม่เน้นความฉลาด แต่เน้นความเพียรพยายาม” นี่พูดได้เต็มปากในฐานะคนเรียนเมืองนอกมาแล้ว 3 ประเทศ
ส่วนการสมัครเข้าเรียนที่นี่ ต้องมีพอร์ตฟอลิโอค่ะ ใครจบม.6 มาและไม่มีผลงานเลย หากต้องการเข้าเรียนปริญญาตรี จำเป็นต้องเข้าเรียน Diploma ก่อนเป็นเวลา 11 เดือนแบบที่เตยเรียนอยู่ จริงๆ แล้ว Diploma ก็เหมือนเป็นการเตรียมตัวและสร้างผลงานเพื่อที่จะเตรียมยื่นเข้าป.ตรี เพราะฉะนั้นทุกคนควรลงเรียนค่ะ ส่วนการจะเข้าเรียน Diploma ต้องมีผลสอบ Ielts 6.0 หรือ Toeic 550 ค่ะ เตยใช้โทอิคค่ะ ตอนนั้นได้ 700 กว่า แต่มีเพื่อนคนญี่ปุ่นยื่น Ielts 5.5 เค้าอนุโลมนะคะ ส่วนใครไม่มีผลสอบภาษา ทางสถาบันมีหลักสูตรภาษาอังกฤษให้ มี 5 ระดับค่ะ
ตอนสมัครสามารถเข้าสอบได้ที่ศูนย์ MDIS ที่ไทยได้เลยค่ะ เป็นข้อสอบชอยส์นะคะ จะมาเรียนที่นี่สะดวกค่ะ เพราะมีศูนย์โดยตรงตั้งอยู่ที่ไทย สอบถามอากู๋ได้เลยนะคะ อิอิ สำหรับค่าเรียน Diploma ของเตย 11เดือน ประมาณ 1 แสนกว่าๆ ค่ะ แต่พอเข้าระดับป.ตรีจะเป็นของมหาลัยอังกฤษค่ะ ก็คือได้ดีกรีอังกฤษเลย ปีสุดท้ายสามารถโอนไปเรียนที่อังกฤษได้ ^^
ขอเข้าเรื่องประสบการณ์เด็กนอกจริงๆ จังนะคะ เรื่องที่อยากจะแชร์ก็คือ การที่เตยได้มาเปิดตลาดเสื้อผ้าในสิงคโปร์ เริ่มมาจากช่วงที่เตยกลับมาจากนิวซีแลนด์ใหม่ๆ เตยว่างมาก ก็เลยลองทำอะไรขายลงเฟสบุค อย่างแรกก็ขายต่างหูขนนก ช่วงที่เค้าฮิตๆ กันน่ะค่ะ ทำเอง ขายเอง เปิด Fan Page มีคนตามประมาณ 200 คน ขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ช่วงหลังๆ เริ่มซาลง ก็เปลี่ยนไปขายครีม 555 แต่ก็ไม่วาย ไปไม่ค่อยรอดอีกตามเคย
จนเริ่มมีความคิดอยากขายเสื้อผ้า เพราะตัวเองเป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้ว ก็เริ่มจากการเอาเสื้อผ้ามือสองของตัวเองและพี่สาว มาลงอินสตาแกรมขาย ก็ไปได้ดีเลย ตอนนั้นเป็นช่วงใกล้จะมาเรียนต่อสิงคโปร์ ก็มีความคิดแว้บนึงมันเข้ามาในสมอง ตอนนั้นก่อนมาสิงคโปร์ประมาณ 2 เดือนเองนะคะ ก็ลอง Search หาคนสิงคโปร์ในอินสตาแกรม แล้วก็กด Follow รัวเลยค่ะ เพื่อนของคนนั้น เพื่อนของเพื่อน ไปเรื่อยๆ จนไปติดตามได้สัก 3 พันกว่าคน
ตอนนั้นคนสิงคโปร์เริ่มมาสนใจเสื้อผ้าเราในอินสตาแกรมและสอบถามเยอะมากกกกก ด้วยความที่เราพูดอังกฤษได้ ก็เลยต้องพิมพ์ตอบ 2 ภาษาเลย ราคาที่ขายตอนนั้นคือถูกมาก เริ่มต้นตัวละ $3 (ประมาณเกือบ 80 บาท) เพราะเป็นเสื้อผ้ามือสอง ถึงตอนนี้หลายคนคงจะเอะใจใช่มั้ยคะว่า เอ๊ะ ตอนนั้นเตยยังไม่ไปสิงคโปร์ แล้วส่งของยังไง? คือตอนนั้นรับจองอย่างเดียวเลยค่ะ จองแบบไม่คิดเงินด้วย คือวัดดวงเลยค่ะ ต้องเสี่ยง คนก็อีเมล์มาจองตัวนั้นตัวนี้จนของเกือบหมดเลยค่ะ เราก็ได้แค่จดชื่อ ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ ส่วนลูกค้าไทยน้อยมากถ้าเทียบกับชาวสิงคโปร์
|
พอถึงวันเดินทาง นึกภาพตามนะคะ เดินทางไปเมืองนอกคนเดียว ไปวันแรกของการไปเรียนต่อ ทั้งกระเป๋ามีแต่เสื้อผ้าลูกค้า เสื้อผ้าตัวเองน้อยมากกกก แต่คือเราไปตายเอาดาบหน้า คือนึกย้อนก็ขำว่าทำไมเราถึงมั่นใจว่าลูกค้าจะไม่เบี้ยวนะ ขนของไปตั้งเยอะ เหนื่อยก็เหนื่อยค่ามัดจำก็ไม่มี แถมเสื้อก็แค่ตัวละ 50 บ้าง 100 บ้าง 150 บ้าง แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองดูสักตั้ง
สรุปเมื่อเตยไปถึงสิงคโปร์ก็ซื้อซิมมือถือ โทรแจ้งลูกค้ารับของ เส้นทางก็ไม่รู้ คือบอกลูกค้าว่าคุณต้องมาฉันนะคะ เพราะฉันไปหาไม่เป็น 5555 แต่ลูกค้าก็มาจ้า 555555 ซึ่งก็ทยอยรับของกันจนหมดไป ตอนนั้นมีประมาณ 30 กว่าออเดอร์ถ้าจำไม่ผิด เบี้ยวไป 2 รายค่ะ แตไม่เป็นไร ต้องมีกันบ้าง และตรงนั้นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นเริ่มเป็นที่รู้จัก วิธีการรับสินค้าก็จะมีนัดเจอ ช่วงแรกๆ นัดเจออย่างเดียว จนหลังๆ ทนคำเรียกร้องไม่ไหว ต้องส่งไปรษณีย์ด้วย ชีวิตเริ่มวุ่นวายแล้วแหละ 55 เพราะต้องแพ็คของจัดส่งด้วย ต่างประเทศด้วย แต่หลังจากผ่านช่วงแรกไปได้ เราก็สร้างอินสตาแกรมใหม่ ไม่ไป Follow ใครเลย แต่แจ้งในอันเก่าว่าเราเปลี่ยนอินสตาแกรมนะ จริงๆ เราต้องการเช็คว่าคนที่ติดตามเราอยู่ตอนนั้นมีใครบ้างที่สนใจและอยากอุดหนุนเราจริงๆ เค้าจะได้ตามมาเอง ในระหว่างนั้นก็เริ่มดูลาดเลาว่าตลาดเสื้อผ้าที่สิงคโปร์เป็นยังไง คนที่นี่แต่งตัวยังไง ชอบสไตล์ไหน เมื่อเราเริ่มรู้บ้าง ก็ไม่ขายเสื้อผ้ามือสองละ เริ่มหามือหนึ่งมาขายบ้าง |
เตยก็เริ่มขายเสื้อผ้าทุกแบบ เพราะยังไม่รู้ความต้องการลูกค้า จนปัจจุบันเตยขายแค่ไม่กี่อย่างแล้ว แต่ที่เน้นเลยคือ เสื้อบราเลท (Bustier/Bralet) ซึ่งนี่ก็เป็นความต้องการของคนหลายๆ ประเทศรวมถึงฝรั่งด้วย ไม่ใช่แค่สิงคโปร์ พอปิดเทอมสั้นๆ เตยกลับไทยก็จะหาเสื้อผ้ามาขาย คือขนมาเหมือนเดิม กระเป๋าก็มีแต่ของจะขายเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ราคาเริ่มอัพแล้ว เพราะเป็นเสื้อผ้าใหม่ แต่ลูกค้าก็ยังอุดหนุนไม่ขาดสาย จนเริ่มมีชาวต่างชาติมาสอบถามว่า ส่งรอบโลกมั้ย มีเว็บไซต์มั้ย จะสั่งยังไง ก็เลยเก็บเรื่องนี้ไปคิดเป็นเดือน จนสุดท้ายทนไม่ไหว ต้องเปิดเว็บไซต์เพื่อให้ชาวต่างชาติประเทศอื่นๆ ซื้อได้สะดวก
พอเริ่มมีชาวต่างชาติ เราก็เริ่มมีไอเดียอยากให้สินค้าของเราดังบ้าง ก็เลยติดต่อพวกบล็อกเกอร์แฟชั่นที่ดังๆ ไป 3-4คน เพื่อที่เราจะส่งสินค้าเราไปให้เค้าใส่ลงอินสตาแกรมเป็นการโฆษณาให้เรา หลังจากนั้นเราก็เริ่มมี Follower ในอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 1000 กว่าคน เพิ่มเป็น 3-4 พันในไม่ถึง 5 วัน มีออเดอร์จากอเมริกาก็เพิ่มขึ้น จนปัจจุบันนี้มี Follower 12,000 คน แล้วค่ะ ก็ยังถือว่าไม่มาก แต่สำหรับเตยก็ถือว่าโอเคมากแล้ว
ตอนนี้เตยวางแผนเรื่องการขยายตลาด พัฒนาสินค้าแล้วค่ะ จากที่เมื่อก่อนจะเน้นนำจากไทยมาขาย แต่ตอนนี้เตยกำลังวางแผนสั่งตัดเป็นแบรนด์และแบบของตัวเราเอง เพราะตอนนี้ก็มีลูกค้ารองรับในระดับนึง และพอเตยจบ Diploma ในเดือนกันยาที่จะถึงนี้ เตยคิดจะกลับไปทำตลาดต่อที่ไทย แต่เรายังคงเน้นขายออนไลน์อยู่ เพราะเตยมั่นใจว่าธุรกิจและการตลาดบนโลกไซเบอร์นี่ไม่แพ้ร้านค้าทั่วๆ ไปแน่นอน
| จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็แค่อยากจะแชร์ประสบการณ์เด็กนอกอีกสักครั้ง นักเรียนคนนึงที่ต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย อยู่ตัวคนเดียว วันๆ รับออเดอร์ลูกค้า เช็คเมล ไปพบลูกค้า ไปส่งของ ช่วงแรกๆ ป่วยเลยค่ะ บางครั้งต้องบอกคุณแม่ว่า ให้พี่สาวบินมาอยู่ช่วยได้มั้ย ลุกไม่ไหวแล้ว เครียดทั้งเรียน เครียดเรื่องงานอีก แต่สุดท้ายก็สู้ค่ะ คนเราไม่ได้รวยมาตั้งแต่เกิด เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ขยัน มุ่งมั่นในวันนี้ แล้วเมื่อไหร่เราจะประสบความสำเร็จ จริงมั้ยคะ ความฝันของเตยไม่ใช่การเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์นะคะ แต่เตยอยากเป็นนักธุรกิจ นักการตลาด ผู้สร้างแบรนด์ คือง่ายๆ คืออยากทำธุรกิจด้านแฟชั่นค่ะ สุดท้ายที่สุด เตยอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตก่อนอายุ 25 ปี อยากคืนทั้งทุนและกำไรให้คุณพ่อ คุณแม่ที่เลี้ยงเรามาจนมีวันนี้ เรามาลุ้นไปพร้อมๆ กันนะคะ ว่าเตยจะทำได้มั้ย |
ส่วนใครสนใจอยากเข้าไปดูร้านเตย อินสตาแกรมร้าน ชื่อ @misstichyx และใครอยากไปติดตามอินสตาแกรมส่วนตัวก็ตามได้ที่ @katietichy นะคะ (ชื่อภาษาอังกฤษเตยชื่อ Katie) ขอบคุณทุกคนมากนะคะ เรื่องยาวมาก หวังว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับใครหลายคนได้นะคะ มีอะไรสอบถามก็ติดต่อมาได้ค่ะ วันนี้ขอไปก่อน ไว้จะมาเล่าใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ
โห น้องเตยเก่งมากๆๆๆ เลยค่ะ พี่อ่านแล้วนับถือและอายเลยนะเนี่ย 5555 เด็กสมัยนี้มีธุรกิจของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย น้องๆ หลายคนอ่านแล้วคงน่าจะได้แรงบันดาลใจหรือไอเดียอะไรใหม่ๆ บ้างนะคะ ยังไงก็ขอให้น้องเตยประสบความสำเร็จมากๆ จ้า ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็เขียนและส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ รออ่านอยู่นะ ส่งมาไวๆๆๆ เลยจ้าาา
เปิดแล้ว!! Dek-D's โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอกทั่วโลก 2013
โปรแกรมแรกในเมืองไทยที่จะช่วยค้นหาทุนเรียนต่อต่างประเทศ ง่ายแค่คลิก! รวบรวมทุนฟรีๆ
กว่า 200 ทุน คลิกไปใช้กันได้ที่ www.dek-d.com/studyabroad/scholarship


20 ความคิดเห็น
สามารถทำธุรกิจได้ตั้งแต่ยังสาว น่านับถือมากค่ะ
สู้ๆนะคะ ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์ค่ะ
นี่แหละ คนที่คิดริเริ่ม เป็นเจ้านายตัวเอง
เปิดเด็กดี ตกกะใจ เห้ย ! นี่มันเพื่อนช้านนน
ดีใจมากๆๆ
คิดถึงเสมอ
พลอยใส ^_^
"แฟชั่นต้องคิดอะไรที่แปลกกว่าชาวบ้าน" บรรทัดนี้คิดถึงเลดี้ กาก้าเลย (ฮ่า)
ลองเข้านี่ดู http://www.dek-d.com/content/studyabroad/28244/