เปิดรั้วโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุด ณ ญี่ปุ่น!! น่าเรียนสุดๆ แถมมีชมรมเพียบ

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกวันพฤหัสเช่นเคย!! อีกไม่นานโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างๆ จะเริ่มเปิดรับสมัครแล้ว เล็งกันเอาไว้หรือยังคะว่าจะสมัครโครงการไหนหรือไปประเทศอะไร???

     สำหรับวันนี้ก็ยังมีประสบการณ์รุ่นพี่มาฝากเช่นเคย ขอบอกเลยว่าเรื่องวันนี้สุดยอดมากๆๆ และต้องทำให้หลายคนตาร้อนแน่ๆ เพราะเป็นประสบการณ์จากนักเรียนแลกเปลี่ยนในโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อ๊ากกกกก!! ได้ไปญี่ปุ่นก็ว่าน่าอิจฉาแล้ว นี่ยังได้ไปเรียนในโรงเรียนบิ๊กเบิ้มขนาดนี้อีก โชคดีเกินไปแล้ว!!



   
     สวัสดีค่าาาาาาทุกคน ชื่อ "แตงกวา" ค่ะ เรียนที่โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ จังหวัดอยุธยาจ้า เราได้มีโอกาสดีๆ ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 1 ปีโดยโครงการ AYC รุ่นที่ 10 ค่ะ ตัวเราฝันอยากจะไปต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ พอขึ้นม.สี่เลยไม่พลาดที่จะไปซื้อใบสมัครสอบโครงการต่างๆ เพื่อจะทำให้ฝันของตัวเองเป็นจริง!!
   
     ก่อนไปญี่ปุ่น สิ่งที่เรารู้จักประเทศนี้ก็คงเป็นความคิกขุอะโนเนะน่ารักของประเทศญี่ปุ่นมั้งคะ
และก็วัฒนธรรมที่แพร่หลายในประเทศไทยอย่าง การ์ตูน ชินจูกุ ฮาระจูกุ คอสเพลย์ เจ-ป็อป ภูเขาไฟฟูจิ
โดราเอมอน ชินจัง โคนัน ซูชิ วาซาบิ ปลาดิบ บลาๆ 5555 นอกจากนั้นยังมีรุ่นพี่และคุณครูบอกว่า ญี่ปุ่น
น่ะนะทั้งสวย ทั้งน่ารัก ผู้คนก็ซื่อสัตย์มีระเบียบวินัย ผู้คนตรงต่อเวลา รวมไปถึงรถไฟ!! แต่ก็มีคนแอบกระซิบมาว่า คนญี่ปุ่นบางทีก็ปากไม่ตรงกับใจ! ปากยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม! ได้ยินแล้วก็แอบกังวล แล้วแบบนี้ฉันจะรอดไหมนะ! แต่เอาน่า แค่คำบอกเล่ายังไม่ได้ไปสัมผัสเองเลย!!

   
     เราได้ไปอยู่จังหวัดไซตามะ เป็นจังหวัดที่ได้ยินครั้งแรกแล้วก็คิดในใจว่า ที่ไหนกัน? -_-; ไซตามะเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับโตเกียวเลยค่ะ ถ้านั่งรถไฟไปก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ถ้าเป็นรถส่วนตัวก็สักหนึ่งชั่วโมง  ซึ่งไม่ต่างจากการเดินทางจากอยุธยาไปกรุงเทพเลยค่ะ(นอกจากรถไฟน่ะนะ 555)

     ไซตามะเป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ค่ะ 5555 คือที่เที่ยวน้อยมากค่ะ ออกแนวชิลๆ เรื่อยๆ ชีวิตไม่เร่งรีบ ยังมีทุ่งหญ้าให้เห็นบ้างนอกจากตึกสูงระฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างจากโตเกียวเป็นอย่างมาก! และนี่ก็ถือเป็นความโชคดีของเด็กหญิงที่ไม่ชอบความวุ่นวายอย่างเราค่ะ >O<

   
    โฮสท์แฟมิลี่มีกันสามคนค่ะ พ่อ แม่ ลูกสาววัยสิบสองปี เป็นน้องสาวเรานั่นเอง อาศัยอยู่บนคอนโดชั้นสิบสาม ที่วันไหนท้องฟ้าเปิด อากาศดี ก็จะมองไปเห็นภูเขาไฟฟูจิ โตเกียวทาวเวอร์ และ Tokyo sky tree ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ทำกิจกรรมตลอดเวลาค่ะ ชอบท่องเที่ยว ชอบทำกิจกรรมนอกบ้าน และกิจกรรมยอดฮิตคือการปีนเขา ชอบทั้งบ้านเลย (อันนี้เราแอบขอผ่านบ่อยๆ ค่ะ 5555) ที่ติดใจมากๆ คือได้ไปแคมป์ค่ะ ก็นั่งเรือไปที่เกาะ ทั้งตกปลา ทั้งปีนเขา กลับมาดำเลยทีเดียว TT

     คือครอบครัวนี้เขารับเด็กแลกเปลี่ยนมาเยอะมากจนชำนาญการเลยก็ว่าได้ แต่เราก็เป็นเด็กคนแรกที่มาอยู่นานที่สุด เขาเลยรู้ว่าจะดูแลเรายังไงให้ทั้งเขาและเราไม่อึดอัด เขาดูแลเราเหมือนลูกสาวคนหนึ่งที่เป็นพี่สาวคนโต ในบ้านเรามีหน้าที่ล้างจานกับช่วยทำอาหาร (ซึ่งปกติอยู่ไทยไม่ทำ 5555) ด้วยความที่น้องสาวเพิ่งจะ 12 ขวบค่ะ และเราทั้งสองก็เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านเหมือนกัน ดังนั้นช่วงแรกๆ เรามีอาการอึดอัดกันไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นพี่สาวน้องสาวที่สนิทกันไปนั่นเอง ที่เรารู้สึกประทับใจและขอบคุณครอบครัวนี้มากที่สุดคือ การที่เขาห่วงใยเราในเรื่องทุกๆ เรื่อง และทำให้เราได้ปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่!

   
     โรงเรียนที่ไปเรียนชื่อ Inagakuen High school เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น!! ซึ่งก็ขอยืนยันนอนยันว่าใหญ่จริงๆ ค่ะ เป็นโรงเรียนสหศึกษาที่มีนักเรียนระดับชั้นม.ปลายจำนวนประมาณ 2 พันกว่าคน โรงเรียนนี้แบ่งออกเป็นบ้านๆ มีทั้งหมด 6 บ้าน ซึ่งบ้านที่ 1 จะเป็นของม.ต้น ส่วนบ้านที่ 2-6 เป็นนักเรียนม.ปลาย และม.ปลายชั้นหนึ่งจะมี 20 ห้อง บ้านละ 4 ห้องน่ะเอง แต่ละบ้านก็จะมีสีกำกับ ซึ่งเราได้อยู่บ้าน 5 สีประจำบ้านเป็นสีฟ้าค่ะ นักเรียนห้องหนึ่งมีประมาณ 40 กว่าคน โดยในแต่ละห้องจะมีนักเรียนจากทุกสายการเรียนอยู่ในห้องเดียวกัน เวลาเรียนก็จะแยกกันไปเรียนตามสายตัวเอง จะมีแค่บางวิชาที่เรียนรวมกัน (หนึ่ง-สองวิชา) ส่วนมากวันหนึ่งจะได้เจอกันครบห้องก็แค่ช่วงโฮมรูมตอนเช้ากับก่อนกลับบ้านเอง

      วิชาที่เราเรียนส่วนมากเราก็เน้นไปทางภาษาคือคลาสเรียนอังกฤษ จะมีเยอะมากประมาณ 5 คลาสได้ นอกนั้นก็มีชีวะ ประวัติศาสตร์ เลข พละ ภาษาญี่ปุ่น ทำอาหาร ปรัชญา การเขียนพู่กันญี่ปุ่น(โชโดว) เศรษฐศาสตร์และการเมือง คือแต่ละวิชาเขาจะให้เด็กลงเรียนเองค่ะ คือทุกวิชายากมากๆ จริงๆ เรียนไม่รู้เรื่องเลย อ่านไม่ออก ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าเลย T^T ที่แปลกมากคือในห้องเรียนเด็กหลับครูก็ไม่ว่าค่ะ แต่บางคนก็อาจจะเดินมาสะกิดนะคะ จริงๆ โรงเรียนนี้เขาใช้การเรียนการสอนแบบมหาวิทยาลัย คือนักเรียนต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องรู้ตัวเอง ซึ่งเราก็ว่ามันเจ๋งดีค่ะ!


      ที่โรงเรียนเรามีเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนอีก 2 คน หนึ่งหนุ่มมาจากแคนาดา และอีกหนึ่งสาวจากสวีเดนค่ะ คือช่วงแรกๆ ก็คุยกันด้วยภาษาอังกฤษนะ เรานี่ภาษาอังกฤษดีขึ้นมาพอสมควรเลยแหละ แต่พอหลังๆ บางทีเขาพูดอังกฤษมา เรานึกไม่ออก ก็ตอบกลับด้วยภาษาญี่ปุ่น ก็ตลกดี ^O^
 

   ถ้าพูดถึงเรื่องสนุกๆ ในโรงเรียนนั้น คงต้องยกให้เรื่องชมรม เราเลือกเข้าชมรมคิวโด หรือว่าธนูญี่ปุ่นนั่นเอง ที่เลือกเข้าชมรมนี้เพราะรู้สึกอยากทำอะไรที่ทำได้แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แล้วคิวโดก็เท่สะดุดตาเรามากเราเลยเลือกเข้าคิวโดค่ะ ทีแรกก็ว่าจะแค่เล่นๆ ให้รู้ ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นสนุกกับมัน และสุดท้ายก็กลายเป็นหลงรักไปเลยล่ะ >O<


   จริงๆ คิวโดฝึกให้เราใจเย็นและสร้างสมาธิให้เราได้เยอะมากๆ นอกจากการเล่นคิวโดจะสนุกแล้ว เพื่อนๆ ในชมรมก็ที่สุดของความ alert ค่ะ ฮ่าๆๆ คือทุกคนจะเฮฮา ร่าเริงมากๆๆๆๆ และที่สำคัญทุกคนใจดีสุดๆ เลยค่ะ

   แล้วก็ตอนที่ไปเที่ยวกับโรงเรียน เราไปเที่ยวที่เกาะโอคินาวะ เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ไปตอนเดือนมกราคม ตอนนั้นแถบไซตามะ โตเกียวยังหนาวๆ อยู่เลยนะ แต่ไปโอคินาวะนี่อบอุ่นมากๆ แถมบรรยากาศยังไทยๆ อีกต่างหาก 

 
   สำหรับการทำกิจกรรมนั้น ขอบอกเลยว่าอยู่ญี่ปุ่นทำกิจกรรมเยอะกว่าอยู่ไทยประมาณสิบเท่าค่ะ 555 คือแค่ชมรมนี่ก็สัปดาห์ละ 7 วันแล้วค่ะจันทร์-อาทิตย์ และยังมีกิจกรรมพิเศษอย่างฮิปโป อ๊ะ! ฮิปโปคือ อะไร? เชื่อว่าทุกคนคงสงสัยค่ะ เราจะอธิบายให้คุณฟังค่ะ
     
      "ฮิปโป" คือชมรมหนึ่งที่รวมชาวญี่ปุ่นที่รักที่จะเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เป็นชมรมที่เรียนภาษาโดยไม่ได้นั่งเรียนอย่างเคร่งครัดและไม่มีตำราใดๆ นักเรียนมีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงรุ่นคุณตาคุณยาย วิธีการเรียนคือการพูดตามซีดีที่มีเนื้อเรื่องเหมือนกัน แต่มีหลายภาษาแตกต่างกันไป เป็นระบบการเรียนรู้แบบเด็กทารก คือเน้นการทำตาม พูดตามไม่ต้องกลัวผิด ไม่ต้องคิดถึงความหมาย แล้วก็มีร้องเล่นเต้นรำ คือเป็นกิจกรรมที่ตั้งแต่เด็กและผู้ใหญ่สามารถทำร่วมกันได้ค่ะ เพราะฮิปโปเองเขาก็เน้นเรื่องของครอบครัวเป็นหลักค่ะ ไม่ใช่แค่ครอบครัวของเรา แต่ทุกคนบนโลกในนี้คือครอบครัวเดียวกัน

      เราว่าเราได้อะไรจากฮิปโปเยอะมากค่ะ และที่สำคัญคือการที่เราได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตาหลายช่วงวัย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ได้แสดงความคิดเห็น และเจ้าชมรมฮิปโปนี่แหละค่ะที่ทำให้ได้รู้จักคนมากมาย แถมยังฝึกให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้นด้วย อย่างเมื่อก่อนเป็นคนที่กลัวไมโครโฟนเอาซะมากๆ ไม่ชอบพูดต่อหน้าผู้คนค่ะ เดี๋ยวนี้สบายมาก เพราะต้องพูดบ่อยๆ :) แล้วที่สำคัญเรายังได้เพื่อนจากต่างชาติต่างภาษาเยอะแยะเลยค่ะ สนุกมากจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า "รักฮิปโปมาก!!"


      นอกจากนั้นยังได้มีโอกาสออกทีวีญี่ปุ่นด้วยค่าาา >O< ฮ่าๆๆ เรื่องมันมีอยู่ว่าโฮสท์คุณแม่ของเราเขาไปร่วมสนุกโพสท์ข้อความในเว็ปของฟูจิเทเรบิ(สถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่น)ซึ่งถ้าคอมเมนต์ไหนเข้าตาคณะกรรมการ ก็จะได้สิทธิพิเศษในการนั่งพาหนะที่เป็นทั้งรถและเรือได้(คือแล่นได้ทั้งบนบกและในน้ำ) ซึ่งแน่นอนว่าจะได้ออกทีวีด้วย แล้วปรากฎว่าคอมเมนต์นั้นก็ได้รับการคัดเลือกค่ะ
   
     พอรู้ผลปุ๊บ เราก็ยังงงๆ อยู่เลยค่ะ ฮ่าๆๆ พอถึงวัน ก็ไปกันที่โอะไดบะ ไอ้รถเรือที่ว่านี่มันไม่มีกระจกค่ะ
แล้ววันที่ไปอากาศก็เย็นๆ อยู่ ซึ่งกว่าจะได้ลงไปในทะเลก็ต้องขับรถไปที่ท่าเรือก่อน ซึ่งมันหนาวมากค่ะ 
Y_Y พอลงทะเล รถก็กลายเป็นเรือ แล่นในน้ำอยู่ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้ ไปลอดใต้เรนโบว์บริดจ์ซึ่งเขาก็บอกว่าถ้าใครอธิษฐานอะไรใต้สะพานนี่เนี่ยคำอธิษฐานจะกลายเป็นเรื่องจริงด้วยนะ

   
    แล้วเรือก็วนใต้สะพานกลับที่เดิม ขากลับคุณพิธีกร(เขาเป็นนักอ่านข่าวที่ดังทีเดียวค่ะ แต่เราไม่รู้จัก 5555) ก็ถามคำถาม เขาก็พูดว่า นอกจากจะมีพวกเราชาวญี่ปุ่นแล้ว ยังมีชาวต่างชาติบนเรือลำนี้ด้วย แล้วเขาก็สัมภาษณ์เราไปนิดหน่อย แล้วเรือก็วนกลับมาที่หน้าฟูจิเทเระบิที่เดิม พอลงมา เขาก็เรียกไปสัมภาษณ์อีกหนึ่งรอบ คือสัมภาษณ์ไปเยอะมากค่ะ ก็ถามอารมณ์ว่าทำไมถึงมาญี่ปุ่น มาอยู่นานเท่าไหร่ แล้วได้ทำอะไรบ้าง คือสัมภาษณ์แต่เราทั้งๆ ที่ยืนกันอยู่สามคน ฮ่าๆๆๆ พอวันต่อมา ตอนเช้ากินข้าวเช้าเสร็จ กำลังแต่งตัวรอไปโรงเรียน ปรากฎว่าออกอากาศวันนี้พอดี เราก็ได้ออกทีวีไปหลายช็อต แล้วตอนจบนี่ถ่ายหน้าเราประมาณห้าวิ แบบหน้าบวมมากค่ะ ฮ่าๆๆๆ พอรายการจบ ก็มีอีเมล์จากเพื่อนๆ เข้ามาทักทันทีว่าเห็นในทีวีนะ ฮ่าๆๆๆ
   
     ถ้าถามว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรที่ญี่ปุ่น เราชอบทุกอย่างเลยค่ะ คือจริงๆ อยู่ญี่ปุ่นไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดอะไรเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าไม่ได้อยู่ในเมืองด้วย ก็อารมณ์ชิลๆ ไปวันๆ ค่ะ ตั้งแต่การคมนาคม อาหารการกิน ขนม เสื้อผ้า ผู้คน ความหลากหลาย คือชอบหมดเลย จริงๆ มีอยู่อย่างหนึ่งคือก็ไม่เชิงไม่ชอบหรอก จะออกแนวอายๆ มั้งคะ ก็คือ การลงออนเซ็นนั่นเอง คือคนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่คุ้นเนอะ ลงช่วงแรกๆ นี่บิดแล้วบิดอีก ฮ่าๆๆ แต่หลังๆ ชินค่ะ เลยไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แล้วอีกอย่างก็คงค่าครองชีพเนี้ยแหละค่ะ ไม่ชอบเอาซะเลย เฮ้อ =.=

   
     นอกจากนั้นเราชอบความพยายามของเขาค่ะ คืออย่างเช่นภาษาอังกฤษ มีเพื่อนที่ชอบภาษาอังกฤษมากๆ เขาก็พยายามไปคุยกับอาจารย์ชาวต่างชาติ ดูหนังฟังเพลง หาทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา เราว่าเขาพยายามมากๆ เลยนะ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนในห้องมาถามเราว่า ทำไงให้เรียนภาษาอังกฤษได้ดีๆ ไอ้เราก็เป็นคนชอบแนะนำนะ เราเลยแนะนำเพื่อนไปสองชั่วโมงได้ อธิบายยาวเหยียด ฮ่าๆ
     
    สุดท้ายนี้ อยากบอกคนที่อยากไปแลกเปลี่ยนว่า ถ้ามีฝันก็ทำให้เป็นจริงค่ะ! ไปปีหนึ่งได้อะไรมาเยอะคุ้มกับเงินที่จ่ายไปค่ะ ถ้ามีโอกาสก็รีบคว้าเอาไว้ ชีวิตหนึ่งมีแค่ครั้งเดียวเอง ไม่ว่าจะไปประเทศไหนเราคิดว่าดีทั้งนั้นนะ ! ไปแลกเปลี่ยนนอกจากภาษาที่จะดีขึ้นแล้ว ยังได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ได้เปิดโลก ได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมต่างประเทศอีกด้วย :)

     



     เป็นยังไงกันบ้างคะ? โรงเรียนก็น่าอยู่ ครอบครัวก็น่ารัก เมืองก็สุดแสนจะชิล โอ๊ยยย อิจฉาน้องแตงกวาจริงๆ นะเนี่ย ดังนั้นใครอยากได้ประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ ก็ห้ามพลาดโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนเด็ดขาดค่ะ จะรับสมัครเมื่อไหร่ยังไง เดี๋ยว
พี่เป้ นำข่าวมาบอกแน่นอน ส่วนใครอยากเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ แบบนี้ ก็รีบเขียนและส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ รออ่านอยู่นะ!



 

เปิดแล้ว!! Dek-D's โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอกทั่วโลก 2013
      โปรแกรมแรกในเมืองไทยที่จะช่วยค้นหาทุนเรียนต่อต่างประเทศ ง่ายแค่คลิก! รวบรวมทุนฟรีๆ 
      ไว้แล้วกว่า 200 ทุน คลิกไปใช้กันได้ที่  www.dek-d.com/studyabroad/scholarship
     

เด็กดีดอทคอม :: 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลก
เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER @PAYDEKD
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

43 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
จีจี 14 มี.ค. 56 17:05 น. 9
คือเราฝันอยากไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น ๆ มากเลยนะ
แต่กลัวไปแล้วพูดไม่เป็น ฟังไม่ออก (ปกติก็ฟังไม่ออก5555)
คือถ้าจะไปเราต้องมีพื้นฐานหรือป่าวค่ะ ?
อยากคุยกับพี่แตงกวาจังเลยง้ะ T_T
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
milkkey-tg Member 14 มี.ค. 56 20:12 น. 12
แตงกวาออกมาเขียวแล้วเย้ แอ้นท์นะแตงกวา ถึงจะไม่ค่อยได้คุยกันแต่เราก็เห็นกันบ่อยๆเนอะ(พอเรากลับมาไทย) ตอนแรกที่บอกเรื่องบ้าน งงมาก 555+ พอตอนนี้อ่านดีๆมันก็เคลียร์ละ คิดถึงนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
BUTTΞΓCUP² Member 15 มี.ค. 56 02:53 น. 17
ลูกสาวโฮสต์หน้าตาน่ารักอะ//

น่าไปมากเลย ดูเพื่อนๆก็น่ารัก เป็นกันเองดีนะคะ
แบ๊วทั้งผู้ชายและผู้หญิงเลย
ถ้ามีโอกาสไม่พลาดแน่นอน =D
0
กำลังโหลด
Polaris Member 15 มี.ค. 56 11:41 น. 18
อยากไปอ่าา เราอยากคุยกับพี่เค้าจังเลยจะได้ขอคำแนะนำจากพี่เค้า
ถ้ายังไงก็ขอเมลหน่อยได้ไหมค่ะ พี่เค้าไปตอนเเรกพี่เค้ามีพื้นฐานมากรึเปล่า
อยากรุ้ ๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด