1 ปีสุดแฺฮปปี้ ณ ปานามา ... ใครรู้จักประเทศนี้ ยกมือขึ้น!?

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยค่ะ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากประเทศที่หลายคนไม่รู้จักแน่ๆ แต่ พี่เป้ คุ้นชื่อประเทศนี้มาจากซีรีส์เรื่อง Prison Break ค่ะ นั่นก็คือ "ปานามา" นั่นเอง (มีใครรู้จักมั้ยนะ) อยู่ไกลถึงทวีปอเมริกากลางโน่นแน่ะ ไกลมากๆ ค่ะ

     เจ้าของประสบการณ์เด็กนอกวันนี้ เค้าเตรียมมาเปิดม่านประเทศปานามาให้พวกเราได้รู้จักกันค่ะ เล่าละเอียดยิบเห็นภาพสุดๆ ลองอ่านกันได้เลย ได้ความรู้มากๆ เลยจ้า


     ¡Hola! สวัสดีครับ ผมชื่อ ”อาร์ชี่” หรือหลายคนรู้จักในชื่อ ”รอม” เพราะเป็นชื่อเก่า ปัจจุบันกำลังศึกษาที่โรงเรียนวัดราชโอรส ได้มีโอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในโครงการ AFS รุ่นที่ 51 ประเทศปานามา
   
    หลายคนคงไม่รู้ว่า”ปานามา”คือประเทศอะไร? อยู่ที่ไหน? ใช้ภาษาอะไร? ดังนั้นมาทำความรู้จักกับประเทศนี้กันก่อนเลยครับ


     ประเทศปานามา หรือชื่อเต็มคือ สาธารณรัฐปานามา (República de Panamá) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกากลาง  ด้านตะวันตกติดกับประเทศคอสตาริกา ด้านตะวันออกติดกับประเทศโคลอมเบีย ส่วนทิศเหนือติดกับทะเลแคริบเบียน และมหาสมุทรแอตแลนติค ส่วนทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
 
     เมืองหลวงคือกรุงปานามา (Panama city) หรือ  La Ciudad De Panamá  ใช้ภาษาสเปนเป็นราชการ 
เป็นประเทศในเขตร้อน และอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเหมือนประเทศไทย (ถ้าลองลากเส้นตรงในแผนที่จะเห็นว่าอยู่แถบเดียวกับประเทศไทยเป๊ะ! แค่ห่างกันครึ่งซีกโลก และเวลาช้ากว่าประเทศไทยอยู่ 12 ชั่วโมงครับ) ดังนั้นทำให้มีอากาศและอุณหภูมิคล้ายประเทศไทยมาก แต่จะต่างที่มีแค่สองฤดู คือฤดูร้อนและฤดูฝน เหมือนภาคใต้ของประเทศไทยเราครับ
   
     คนส่วนใหญ่ที่นี่สัก 70% จะเป็นพวกเมสติโซ หรือเป็นเชื้อผสมระหว่างชนพื้นเมืองกับชาวยุโรป ส่วนที่เหลือก็เป็นชนผิวดำ ชนผิวขาว คนจีน แล้วก็คนพื้นเมืองหรืออินเดียนนั่นเองครับ

   
     ส่วนการทักทาย ถ้าผู้หญิงกับผู้หญิง หรือผู้หญิงกับผู้ชายจะใช้วิธีชนแก้มแล้วทำเสียงจุ๊บครับ ส่วนผู้ชายกับผู้ชายจะใช้วิธีจับมือกัน แล้วที่สำคัญคนปานามาจะใช้เวลาส่วนใหญ่เมื่ออยู่บ้านในการดูทีวี นิสัยคนปานามาก็เฟรนด์ลี่ ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ชอบเข้าสังคม ชอบงานปาร์ตี้มากๆๆๆ แต่มีข้อเสียคือไม่ค่อยตรงต่อเวลา และผู้หญิงชอบนินทาทั้งต่อหน้าและลับหลังมาก 
   
     สิ่งที่โดดเด่นอีกสิ่งหนึ่งของที่นี่คือชาวพื้นเมืองอินเดียนครับ ซึ่งเขาไม่ได้อยู่กันตามเผ่าอย่างเดียว  เขายังมีกลุ่มครอบครัวที่อาศัยตามในเมือง อยู่กับบ้านเหมือนคนทั่วไปอีกด้วย (บ้านตรงข้ามผมเลยแหละครับ เป็นชาวอินเดียนทั้งบ้าน)  แถมยังเดินกันขวักไขว่ในห้างสรรพสินค้า สิ่งที่โดดเด่นของชาวอินเดียนคือ เขาจะมีชุดพื้นเมืองตามเผ่าของเขา ซึ่งไม่ว่าเขาจะไปไหนอยู่บ้าน  ไปห้างอะไรก็แล้วแต่ จะใส่แต่ชุดแบบนี้ แต่จะใส่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายจะใส่ชุดลำลองแบบคนทั่วไป ส่วนชาวอินเดียนที่อยู่ตามเผ่าส่วนมาก ผู้ชายกับเด็กจะแต่งตัวแบบอินเดียน คือใส่แค่ช่วงล่าง เป็นผ้าพัน แต่มันเหมือนกางเกงใน = = แต่เรื่องการแต่งกายจะขึ้นอยู่กับแต่ละเผ่าครับ เพราะแต่ละเผ่าไม่เหมือนกัน แต่ปัจจุบันปานามามีเผ่าอินเดียนพื้นเมืองแค่ 3 เผ่าเท่านั้น 

   
    ผมอยู่ในจังหวัดปานามา ที่เมืองชื่อว่าอาไรฮั่ง(Arraiján) เป็นเมืองที่ถัดจากตัวเมืองหลวงหรือปานามาซิตี้
แต่ต้องข้ามฝั่งจากคลองปานามามาฝั่งตะวันตกเมืองเมืองแรก เป็นเมืองไม่เล็กมากไม่ใหญ่มาก บ้านทุกครัวเรือนประมาณ 95% จะเป็นบ้านชั้นเดียว ส่วนบ้านสองชั้นมีแต่พวกคนรวยเท่านั้นที่มีได้  ซึ่งบ้านชั้นเดียวนั้นก็ทำให้ดูบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย อย่างบ้านผมที่ไทยเป็นตึกแถวมี 5 ชั้น บอกใครที่ปานามาก็ตามมีอันตะลึง! 
 



   ครอบครัวอุปถัมภ์ของผมมีด้วยกันทั้งหมด 4 คน มีพ่อ  แม่ น้องชายคนโตอายุ 15 ปี แล้วก็น้องชายคนเล็กอายุ 10 ปี ผมเข้ากับครอบครัวและน้องชายทั้งสองได้ดีครับ ถึงแม้ว่าเรื่องความชอบ นิสัย วัฒนธรรม อะไรหลายๆอย่างจะต่างกันมากๆ แถมผมเองก็ไม่เคยมีพี่น้องเพราะเป็นลูกคนเดียวครับ

   ที่บ้านผมเขาจะพูดอังกฤษกันไม่ค่อยได้ แต่โฮสท์น้องพอได้ เลยสื่อการกันพอรู้เรื่อง แต่ผมชอบคุยกับโฮสท์แม่มากเลยครับ เขาสอนอะไรผมได้หลายอย่างมาก และที่สำคัญสอนผมทำอาหารครับ แต่ส่วนใหญ่ผมชอบทำอาหารไทยมากกว่า โฮสท์ก็เอ่ยปากชอบทุกครั้งครับ แต่เสียอย่างเดียวคือเขาทานเผ็ดกันไม่ค่อยได้


   ส่วนการทานอาหารแรกๆ กินยากนิดหน่อย เพราะคนที่นี่เวลาทานอาหารเขาจะใช้แค่ส้อม! ยกเว้นแต่พวกซุปจะใช้ช้อน ซึ่งไม่มีการใช้ช้อนคู่กับส้อมเลย ซึ่งผมเคยหยิบช้อนกับส้อมมาใช้คู่กัน โฮสท์เห็นถึงกับว่าและมองว่าแปลกมากในสายตาเขา  ก็เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของเขาครับ 
แล้วแรกๆ ผมก็ไม่โฮมซิกเลยครับ เพราะโฮสท์เขาดีกับเรามาก พาเที่ยว พาไปรู้จักสถานที่ต่างๆ พาไปรู้จักญาติๆ มีอะไรขาดแคลนเขาก็ช่วยตลอด 
 
   
   ส่วนกิจกรรมพิเศษในครอบครัว เช่น ช่วงวันคริสต์มาส ครอบครัวและญาติๆ จะไปรวมตัวกันที่บ้านของคุณทวดที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นฟาร์ม แต่คราวนี้มีเพื่อนเยอรมันคนนึงที่เขามาอยู่ชั่วคราวไปด้วย สนุกเลย  แล้วคุณทวดน่ารักมากครับ ท่านอายุเยอะมากแล้วแต่ยังแข็งแรงทำนู้นนี่นั่นได้สบาย แล้วญาติๆ ทุกคนดีกับผมมากครับ เขาถือว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาจริงๆ แล้วบรรยากาศก็ดีมากเลยครับ ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ มีเล้าไก่ มีผลไม้หลายชนิดให้หยิบกินจากต้นมากมาย  แต่ที่เยอะคือต้นกล้วยและกล้าย (พืชชนิดหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกล้วยแต่นิยมไว้ใช้ทำอาหารเท่านั้น)ครับ ถึงเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ แถมยังเป็นอาหารหลักที่คนปานามากินกันอีกด้วย  
 

     และกิจกรรมพิเศษที่ครอบครับผมทำในช่วงคริสต์มาสคือ การแจกของขวัญให้เด็กๆ รวมถึงเด็กทารกครับ โดยทุกคนในครอบครับจะใส่เสื้อสีเขียวกับหมวกซานตาคลอส แล้วลุงผมจะแต่งตัวเป็นซานตาคลอส จะเป็นคนแจกของขวัญให้เด็กๆ ที่นั่น พร้อมทั้งจัดปิญาต้า(เป็นตุ๊กตากระดาษบรรจุลูกอมหรือขนม) ให้เด็กๆ ตีเอาลูกอมกัน ผมถามโฮสท์เขาก็บอกว่าเป็นทำทุกปี เพราะเขาเห็นความสำคัญของเด็กที่นี่ซึ่งส่วนใหญ่ครอบครัวไม่ค่อยมีฐานะ วันคริสต์มาสทั้งทีเลยอยากให้พวกเขามีความสุขในวันคริสต์มาส

   
    แต่มีอีกเรื่องนึงที่ทำผมอึ้งและช๊อคไปนาน เนื้อหานับแต่นี้อาจดูน่ากลัวไปบ้าง หลีกเลี่ยงการอ่านตอนทานข้าว แล้วบางเรื่องไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างครับ

    คือวันนั้นลงมากินอาหารเช้าที่โต้ะอาหารนอกบ้าน เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งวางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว นกครับ! นกภูเขาตัวเบอเริ่ม กับกระรอกป่า ถามๆ ดูก็บอกว่าลุงเป็นคนล่ามา มันกินได้ ผมก็สตั๊นไป 3 วิ 

    แล้วพอว่างๆ ผมก็ชอบไปดูและช่วยคนนู้นคนนี้เตรียมอาหารครับ แล้วเห็นลุงกับป้าอยู่ในสวนหันหลังทำอะไรบางอย่างอยู่ก็เข้าไปทัก ปรากฎว่าเขากำลังแล่หนังกระรอกกับเอาเครื่องในออก แล้วก็ถอนขนนกอยู่ ผมก็เอิ่ม!! สตั๊นไปอีก 3 วิ  แล้วไม่พอ! ช่วงคริสต์มาสนี่เยอะ ลืมไม่ลง วันต่อมาครับ เห็นลุงถือปืนไรเฟิลล่าสัตว์กระสุนจิ๋วอยู่ในสวน ผมก็เข้าไปถามว่ายิงอะไร เขาก็ชี้ให้ดูทื่พื้น “นี่ไง นก เอาไปให้ยาย แล้วกลับมาเอาใหม่” คุณพระ!! นกอีกแล้วครับ! แต่ตัวไม่เล็กมากไม่ใหญ่มาก พอๆ กับนกกระจิบ นกกระจอกตัวโตๆ บ้านเรา  แล้วคือเขาให้หยิบนกตายเลือดไหลไปให้ยาย แรกๆ ผมก็ไม่กล้าจับตรงๆ ผมเลยจับขานกน้อยแทน แล้วมันก็ห้อยอย่างนั้น ผมที่แทบหลับตาเดิน คิดสงสารพลางแผ่เมตตาให้มัน แล้วไม่หมด! คราวนี้เขาเอาถุงพลาสติกใบใหญ่ครับ ให้เราถือ แล้วเก็บตกที่เขายิงได้ ตามเขาไปในป่า ออกแนวผจญภัยครับ ซุ่มส่องนกพอเผลอเขาก็ยิง ไอ้เราก็โดนใช้ให้ตามเก็บ สรุปวันนั้นได้ 9 ตัว แล้วพอตกเย็น จัดงานปาร์ตี้ เขาก็ปิ้งย่างไส้กรอก นู้นนี่นั่นกัน แล้วสิ่งที่ได้เห็นก็คือ นกน้อยๆ กลายสภาพเป็นนกปิ้งไปซะแล้ว = =”


    วันต่อมา ยังไม่จบ ขอพื้นที่เล่านิดนึงครับ (55555) ผมกำลังเดินเล่นอยู่กับเพื่อนเยอรมัน ชื่อฟาบิโอครับ แล้วก็ไปดูญาติๆ จับไก่กัน คือปกติเขาจะค่อยๆ ย่องไปแล้วจับครับ แต่คราวนี้เขาใช้ไรเฟิลยิงหัว แล้วโฮสท์น้องผมเป็นคนยิงกับลุง = = แล้วพอเขาจับมาได้ ผมกับฟาบิโอก็ยืนดูกันห่างๆ ตอนนั้นใครก็ไม่รู้ครับ(ลืมแล้ว) เอามือมาปาดคอไก่ที่ยังเป็นๆ อยู่ แล้วกดลงไปในถังที่ใส่น้ำร้อนๆ ไว้(เพื่อจะให้ขนมันหลุดง่ายครับ) แล้วไก่มันก็ดิ้นอย่างนั้นจนนิ่งครับ ผมกับฟาบิโอก็ตาค้าง แล้วฟาบิโอก็ตกใจกว่าผมอีก เขาก็บอกว่า”เห็นนั้นไหม! เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้กับตามาก่อนเลย ซาดิสม์ชะมัด!” ส่วนผมก็ชินตั้งแต่เมื่อวันแล้วแหละ = =”

    แต่ก็ยังมีเรื่องฮาๆ ชวนเจ็บตัวอีกเรื่องนึงคือ ตอนกลางคืนวันปีใหม่พวกเด็กวัยรุ่นในครอบครัวก็ไปร้านค้า เพื่อที่จะซื้อพลุ แล้วก็แอบซื้อกันมาเล่น เป็นพลุยิงแท่งเล็กไม่ยาวมาก โฮสท์น้องก็เล่นพิเรนทร์ครับ เอามาไล่ยิง แล้วฟาบิโอก็เอาด้วย แล้วก็ยืนห่างกันมากๆ แล้วก็ไล่ยิงใส่กัน(อันตรายมากครับไม่แนะนำให้ทำตาม) แล้วสรุปฟาบิโอโดนยิงที่เสื้อ เสื้อเป็นรอยไหม้ แต่ก็ยังไม่วายเล่นกันต่อ เพลีย - -” แล้วไม่พอ ยังหุ้นกันซื้อพลุใหญ่มาจุด เจ้าของร้านก็เตือนให้มีผู้ใหญ่ดูแล แต่เอาจริงๆ แล้ว เล่นกันเอง คนที่แก่สุดก็คือผม 16ปี = = แต่โชคดีที่ถึงจะซ่าส์กันแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครเจ็บตัว


    มาที่เรื่องโรงเรียนบ้าง โรงเรียนที่ผมอยู่ชื่อว่า International Christian Academy เป็นโรงเรียนเอกชนที่ดีที่สุดของในเมืองผม ผมเรียนอยู่เกรด 9 หรือม.3 เพราะโฮสท์ให้เรียนห้องเดียวกับโฮสท์น้องเพื่อจะได้ช่วยเหลืออะไรเราได้ ส่วนชุดยูนิฟอร์มก็จะเป็นเสื้อโปโลที่มีตราโรงเรียนที่หน้าอก สีอะไรก็ได้ แล้วแต่เราจะใส่ แต่วันที่เรียนพละต้องใส่สีขาว แล้วก็กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ส่วนรองเท้าก็อะไรก็ได้ แต่จะมีอีกหนึ่งสายที่ยูนิฟอร์มพิเศษกว่าเขาคือ ม.ปลายสายวิทย์-คณิต จะเป็นเหมือนชุดพยาบาลแต่ยังคง concept ของสีสัน แล้วก็กางเกงจะมีสีสันสดใสและโดดเด่นมากตั้งแต่สีฟ้าใส สีชมพู สีเขียว สีน้ำเงิน เอาเป็นว่าเยอะครับ 

    ที่สำคัญคือเป็นโรงเรียนที่ฟรีมากๆๆ ทุกวันศุกร์จะวันพิเศษ คือทุกคนจะใส่ชุดอะไรก็ได้มาโรงเรียน แต่ต้องมีค่าธรรมนียมคือต้องจ่ายเงิน 25 เซนต์ ทุกคนก็เต็มใจใส่ เต็มใจจ่าย เพราะอยากสวยอยากหล่อมาอวดกันที่โรงเรียน 555+ อีกสิ่งหนึ่งที่แปลกของโรงเรียนของผมคือ มีชั้นที่สูงสุดคือระดับม.5 ทั้งที่การศึกษาปกติของปานามาจะมีถึงม.6  ลืมบอกไปครับโรงเรียนนี้เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาลเลยทีเดียวครับ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ทั้งโรงเรียนมี 500 กว่าคนได้  ส่วนเวลาเรียนก็เริ่มเข้าแถว 7.20น. เหมือนบ้านเรา แต่เขาเรียกการเข้าแถวของเขาว่า Morning  praise แต่ที่นี่เขาไม่ได้ร้องเพลงชาติทุกวันนะครับ เขาร้องแค่ประมาณอาทิตย์ละครั้ง  


     ส่วนหลังเลิกเรียน จะมีกิจกรรมให้เราเลือกทำครับแต่ไม่เยอะมาก จะทำหรือกลับบ้านเลยก็ได้ เช่น ปิงปอง ฟุตบอล ว่ายน้ำ ศิลปะ เล่นเพลย์สเตชั่น วงดนตรีโรงเรียน แล้วก็เต้น Tipical ปานามา ซึ่งผมเลือกเต้น Tipical ปานามา ซึ่งมันก็คือระบำประจำชาติปานามาครับ เป็นการเต้นที่เน้นการเต้นเป็นคู่ เป็นวงหลายคู่ และต้องใส่ชุดประจำชาติ ชุดผู้หญิงจะเรียกกันว่า La Pollera  ส่วนชุดประจำชาติผู้ชายจะเรียกกันว่า El Montuno แต่ก็มีการเต้นแบบอื่นด้วยเช่น Congo ซึ่งเป็นระบำของกลุ่มคนผิวดำในปานามา และระบำพื้นเมืองชนิดต่างๆ  ซึ่งในโอกาสพิเศษต่างๆ ผมจึงได้ไปแสดงในงานต่างๆของโรงเรียนครับ  

     ส่วนกิจกรรมพิเศษๆ ที่ผมเคยทำที่โรงเรียนก็อย่างเช่น โชว์วงดนตรีไทยครับ อันนี้เรียกเพื่อนๆ นักเรียนแลกเปลี่ยนมาร่วมแจมกันครับ แล้วก็กิจกรรมวันครู ซึ่งวันนี้ครูทุกคนจะไม่สอนครับ แต่จะให้นักเรียนเกรด 9 กับเกรด 10 แล้วก็ 11 ไปเป็นครูแทนตลอดทั้งวัน แม้กระทั่งผู้อำนวยการครับ 5555 โดยทุกๆ คนจะต้องแต่งตัวภูมิฐาน ใส่สูท แต่ตัวเหมือนผู้ใหญ่ แล้วก็ต้องไปยืนคุมแถวตามห้องที่ตัวเองได้รับมอบหมาย พอถึงเวลาก็เข้าไปสอนตามตาราง โดยผมรับหน้าที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษเด็กป.4 5 และ 6 ครับ และก็มีครูผู้ช่วย(เพื่อน)อีกคน ถือว่าเป็นศึกใหญ่ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ 

   
    ส่วนเพื่อนๆ น่ารักกันมากครับ คือคอยช่วยผมมาโดยตลอด ไม่เข้าใจอะไรก็ช่วยแปลให้ แม้กระทั่งตอนช่วงใกล้กลับ เพื่อนๆ ในห้องยังอุตส่าห์อัดวิดีโอกับเขียนกระดานอวยพรให้ ส่วนเวลาเรียน ที่นี่คือเรียนจริงๆ ครับ คุยกันนิดหน่อยตามภาษา แต่ในคาบเขาจะตั้งใจเรียนและทำงานกันมาก แต่ช่วงที่ครูไม่มาหรือคาบ Homeroom ซึ่งครูชอบไม่เข้า นี่และครับช่วงสวรรค์ ทุกคนจะเล่นแปะแข็งบ้าง เมาท์กระจายบ้าง สงครามปาของบ้าง บ้าๆ บอๆบ้าง เวลาแบบนี้เพื่อนๆ ในห้องผมก็ซ่าส์กันไม่เบาเลยครับ ส่วนครูก็เป็นกันเองมากครับ เหมือนเป็นเพื่อน แถมยังคอยช่วยเหลือผมตลอด
 
     ส่วนเรื่องภาษาสเปนผมแทบไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลยครับ พอรู้บ้างนิดหน่อย แต่เป็นภาษาที่ง่ายในการพูดและออกเสียงอยู่ครับ แต่พอไปอยู่สัก 3-4 เดือนก็จะเริ่มพูดได้ ผมก็จะเริ่มเที่ยวออกจากบ้าน แล้วก็ชวนเพื่อนๆ คนไทยคนอื่นไปด้วย แต่โฮสท์เขาไม่ชอบให้คนไทยอยู่ด้วยกันเพราะเขาบอกว่าคนไทยพูดแต่ภาษาไทย แล้วจะพูดภาษาสเปนได้แย่ลงหรือพัฒนาช้า โฮสท์เขาก็บอกว่า ”เธอมาที่นี่ 1 ปีเพื่ออะไร เพื่อเที่ยว หรือเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมภาษา ใช้เวลา 1 ปีให้คุ้มค่า อยู่กับเพื่อน อยู่กับครอบครัว  ภาษาไทยคนไทย กลับไปเดี๋ยวก็เจอ  แต่ถ้าเธอไม่เห็นความสำคัญ สักวันหนึ่งจะมานั่งเสียใจ “ มันก็จริงครับ แต่บางครั้งคนที่อยู่กับเราเสมอแล้วก็เข้าใจชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนจริงๆ ก็คือเพื่อนที่อยู่ด้วยกันนี่แหละครับ จะเข้าใจกันเอง มีเรื่องอะไรก็มาระบาย ปรึกษากัน ช่วยเหลือกันมาตลอด

 
     สิ่งที่ภาคภูมิใจมากในการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนคือ การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยครับ
เช่น ที่โรงเรียนมีช่วงหนึ่งครูให้ทำจัดพรีเซนเทชั่นเกี่ยวกับประเทศไทย ผมก็เต็มที่ครับ พาวเวอร์พอยนท์ วิดีโอ  แล้วก็จัดบอร์ด แล้วมีอีกช่วงตอนวันพ่อครับ  AFS ปานามาเขาก็จัดงานโดยให้เด็กไทยเป็นเจ้าภาพหลัก ต้องทำอาหารไทย นำเสนอความสำคัญของวันพ่อ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วก็ดนตรีไทยครับ ผมเป่าขลุ่ยแล้วพี่อีกสองคนรำ แล้วสิ่งที่ภาคภูมิใจคือในหลวงครับ เขาสนใจและประทับใจพระองค์มาก และยิ่งไปกว่านั้นยังเชิญชวนให้แขกร่วมกันใส่เสื้อสีเหลืองกันอีกด้วย แล้วหลายคนก็ออกปากชมว่าอาหารไทยเราอร่อยมากแถมขอเติมหลายรอบด้วย ก็เป็นที่น่าดีใจครับ
   
    ก่อนไปปานามา มีหลายคนบอกนะครับว่า เอ๊ะ นี่มันประเทศอะไรเนี่ย แปลกจัง ไปทำไม สู้ไปประเทศดังๆ ยุโรปอเมริกาไม่ดีกว่าหรอ แต่พอมาจริงๆ ก็คิดว่าคิดถูกแล้วครับ ประเทศปานามานี้ให้อะไรหลายอย่างกับผมจริงๆ ได้เปิดโลกใหม่ๆ ได้เพื่อนใหม่ๆ และมิตรภาพจากเพื่อนๆทั่วโลก ได้มีครอบครัวที่พร้อมต้อนรับเราทุกเมื่ออยู่อีกฟากโลก ได้เรียนรู้ภาษาที่ 3 และยังได้มีโอกาสไปประเทศที่จะมีใครสักกี่คนที่มีโอกาสได้เยือน และรู้จักประเทศที่ชื่อว่า ”ปานามา” ครับ

 

   

    โอ้โห น้องรอมเล่าละเอียดมากกกกกกกกกกเลยค่ะ เอาเป็นว่าใครที่ไม่ค่อยรู้จักประเทศนี้ คงได้รู้จักแบบละเอียดยิบเลยทีเดียว แต่เชื่อว่าคงมีหลายๆ คนแอบขนลุกตอนล่าสัตว์เหมือนพี่แน่ๆ เหอๆ เล่าซะเห็นภาพเลยอะ T_T ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแชร์แบบนี้บ้าง ก็เขียนและส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยนะคะ ความยาว 3-4 หน้า แนบรูปมา 10 รูปด้วยจ้า แล้วเดี๋ยวนำมาลงให้แน่นอน
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

23 ความคิดเห็น

Little Juliette Member 11 เม.ย. 56 10:31 น. 1
อยากจะบอกว่าเป็นหนึ่งอีกประเทศที่อยากไป!!

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่นำมาแชร์ต่อน้า~~
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เวสต์ ฟ๊อกซ์ Member 11 เม.ย. 56 12:02 น. 3
เพิ่งรู้ว่ามีประเทศนี้อยู่ด้วย!!! ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่เอามาบอกเล่าให้ได้รับรู้กันนะค่ะ จะได้รู้เสียทีว่าปานามาเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวมากกกกกกกกก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Stephania 15 เม.ย. 56 17:20 น. 6
อ่านแล้วชอบประเทศนี้มากค่ะ รู้นิดหน่อยว่าประเทศนี้ชนะการประกวดชุดประจำชาติบนเวทีMiss Universeบ่อยๆ ตอนแรกนึกว่าจะน่ากลัวแบบอเมริกาใต้อะไรอย่างเนี้ยอ่ะ พออ่านแล้วรู้สึก หลงรักเลยทันทีเลยค่ะ555555555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นุ๊ก 18 เม.ย. 56 12:44 น. 8
น่าสนใจมากคะ อ่านแล้วมีความรู้เลย
อยากเรียนภาษาสเปนท่าทางต้องเก็บไว้เป็นอีก 1 ทางเลือก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พลอย 19 เม.ย. 56 16:43 น. 10
อุ้ย รูปแรกคุ้นๆ 55555 เข้ามาดูแล้วว เขียนดีมากจ้าา แอบคิดถึงปานามาเนอะ XD ประสบการณ์ที่ได้มาคุ้มจริงๆนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
คิสต์ Member 19 เม.ย. 56 21:06 น. 13
เรารู้จักเพราะ Prison Break ภาค 3
อิอิ 
รู้ว่าใช้ภาษาสเปน และ คุกโหดมาก
เมืองหลวง ปานามา ซิตี้
ความรู้ทั้งหมดจากหนังค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Shimmaybb Member 1 มิ.ย. 56 01:26 น. 18
ปานามาเคยได้ยินตอนเรียนภูิมิศาสตร์
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆค่ะ
น่าไปมากๆ ผู้คนดูเป็นกันเองสุดๆ;D
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด