โรงเรียนจีน...เรียนหนักวันละ 10 คาบ+วันหยุดก็มีชดเชย!

   

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกวันพฤหัส ล่าสุดก็ออกมาแล้วเรียบร้อยกับระเบียบการของ AFS รุ่นที่ 53 ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากน้องๆ เหมือนเช่นเคย รวมถึงโครงการหนึ่งของ AFS ที่น่าสนใจมาก นั่นก็คือ "โครงการประเทศจีนอยู่หอพัก" หลายๆ คนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร วันนี้เราลองมารู้จักโครงการนี้อย่างละเอียดผ่านประสบการณ์เด็กนอกกันดีกว่า !!





     สวัสดีค่ะ ชื่อ "หลิว" เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ประเทศจีนแบบอยู่หอพัก ก่อนอื่นเพื่อนๆ ชาวเด็กดีคงเคยได้ ยินชื่อโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม AFS กันมาบ้าง  วันนี้หลิวมีประสบการณ์การเป็นเด็กแลกเปลี่ยนในโปรแกรมจีนอยู่หอพักมาเล่าให้ฟัง เริ่มด้วยพาไปรู้จักโปรแกรมจีนอยู่หอพักก่อนเลยดีกว่าค่ะ
   
     โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่เพิ่งมีมาได้ไม่นานค่ะ ซึ่งเป็นโปรแกรมพิเศษที่เราชาว AFS จะได้พักอยู่ที่โรงเรียนในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ มีการจัดตารางการเรียนศึกษาด้วยตนเองหรือที่เราเรียกว่า Self Study ในทุกๆ วันตอนค่ำ  สาเหตุที่ทำให้หลิวเลือกเข้าร่วมโปรแกรมนี้คือ

1.แต่ละเมืองที่ส่งนักเรียนไทยไปนั้น จะส่งไปเป็นกลุ่ม เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะโดดเดี่ยวเลยค่ะ
2.ขึ้นชื่อว่าเป็นโปรแกรมที่เพิ่งมีมาได้ไม่นาน นี่แหละน่าสนใจสุดๆ (เป็นพวกชอบบุกเบิก)
3.ภาษาจีนไม่ยากไปสำหรับหลิว เพราะเราก็มีพื้นฐานมาบ้างพอเอาตัวรอดได้
   

  และเมืองที่หลิวถูกส่งไปอยู่ก็คือ... สือเจียจวง(石家庄)



     เมืองสือเจียจวงอยู่ในมณฑลเหอเป่ย(河北) ซึ่งข้อดีของเมืองนี้ก็คือ อยู่ใกล้ปักกิ่ง เดินทางสะดวกมากค่ะ นั่งรถไฟไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ตอนนี้มีรถไฟแบบเร็วแล้วใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งเองหละ) แต่หากขับรถยนต์ก็ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง โห นี่ถ้าเป็นที่ไทยขับขึ้นเหนือลงใต้สบายๆ เลย  

      เมืองสือเจียจวงเป็นเมืองใหม่ที่พรั่งพรูไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม และตึกสูงที่กำลังก่อสร้าง จึงไม่แปลกที่จะบอกว่าเป็นเมืองมลพิษอันดับต้นๆ ของจีน แต่ในขณะเดียวกันมีข้อเสียก็มีข้อดีด้วย คือการจราจรที่นี่ปลอดภัยมากๆ ค่ะ ถนนหลักทุกเส้นจะมีเลนส์สำหรับรถจักรยานและรถมอเตอร์ไบค์ (คนที่นี่นิยมขับมอเตอร์ไบค์มากกว่ามอเตอร์ไซค์ค่ะ) ส่วนไฟจราจรทุกแยกจะมีไฟสำหรับคนข้ามถนนและเลนส์รถจักรยาน เวลาข้ามถนนนั้นเลยไม่ต้องระแวงรถมากเท่าไหร่ แถมรถที่นี่เค้าไม่ฝ่าไฟแดงกันนะคะ ถึงแม้ว่าบนถนนจะขับกันน่าหวาดเสียวเพียงไหน แต่เรื่องอุบัติเหตุนี่เจอน้อยมากๆ 


      ส่วนคนจีนที่นี่ก็น่ารักมาก ถึงแม้ว่าตอนมาแรกๆ รู้สึกว่าทำไมคนจีนถึงอารมณ์ร้อนจังนะ ชอบตะคอกใส่ เอ๊ะ นี่ฉันเป็นชาวต่างชาตินะ (สงสัยหน้าจีนไปหน่อย) เวลาเค้าพูดกันท่าทางสีหน้านี่ไปไหนต่อไหนแล้ว แต่จริงๆ เค้าไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ เค้าก็พูดแบบปกติของเค้า ไม่ได้โกรธใครเลย จนตอนนี้ก็ชินไปแล้ว แต่ก็มีบางครั้งที่หลิวแอบสะดุ้งเวลาเค้าคุยกันนะ ถึงคนจีนจะดูดุๆ แต่จริงๆ แล้วใจดีมากค่ะ ที่ตลาดแถวโรงเรียนเนี่ย แม่ค้าเกือบทุกคนรู้จักพวกเราหมดแหละ วันไหนนึกคึกพวกเพื่อนหลิวก็ไปช่วยคุณป้าขายของ คนในตลาดจะรู้ว่าเราเป็นเด็กต่างชาติ
   
      โรงเรียนที่หลิวไปเรียนคือ 石家庄第25中学 (Shijiazhuang No.25 Middle School) เป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่ชอบทำโครงการแลกเปลี่ยนกับต่างชาติสุดๆ เรียกว่าใครในเมืองนี้ที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศต้องมาติดต่อที่นี่เพื่อปูพื้นฐานไว้เลยค่ะ โรงเรียน 25 ที่หลิวมาอยู่นี่ มีพื้นที่น้อยมาก มีตึกเรียนเพียง 2 ตึกคือตึกม.ต้นและม.ปลาย มีตึกห้องสมุดที่รวมห้องโถงและห้องพักครูไว้อีกหนึ่งตึก ส่วนตึกสุดท้ายอยู่ท้ายสุดของโรงเรียนคือตึกหอพักนักเรียนต่างชาติที่หลิวอยู่นั่นเอง นอกจากชาวต่างชาติแล้ว ยังมีครูจีนที่บ้านอยู่เมืองอื่นมาอาศัยอยู่ด้วย ตรงกลางโรงเรียนจะมีสนามบอล เน็ทตีแบด และแป้นบาสไว้สำหรับออกกำลังกาย 



      พูดถึงการเรียนที่นี่ สำหรับหลิวแล้วบอกได้ว่าบ้าคลั่งมาก แต่ด้วยเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตารางเรียนเลยไม่แน่นเท่าเด็กจีนวิชาที่หลิวได้เรียนในช่วงภาคเรียนแรกมีวิชาภาษาจีน (หลักภาษา, การพูด), วัฒนธรรมจีน, HSK(วิชาทำแบบทดสอบวัดระดับภาษาจีนเพื่อเตรียมตัวไปสอบในสนามจริง), เขียนพู่กันจีน, ดนตรี, ไทเก๊ก หรือที่คนจีนเรียกว่า ไท่จี้, Art, G.O. และ Self Study  

      ทุกวันประมาณ 9.30 น.จะต้องลงไปเข้าแถวรำไทเก๊ก ยกเว้นช่วงหน้าหนาวจะเปลี่ยนเป็นวิ่งรอบสนามสามสี่รอบแทน เล่นเอาเหนื่อยจนลืมหนาวเลยล่ะค่ะ ที่นี่เริ่มเรียนตอนเช้าประมาณ 7.20น.ตอนกลางวันช่วงหน้าร้อนจะพัก 2 ชั่วโมงกว่า ถ้าเป็นหน้าหนาวจะพักหนึ่งชั่วโมงครึ่ง  ตอนอยู่ไทยแอบคิดว่าตัวเองเรียนหนักแล้ว แต่เจอเด็กจีนไป เราชิดซ้ายเลยจ้า 



      โรงเรียนที่นี่เค้าเปิด 6 วันจ้า จันทร์ถึงเสาร์ เอ้า เรียนกันไป เรียนวันละสิบคาบ มีการบ้านทุกวัน โอ้โหเครียดแทน พอเข้าเรียนภาคเรียนที่สองนี่ต้องบอกว่าสบายสุดๆ แต่ตอนเช้าต้องถึงห้องเรียนก่อน 7.20 น. นะ ตื่นเช้าหน่อย แต่พอถึงคาบเรียนคาบไหนที่ฟังไม่รู้เรื่องก็นั่งชิลเอาท์ไป วาดรูปบ้าง แต่งกลอนบ้าง ท่องศัพท์บ้าง แต่ถ้าเป็นพวกคาบอังกฤษหรือพวกวิชาปฏิบัติหลิวก็จะร่วมกิจกรรมกับเพื่อนด้วย 

      โรงเรียนที่นี่เค้าแปลกดีนะคะ คือของไทยจะมีวันหยุดชดเชยแต่ ที่นี่มี "เรียนชดเชย" ฮะ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เรียนชดเชย เช่น มีวันหยุดวันแรงงานสามวัน เสาร์อาทิตย์ต่อๆ ไปก็ต้องมาเรียนทดแทนวันที่หยุด แหม แปลกจริงๆ  เลยใช่ไหมคะ โรงเรียนที่นี่ก็มีกฏเหมือนกันนะ และที่เข้มมากๆ คือเรื่อง “แฟน” ห้ามมีแฟนนะ! คือจริงๆ ก็มีได้ แต่ถ้าครูจับได้เธอโดนไล่ออกแน่ โอว อย่างนี้ขอโสดดีกว่าเนอะ 

      พูดถึงสภาพแวดล้อม การเรียน กฏเกณฑ์ไปแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับโปรแกรมหอพักก็คงเป็นหอนี่แหละค่ะ หอที่พวกเราใช้อยู่ กิน เล่น ทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเวลาสิบเดือนนี้ วันแรกที่มาถึงหอก็วาดฝันไว้อย่างดีว่าจะต้องเนี๊ยบแบบเปิดมาใช้ใหม่ แต่พอคุณลุงคนดูแลหอเปิดห้องให้เท่านั้นแหละ โอ้ววว ฝุ่นในห้องนี่คลุ้งกระจาย พอเข้าไปห้องโล่งที่จับไปด้วยฝุ่น ห้องน้ำขึ้นคราบ แว้กนี่อะไรกัน นึกในใจดังๆ ก่อนลุงจะยื่นอุปกรณ์ทำความสะอาดมาให้แล้วพูดด้วยภาษาจีนว่าทำความสะอาดด้วยละ เอ่อ นี่ฉันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนะ ไม่ใช่ภารโรง


   
     อยู่โรงเรียนขาดไม่ได้ก็คือ "เพื่อน" หลิวมาเริ่มสนิทกับคนจีนเยอะขึ้นตอนภาคเรียนที่สอง เพราะได้เข้าห้องเด็กจีนแล้ว มีเพื่อนร่วมโต๊ะหนึ่งคนนั่งคู่กันตลอด ในห้องหลิวจะสนิทกับทุกคนเพราะเป็นเพื่อนกันหมด เวลาถึงคาบพัก พวกเพื่อนๆ จะชอบเล่าเรื่องสาวงามในประวัติศาสตร์จีนให้ฟังบ้าง เล่าเรื่องการเรียนให้ฟังบ้าง นอกจากจะเป็นผู้พูดที่ดีแล้ว เพื่อนๆ ชาวจีนยังเป็นผู้ฟังที่ดีอีกด้วย เค้าชอบให้เล่าเรื่องเมืองไทยให้ฟัง ชอบให้เล่าเรื่องโรงเรียนที่ไทยให้ฟัง เพื่อนบางคนก็สรรหาอาหารมาให้ลองทาน บางคนก็มาร้องเพลงให้ฟังถึงจะหลงๆ เพี้ยนๆ แต่หลิวก็ชอบนะ  

      แต่บรรดาเพื่อนที่ดีน่ารักก็มีเพื่อนแปลกๆ ปะปนอยู่ด้วย อย่างเช่น ชอบมาร้องไห้ใส่หลิว เอ้า เราไปทำอะไรให้ล่ะเธอ บางทีก็มีรุ่นน้องผู้ชายมาแซวตามประสาเด็ก แต่พวกหลิวก็จะขำๆ สนุกดีค่ะ บางคนเจอเราพอรู้ว่าเป็นคนไทยก็บอกใหญ่ว่า รู้จักภาษาไทย แต่พอพูดออกมา กลับมาพ่นภาษาเกาหลีใส่ซะงั้นน่ะ เพื่อนบางคนเคยถามเพื่อนหลิวว่าเคยกินเคเอฟซีไหม ที่ไทยมีรึป่าว ถ้าไม่มีหน่ะเค้าพาไปกินได้นะ อึ้งเลย... บางคนก็ถามว่า อ่าว เป็นคนไทยหรอทำไมหน้าจีนจัง ฮากันไป 
 



   นอกจากเพื่อนแล้วคนสำคัญที่ขาดไม่ได้คงจะเป็น "ครู" โห ครูหรอคะ ฟาดฟันกันเมามันส์ทีเดียวค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า ตอนมาใหม่ๆ นี่ครูก็เห่อเด็กยุโรปอ่ะนะ  ครูไม่เห็นสนใจพวกเราบ้างเลย เราก็นักเรียนแลกเปลี่ยนนะ โหย ยิ่งเวลาใช้งานนะ ผู้ชายไม่ต้องทำ ผู้หญิงน่ะจัดการไป เวลาโดนว่านี่ก็ว่าแต่เอเชียด้วยกัน ครูคะไม่ยุติธรรมเลย แต่ก็เอาเถอะประสบการณ์ใหม่ ทำให้เรารักครูรักโรงเรียนที่ไทยมากขึ้นเยอะเลย


      มาเล่าเรื่องโฮสท์แฟมิลี่กันบ้างดีกว่า จริงๆ เด็กโปรแกรมอยู่หอพักก็มีโฮสท์เหมือนกันนะคะ เราจะกลับบ้านโฮสท์ทุกสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ หลิวมีโฮสท์ทั้งหมดสองบ้านค่ะ บ้านแรกคือตระกูลเกา(高) ซึ่งมีโฮสท์พี่สาวและโฮสท์พี่ชาย(ที่ไม่เคยเห็นหน้าเพราะพี่ชายทำงานอยู่ที่เมืองอื่น)  

   
    โฮสท์พ่อ-แม่ไม่พูดจีนกลาง คืออาทิตย์แรกที่มาถึง โรงเรียนยังไม่เปิดเลยต้องอยู่บ้านโฮสท์ก่อน โห ด่านแรกก็ลำบากเลยจ้า แต่ต้องขอบคุณมากๆ ครอบครัวนี้สอนหลิวหลายอย่างโดยเฉพาะการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย บวกกับต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ หรือที่เรียกว่าการยืดหยุ่นประมาณนั้นมั้งคะ เช่น ห้องส้วมเป็นส้วมหลุมก็ต้องเข้าให้ได้ ห้องอาบน้ำใช้รวมกับครอบครัวอื่นก็ต้องทนนะ แต่คนในครอบครัวเอาใจใส่เราทุกคน ต้องขอบคุณมากๆ ทนอยู่ได้หนึ่งเดือนกว่า ก็ต้องขอเปลี่ยนโฮสท์ เพราะหลิวส่งรูปบ้านและบริเวณซอยทางเข้าให้พ่อแม่ที่ไทยดู ก็ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนทันที ไม่อย่างนั้นป๊าจะให้กลับไทย 


   อาทิตย์ต่อมาย้ายบ้านเรียบร้อย ซึ่งครูที่โรงเรียนก็มาขอโทษกันยกใหญ่ บอกว่าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอต้องไปอยู่ที่แบบนี้ เป็นฉันฉันคงทนไม่ได้ พอเปลี่ยนมาอยู่บ้านที่สองนี้ อยู่ใกล้โรงเรียนมาก เดินทางสะดวก ครอบครัวนี้เป็นตระกูลจาง (张) มีโฮสท์น้องสาวสองคน คนโตอ่อนกว่าประมาณครึ่งปี ส่วนคนเล็กนี่ห่างกันสิบปี ด้วยความที่ว่าหลิวเป็นลูกคนเดียวและอยากมีน้องมาตั้งแต่เล็ก พอมีน้องสาวตัวเล็กเลยตื่นเต้นมาก ตอนย้ายไปใหม่ๆ สนิทกับน้องคนเล็กที่สุด 
     
   
     หลิวสนิทกับโฮสท์บ้านนี้มากเพราะโฮสท์แม่ชอบละครไทย ชอบอะไรไทยๆ ขนาดถึงกับร้องเพลงไทยได้ วันไหนว่างๆ โฮสท์แม่ก็จะให้หลิวสอนภาษาไทยคนในบ้าน เราก็ได้ฝึกภาษาจีนไปด้วย เพราะโฮสท์ไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ เลยคุยกันแต่ภาษาจีน ส่วนโฮสท์พ่อเป็นคนฮาๆ ชอบทำอะไรตลกๆ แต่เห็นตลกๆ แบบนี้ เวลาดุทีหลิวนี่ไม่กล้าออกจากห้องเลยขนาดไม่ได้ดุหลิวนะ โฮสท์พ่อทำอาหารอร่อยมาก ดังนั้นเวลาพ่อเดินทางไปทำงานที่ต่างเมืองที คนที่บ้านก็จะบริโภคกันน้อยลงทันที หลิวเองก็เป็นพวกชอบทำอาหาร พวกผงโลโบ้ที่ติดมาจากไทยก็ทำให้โฮสท์กิน ทั้งต้มยำ สารพัดแกง ผัดกะเพรา ลาบหมู ทำมาทุกอย่าง ฝึกทำอาหารจีนบ้างแต่ไม่อร่อยเท่าพ่อทำ

      หลิวโชคดีมากเพราะไม่เคยมีปัญหากับโฮสท์ เราเป็นคนสบายๆ และโฮสท์ก็ไม่จุกจิกกับเรามาก เค้าบอกหลิวโตแล้ว อีกอย่างอยู่ต่างประเทศอยากให้เจอแต่เรื่องดีๆ โฮสท์บ้านนี้เคยรับนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศคอสตาริก้ามาก่อน ตอนนี้ก็วางแผนให้น้องคนโตไปเรียนต่อที่คอสตาริก้าแล้วล่ะค่ะ  ส่วนของหลิวก็รอรับโฮสท์พ่อแม่ไปเที่ยวไทยตามสัญญาที่ให้โฮสท์ไว้

   

     จริงๆ แล้วมีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังเยอะกว่านี้ ถ้าใครสนใจอยากรู้รายละเอียดเรื่องแลกเปลี่ยนก็ติดต่อมาได้นะคะ ยังไงเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ใครอยากมาจีนก็เลือกโครงการจีนอยู่หอพักกันได้นะ
E-mail : liew.macheezz@hotmail.com
Line : ss.loliew
Twitter : llmhyr
Facebook : Liew Anantanasan




       แหม โรงเรียนเค้าเรียนหนักอย่างที่เคยได้ยินมาจริงๆ ด้วยแหละค่ะ เรียนตั้ง 6 วัน วันละตั้ง 10 คาบ ตอนพี่เรียนนี่วันละ 8 คาบก็จะแย่แล้ว แถมยังมีเรียนชดเชยวันหยุดด้วย แปลกดีจริงๆ 5555 เพราะฉะนั้นใครที่สนใจโครงการนี้ ก็คงพอจะเห็นภาพมากขึ้นแล้วนะคะว่าเป็นอะไรยังไงบ้าง^^ ส่วนน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแชร์ให้เพื่อนๆ นับหมื่นคนอ่านบ้างล่ะก็ เขียนและส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ รออ่านอยู่นะ มาเร้วววววว



 
ห้ามพลาด !! Dek-D's โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอกทั่วโลก 2013
โปรแกรมแรกในเมืองไทยที่จะช่วยค้นหาทุนเรียนต่อต่างประเทศ ง่ายแค่คลิก! รวบรวมทุนฟรีๆ 
ไว้แล้วกว่า 300 ทุน คลิกไปใช้กันได้ที่  www.dek-d.com/studyabroad/scholarship
     

เด็กดีดอทคอม :: มหาลัยหญิงล้วนอันดับ 1 ของเกาหลีและของโลก
เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน
TWITTER @PAYDEKD
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

15 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ิฺฺิิMayB Bennetta Member 10 พ.ค. 56 09:55 น. 8
ฟังแล้วดูดีกว่าที่เกาหลีที่เคยอ่านนะนี่
แต่ว่ายังไงก็ต่างที่ต่างถิ่นไม่เหมือนกันนี่คะเนอะ
เท่าที่ฟังมา  จีนเรียนโหดสุด  แต่สภาพแวดล้อมน่ารักดีนะคะ  สงบๆดี  ชอบ  ><
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กดกก 7 มิ.ย. 56 17:51 น. 12
คนจีนเรียนหนักว่าไทยเยอะคะ เรียนตั้งแต่ หก โมง ครึ่ง ถึง สี่ ทุ่ม ครึ่ง คนไทยเรียนมากกว่าคนจีนตรงไหน คนจัดโพย ก็มั่วได้มั่วอีก คนจีนเค้าเรียนหก วัน แล้วคณิต ม 5 อะ สำหรับคนจีนแค่ ป อะไรเอง ยังเทียบไม่ได้หรอกนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
iced tea aha! Member 20 ก.ค. 57 12:34 น. 14

อ่านแล้วอยากไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นั่นจริงๆ T_T แต่เสียดายที่ปีนี้โรงเรียนเรามีแจกทุนไปแค่ญี่ปุ่นกับเบลเยี่ยม ยังไม่มีทุนจีน...ฮืออออ

0
กำลังโหลด
มุ้งมิ้ง 31 ส.ค. 59 14:26 น. 15
ขอโทษนะค่ะ. อยากจะสอบถามว่าข้อสอบเป็นภาษาจีนหมดเลย. ข้อสอบเป็นยังไงบ้าง ออกอะไร ประมาณไหนบ้างค่ะ. สอบปี้นี้ปีเเรกค่ะ ขอช่วยหน่อยนะคะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด