|
พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้วเมื่อวาน (19 พ.ย. 2551) แต่พระกรุณาธิคุณและน้ำพระทัยของสมเด็จฯ กรมหลวงฯ ยังคงประทับอยู่ในใจของชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะกับนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง ซึ่งเคยได้รับโอกาสที่สมเด็จฯ กรมหลวงฯ ประทานมาให้
โอเช่ สิขริณญ์ อุปะละ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โอเช่ทั้งปลาบปลื้มปนความเสียใจและซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ครั้งหนึ่งทรงประทานโอกาสเข้าอบรมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จนสอบแข่งขันโครงการแข่งขันโอลิมปิก ของ สอวน.คว้าชัยเหรียญทองมาฝากประเทศ ผมจะลองย้อนกลับไปเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นผมอายุเพียง ม.6 กำลังเข้าปีหนึ่งก็มีโครงการแข่งโอลิมปิก ของสอวน.ผมก็สมัครไป เพราะอยากจะเข้าอบรมค่ายวิทยาศาสตร์แบบที่เราสนใจ คัดตัวไปๆ มาๆ ก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่ง โดยโครงการนี้เป็นการสนับสนุนของสมเด็จพระพี่นางฯ ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของวิทยาศาสตร์ พระองค์ท่านเคยตรัสไว้นานแล้วว่า การพัฒนามนุษย์เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงจำเป็นต้องสร้างเด็กไทยให้มีความสามารถเสียก่อนที่จะสร้างให้คนประเทศชาติมีคุณภาพ
ครั้งนั้นผมจำได้ว่าตื่นเต้นมาก พระองค์ท่านตรัสกับพวกเราเบาๆ ว่า ขอให้โชคดี ทำให้เต็มที่แล้วนำชื่อเสียงกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งผมจำได้ว่า รุ่นผมเป็นรุ่นสุดท้ายที่มีพระองค์เป็นองค์อุปถัมภ์และพระองค์ทรงใส่พระทัยในรายละเอียดของการอบรมและเดินทางไปแข่งโอลิมปิกมากๆ ทั้งนี้ เนื่องจากพระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในระดับประเทศชาติ ว่าจำเป็นต้องมีการพัฒนาที่เป็นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องสร้างเด็กไทยให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐาน ตอนนั้นไปแข่งที่เวทีระดับอินเตอร์ก็กดดันอยู่แล้ว แต่เราก็คือเหมือนมีพระองค์เป็นที่ยึดเหนี่ยวด้วย พร้อมๆ กับปลาบปลื้มในความตั้งพระทัยของพระองค์ท่านที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกลเพื่อประเทศชาติ
รู้สึกว่าพระองค์ท่านเป็นปราชญ์ที่มองการณ์ไกล ไม่ถือพระองค์ ความจริงแล้วไม่ใช่พระกรณียกิจของพระองค์โดยตรงแต่พระองค์ก็ทรงเสียสละ ช่วงนั้นที่เข้าเฝ้าหลังแข่งเสร็จนี่ พระองค์ประชวรแล้วด้วย แต่ก็ยังคงเสด็จมาแสดงความยินดี เป็นที่ปลาบปลื้มของพวกเรามาก เพราะทั้งที่ประชวรแต่พระองค์ก็มีพระพักตร์แจ่มใส หลังจากนั้นพระองค์ทรงอุปถัมภ์ทุนต่อในการเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ คือจะมีทุนให้ แต่เราไม่ได้เลือกทุน เราเลือกมาเรียนหมอเพราะชอบทางนี้มากกว่า พระองค์จึงตรัสว่า จะรับทุนหรือไม่รับทุนก็ไม่เป็นไร เรียนอะไรก็อย่าเป็นคนเก่งอย่างเดียว ต้องเป็นคนดีช่วยประเทศชาติบ้านเมืองด้วย ซึ่งพระดำรัสนั้นก็นำพาความปิติมาสู่ทุกคนครับ หลังจากนั้นโอเช่ก็ใช้ประสบการณ์และทัศนคติที่ที่ได้รับจากการแข่งขันเวทีโลกมาประยุกต์ใช้ในการเรียนและชีวิต พร้อมกับเฝ้าติดตามอาการพระประชวรตลอด อีกทั้งกำลังศึกษาอยู่ที่ศิริราชอยู่แล้วจึงมีโอกาสได้ไปลงนามถวายพระพร เช่นเดียวกับการถวายอาลัยที่ก็มีพสกนิกรเข้าร่วมพระราชพิธีอย่างเนืองแน่น โอเช่เป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ถวายความจงรักภักดี นอกจากเราจะเป็นคนดีตอบแทนพระกรุณาธิคุณพระองค์ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อแผ่นดินมาโดยตลอดแล้ว งานพระราชพิธีส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยก็เหมือนกับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราสามารถไปร่วมตั้งจิตส่งเสด็จได้ ผมรู้สึกทั้งเสียใจและก็ภูมิใจในตัวพระองค์ท่านมากๆ และคิดว่าแม้พระองค์ท่านจะจากไปแล้ว ผมก็จะตั้งใจสานปณิธานของพระองค์ต่อไปครับ......... พี่ปาล์มขอบคุณข่าวและภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




7 ความคิดเห็น
She would be very glad,, if she see ur writing here^^'
รู้สึกปลาบปลื้มใจจริงๆที่พระองค์ท่านทรงมองการณ์ไกลทำให้
เด็กไทยเรียนคณิตคิดอย่างมีระบบ
ถึง ค่าย 2
ก้อดีใจแล้วค่ะ
ถ้าไม่ได้ท่าน ผมคงไม่ได้เข้าค่าย สอวน เคมี รอบนี้
ขอบคุณพระองค์ท่าน และขอให้ท่านไปสู่สุคติครับ