โดยปกติในคอลัมนี้เราจะพาน้องๆ ไปพูดคุยเหล่าบรรดาติวเตอร์ชื่อดังทั่วไทย แต่วันนี้พิเศษกว่านั้นครับ เพราะพี่หยกจะพาน้องๆ ไปพูดคุยกับสุดยอดเบื้องหลังแห่งสถาบันกวดวิชาชื่อดัง ซึ่งถ้าเอ่ยชื่อไปน้องๆ คงต้องรู้จักอย่างแน่นอนเลย เริ่มสงสัยกันแล้วล่ะสิว่าวันนี้พี่หยกจะพาไปคุยกับใคร เฉลยเลยดีกว่า วันนี้เราจะพาไปคุยกับพี่ชายสุดหล่อและใจดี 2 คนจาก Enconcept ครับ ว่าแล้วก็ไปลุยกันเลยดีกว่า
Dek-D : ก่อนอื่นแนะนำตัวเองกันก่อนดีกว่านะครับ
พี่ธรรมศักดิ์ : ผมชื่อ ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร เป็น general manager ของ enconcept e-academy(คนซ้ายมือ)
พี่ธเนศ : พี่ชื่อ ธเนศ เอื้ออภิธร เป็นพี่น้องกัน ก็แต่เดิมเป็นผู้ก่อตั้ง และ ตอนนี้ก็เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน(คนขวามือ)
|
|
|
|
Dek-D : น้องๆ หลายคนก็ได้ยินชื่อเสียงของเอ็นคอนเซ็ปมานานพอสมควร ไม่ทราบว่าก่อตั้งกันมาตั้งแต่เมื่อไรครับ ?
พี่ธเนศ : ก็ตอนนี้ก็กำลังจะครบ 11 ปีแล้วนะครับ ก็คือเริ่มประมาณ ปี 2538 ตอนแรกนั้นเปิดเล็กๆอยู่ที่สะพานควาย เป็นสาขาแรก มีติวเตอร์คนแรกก็คือพี่แนน ตอนนั้นพี่แนนยังเรียนอยู่ปี 3 ที่อักษรศาสตร์ จุฬาฯ คอนเซ็ป ตอนแรกก็คือว่า อยากเปิดโรงเรียนที่มีรูปแบบไม่ใช่เป็นครูกับนักเรียน แต่เป็นพี่กับน้อง ซึ่งสมัยตอนนั้นก็มีโรงเรียนอื่นบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบพี่ติวเตอร์
|
|
|
|
Dek-D : ปัจจุบันมีกี่สาขาแล้วครับ?
พี่ธรรมศักดิ์ : ก็ปัจจุบันมี 18 สาขา แล้วก็ที่กำลังจะเปิดใหม่ที่นครสวรรค์เทอมหน้าอีกสาขา เป็น 19 สาขา
Dek-D : แล้วมีแผนจะเปิดที่ไหนอีกมั้ยครับ?
พี่ธรรมศักดิ์ : ก็ตอนนี้กำลังดูๆจังหวะที่เป็นไปได้หลักๆ อย่างเช่น อุดร อุบล อะไรทำนองนี้แหละครับ
Dek-D : ตอนนี้สอนวิชาภาษาอังกฤษวิชาเดียวหรือมีวิชาอื่นด้วยครับ ?
พี่ธเนศ : ภาษาอังกฤษวิชาเดียวครับ
Dek-D : แล้วน้องๆที่มาเรียนเนี่ย มี 18-19 สาขา แต่ละสาขาจะมีรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมือนหรือแตกต่างกันมั้ยครับ?
พี่ธเนศ : ก็ที่นี่ก็เหมือนกับโรงเรียนอื่นๆที่ จากกรุงเทพฯ ขยายไปต่างจังหวัด รูปแบบสื่อเราใช้เทปการสอนเป็นหลัก เป็นวิดิโอเทปการสอน ดีวีดี แต่ในเทอมหน้านิก็คือจะมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย คือจะมีบางคอร์สสอนสดผ่านดาวเทียม
Dek-D : แสดงว่าที่นี่ ก็เป็นมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ?
พี่ธเนศ : ใช่ครับผม
|
|
|
|
Dek-D : แล้วทำไมน้องๆ ที่เรียนภาษาอังกฤษ ถึงต้องเลือกเรียนที่ enconcept ที่นี่สอนดีพิเศษกว่าที่อื่น อย่างไรบ้าง?
พี่ธเนศ : ก็อย่างแรกก็คงเป็นเรื่อง ถ้าจากอดีตถึงปัจจุบันเนี่ยนะ ก็คือสิ่งที่น่าจะเป็นจุดแข็งก็คือ อาจจะเป็นเรื่องตัวผู้สอน อันนี้อาจจะเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่ง ก็คือมีความสามารถในเรื่องทั้งการสอน เรื่องความโดดเด่น เรื่องบุคลิกภาพเนี่ย ที่ทำให้การสอน หรือเกิดความใกล้ชิดกับนักเรียน แล้วก็อีกสิ่งหนึ่งที่โรงเรียนใส่เข้าไป ผสมผสานเข้าไปจะเป็นเรื่องของสื่อการสอนที่แตกต่างจากที่อื่น ที่ enconcept ก็คือจะมีทีมงานเฉพาะด้าน ก็คือแทนที่ติวเตอร์จะต้องมาทำสื่อการสอนทุกๆ ด้านที่เค้าไม่ถนัด อย่างเช่น สื่อการสอนที่เป็นเพลง เราก็มีทีมงานที่เป็นนักแต่งเพลง ทำงานร่วมกับติวเตอร์อย่างใกล้ชิด หรือว่าทำชีท ทำหลักสูตร ทำหนังสือ ก็จะมีทีมงานเฉพาะด้านที่ช่วยติวเตอร์ โดยสรุป 2 ด้านที่ทำให้เด็กคิดว่าเลือกมาเรียน enconcept ก็คือ คงเป็นเรื่องจุดแข็งเรื่องคนสอน กับ methodlogy การสอน กับเรื่องหลักสูตรการสอน
|
|
|
|
Dek-D : คนสอนนี่แสดงว่าต้องใช้ในปริมาณเยอะมากเลย ตอนนี้ edutrainer กี่คนแล้วครับ
พี่ธรรมศักดิ์ : 8 คน เรื่องจำนวนผู้สอนนะครับ ความจริงเราเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ก็เราคิดว่าที่จะการสร้าง edutrainer คนหนึ่งมา ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งตรงนี้ มีความยุ่งยากมาก เราอยากจะสร้าง ... ที่มีประสิทธิภาพมากๆ จริงๆ 8 คนก็ไม่ถือว่าเยอะหรอกครับ แต่เราอาศัยเทคโนโลยีที่จะช่วยในการเรียนรู้ตรงนี้ครับ อย่าง เช่น
เรามี e-studio ซึ่งเราสามารถอัดดีวีดีที่คุณภาพสูงมาก มีกล้อง 360 องศา ซึ่งนักเรียนที่เรียนคอร์สดีวีดี จะให้ความรู้สึกไม่แตกต่างกันมากนักจากคอร์สสอนสด หรือที่เราพัฒนาเรื่องของการเรียนผ่านดาวเทียม ก็เพื่อตอบสนองแง่มุมนี้เหมือนกัน
Dek-D : แล้ว edutrainer ทั้ง 8 คนมีการแบ่งการสอนกันยังไง ว่าใครสอนยังไง?
พี่ธรรมศักดิ์ : ใช่ๆ จริงแล้วเนี่ย edutrainer ก็มีการแบ่งความรับผิดชอบในการสอน เพราะว่าแต่ละอาจจะมีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน บางคนถนัดสอนคอร์ส ม.ต้น บางคนถนัดสอนแกรมม่า บางคนอาจถนัดสอน vocab หรือครูพี่แนน อาจจะอยู่ในขั้นสูงนิดหนึ่ง ก็คือระดับที่เตรียมสอนเข้ามหาวิทยาลัย หรือ ระดับ toefl
|
|
|
|
Dek-D : พูดถึง toefl แล้ว ซึ่งได้ยินมาว่า enconcept มีวิธีการสอนที่แตกต่างจากที่อื่นมากๆเลย ยังไงหรอครับ?
พี่ธรรมศักดิ์ : ก็ในระบบ toefl เรามีเป็น 2 ส่วนนะครับ ส่วนแรก ก็คือ เรียกว่า alive on demand ส่วนที่ 2 ก็เรียกว่า boost back up ส่วน alive on demand ก็คือ เนื่องจาก toefl เป็นเนื้อหาที่มีเนื้อหาการเรียนจำนวนมาก นักเรียนต้องวางแผนการเรียน ซึ่งเราจะใช้เทคโนโลยีเอามาช่วยโดยนักเรียนสามารถเข้ามาเลือกบทเรียนได้ด้วยตัวเอง เวลาใดก็ได้ หรือว่าจะเริ่มจากบทไหนก็ได้ หรือจะทวนซ้ำตรงไหนก็ได้ โดยเราไม่จำกัด ชั่วโมง เรียน คือ นักเรียนสามารถมาเรียนตามสะดวกของเค้า
พี่ธเนศ : คือ เค้าว่าแต่เดิมมันเป็นวิดิโอ คือความยาวมันเยอะมาก มันประมาณ 300 กว่าชั่วโมง ที่นี้การจัดตารางเด็กต้องมาตามตาราง ว่า อันไหนก่อนอันไหนหลัง อันไหนเปิดไปแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงไหน ก็เป็นปัญหา เราก็แก้ปัญหา เมื่อส่วนใหญ่เป็นการเรียนจากสื่อเป็นหลัก ก็คือเรียนจากทีวีเป็นหลัก เราก็เอา content ตัวนั้นนิไปใส่ใน server ซะ 300 กว่า ชม. นั้น ก็หมายความว่า ตอนนี้มันก็จะไม่มีข้อจำกัดแล้วว่า ใครจะมาเริ่มเรียน ใครจะมาสมัครเรียนวันนี้ อยากจะเล่นบทไหนก็เรียนได้ ขณะเดียวกันก็เรียนไม่เข้าใจตรงไหน ก็สามารถย้อนกลับไปดูเองก็ได้ จะทบทวนจุดไหนก็ได้ จะดูซ้ำกี่รอบก็ได้
พี่ธรรมศักดิ์ : แล้วอีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจาก alive on demand จริงๆเราก็มีสอนสด เสริมจำนวนชั่วโมงไปเรื่อยๆ แล้วก็จะมีเรื่อง boost back up ซึ่งเป็นเหมือนตัวเสริม เนื่องจาก toefl มีการเปลี่ยนระบบจากเดิมเป็นระบบ IBT ซึ่งจะใช้ความรู้หลายๆทักษะรวมกัน เราก็พัฒนาสื่อ การเรียนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า boost back up นะครับ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะอย่างบรูณาการ ทั้งฟัง พูด อ่านเขียน โดยอันนี้เราก็ได้ใช้เวลาพัฒนามาพอสมควร ก็ได้เอาไปใช้จริงทั่วประเทศแล้ว
|
|
|
|
Dek-D : แล้วตอนนี้ก็ได้ทราบว่า มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ก็คือ E-live
พี่ธรรมศักดิ์ : E-live นี่ก็การเรียนการสอนโดยการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมทุกสาขาทั่วประเทศ หมายความว่าทุกสาขาทั่วประเทศ จะได้เรียนเนื้อหาเดียวกันที่สดๆ พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเราผสมผสาน หลายๆเทคโนโลยี หลายๆ concept เข้ามา อย่างเช่น e-studio นี้ ทุกสาขาเราวางระบบเครื่องเสียง ระบบทีวี ระบบโปรเจคเตอร์ที่เราจะนำมาใช้ใหม่อย่างดีทุกสาขา ซึ่งในเรื่องของภาพและเสียงในทุกสาขาจะเสมือนว่าอยู่ในห้องเรียนสดเลย นอกเหนือจากนั้น เรายังใช้เทคโนโลยีเชื่อมนักเรียนกับห้องเรียนสอนสดเข้าด้วยกัน อย่างเช่น ระบบ sms นักเรียนสามารถส่ง sms มาที่ห้องสดได้ ติวเตอร์ก็จะไปตอบคำถามนั้น ท้ายชั่วโมง หรือ ถ้าตอบไม่ทัน คำถามทั้งหมดจะถูกรวบรวมไปยัง web side นอกเหนือจากแล้ว sms แล้วนิ เรายังมีช่องทางเลือกทางอื่นให้นักเรียน อย่างเช่นว่า มีโทรมา call center หรือว่าส่งกระดาษคำถามซึ่งเราจะเตรียมให้ที่เค้าเตอร์ทุกสาขา
พี่ธเนศ : ทุกสาขาจะ fax มาให้ ทั้งหมดไม่ว่าจะทาง e-mail ทาง sms, fax หรือว่าโทรไปยัง call center ก็จะถูกส่งมายังห้องส่ง แล้วห้องส่งก็จะขึ้นคำถามเป็น Informative bar ทางหน้าจอ
พี่ธรรมศักดิ์ : แล้วก็ ซึ่งคำถาม คำตอบ ทางเราก็จะรวบรวมเป็น database ซึ่งนักเรียน enconcept ที่จะสามารถเข้าไปดูใน web side ได้นะครับ
Dek-D : แล้วการสอนในระบบนี้ ความพร้อมของระบบเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มใช้มานานหรือยัง?
พี่ธรรมศักดิ์ : ความจริงเราเตรียมการมานานมาก อย่างน้อยครึ่งปี ที่เราเตรียมการ เราทดลองระบบที่ไม่มีนักเรียน ประมาณครึ่งปี ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการนี้ บางสาขาเราก็มีการให้นักเรียนเข้ามาลองเรียนจริง แล้วทำแบบสอบถามความพึงพอใจ ซึ่งในภาพรวมแล้วนี้ออกมาแล้ว เป็นที่น่าพอใจมาก เพราะว่า เทคโนโลยีดาวเทียมนั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่อาจจะไม่เหมือนเทคโนโลยีดาวเทียมที่อื่น อย่างเช่น ของ ubc ก็ของเค้าจะไม่สามารถโดนฝน หรือว่ามีพายุอะไรยังงี้ก็จะไม่ได้ แต่ของเรานี้ ไม่ว่าสภาพอากาศยังไง เพราะว่าเราใช้สัญญานคนละย่านความถี่ ระบบสัญญาณของเราเหมือนกับทีวี ซึ่งความชัดจะชัดเจน แม้ว่ามีฝนฟ้าคะนอง
|
|
|
|
Dek-D : ผลที่คาดว่าจะได้รับจากน้องๆที่เข้ามาเรียนในระบบผ่านดาวเทียม E-live?
พี่ธเนศ : ก็คงเป็นเรื่องความพึงพอใจ ความรู้สึกใกล้ชิดกับห้องสด ทำลายข้อจำกัดอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง โดยราคาค่าเรียนเราก็ไม่ได้คิดเพิ่ม เพราะฉะนั้นประโยชน์จากการใช้ดาวเทียมนั้น ประโยชน์ตกกับนักเรียนผู้มาเรียนจริงๆ
Dek-D : คิดว่าดีกว่าระบบดีวีดีอย่างไรบ้างครับ?
พี่ธเนศ : ก็คงเป็นเป็นในแง่ human touch มากกว่า เค้าจะรู้สึกว่า เค้ามีคำถามเค้าก็ถามได้เลย หรือบางทีเค้าคิดว่าเค้าอยากจะถามประโยคนี้ บางทีเพื่อนอาจจะส่งคำถามมาทาง sms แทนเค้า แล้วติวเตอร์ก็ตอบให้เลย
Dek-D : ไม่เหมือนดูวิดิโอ ที่ต้องรอส่งกระดาษคำถามไป
พี่ธเนศ : ใช่ ต้องรออีกหนึ่งอาทิตย์อย่างน้อย ถึงจะ feedback หรือ ติวเตอร์ต้องโทรกลับอะไรอย่างนี้นะ แต่อันนี้ก็เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันสดหมดเลย
พี่ธรรมศักดิ์ : แล้วดาวเทียมนอกเหนือจากห้องเรียนแล้วนิ เรายังเอาไปใช้ในกิจกรรมของเราต่างๆ ซึ่งความสดมันจะช่วย เช่นกิจกรรมการแนะแนว กิจกรรมแนะแนวจากนักจิตวิทยา หรือจากดารา หรือว่า กิจกรรมของเราต่างๆ เช่น e-mania, singing content, กิจกรรม jump card เป็นต้น ตรงนี้ความสดก็จะเชื่อมโยงนักเรียนเราให้เกิดเป็น community เข้าหากัน
|
|
|
|
Dek-D : ที่นี่นอกจากการเรียนและกิจกรรมมากมายตามที่บอกมา แล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอะไรอีกมั้ยครับ?
พี่ธรรมศักดิ์ : ก็เรามีแย่งเป็น 2 ส่วนนะครับ ส่วนหนึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อนักเรียนโดยเฉพาะ อีกส่วนหนึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม ก็กิจกรรมเพื่อนักเรียน เรามีมากมาย อย่างที่เคยพูดไปแล้ว ดังเช่น แนะแนวโดยดารา ซึ่งเราก็จะเลือกดาราที่ประสบความสำเร็จในการเรียนพอสมควร และมีความพฤติที่ดี แล้วก็เชิญมาแนะแนว
พี่ธเนศ : เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนได้ เป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อเยาวชน
พี่ธรรมศักดิ์ : ซึ่งเค้าสื่อสารได้ดีกว่า สองนี่มีนักจิตวิทยา ทุกเทอมจะมีนักจิตวิทยาที่ดังระบบประเทศนะครับ ซึ่งเราคิดเลือกเข้า หรือ กิจกรรม jump card เพื่อให้นักเรียนที่เป็นสมาชิกของเราได้มามี community กันนะครับ ก็แล้วงานใหญ่อีกงานหนึ่งก็คือ Memolody e-mania contest ซึ่งเราจะจัดการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษทางวิชาการ ซึ่งปีนี้ก็จะจัดเป็นครั้งที่ 2
พี่ธเนศ : ก็มีจะ singing contest อีกงานหนึ่ง แต่ว่า singing contest มีพักไป ปีที่แล้วพักไป แต่ว่ากำลังพิจารณาว่าจะนำมาจัดอีกครั้งหนึ่ง
พี่ธรรมศักดิ์ : ส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมเนี่ย เราก็มีการบริจาค เราตัดยอดขายหนังสือ และเทปซีดี สมุดทุกอย่างเนี่ยโดยไม่หักค่าใช้จ่าย โดยมอบให้เป็นการกุสล หรือ sms ที่ครั้งละ 3 บาท คำถามนี้ รายได้ทั้งหมดนี่ เราก็บริจาคให้การกุศล แล้วก็จะมีสนับสนุนองค์กรอื่นปะปลาย
Dek-D : ได้ทั้งเรียนได้ทั้งทำบุญด้วยนะครับ แล้วตอนนี้มีทั้งดาวเทียม, sms, call center แล้วคาดว่าในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีต่างๆอะไรมาใช้ในการเรียนสอนของ enconcept มั้ยครับ?
พี่ธรรมศักดิ์ : ก็คือ จุดประสงค์คือ เทคโนโลยีอะไรก็ได้ที่ทำให้นักเรียนเราสามารถได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น หรือ ประโยชน์จากการใช้ชีวิตมากขึ้น การเข้าใขชีวิตมากขึ้น เราจะเอาเทคโนโลยีนั้นมาประยุกต์ใช้นะครับ ซึ่งตอนนี้ ถามว่าจะมีเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้ ก็คือ จริงๆ เราแทบจะเอาเทคโนโลยีที่เค้ายังไม่เคยใช้กันมาใช้นะครับ แต่ว่าอาจจะเป็นเรื่องของ E-learning อะไรทำนองนี้มากกว่า ซึ่งสเต็ปถัดไปที่อาจจะเป็นไปได้นะครับ
|
|
|
|
Dek-D : ท้ายนี้ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่กำลังจะ admission บ้างครับ
พี่ธเนศ : ก็รู้สึกเห็นใจน้องๆมากๆนะ เพราะว่ามันเป็นยุคเปลี่ยนผันเรื่องระเบียบวิธีการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยนะครับ ฝากว่า ให้น้องๆทุกคนตั้งใจทำให้ดีที่สุด ผลออกมาเป็นยังไง ก็อีกเรื่องหนึ่ง จริงๆการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้เป็นอะไรทั้งหมดของชีวิต แต่ก็เป็นก้าวที่สำคัญที่เราควรจะผ่านไปด้วยความพยายามเต็มที่ของเรา
พี่ธรรมศักดิ์ : ครับ ก็คล้ายๆกับ คุณธเนศ คล้ายๆ พี่เตี้ยงว่า การเรียนไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ชีวิตยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก อยากให้น้องๆค้นหาตัวเองให้เจอว่า ตัวเองชอบอะไร อยากจะไปทิศทางไหน แล้วการเรียนมันก็เป็นแค่เครื่องมือที่จะพาเราไปถึงจุดนั้น ไปสู่ความฝันของเรานะครับ แม้ว่าเรื่องการประสบความสำเร็จในการเรียน ไม่จำเป็นจะต้องสอบติดมหาวิทยาลัยได้ เหมือนที่พี่เติ้มว่า แต่ว่าเราต้องพยายามแล้วรึยัง ประวัติศาสตร์พิสูจน์มากมายว่า คนที่ประสบความสำเร็จในโลกไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย อย่างเช่น บิล เกท, นายกรัฐมนตรีอังกฤษ หรือว่าหลายๆคน ซึ่งก็อาจให้น้องๆ ค้นหาตัวเอง และทำตามความฝันของตัวเอง
วันนี้เราก็ได้มาพูดคุยกับพี่ชายสุดใจดีทั้ง 2 คนจาก Enconcept แล้ว โอกาสหน้าจะเป็นพี่ติวเตอร์คนไหนที่จะแวะมาพูดคุยกันก็ต้องติดตามกันนะครับ หรือน้องๆ คนไหนอยากแนะนำให้ไปสัมภาษณ์ใครก็บอกมาได้นะครับ
~ UBYI ~ < My.iD >



























10 ความคิดเห็น
ใครอยากได้ศัพท์+ไม่เครียด แนะนำให้มาเรียนที่นี้ครับ
แล้วก็เรื่องเทคนิคการทำข้อสอบก็ช่วยพัฒนาให้ผมดีขึ้นมากเลยครับ
อยบากทราบว่ามีสอนในระดับมหาวิทยาลัยป่ะคะ คือเรียนสาขาสารสนเทศฯอาจารย์ก็เลยให้เรียนเพิ่มนะคะพี่ๆ
ปล. สัมภาษณ์พี่แนนเก่ากึ๊กอะเฮียหยก...
รัก เอนท์ คอนเซ็บ ที่ สุดเลยครับ คิดถึงพี่ แนนมากเลย พี่ทำให้ ผมเอนท์ ติด ครับ เรียน อังกฤษกะ พี่ แก 3 ปี แหน่ะ เหอๆๆๆๆๆ ชอบ ตรงร้องเพลง อ่ะ จำได้ง่าย ฮาดีด้วย