| "ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ"
"สุขสันต์วันเกิดจ้า"
แฮ่...พอมีคำแสดงความยินดีเหล่านี้แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะมีกล่องของขวัญตามมาด้วย ฮี่ๆๆๆ และการให้ของขวัญเนื่องในโอกาสต่างๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเหมือนกันนะคะ แต่พี่ปาล์มว่าวัฒนธรรมการให้ของขวัญของชาวญี่ปุ่นค่อนข้างจะซับซ้อนกว่าของคนไทยเราพอสมควรเหมือนกัน พี่ปาล์มได้อ่านบทความดีๆ เขียนโดย "ผศ.นฤมล ลี้ปิยะชาติ" อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ท่านได้เขียนเกี่ยวกับการให้ของขวัญของชาวญี่ปุ่น น่าสนใจมากเลยค่ะ

การให้ของขวัญของคนญี่ปุ่นก็เหมือนกับชาติอื่นๆ คือเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ แต่วาระโอกาสในการให้ของขวัญของแต่ละชาติอาจจะต่างกันไป เช่น ที่ญี่ปุ่นมีการให้ของขวัญ สำหรับเด็กที่อายุครบ 3 ขวบ 5 ขวบ และ 7 ขวบ ส่วนของไทยเราไม่มี นอกจากนั้นก็มีการให้ของขวัญในโอกาสเข้าเรียนต่อ สำเร็จการศึกษา เข้าทำงาน แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ เลื่อนตำแหน่ง ฉลองอายุครบ 60 ปี เป็นต้น การให้ของขวัญแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ นี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ ตั้งแต่ของที่จะให้ไปจนถึงรูปแบบการห่อของเลยทีเดียว
ที่ญี่ปุ่นมีหลายกรณีที่ให้เงินสดเป็นของขวัญ เช่น การแสดงความยินดีในโอกาสเข้าศึกษาต่อ เมื่อสำเร็จการศึกษา เมื่อบรรลุนิติภาวะ ในการแต่งงาน การไปเยี่ยมไข้ การไปเยี่ยมเยียนเมื่ออีกฝ่ายประสบความเดือดร้อนจากไฟไหม้ ในโอกาสปีใหม่จะให้เงินเป็นของขวัญแก่ลูกหลานเรียก โอะโทะฌิดะมะ และในการแสดงความเสียใจในงานศพก็จะให้เป็นเงินสดด้วยเช่นกัน คล้ายกับธรรมเนียมที่คนไทยนิยมทำอยู่ในปัจจุบัน

การให้ของขวัญเป็นเงินสด สิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษคือซองที่ใส่ เนื่องจากความหมายดั้งเดิมของการส่งของขวัญคือการสื่อความรู้สึกให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับทราบ ดังนั้น ของที่จะให้และการห่อของจึงเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก การห่อของให้สวยงามถือเป็นความงดงามทางคุณธรรมอย่างหนึ่ง ในการห่อหุ้มความรู้สึกที่มีให้ฝ่ายที่ได้รับของ ในกรณีที่ให้เงินสดดังได้กล่าวมาแล้ว คนญี่ปุ่นจะมีซองชนิดพิเศษเฉพาะโอกาส หาซื้อได้ตามร้านหรือแผนกขายเครื่องเขียน ซองเหล่านี้เรียกว่า โนะฌิ – บุกุโระ คือซองที่ใส่เงินสด สำหรับมอบให้อีกฝ่ายหนึ่ง มีทั้งงานที่แสดงความยินดี และแสดงความเสียใจ ต้องเลือกใช้ให้ถูก
ซองใส่เงินที่ใช้สำหรับงานแต่งงาน จะมีตัวอักษรจีน 1 ตัว ที่อ่านว่า โคะโตะบุกิ หมายถึง แสดงความยินดี จะมีเส้นเชือกสีทองและสีเงิน ผูกไขว้อย่างสวยงามอยู่บนซอง เส้นเชือกนี้เรียกว่า มิสุฮิกิ มีลักษณะคล้ายลวดเส้นเล็ก ๆ หลาย ๆ เส้นรวมกันอยู่เป็นแผงประมาณ 5 เส้น ทั้งสีทองและสีเงินบนซองก็เขียนชื่อและนามสกุลของผู้ให้ด้านล่างของเชือกตรงกลางซอง
ซองใส่เงินที่ใช้สำหรับการแสดงความยินดีในโอกาสอื่น ๆ จะมีตัวอักษรจีน 2 ตัว อ่านว่า โอะอิวะอิ จะมีเชือก มิสุฮิกิ สีแดง-ขาวผูกเป็นรูปโบว์บนซอง และเขียนชื่อนามสกุล ผู้ให้บนซอง
ซองสำหรับงานศพ จะเขียนด้วยอักษรจีน 3 ตัว อ่านว่า โกะเระอิเซ็น จะมีเชือกมิสุฮิกิ สีดำ – ขาว ผูกอยู่บนซอง
ซองสำหรับการเยี่ยมไข้ จะเขียนอักษรจีน 3 ตัว อ่านว่า โอะมิมะอิ และเขียนชื่อต่อลงมาข้างล่าง ไม่มีเชือกผูกซอง
นอกจากนี้ยังมีซองใส่เงินสำหรับให้ในวันปีใหม่ และเป็นรางวัลอีกด้วย การให้ของที่ไม่ใช่เงิน ก็มีกระดาษห่อของสวยงาม ส่วนใหญ่นิยมใช้ โนฌิ-กะมิ หรือกระดาษห่อของขวัญที่มี รูปเชือก มิสุฮิกิ พิมพ์อยู่ด้านบน เพื่อสะดวกในการใช้ไม่ต้องหาริบบิ้นมาผูกอีกครั้ง บางกรณีอาจใช้ผ้าห่อของที่เรียกว่า ฟุโระฌิกิ ห่อของขวัญ เช่น เหล้า ขนม ผลไม้ต่าง ๆ แต่ถ้าใช้ผ้าห่อของ เมื่อไปถึงผู้รับ ต้องเอาผ้าออกต่อหน้าอีกฝ่ายก่อนที่จะมอบให้

เมื่อพูดถึงการห่อภายนอกแล้ว ก็มาดูของที่อยู่ภายในบ้าง ในกรณีที่เป็นเงินสด นิยมใช้ธนบัตรใหม่ใส่ซอง ถือว่าเป็นการแสดงมารยาทที่ดี ส่วนของขวัญที่ให้ในโอกาสต่าง ๆ มักจะแตกต่างไปตามวาระ เช่น หากเป็นของขวัญที่ให้ตามฤดูกาล เช่น ของขวัญที่ให้ในฤดูร้อนที่เรียกว่า โอะ-ชูเง็น และของขวัญที่ให้ในหน้าหนาวที่เรียกว่า โอะ-เซะอิโบ นิยมให้ของกินของใช้ ของที่ใช้แล้วหมดไป เพื่อมิให้ผู้รับต้องรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ บางคนอาจได้รับ ผงซักฟอกรวมของใช้อื่น ๆ ด้วยในโอกาสนี้ แต่ถ้าเป็นของขวัญที่ให้ในโอกาสแสดงความยินดีมักเป็นของที่เป็นที่ระลึกอยู่ได้นาน ๆ ไม่นิยมให้ของกินของใช้ที่จะหมดเร็ว
เวลาที่ให้ของขวัญผู้ให้มักจะพูดว่า “นี่เป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ” เพราะเป็นการแสดงความเคารพต่ออีกฝ่ายหนึ่ง โดยแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยคำพูดและท่าทีที่สงบเสงี่ยม ผู้รับมักจะไม่เปิดของขวัญในทันทีที่ได้รับ เพราะแต่ก่อนเมื่อได้รับของขวัญมาจะนำไปถวายเทพเจ้าก่อน หลังจากนั้นหัวหน้าครอบครัวจะเป็นผู้เปิดของขวัญ จึงถือเป็นมารยาทที่จะไม่เปิดห่อของขวัญในทันที แต่ปัจจุบันไม่เคร่งครัดมากนัก ส่วนของไทยถือธรรมเนียมฝรั่ง ที่จะเปิดห่อของต่อหน้าผู้ให้ได้เช่นกัน ท่านผู้ฟังพอจะได้แนวคิดเรื่องของขวัญบ้างนะคะ เผื่อจะเลือกซื้อของขวัญ หรือเมื่อต้องติดต่อแลกเปลี่ยนการให้ของขวัญกับคนญี่ปุ่นก็พอจะทราบแนวทางปฏิบัติเมื่อถึงคราวจำเป็นค่ะ
ถึงแม้ว่าเราคนไทยอ่านดูแล้วจะรู้สึกว่าออกจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย แต่พี่ปาล์มว่าก็ดูเป็นพิธีการที่ทำให้ทั้งผู้รับและผู้ให้รู้สึกดีมากขึ้นเลยนะคะ แล้วน้องๆ ล่ะ เคยได้รับของขวัญอะไรที่ทำให้รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษบ้างไหมคะ? เล่าให้พี่ปาล์มฟังบ้างน้า ^^

พี่ปาล์มขอบคุณภาพประกอบจาก
www.sutekikaiteki.com
www.prelude.co.jp
www.zakka.net
http://board.postjung.com http://www.healthandcuisine.com http://www.bloggang.com |
25 ความคิดเห็น
เป็นพิธีการดี
ดูแล้วรู้สึกถึงความเอาใจใส่ ความละเอียดอ่อนของของขวัญนั่นเลยล่ะ...^ ^
แล้ววิธีการห่อของขวัญของเค้านี่ไม่ต้องใช้สก็อตเทปเลยค่ะ สวยมากๆ
อาร์ตตัวแม่ เลย ประเทศนี้ 555
รู้สึกงงมากเลย= =
ทำไมถึงยุ่งยากแบบนี้นะ=O=;;~
เห็นด้วยค่ะ มันเป็นวิธีการที่ดี ตอนนั้นอาเราไปญี่ปุ่น แล้วซื้อช็อกโกแล็ตมาให้ มันเป็นรูปไรรู้มั้ย มันเป็นรูปหอยต่างๆ พอกินแล้ว โอ้ นุ่ม อร่อย
เหอเหอ
เป็นอะไรที่ซับซ้อน แต่ละเอียดอ่อนจริงๆ
มึความซับซ้อนในวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่เคร่งครัด