|
อันยองฮาเซโยค่า! (พยายามจะเป็นKorean girl มากๆ 555+) วันนี้พี่แก้มพาสาวน้อยจากเกาหลีมาด้วยคนหนึ่ง เธอคนนี้กำลังเรียนอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ ใครเป็นสาวกประเทศเกาหลีเข้ามาใกล้ๆ เลยค่ะ พี่แก้มจะพาน้องๆ ไปรู้จักกับน้องเป๊กกี้กัน ประสบการณ์ของน้องเป๊กกี้น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เพราะมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตมาหลายประเทศเลย เอาล่ะ ไปตามอ่านกันเลยค่า!^^
1.แนะนำตัวให้ชาวเด็กดีดอทคอมรู้จักกันนิดนึงจ้า - อันยองฮาเซโย! สวัสดีค่ะ ชื่อ เลิศลักษณ์ นิระ ชื่อเล่น เป๊กกี้ ค่ะ ตอนนี้อายุ18ปี จบการศึกษาระดับมัธยมปลายจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดล (เอก กีตาร์คลาสสิก) ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยชอนนัม จังหวัดควางจู ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ 2.เห็นว่าได้มีโอกาสไปศึกษามาหลายประเทศเลย เคยไปประเทศไหนมาบ้างแล้วเอ่ย - จริงๆ เคยไปเที่ยวกับครอบครัวมาหลายประเทศแล้วค่ะ แต่ตอนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 ช่วงปิดเทอมมีเวลาว่างเยอะ คุณพ่อคุณแม่เลยส่งให้ไปลองใช้ชีวิตอยู่กับคุณลุงอิริคซึ่งเป็นเพื่อนของคุณพ่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นเวลา3สัปดาห์ค่ะ แล้วพอ ม.6ก็ได้สอบทุนของ AFS ในโครงการชื่อว่าJENESYS (Short Program) ได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา2สัปดาห์ค่ะ 3.แล้วจากประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ละที่มีความประทับใจยังไงบ้างคะ - จากประสบการณ์ที่ไปสวิสเซอร์แลนด์ ก่อนหน้านี้เคยมาเที่ยวที่สวิสเซอร์แลนด์กันทั้งคอบครัวเลยค่ะ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ คุณยาย คุณปู่ แต่มาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องมาอยู่กับน้องชายสองคน แน่นอนว่าตอนแรกลำบากมากๆ เพราะว่ามันต่างจากที่เราคิดไว้สุดๆ เนื่องจากครั้งก่อนที่มาเที่ยว เราอยู่ในเมือง เดินทางไปไหนก็สะดวก แต่พอมาครั้งนี้ได้มาอยู่บนเขา ทำอาหารทานเอง หาฟืน เดินป่า ต้องเดินเป็นกิโลเพื่อจะลงไปขึ้นรถบัสไปในเมือง ตอนกลางคืนก็มืดมากๆ เพราะบ้านอยู่บนเขา มีแต่ต้นไม้และทุ่งหญ้า ไม่สามารถออกไปไหนได้เลย ตอนนั้นรู้สึกลำบากและท้อแท้มากๆ ค่ะ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็ไม่อยากกลับเลย ฮ่าๆๆ การไปครั้งนั้นทำให้เป๊กกี้มีความกล้าเพิ่มขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น แล้วก็ได้รับอะไรดีๆ จากประสบการณ์ตรงนั้นเยอะ ซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปอยู่แบบนั้นอีกไหม พอกลับมาก็รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย จากสิ่งที่ได้รับตรงนั้น เลยทำให้รู้สึกอยากจะไปเรียนต่อประเทศอื่นมากขึ้นค่ะ
4.ทำไมน้องเป๊กกี้ถึงเลือกมาเรียนปริญญาตรีที่เกาหลีคะ - จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนเลยว่า ก่อนหน้านี้ตอน ม.1 เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ เพราะตอนนั้นชอบนักร้องและการ์ตูนญี่ปุ่นมากๆ ก็เลยเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่เรียนไปเรียนมาได้ประมาณ1ปี เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ หรือคงเพราะตอนนั้นเด็กเกินไป ก็เลยไม่ค่อยมีสมาธิเวลาเรียน ก็เลยหยุดเรียนค่ะ แล้วพอไม่ได้เรียน หรือใช้นานๆก็ค่อยๆ ลืมไปทีละน้อย สุดท้ายตอนนี้ก็เหลืออยู่แค่ไม่กีประโยคเองค่ะ ฮ่าๆๆๆ พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ หลังจากกลับมาจากสวิสเซอร์แลนด์ ตอนนั้นกระแสเกาหลีเริ่มมาแรงมากๆ เป๊กกี้ก็อาจจะเหมือนเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ชอบซีรี่ย์เกาหลี นักร้องเกาหลี ดาราเกาหลี นิยายเกาหลี นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้เริ่มเรียนภาษาเกาหลีค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะเรียนแค่ให้พอรู้ พออ่านออกเขียนได้ พูดได้นิดหน่อยก็พอ แต่ไปๆ มาๆ เรียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชอบภาษานี้ขึ้นมาจริงๆ เลยอยากเรียนรู้ไปเรื่อยๆ พอเรียนไปแล้วก็ดันทำได้ดีกว่าที่คิดซะอีก เลยเป็นจุดที่ทำให้สนใจมาเรียนต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ 5.แล้วน้องเป๊กกี้มีการเตรียมตัวก่อนเดินทางยังไงบ้างคะ เช่น มีการหาข้อมูลเรื่องที่เรียนยังไงบ้าง - พูดตามตรงเลยค่ะว่าตอนนั้นเพิ่งกลับจากแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นพอดี แล้วอยู่ในช่วงใกล้จะเอนทรานซ์ก็เลยรีบหาที่เรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เพราะตอนไปอยู่กับโฮสต์ที่ญี่ปุ่นนั้นประทับใจมากๆ อะไรๆ ก็ดีไปหมด ได้รับแต่สิ่งดีๆ เด็กนักเรียนญีปุ่นที่โรงเรียนก็น่ารัก ให้การต้อนรับอย่างดี เลยทำให้แอบเอนเอียงไปทางญี่ปุ่นบ้าง แต่ตอนนั้นจะสอบเข้าที่ไหนก็ปิดรับสมัครหมดแล้ว ไม่ทันแล้ว ก็เลยลองหาที่เรียนต่อที่เกาหลีใต้ดู ไม่รู้ว่าดวงชะตากำหนดหรือเปล่านะคะ555+ เพราะตอนนั้นก็เที่ยงคืนแล้ว กำลังเปิดเว็บไซต์หาที่เรียนอยู่ ก็ดันมาเจอที่นี่เปิดรับสมัครพอดี แล้วสุดท้ายก็เลยได้มาเรียนต่อที่เกาหลีใต้นี่ล่ะค่ะ แต่ถ้าพูดถึงการเตรียมตัวก่อนเดินทาง พอดีเป๊กกี้ได้เรียนภาษาเกาหลีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกแล้ว ก็เลยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากค่ะ ทุกอย่างลงตัวพอดีเป๊ะเลย >__
6.ตอนนี้น้องเป๊กกี้กำลังเรียนคณะอะไรอยู่คะ - ตอนนี้กำลังเรียนภาษาเกาหลีปรับพื้นฐานอยู่ค่ะ เพราะนักเรียนต่างชาติทุกคนต้องสอบวัดระดับภาษาเกาหลีก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเวลาอย่างน้อย6เดือนขึ้นไปค่ะ การเรียนการสอนภาษาเกาหลีก็จะแบ่งเป็น6ระดับค่ะ ตอนนี้เป๊กกี้กำลังเรียนอยู่ในระดับที่5แล้วค่ะ กว่าจะสอบผ่านมาได้ เล่นเอาอ่านหนังสือ ท่องศัพท์ไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว...=___=!!) การสอบวัดระดับภาษาเกาหลีเรียกว่า Topik ก็คล้ายๆ กับพวกToefl,Toeic อ่ะค่ะ สำหรับนักศึกษาต่างชาติต้องผ่านระดับ4 จาก6ระดับ ถึงจะเข้ามหาวิทยาลัยของเกาหลีได้ จริงๆ บางที่อาจจะเอาแค่ระดับ3 แต่มหาวิทยาลัยที่เป๊กกี้อยากเข้าเป็นของรัฐบาลเลยเอาสูงหน่อยค่ะ
7.แล้วที่นั่นการเรียนการสอนภาษาเป็นยังไงบ้างคะ - การเรียนภาษาเกาหลีที่นี่ บางคนอาจจะสงสัยว่าสอนจากภาษาอังกฤษเป็นเกาหลีหรือเปล่า ขอบอกว่าตั้งแต่ระดับ1 สอนเป็นเกาหลีตั้งแต่แรกเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ เพราะว่าในห้องเรียนจะมีนักเรียนต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติมากๆ อาทิเช่น จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม มองโกล บางคนไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ก็เลยต้องสอนเป็นภาษาเกาหลีเพื่อความคุ้นเคย และความเป็นกลางค่ะ555+ คุณครูที่นี่น่ารักมากๆ ค่ะ สอนดี แต่ออกข้อสอบโหดไปหน่อย -0- เพราะคนเกาหลีเป็นพวกHard Workerค่ะ! เค้าจะให้ความสำคัญต่อการศึกษา แล้วก็การทำงานมากๆ ทุกอย่างจะต้องทุ่มเทแล้วก็ต้องใจทำค่ะ ยอมรับเลยว่าตอนมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ ท้อแท้มากๆ ด้วยความที่เรียนดนตรีมาจากที่ไทยด้วย ก็เลยออกจะชิลๆ สบายๆ พอมาเจออย่างนี้ ก็เลยเครียดมากเลยค่ะ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มปรับตัวได้ อะไรๆ ก็สบายค่ะ แค่ตั้งใจเรียน ทบทวนบ่อยๆ เตรียมบทเรียนของวันถัดไป การเรียนก็จะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
8.อืม เป็นความคิดที่ดีมากเลยค่ะ แล้วสรุปว่าหลังจากเรียนภาษาเสร็จแล้ว น้องเป๊กกี้สนใจจะเรียนด้านไหนต่อคะ - ตอนนี้เป๊กกี้สอบวัดระดับภาษาผ่านแล้ว หลั่นล้ามากค่ะ ขึ้นปี1 เดือนมีนา ปี 2009นี้ จริงๆ ตอนแรกจะเลือก International relations (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) แต่กลัวมันยากไป เพราะต้องเรียนเป็นภาษาเกาหลีแล้วก็ต้องติดตามข่าว อ่านหนังสือเยอะด้วย กลัวไม่ไหว ไม่จบเลยเลือกคณะมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษไปอะคะ 555 9.อ้าว ไปเกาหลี แต่ไปเรียนภาษาอังกฤษ 555 ทำไมสุดท้ายถึงเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษล่ะคะ - เหตุผลของเป๊กกี้อาจจะแปลกซักนิด555+ เหตุผลแรกเลย คือกลัวไม่จบอ่ะค่ะ ถ้าเรียนสาขาอื่น กลัวว่าจะไม่ไหว -*- แล้วก็คงเรียนหนักมากแน่ๆ เลย แล้วอีกอย่างก็เพราะว่า ไหนๆ มาที่นี่ก็ได้ภาษาเกาหลีอยู่แล้ว แต่ไม่อยากจะทิ้งภาษาอังกฤษ เพราะเรียนมาตั้งนาน แล้วก็ทำได้ดีด้วย ก็เลยกลัวว่าจะลืมอ่ะค่ะถ้าไม่ได้ใช้บ่อยๆ เลยคิดว่าเรียนภาษาอังกฤษดีกว่า เผื่อจะได้เกียรตินิยมกะเค้าบ้าง555 ไหนๆ ก็มาแล้ว เอามันสองภาษาเลยแล้วกัน เพราะว่าภาษาอังกฤษมันเหมือนกันทั้งโลกอ่ะค่ะ ไม่ว่าจะเรียนLiterature ยังไงก็เหมือนกัน เลยคิดว่าน่าจะสบายสำหรับเป๊กกี้เอง^^" 10.แล้วประสบการณ์วันแรกที่มาถึงเป็นยังไงบ้างคะ - ประสบการณ์วันแรกที่มาถึงบอกคำเดียวได้ว่า อึ้งค่ะ! 555+ ต่างจากที่คิดมากเลย เพราะว่าควางจูไม่ได้เป็นเมืองหลวงแบบโซล แล้วก็ไกลจากโซลตั้ง4ชั่วโมง ก็เลยคิดภาพไว้ว่าคงจะเป็นทุ่งแน่ๆ เลย555+ แต่พอรถบัสเข้ามาถึงตัวเมืองควางจูปั๊บก็ตกใจมากๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่า ที่เกาหลีใต้ ความเจริญเค้าจะทั่วถึงขนาดนี้ แม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแบบโซลก็จริง แต่การคมนาคม แผนผังเมือง ตึก คอนโด และบ้านช่องต่างๆ ไม่ต่างกันเลยค่ะ แล้วยิ่งพอรถเข้ามาถึงตัวมหาวิทยาลัย พูดได้จริงๆ ว่าสวยมากๆ แล้วก็ใหญ่มากๆ ด้วยค่ะ และที่สำคัญนั่นก็คือความสะอาดค่ะ ที่นี่เค้าสะอาดจริงๆ นี่ล่ะประทับใจสุดๆ!^^"
11.แล้วความเป็นอยู่ของน้องเป๊กกี้ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ตอนนี้อยู่ที่หอของมหาวิทยาลัยหรือเปล่าคะ - อยู่ที่หอของมหาวิทยาลัยค่ะ หอของที่นี่ยกให้เลยกับความปลอดภัยค่ะ ดีเลิศมาก555+ เพราะว่าก่อนเข้าออกหอทุกครั้ง นักศึกษาทุกคนจะต้องกดรหัสแล้วก็สแกนนิ้วมือค่ะ เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะหอหญิงกับหอชายจะแยกจากกันค่ะ แต่โรงอาหารจะเป็นที่เดียวที่ใช้ร่วมกันค่ะ ส่วนห้องพักก็นอนห้องละ 2 คนค่ะ ห้องอาบน้ำก็เป็นห้องน้ำส่วนตัวค่ะ มีอยู่ในห้องพักเลย ไม่ได้อาบรวมกันเหมือนที่ญี่ปุ่น ขอบอกว่าหอที่นี่น่าอยู่จริงๆ ค่ะ ใหญ่โตและสวยมากๆ อย่างกับโรงแรมเลย เรื่องอาหารการกิน ที่นี่จะมีข้าวหอให้ทั้ง3มื้อ โดยจะมีเวลาเปิดปิดประตูโรงอาหาร โรงอาหารของหอจะใช้ได้แค่เฉพาะเด็กที่อยู่หอเท่านั้นค่ะ โดยจะต้องสแกนลายนิ้วมือทุกครั้งก่อนเข้ารับประทานอาหาร เพื่อป้องกันคนนอกค่ะ แต่ขอแอบเมาท์นิดนะคะ อาหารที่หอ เป๊กกี้ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ เพราะรสชาติไม่ค่อยอร่อยอ่ะค่ะ -*- เลยมักจะออกไปหาร้านอร่อยๆ ข้างนอกมหาวิทยาลัยกับรุ่นพี่ที่นี่บ่อยๆ555+ (เลยได้ของแถมคือ น้ำหนักที่มากขึ้นกลับมา -0-") 12.แล้วการใช้ชีวิตที่เกาหลีเป็นยังไงบ้าง เช่น คนเกาหลีมีอะไรที่แตกต่างจากคนไทยบ้างที่ทำให้เราต้องปรับตัว - การใช้ชีวิตในเกาหลี มีเรื่องที่ต้องปรับเยอะมากเลยค่ะ เพราะวัฒนธรรมที่นี่ อย่างที่เล่าไปแล้วว่า เค้าเป็นพวก Hard Worker ปกติเวลาทำอะไรเราจะสบายๆ แต่พอมาอยู่ร่วมกับคนเกาหลี เราเลยจะต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ ต้องขยันมากขึ้นแล้วก็ต้องทุ่มเทกับงานมากขึ้นค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือ ตามที่เราเห็นในซี่รี่ย์เกาหลีบ่อยๆ คนเกาหลีมักจะให้ความสำคัญกับการดื่มเหล้าค่ะ = =" ทุกคนต้องดื่มเหล้าให้เป็น ซึ่งเรื่องนี้เป๊กกี้ไม่ค่อยเห็นด้วยนิดหน่อยค่ะ เพราะว่าไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว แต่ในสังคมเกาหลีเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะเค้าเชื่อกันว่า มันช่วยทำให้เราสนิทสนมกับผู้คนมากขึ้น ทำให้สามารถกระชับความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน หรือลูกจ้างกับเจ้านายได้อีกด้วย ขอบอกว่า จริงๆ แล้ว ผู้หญิงเกาหลีน่ะดื่มเหล้าเก่งกว่าผู้ชายอีกนะคะ555+ (นี่คือเรื่องจริงนะคะ^^)
13.อืม ดูน้องเป๊กกี้เริ่มคุ้นเคยกับคนเกาหลีแล้วจริงๆ นะเนี่ย แล้วเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้างคะ - เพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยก็มีหลายเชื้อชาติเลยค่ะ เพื่อนสนิทของเป๊กกี้จะมีทั้งคนเกาหลี คนจีน แล้วก็กัมพูชาค่ะ เพื่อนๆ ของเป๊กกี้ที่มหาวิทยาลัย ส่วนมากจะนิสัยดีมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เช่น เวลาเรียนถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มักจะช่วยเหลือกันค่ะ แต่ถ้าตอนสอบล่ะก็ ส่วนมากก็ต้องตัวใครตัวมันนะคะ5555+ สนิทกันขนาดไหนก็จะไม่ลอกกันค่ะ ถ้าเป็นประสบการณ์เรื่องอื่นกับเพื่อนๆ ก็มีครั้งนึง เป๊กกี้กับเพื่อนคนจีนไปดูดรีมคอนเสิร์ตด้วยกัน ตามดงบังชินกิด้วยกันไม่ได้หลับได้นอนกันเลย555+ ประสบการณ์ครั้งนั้นเป็นประสบการณ์ที่จะไม่ลืมทั้งความสนุกและความเหนื่อยยากเลยค่ะ555+
14.เอ๊ะ อันนี้แอบหนีเที่ยวนะ 555+ แต่ก็ต้องพักผ่อนกันบ้างล่ะเนอะ แล้วสำหรับภาพที่น้องเป็กกี้คิดไว้ก่อนมากับตอนที่มาแล้วแตกต่างกันยังไงบ้างคะ - ภาพที่คิดไว้ก่อนมาถึงคือ คิดว่าที่นี่จะเป็นป่าเขาอะไรแบบนี้อ่ะค่ะเพราะไม่ได้อยู่เมืองหลวง แต่พอมาถึงจริงๆ ก็เลยอึ้ง เพราะมันผิดคาดจริงๆ ค่ะ ดีกว่าที่คิดเยอะเลย ก็อย่างที่บอกไปอ่ะค่ะ ว่าเป็นเหมือนเมืองหลวงอีกเมืองหนึ่งที่มีความเจริญมากๆ เลยค่ะ 15.แล้วน้องเป๊กกี้ประทับใจเรื่องใดมากที่สุดตั้งแต่มาที่นี่คะ - จริงๆ แล้ว ประทับใจหลายเรื่องเลยค่ะ แต่ถ้าถามว่าประทับใจที่สุดเลยตั้งแต่มาที่นี่คงเป็นเรื่องที่ได้ไปดูคอนเสิร์ตทั้งหลายกับเพื่อนๆ เรื่องที่เจอดาราเกาหลีที่ชื่นชอบมานานแบบใกล้ๆ เช่น คังตะH.O.T, RAIN, Shinee, BIGBANG, FT.ISLAND, ชางกึนซอก แล้วก็ขึ้นเครื่องบินลำเดียวกับดงบังชินกิเนี่ยล่ะค่ะ 555+ ประทับใจสุดๆ เลย เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอแบบใกล้ขนาดนั้น-0-" ส่วนเรื่องที่มหาวิทยาลัยก็ประทับใจว่าได้มาอยู่มหาวิทยาลัยที่สภาพแวดล้อมสวยงาม ได้พบเพื่อนดีๆ มิตรภาพดีๆ อาหารเกาหลีที่อร่อยมากๆ (โดยเฉพาะซัมกยอบซัล 5900วอน 555+ อร่อยแบบคุ้มสุดๆ) คุณครูที่นี่ก็ดูแลเป๊กกี้เป็นอย่างดี โดยรวมแล้วประทับใจแทบทุกอย่างเลยค่ะ 16.คิดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงมากไหมคะตั้งแต่มาที่เกาหลี - เปลี่ยนค่ะ รู้สึกได้เลยว่า เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจริงๆ มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลามากขึ้นจากเมื่อก่อน555+ แล้วก็อ้วนขึ้นด้วยค่ะ! > <"
17.ก่อนจากกัน อยากฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากมาเรียนที่เกาหลีบ้างคะ - อยากจะบอกน้องๆ แล้วก็เพื่อนๆ ว่า การมาเรียนที่เกาหลีนั้นไม่ยากเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับตัวเองว่า เมื่อมาเรียนแล้วจะสามารถผ่านพ้นมันไปได้มากน้อยเพียงใด เพราะการมาเรียนที่นี่ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือความขยัน ความพยายามแล้วก็ความกล้าค่ะ ความขยันก็คือ ทุกครั้งก่อนไปเรียนเราควรจะเตรียมบทเรียนไปบ้าง ควรจะเปิดDictionaryหาศัพท์ที่ไม่รู้ไปก่อน เพื่อทำให้เรียนได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ แล้วก็พอหลังเลิกเรียน ก็ควรหาเวลาทบทวนเรื่องที่เรียนไปซักนิดนึงเพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงสิ่งที่เรียนค่ะ ความพยายามก็คือ เราควรจะตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะยากขนาดไหน อย่าท้อเป็นอันขาดนะคะ เพราะคนที่นั่นเรียนหนักกันอยู่แล้ว ถ้าเราท้อเมื่อไหร่ หมดกำลังใจเมื่อไหร่ละก็ อาจทำให้เราเรียนที่เกาหลีได้ลำบากมากๆ ส่วนความกล้าก็คือ กล้าที่จะพูดภาษาเกาหลีค่ะ ขอบอกว่า มันอาจจะผิดพลาดกันได้ แต่อย่าอายที่จะพูดนะคะ หาโอกาสใช้บ่อยๆ แล้วพูดไปเลยค่ะ เพื่อเป็นการฝึกฝนและพัฒนาภาษาเกาหลีให้คล่องแคล่วขึ้นค่ะ เป๊กกี้ว่าการมาที่นี่อาจมีทั้งเรื่องดีๆ หรือเรื่องแย่ๆ บ้าง แต่ก็อย่าท้อถอยนะคะ คนที่นี่เค้าอาจจะกดดันเราเรื่องการทำงานบ้าง แต่การกดดันของเค้าทำให้เราฟิต แล้วก็เป็นแรงผลักดันให้เราขยันขึ้น และก้าวต่อไปค่ะ ใครที่อยากมาเรียนที่นี่ ก็ขอเป็นกำลังให้นะคะ สู้ๆ ค่ะ!!! ^^FIGHTING!!!!
โอ้โห ทิ้งท้ายได้น่าสนใจมากเลยค่ะ พี่แก้มคิดเหมือนกับน้องเป๊กกี้เลยว่า ไม่ว่าเราจะเรียนอะไร ถ้าเราขยันและไม่ท้อแท้แล้ว เราก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด ส่วนคนอื่นจะมากดดันอย่างไร สุดท้ายคนที่เราต้องแข่งด้วยคือตัวเราเองค่ะ การแข่งขันกับตัวเอง พยายามพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเลยค่ะ คราวหน้าเราจะไปพบกับประสบการณ์ของใครอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ^^
มีคำถาม หรืออยากเล่าประสบการณ์เด็กนอก |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?








44 ความคิดเห็น
SHINEE~~
แล้วก็เคยเห็นเป๊กกี้ใน Siamzone เหมือนกัน
อ่า ต้องสู้ๆๆ FIGHTING !!!~
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆนะคะ ^^
อยากไปเรียนที่เกาหลีบ้างจัง T^T
อยากเจอชายนี่ด้วย T T
T^T
ใช่ๆเราก็เคยเห็นในสยามโซน
อยากไปแบบที่เค้าบ้างจัง
แต่คุณทรัพย์ไม่เพียงพอ 555+
ไม่กล้าขอ -0- กลัวโดนดุ!!!
เอาลายเซ็น คังตะ กับ FT.Islandไปก่อนได้ปะ มน??5555-0- (ชั้นรู้เทอไม่ชอบ เลยพูดไปงั้น ฮี่ๆๆๆ)
ไว้หามาได้แล้วจะแสกนไปให้ดูละกันน
ปล อย่าลืมเสื้อ แมวน้ำชั้นนะ ส่งมาก้อได้ 5555+
เราเคยไปเรียนที่อเมริกาตอนม.2 ไปแลกเปลี่ยน 3-4 เดือนเอง
กะ ออสเตรเรีย ม.4 ไป ครึ่งปี แต่อยากไปเกาหลีมากกว่า TT___TT
อยากเจอ Shinee+SJ+TVXQ
โฮกกกกกก =[]= เดี๋ยวปีหน้าไปเรียนปริญญาที่อเมริกาเบื่อๆๆๆๆๆ
อยากไปเกาหลีอ้าาาาา >O<!
ยังไม่ได้คุยกันเลยอ่า คิดถึงๆ
หน้าหนาวแล้วดูแลตัวเองด้วยน๊าา
เปลี่ยนจากลายเซ็นบิ๊กแบงเป็นลายเซ็นเป๊กแทนได้มั้ยเนี่ย
วิ้ววว
อยากไป ~~~ T^T
น่าอยากไปเรียนบ้างจัง
แต่เคยไปเที่ยวมาแล้วที่เกาหลี
เมืองเค้าสะอาดมากผู้คนก็ผู้ดีมากๆๆ
อยากไปอีกง่ะ
น่าไปจังเลยอ่ะ
อิจฉา ได้นั่งไฟลท์เดียวกับดงบังด้วย
shineeอีก
ต้องขยันเรียน แล้วไปเกาหลี
ค่าครองชีพหล่ะ
อยากรู้จัง
อ๊ากกก
เป็นพรหมลิขิตจริงๆ เลยที่พี่ได้เจอ 5 เทพบนเครื่องบิน
อ๊ากกก (คลั่งๆๆๆ)
อยากไปสุดๆๆๆๆๆ
พอดีรักประเทศเกาหลีเอาเป็นเอาตาย จนเพื่อนขนานนามว่าเจ้าแม่เกาหลี 555+
เรื่องอ่านออกเขียนได้ผ่าน แต่คำศัพท์ (กลับไปเลี้ยงกวางเลยไป)
**แอบอิจฉานั่งเครื่องบินลำเดียวกะเทพ**
เราว่าค่าครองชีพอะไรเค้าคงจะไม่แพงเกินไปหรอกน้า
เหมือนของกินที่เป๊กกี้ออนนี่กินอ่ะ 5900 วอนเอง
(((ประมาณ 150 บาท หุหุ)))
ถ้าจะไปอยู่ก็คงจะรอดอ่ะแหละ เหอๆๆๆๆ
I LOVE KOREA