|
"ชิดในหน่อยค่ะ ชิดในหน่อย ก้าวขึ้น-ลงระวังอย่าเพิ่งคุยโทรศัพท์นะคะ" ... น้องๆ dek-d.com คงเคยได้ยินประโยคนี้บ่อยๆ ตอนขึ้นรถโดยสารประจำทางใช่มั้ยล่ะค่ะ ก็อย่างที่น้องๆ ทราบกันดีนะคะว่าทุกวันนี้มีจำนวนผู้ที่ใช้บริการของรถโดยสารประจำทางค่อนข้างมาก
ในเวลาที่เร่งรีบอย่างช่วงเช้าตอนที่การจราจรค่อนข้างติดขัด หลายคนต้องออกทำงาน น้องๆ หลายคนก็ต้องเดินทางไปโรงเรียน เวลานี้จึงทำให้รถโดยสารประจำทางนั้นแน่นเป็นพิเศษ จะขึ้นลงกันแต่ละทีต้องเบียดกันแทบแย่กว่าจะได้ขึ้น-ลง บางคนถึงกับต้องลงป้ายต่อไปเพราะลงป้ายที่ต้องการจะลงไม่ทัน

และก็หลายต่อหลายครั้งเหลือเกินที่ในเวลาเร่งรีบแบบนี้ พี่เหมี่ยวก็ยังเห็นมีคนคุยโทรศัพท์มือถือเวลาที่ขึ้น-ลง รถประจำทาง ... น้องๆ รู้มั้ยคะว่า นั่นคือพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว!!!
และนี่ก็คือเรื่องราวที่เราจะมาคุยกันใน "เตือนภัยเด็กดี" วันนี้ค่ะ
... น้องๆ คงเคยได้รับรู้เรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นกับผู้โดยสารรถประจำทางกันมาบ้างแล้วจากทางหน้าหนังสือพิมพ์นะคะ ไม่ว่าจะเป็น รถโดยสารประจำทางทับผู้โดยสารเสียชีวิต ผู้โดยสารตกรถโดยสารประจำทางเสียชีวิตขณะรถกำลังออกตัว หรือแม้กระทั่งประตูรถโดยสารประจำทางหนีบผู้โดยสาร ฯ
เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงทั้งนั้น และจากอุบัติเหตุในหลายๆ กรณีทำให้เกิดข้อถกเถียงกันในสังคมว่าเป็นความผิดของใคร บ้างก็บอกว่าเป็นความผิดของคนขับรถโดยสารประจำทางที่ประมาทเลินเล่อทำให้ผู้โดยสารได้รับอันตราย บ้างก็บอกว่าเป็นความผิดของผู้ให้บริการรถโดยสารประจำทางที่จ้างพนักงานที่ไม่มีคุณภาพมาทำงานทำให้ผู้ใช้บริการเดือดร้อน ...
นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุผลมากมายที่ถูกยกขึ้นมาอ้างอิง แต่น้องๆ ทราบมั้ยคะว่ามีอีกสิ่งสำคัญที่เรามักลืมนึกถึงและมองข้ามไปอยู่เสมอ นั่นก็คือ ความประมาทและเลินเล่อของตัวผู้ใช้บริการเองนี่ล่ะค่ะ ... น้องๆ หลายคนติดโทรศัพท์มือถือต้องคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งเวลาขึ้น-ลง รถโดยสารประจำทาง เพราะคิดว่าแค่ก้าวขึ้น-ลง รถแค่นั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ไม่จำเป็นต้องวางโทรศัพท์มือถือให้เสียค่าโทรก็ได้ แต่พี่เหมี่ยวจะบอกให้นะคะว่าแค่เสี้ยววินาทีเดียวที่เรามองข้ามไป ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตได้แล้ว

เพราะการใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างการทำกิจกรรมใดๆ ก็ตามจะส่งผลให้ปฏิกิริยาในการสั่งการ และการตอบสนองช้ากว่าปกติถึง 0.5 วินาทีจะทำให้เวลาในการก่อนชนจะสั้นลงกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ 1 วินาที และด้วยเวลาเพียง 1 วินาที เท่านี้ก็เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้แล้ว ... เพราะเรามัวแต่ให้ความสนใจกับการคุยโทรศัพท์ เราอาจจะก้าวพลาดเสียหลักตกรถ ก็อาจจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ถ้าโชคร้ายเราอาจจะถูกรถที่ขับตามมาทับหรือชนเข้าก็ได้
ถึงปัจจุบันจะมีอุปกรณ์เสริมอย่างแฮนด์ฟรี หรือบลูธูทแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน ทางออกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเรานั้น เราควรเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ระหว่างลงรถโดยสารประจำทาง เพราะถ้าเราก็ไม่ต้องถือโทรศัพท์มือถือนั่นก็จะทำให้เรามีมือจับราวรถโดยสารระหว่างขึ้น-ลง ซึ่งก็จะเป็นการช่วยเซฟให้เราปลอดภัยมากขึ้น
หรือถ้ามีความจำเป็นต้องคุยจริงๆ ก็ควรเลือกให้อุปกรณ์เสริมอย่างสมอลทอร์ก แฮนด์ฟรี หรือบลูธูท เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่เราไม่คาดคิดค่ะ นอกจากนี้แล้วระหว่างลงรถน้องๆ ก็ควรมองซ้ายก่อนว่ามีรถวิ่งตามมาหรือไม่ รอจังหวะที่รถโดยสารจิดสนิทก่อนแล้วจึงก้าวลง ... จำไว้นะคะว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องนึกถึงความปลอดภัยไว้เป็นอันดับแรกนะคะ
|
8 ความคิดเห็น
ทีหลังจะไม่ทำ
เราเคยตกรถเมล์ด้วยอ่ะ
พอกำลังจะลง
ดันหน้ามืด
วูบลงไปเลย
หัวเข่านี่เลือดอาบเลยย
TT[]TT แบบว่าไอ่เรามัน
โก๊ะเปนประจำ
ไม่ค่อยทำค่ะ แต่ ต่อไปนี้จะไม่ทำเลย
ที่เตือนนนน
อิอิ