ประสบการณ์เหงาแกร่วของลิงภูเก็ต..

    

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com  ใครที่เคยจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเตร็ดเตร่ที่ต่างแดนนั้น นอกจากความตื่นตาตระการใจในสิ่งที่พบเห็นแล้ว พี่ยีนคิดว่ามีไม่น้อยเหมือนกันที่ต้องพบเจอกับ "ความเหงา"เพื่อนเก่าที่แวะเวียนมาอย่างสม่ำเสมอ  แต่จะถี่บ่อยก็ในช่วงที่อยู่เมืองนอก ประสบการณ์เกี่ยวกับความเหงาของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แต่หนึ่งเรื่องราวของเด็กหญิงชาวใต้หนึ่งคนจะช่วยให้น้องๆ เตรียมรับมือกับอาการเหงาที่อาจจะเกิดขึ้นได้แค่ไหน ไปรู้จักกับเธอกันเลยครับ...

 

 

     ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ ชื่อ นูร์โซเฟีย เกษมสมาน (เฟีย) ชั้น ม.5/3 แผนการเรียนวิทย์-คณิต โรงเรียนสตรีภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตค่ะ เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS รุ่นที่ 47 ศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐฯ เป็นระยะเวลาหนึ่งปี โดยได้รับทุนการศึกษาจากสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ซึ่งทุนนี้เป็นทุนเฉพาะเด็กมุสลิมเท่านั้น ในรุ่นเดียวกันกับเฟียมีทั้งหมด 31 คนจากทั่วประเทศไทย โดยได้รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวน 20 คน และทุนจากสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยอีก  11 คน บอกตามตรงทุนนี้สอบได้โหดมาก  แต่ที่โหดกว่าก็คือการต้องต่อสู้กับความเหงายามอยู่เมืองนอกค่ะ

     ความเหงานั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับคนที่เพิ่งถูกแฟนทิ้งหรือไม่มีแฟน แต่มันเกิดขึ้นได้กับทุกชีวิตค่ะ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ขนาดสุนัขบ้านโฮสของเฟียยังเหงาเป็น คิดดูสิ แล้วเด็กแลกเปลี่ยนอย่างเฟียล่ะ ไม่เหงาก็แปลกแล้ว (นึกยังไงเนี่ยไปเปรียบกับน้องหมา) เพราะเล่นจากบ้านมาตั้งเกือบปี ใครคนไหนที่ไม่เคยเหงา สงสัยต้องจับโยนเข้าโรงพยาบาลโทษฐานผิดปกติแล้วล่ะค่ะ อย่ามาจ้องเฟียแบบนั้นสิคะ หรือว่ามันไม่จริง ถึงไม่เกิดบ่อย แต่อย่างน้อยมันก็เคยเกิดขึ้นบ้างล่ะ

 

 

     เฟียจากประเทศไทยมาได้เกือบ 5-6 เดือน จวนใกล้จะกลับอยู่แล้ว  มันก็ต้องเหงาบ้างค่ะ  แต่คงไม่เหงาเท่าเด็กแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ บางคนเหงาซะจนอยากกลับบ้าน บางคนเหงาซะจิตใจฟุ้งซ่าน ขืนเป็นแบบนี้บ่อยๆ มีหวังไม่ต้องทำอะไรกินกันพอดี ฮ่าๆๆ

     ก่อนจะมาที่นี่เฟียมีการเข้าค่ายตั้งหลายครั้ง และทุกครั้งอาสาสมัครจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กราฟของเด็กแลกเปลี่ยนทุกคนนั้นโดยส่วนมากจะเป็นกราฟแบบขึ้นๆ ลงๆ ตามอารมณ์ของเด็กแลกเปลี่ยน ถ้าช่วงไหนหรือเดือนไหนอยู่ดีมีสุข กราฟก็จะพุ่งพรวด แต่ถ้าช่วงไหนที่เจอเหตุการณ์แย่ๆ ที่รับไม่ได้ หรืออะไรก็ตามแต่ กราฟจะค่อยๆ ดิ่งลงเหว และมันก็จริงอย่างที่เขาได้พูดไว้จริงๆ แต่คงไม่มีใครมีกราฟขึ้นอย่างเดียว และก็คงไม่มีใครมีกราฟลงอย่างเดียว แต่กราฟที่น่าห่วงมากที่สุดคือ กราฟที่ขึ้นตลอดไม่มีลงนั้น พอเวลาเจอเรื่องแย่ๆ บางทีก็อาจจะรับไม่ไหว คล้ายกับว่ายิ่งสูงมากเท่าไหร่ เมื่อตกลงมาแล้ว มันก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น

 

 

     อาการเหงานั้นอาจคล้ายกับอาการ Homesick  เพราะในที่ที่เราอยู่นั้นไม่มีใครที่สามารถพูดภาษาไทย มีแต่ต้องพูดอังกฤษอย่างเดียวเท่านั้น และอีกอย่างที่นี่คือ ไม่มีทั้งพ่อและแม่ หรือแม้แต่เพื่อนๆ ที่เราสามารถสนุกเฮฮาได้ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว บางครั้งเฟียก็มีความรู้สึกแบบนั้น อยู่ที่นั่นถึงแม้จะมีเพื่อนก็เหมือนไม่มี 

     พูดถึงอาการ Homesick ซึ่งเป็นบ่อยมากสำหรับเด็กแลกเปลี่ยน อาการนี้ก็คือ อาการที่เราคิดถึงบ้านไม่ว่าจะเป็นยามที่เราไม่เหงา หรือ ยามที่เราเหงาก็ตาม แต่ถ้าเป็นตอนที่กำลังเหงาอยู่พอดี ช่วงนั้นอารมณ์ของเราจะหดหู่ยิ่งกว่าวันไหนๆ มีชีวิตแต่ไร้วิญญาณ

     เฟียรู้สึกเหงาไม่บ่อยหรอกค่ะ อย่างมากก็ 2-3 ครั้ง เพราะส่วนมากเฟียจะหากิจกรรมทำกับโฮสต์ อย่างเช่น ครั้งแรกก็ตอนที่เฟียไปเข้าค่าย Orientation ที่รัฐ Connecticut เพราะหลังจากเข้าค่าย ก็ต้องย้ายไปอยู่อีกบ้านหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังแรกนั้นเป็นโฮสต์ชั่วคราว  แล้ววันนั้นตอนที่โฮสต์มัม (เจ้าของบ้านที่ดูแลเสมือนแม่) มาส่ง เฟียก็ไม่ได้ถามย้ำอีกเป็นครั้งที่สองว่า ใครมารับ รับที่ไหนและเมื่อไหร่ เฟียเลยไม่ชัวร์ แต่เฟียรู้อยู่อย่างเดียวว่า กลับกับเด็กแลกเปลี่ยนที่มาจากโปรตุเกสกับอิตาลี แต่พอจะขึ้นรถ เฟียกลับมีความรู้สึกไม่แน่ใจว่าต้องกลับกับพวกเขาหรือเปล่า เฟียก็เลยขอยืมโทรศัพท์โฮสต์บราเทอร์ (เจ้าของบ้านที่ดูแลเสมือนพี่ชาย) ของเด็กแลกเปลี่ยนอีกคนที่มาจากโปรตุเกส  เพื่อโทรหาโฮสต์มัม แต่ปรากฏว่าวันนั้นโฮสต์มัมไม่อยู่บ้าน มีแต่โฮสต์แด๊ด (เจ้าของบ้านที่ดูแลเสมือนพ่อ) ที่รับโทรศัพท์ โชคดีที่เขาบอกว่าจะติดต่อโฮสต์มัมให้ เพื่อจากโปรตุเกสคนนั้นก็พูดปลอบใจว่า เขาได้ยินว่าเฟียต้องกลับกับเขา แล้วจะมีคนมารับอีกทีที่โรงเรียน เด็กจากอิตาลีก็ช่วยเสริม ว่าเขาก็ได้ยินเหมือนกัน

     ถ้ามีกระจกสักบานสงสัยคงเห็นเฟียหน้าซีดเหมือนไก่ต้มอยู่ในกระจกนั้นแน่ เพราะตอนนั้นเหมือนเฟียไม่รับรู้อะไรแล้ว อยากร้องไห้ คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ที่อยู่ที่ไทย แต่อย่างไรก็ตาม เฟียคิดว่าต้องผ่านสถานการณ์นั้นไปให้ได้ และแล้วเฟียก็ผ่านมาได้ในที่สุด หลังจากนั้นเฟียก็จำขึ้นใจเลย ว่าถ้าจะไปไหน ไปกับใคร หรือใครจะมารับที่ไหน เวลาไหน เฟียต้องถามให้แน่ใจก่อน

 

 

     ส่วนความเหงาครั้งที่สองนั้น  เฟียฟุ้งซ่านจนถึงขั้นเพี้ยน เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่เพิ่งกลับจากรัฐ Connecticut  ระหว่างที่อยู่ที่นั่นแทบจะไม่มีใครคุยด้วยเลย นอกจากโฮสต์ซิสเตอร์ (เจ้าของบ้านที่ดูแลเสมือนพี่สาว) ที่เฟียอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะภาษาอังกฤษเฟียยังไม่คล่อง หรือเขาฟังสิ่งที่เฟียพูดไม่รู้เรื่องหรือเปล่า เมื่อไม่มีใครยอมพูดกับเฟีย ในใจจึงคิดว่า "ก็ปล่อยเฟียไปตามทางของเฟียเหอะ"  และเฟียก็ไปตามทางของเฟียจริงๆ คือ เส้นทางแห่งความเหงา   ในตอนนั้น แม้แต่เด็กไทยที่ไปด้วยกันเฟียยังไม่อยากคุยเลย หน้าก็ไม่มอง ไม่รู้ว่าเฟียเป็นไร คิดอยู่อย่างเดียวว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน 

     คนที่เฟียคิดถึงเวลาที่เฟียเหงานั้นไม่ใช่แฟน แต่เป็นพ่อกับแม่ของเฟียต่างหาก เพราะท่านเป็นคนผลักดันทำให้เฟียมายืน ณ จุดนี้ได้ ท่านเปรียบเสมือนสายน้ำที่หล่อเลี้ยงให้เมล็ดพันธุ์ของท่านได้เติบโตอีกทั้งยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับลูกๆ เพราะเวลาที่เฟียคิดถึงพวกท่านทั้งสองแล้ว ความเหงาจะค่อยๆ หายไปทีละเล็กทีละน้อยเหมือนเป็นกำลังใจให้เฟียสู้ต่อไป เพราะชีวิตมันไม่ได้หยุดอยู่แค่วันนี้หรือพรุ่งนี้  ขืนเก็บกระเป๋ากลับเมืองไทยตอนนี้  และในอนาคตได้มีโอกาสหันไปมอง  คงจะเสียใจแย่ที่ไม่ได้ไปถึงฝั่งที่ฝันไว้

 

 

     เมื่อใดที่เกิดความเหงาเฟียขอให้นั่งเล่นอยู่กับมันสักพักเพื่อได้ทบทวนว่า สาเหตุของมันมาจากอะไร หลังจากที่ได้ไตร่ตรองดีแล้ว ก็จะกลับไปแก้ไขที่จุดนั้นให้เร็วที่สุด ถ้าหากชักช้าอาจจะไม่เป็นผลดีสำหรับตัวเราและคนรอบข้าง เพราะจะทำให้พวกเขาคอยเป็นห่วง

     ถ้าสาเหตุของความเหงามันมาจากการที่ไม่มีใครคุยด้วย ลองหันไปคุยกับสัตว์ เผื่อมันจะทำให้เราหายเหงา เฟียยังจำได้เลย แกล้งจนแมวบ้านโฮสต์จนมันจำได้ขึ้นใจว่าไม่ควรเข้าใกล้เฟีย ฮ่าๆๆ เกี่ยวกันไหมนั่น หากใครต้องไปเหงาแกร่วที่เมืองนอก  ลองถามตัวเองดูว่าเราไปเพื่ออะไร  เมื่อได้ให้คำตอบแก่ตัวเองแล้ว ก็จงเปิดใจ  ดั่งคำพูดที่ว่า “Open your mind first”  หัดทักทายกับคนรอบข้าง ทำหลายๆ ครั้ง เดี๋ยวเขาก็จะมาหาเราเองค่ะ

     สำหรับตัวเฟียเอง วิธีการคลายเหงาที่ง่ายและเร็วที่สุด คือ การเข้าหาผู้อื่น พูดคุย ไปเที่ยว เล่นกีฬา ทำในสิ่งที่เราชอบ หรือทะเลาะกับแมวกับสุนัขก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรทำ ส่วนมากสาเหตุจะมาจากไม่มีคนคุยด้วย และไม่มีอะไรทำ แต่ต้องไม่กักขังตัวเองอยู่ในห้องขืนทำแบบนั้น เฟียรับรองได้เลยว่า ภาษาอังกฤษไม่พัฒนาแน่ !!!!

     เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับลิงภูเก็ตที่อุตส่าห์แบกใจเหงาๆ ไปถึงอเมริกา ใครที่อยากรู้จักเธอมากขึ้นก็เข้าไปดูบทความเก่าๆ ของเธอได้ที่ MyiD : monkeypoop นะครับ หรือถ้าใครอยากพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนนอกแบบน้องเฟีย ก็อีเมล์มาคุยกับพี่ยีนได้นะครับที่ gin@dek-d.com  แล้วเจอกันคราวหน้าครับ...

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก น้องเฟีย ( MyiD : monkeypoop )    

 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

25 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
.....itg... 14 ก.พ. 52 13:02 น. 4
Hey

You look so serious.
I don't know what r we gotta find w/ the time that we have here, america

You could do anything better, even sometime that's not the best cuz anyone
born to be a perfect, doing something that u think that's right n make u happy.

4 more months aren't that long..

U never walked alone
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กแลกเปลี่ยน 16 ก.พ. 52 23:47 น. 10
โซเฟีย เองรึนึกว่าใครที่ไหน
เราก็เหงาเหมือนกันแหละ
อย่างงี้แหละชีวิตนักเรียนแลกเปลียน
เดี๋ยวก็ได้กลับแล้ว ทำใจเอา


...ส้มโอ AFS YES รุ่น 47 [Buffalo, NY].....
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กระหลั่ว 17 ก.พ. 52 05:46 น. 12
เฮ้ยเราเข้าใจเลยย ความรู้สึกเดียวกัน
5555555555 ไอ่มีเพื่อนก็เหมือนไม่มีเนี่ย
ตอนนี้เป็น นร.แลกเปลี่ยนอยู่เหมือนกันคนละโครงการ
อีกสี่เดือนกว่าๆเอง สู้ๆ

แต่เห็นช่วงๆนี้เบื่อๆกันแทบจะทุกคน
หลังปีใหม่จะเป็นช่วงกราฟลงต่ำ 5555

สู้ๆนะจ๊าาๆ
0
กำลังโหลด
AimJay Member 17 ก.พ. 52 21:49 น. 14

เป็นประสบการณ์ที่พี่เคยผ่านมาแล้วเหมือนกัน ความรู้สึกมันเหมือนกราฟพาราโบลามากเลย 555

 

หนึ่งปีที่ไป มันสั้นมากนะ

อยากให้น้องเก็บประสบการณ์เหล่านั้นไว้ให้ดี ทำอะไรได้ ทำไปเลย

ชีวิตนี้คนเราจะมีประสบการณ์แบบนี้สักกี่ครั้งกันเชียว

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
! i z - ตัวกินผัก - มาเพื่อกวน Member 18 ก.พ. 52 15:22 น. 17
ก็ดีนะ ได้ประสบการณ์ชีวิต มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ต้องเจอ ความทุกข์ สุข เหงา แฮปอ่ะ แต่ก็ต้องสู้ๆกับมัน ! ตั้งหน้ารับมือกับมัน ให้ผ่านไปได้ทุกเรื่อง นี่แหละชีวิต !!! KEEP MOVING FORWARD ! จงเดินหน้าต่อไป
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
P'Jib USA 46 27 ก.พ. 52 14:51 น. 19
หากิจจกรรมทำสิคะ น้องใช้เวลา เข้าดราม่าคลับ รึว่าเล่นกีฬา อะไรก้อได้ที่เราได้ใช้เวลากับเพื่อนเยอะๆ
เพื่อนเนี่ยแหละ เปนสิ่งที่แก้เหงาให้เราดีที่สุด พี่เป็น AFS รุ่น 46 เดินทางไป NY มา
โฮสก้อไม่ได้ดีอะไรนักหนา ก้อแทบจะไม่สนิทกันเลย ไม่ได้เรียกว่า mom and dad ด้วย
ก้อเคยเหงาๆมากๆ เหมือนกัน แต่พออยุ่ ดราม่าคลับ ทำกิจจกรรม ไปปาตี้กับเพื่อนๆ ก้อสนุกลืมความเหงา
เพื่อนซี้ก้อชวนไปเที่ยวบ่อยๆ เปิดใจคะ อย่าคิดมากอยุ่คนเดียว พูดให้เยอะๆ ใช้เวลาอยุ่กับเพื่อนเมกันเยอะๆ
เวลากลับบ้านเนี่ยแทบจะไม่อยากกลับ อย่าเอาเวลามานั่งคิดถึงบ้าน คิดซะว่าครั้งหนึ่งในชีวิต
ใช้ให้มันคุ้มค่าากับเงินที่พ่อแม่เสียให้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด