|
|
|
|
มาแล้วครับ! คราวนี้พี่ยีนจะพาพี่ๆ คณะนิติศาสตร์มาให้น้องๆ ได้รู้จัก เตรียมตัวให้พร้อมไว้เลย เพราะหลังจากอ่านบทสัมภาษณ์ข้างล่างนี้แล้ว รับรองได้เลยว่า บางคนคงเริ่มหันเหมาเทใจให้กับคณะนี้กันแน่ๆ.. อิอิ จะเป็นอย่างที่พี่ยีนพูดหรือเปล่า ลองไปติดตามกันเลยดีกว่าครับ... | |
|
 |
| |
หนุ่มนิติศาสตร์คนที่ 1: พี่โอ้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย |
| |
|
พี่ยีน: แนะนำตัวหน่อยให้น้องๆ รู้จักหน่อยครับ? |
พี่โอ้: สวัสดีครับ ผมชื่อ เมธี จรูญวณิชกุล ชื่อเล่นชื่อ โอ้ ครับ จบจากโรงเรียนเขลางค์นคร จ.ลำปาง ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยครับ |
| |
พี่ยีน: ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยครับ? |
พี่โอ้: ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยนั้น มีหลักสูตรของคณะที่เน้นทางด้านกฎหมายธุรกิจ และมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน จึงทำให้ผมเลือกเรียนที่นี่ครับ |
พี่ยีน: คณะนี้มีสาขาอะไรบ้างครับ? พี่โอ้: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไม่มีสาขาวิชาย่อยครับ |
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
พี่ยีน: การเรียนของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นอย่างไรบ้างครับ? |
พี่บิ๊ก: การเรียนของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยนั้นมีการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยทั่วๆ ไป ซึ่งการเรียนการสอนที่นี่ อาจารย์สามารถสอนกฎหมายที่ยาก แล้วทำให้นักศึกษาสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายขึ้นครับ การเรียนที่นี่ถามว่าหนักมากไหม การเรียนที่นี่ไม่หนักมากครับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าง่าย คือเราต้องขยันพอสมควรในการเตรียมตัวที่จะสอบครับ การเรียนที่นี่เรียนสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายมากครับ เพราะอาจารย์ผู้สอนจะจัดกิจกรรมพาไปดูงานที่ศาล ราชทัณฑ์ สถาบันนิติเวช หรือหน่วยงานใดๆ ที่เราสนใจอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ คณะนิติศาสตร์ของเรายังมีกิจกรรมออกไปเผยแพร่ความรู้กฎหมายแก่ประชาชน ทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานภาคฤดูร้อนกับสำนักงานกฎหมายชื่อดัง หน่วยงานราชการ รัฐสภา กระทรวง ทบวง และกรมต่างๆ ด้วยครับ |
| |
|
|
| |
| พี่ยีน: โอ้มีความภูมิใจในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอย่างไรบ้างครับ? |
พี่โอ้: อาจารย์ที่ทางมหาวิทยาลัยเชิญมาสอนที่นี่นั้น ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับจากวงการนักกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และเจ้าของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายชื่อดังระดับสากลครับ จุดเด่นที่นี่อีกอย่างคือความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาครับ ที่คณะของเราจะรวมความสัมพันธ์แบบพี่น้อง และอาจารย์กับลูกศิษย์เข้าด้วยกัน ทำให้รู้สึกเรียนแล้วไม่เครียด นอกจากนี้ อาจารย์ทุกท่านยังดูแลเอาใจใส่นักศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน และจะคอยให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาในทุกๆ เรื่องอย่างเป็นกันเองครับ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีศาลจำลองที่ใช้ในการศึกษาการว่าความเสมือนอยู่ในศาลจริง และสำหรับด้านสภาพแวดล้อมนั้น ที่นี่มีห้องเรียนที่มีบรรยากาศดี สะอาด และร่มรื่นครับ |
|
พี่ยีน: คณะนี้จบไปแล้วทำงานอะไรได้บ้างครับ? |
พี่โอ้: สามารถสอบใบอนุญาตว่าความเป็นตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา และข้าราชการฝ่ายกฎหมายของหน่วยงานราชการ เช่น รัฐสภา หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือจะเป็นที่ปรึกษากฎหมายทั้งในสำนักงานกฎหมายและในบริษัทเอกชน อย่างไรก็ดี หากไม่ประกอบอาชีพกฎหมาย ก็ยังสามารถใช้ความรู้ทางด้านกฎหมายเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัว ตลอดจนนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจส่วนตัวให้ประสบผลสำเร็จ โดยไม่ต้องจ้างทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุครับ ส่วนตัวโอ้เอง วางแผนไว้ว่า ถ้าเรียนจบก็จะเรียนเนติบัณฑิตต่อ และทำงานไปด้วย เพื่อที่จะมีอายุงานเพียงพอในการไปสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือสอบอัยการผู้ช่วยครับ |
| |
|
|
|
|
| |
นิติศาสตร์คนที่ 2: พี่เดียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| |
|
พี่ยีน: ช่วยแนะนำตัวหน่อยให้น้องๆ รู้จักหน่อยครับ |
พี่เดียร์: ชื่อเดียร์ครับ ธนากร บุษราโศภิษฐ์กุล จบชั้น ม.ปลาย จากโรงเรียนวัดราชโอรส กำลังจะขึ้นปี 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ |
| |
พี่ยีน: ตอนสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ เตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ? |
พี่เดียร์: สำหรับผมก็อ่านหนังสือครับ ผมเน้นทำข้อสอบเก่าให้มากๆ เพราะจะได้รู้แนวของข้อสอบ ซึ่งมักจะออกแนวเดิมๆ ครับ แล้วก็มีไปเรียนกวดวิชาเพิ่มบ้างในวิชาที่ไม่ถนัด เช่น คณิตศาสตร์ครับ
การสอบเข้าที่นิติฯ มธ.นี้ มี 2 วิธีครับ มีการสอบตรง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจัดสอบเอง จะเปิดรับสมัครและสอบก่อนที่จะมีการสอบแอดมิชชั่น ตรงนี้ก็จะวัดความรู้ทั้งเรื่องของความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น ภาษาอังกฤษ การเขียนเรียงความ ย่อความ อันนี้คือที่เน้นๆ นะครับ ส่วนอีกวิธีก็คือการสอบแอดมิชชั่นครับ สัดส่วนการรับก็พอๆ กันกับการสอบตรง เพราะฉะนั้น น้องๆ จะมีโอกาสถึงสองครั้งด้วยกันครับ ถ้าสอบตรงไม่ติด ก็สามารถยื่นคะแนนแอดมิชชั่นได้อีกครับ
ดังนั้นการเตรียมตัวสอบเข้าที่นี่ น้องๆ ก็ต้องรู้ก่อนว่าจะสอบตรงหรือจะใช้ระบบแอดมิชชั่น จากนั้นก็เตรียมตัวตามวิชาที่จะสอบ ผมแนะนำให้ทำข้อสอบเก่าเยอะๆ ครับ ช่วยได้จริงๆ ขอให้เน้นทุกวิชาเลยนะครับ เพราะใช้หมด พวกภาษาไทยและสังคมนี่ต้องเน้นอยู่แล้ว ส่วนวิชาที่ส่งผลต่อคะแนนอย่างมาก เช่น คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษนั้น แม้ไม่ถนัดก็ต้องทำให้ได้ดีด้วยนะครับ | |
|
|
| |
|
|
|
พี่ยีน: ตอนนี้เดียร์เรียนสาขาอะไรอยู่ครับ? |
่พี่เดียร์: ที่นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ไม่มีเอกครับ เรียนวิชาบังคับเหมือนกันหมดทุกคน แต่สามารถเลือกวิชาโทได้ ซึ่งอาจเป็นการเรียนวิชาเลือกทางกฎหมาย แล้วก็จะได้ประกาศนียบัตรความรู้เฉพาะด้านในสาขากฎหมายที่เรียนได้ หรืออาจจะเลือกวิชาโทนอกคณะก็ได้ หรืออาจจะโทเสรี คือเรียนวิชาอะไรก็ได้ครับ |
| |
|
พี่ยีน: การเรียนของคณะนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ? |
พี่เดียร์: ในส่วนของวิชากฎหมายของคณะนิติศาสตร์เอง ก็ไม่มีอะไรมากครับ เข้าฟังคำบรรยาย แล้วก็สอบปลายภาคทีเดียว โดยไม่มีคะแนนเก็บหรือการสอบมิดเทอม
ถามว่าหนักไหม ตอนเรียนสบายครับเพราะไม่มีรายงาน ไม่มีการบ้าน ไม่มีการเช็คชื่อเข้าเรียน แต่ตอนสอบหนักมากครับ เพราะด้วยเนื้อหาวิชาที่ค่อนข้างยากและเยอะ ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ มาอ่านก่อนสอบสองสามวันนี่ คงไม่ไหวครับ
สำหรับกิจกรรมก็มีเยอะครับ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย หรือไม่เกี่ยวกับกฎหมาย เช่น งานวันรพีของคณะ ที่จัดทุกๆ ปีอยู่แล้ว หรือการไปค่ายอาสาต่างๆ หรืออื่นๆ อีกมากมาย ก็แล้วแต่น้องๆ จะเลือกทำ หรือจะไม่ทำก็ได้ เพราะไม่มีการบังคับว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกคนมีอิสระครับ | | |
| |
|
พี่ยีน: เดียร์มีความภูมิใจในคณะด้านไหนบ้างครับ? |
พี่เดียร์: ก็ภูมิใจทุกๆ อย่างในความเป็นนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ครับ อาจารย์ทุกท่านไม่เพียงแต่ให้วิชาความรู้ แต่ท่านยังคอยปลูกฝังและย้ำเตือนอยู่เสมอให้เป็นนักกฎหมายที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นนักกฎหมายที่เก่งเท่านั้น ภูมิใจที่คณะผลิตนักกฎหมายที่ดีและเก่งมากมายครับ
จุดเด่นของคณะนี้ คือมีความเป็นอิสระค่อนข้างมาก ไม่บังคับให้เข้าเรียน อาจจะเป็นเพราะนักศึกษาเยอะ จะให้เช็คชื่อทุกครั้งคงไม่ไหว แต่สุดท้ายแล้วตอนสอบทุกคนก็ต้องอ่านหนังสือ จึงจะสอบผ่านครับ |
| |
พี่ยีน: คณะนิติศาสตร์ จบไปแล้วทำงานอะไรได้บ้างครับ? |
พี่เดียร์: ทำได้หลากหลายครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับนิติศาสตร์โดยตรง ก็เช่น ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา นิติกร และฝ่ายกฎหมายภายในองค์กรต่างๆ หรือเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ที่เรียกกันว่า ลอว์เฟิร์ม ก็ได้
พี่ยีน: คณะนิตเดียร์วางแผนสำหรับอนาคตไว้อย่างไรครับ? |
พี่เดียร์: การวางแผนอนาคตสำหรับผม จบปริญญาตรีแล้วก็คงจะหางานทำก่อนครับ ซึ่งก็ยังไม่ตัดสินใจว่าอยากทำอะไร แล้วก็จะเรียนเนติบัณฑิตไปด้วยพร้อมๆ กันครับ | |
|
|
| |
หนุ่มนิติศาสตร์ที่ 3: พี่บิ๊ก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| |
|
พี่ยีน: แนะนำตัวหน่อยให้น้องๆ รู้จักหน่อยครับ? |
พี่บิ๊ก: สวัสดีครับ ชื่อบิ๊ก บัญชา กรุงริรันดร์ ครับ จบชั้น ม.ปลาย จากโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน กำลังเรียนอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็จะขึ้นปี 2 แล้วครับ |
| |
พี่ยีน: ตอนสอบเข้าคณะนี้ เตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ? |
พี่โอ้: บิ๊กเข้ามาในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี้ ด้วยระบบ Admission ซึ่งใช้คะแนน O-Net ของวิชาสังคม ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และเลือกคะแนน A-Net 1 วิชา โดยไม่รวมวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาบาลี และสังคม ซึ่งบิ๊กเองที่เรียนสายวิทย์มา จึงเลือกวิชาคณิตเป็นอันดับหนึ่ง และวิทย์เป็นอันดับสอง แต่วิชาที่บิ๊กเน้นคือวิชาภาษาไทย สังคม และภาษาอังกฤษ เพราะถึงจะเรียนสายวิทย์มา แต่ก็ไม่ถนัดทั้งวิทย์และคณิตเลย อีกทั้งไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยนมา แล้วไม่ได้ซ้ำชั้น จึงคิดว่าถ้าฝืนไปเน้นวิทย์กับคณิตย์จะไม่ทัน จึงกวดวิชา อ่านหนังสือ และทำข้อสอบเก่าย้อนหลังของวิชาภาษาไทยและสังคมเยอะๆ จนจับแนวข้อสอบได้ ส่วนวิชาภาษาอังกฤษนั้น อาศัยความขยันอ่านและทำข้อสอบบ่อยๆ ก็สามารถทำได้แล้วครับ เทคนิคการอ่านหนังสือของบิ๊กคือ เวลาว่างที่อยู่โรงเรียน บิ๊กจะทำโจทย์ แต่หลังจากกลับจากโรงเรียนและพักผ่อนสักพักแล้ว บิ๊กก็จะอ่านหนังสือทบทวน และบิ๊กอยากจะแนะนำว่า ตอนที่ฝึกทำข้อสอบเก่านั้นควรจะจับเวลาด้วย เพราะบิ๊กเองฝึกทำข้อความโดยไม่จับเวลา พอถึงเวลาเข้าห้องสอบจริงๆ บิ๊กจึงทำข้อสอบไม่ทันในบางวิชาครับ ถ้าน้องๆ ขยันและตั้งใจ บิ๊กก็เชื่อว่าน้องๆ ติดคณะนี้อย่างแน่นอนครับ |
| |
|
|
|
|
| |
พี่ยีน: การเรียนของคณะนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ? |
พี่บิ๊ก: วิธีการเรียนในคณะนั้น บิ๊กคิดว่าขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคนนะครับ แต่ก็ควรเข้าเรียนและตั้งใจเรียนในห้องเรียนครับ ไม่ควรคิดว่าเราสามารถอ่านหนังสือเองได้ เพราะว่าความรู้ เทคนิค ความคิดเห็น หรือประสบการณ์ของคณาจารย์ของเรา มีมากมายที่ไม่สามารถหาอ่านได้ตามหนังสือ ซึ่งเราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นไปปรับใช้ได้ในการทำงานของเราในอนาคต สำหรับบิ๊กซึ่งเป็นเด็กกิจกรรม การเรียนที่นี่ก็ถือว่าไม่หนักมาก แต่ก็ไม่ได้เรียนง่าย ตัวบิ๊กเองก็ไม่ได้ถึงขนาดกับต้องอ่านหนังสือทุกวัน นั่งท่องจำทุกมาตรา บิ๊กมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกับรุ่นพี่และเพื่อนๆ ทั้งในและนอกคณะ สนุกกับชีวิตมหาวิทยาลัยเต็มที่ เพียงแค่ขยันเข้าเรียน อ่านทบทวน และติวกับเพื่อนช่วงใกล้สอบก็เพียงพอแล้วครับ พูดถึงเรื่องกิจกรรมนั้น ในคณะเราก็มีกิจกรรมเยอะแยะมากมายให้น้องๆ ร่วม ทั้งด้านวิชาการและสันทนาการ ซึ่งตอนปีหนึ่งบิ๊กก็ได้เป็นประธานแกนสันทนาการด้วย โดยสันทนาการนั้น งานใหญ่ที่มีทุกปีก็คือ จัตุรัสจามจุรี ซึ่งจะมีถึงสี่คณะมาร่วมแข่งกีฬาและเชียร์โต้กัน คือ หมอความ(นิติ) หมอใจ(จิตวิทยา) หมอภาษา(อักษร) และหมอฟัน(ทันตะ) และก็งานนิติสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการร่วมแข่งกีฬาและสันทนาการโต้กันระหว่างนิติฯ จุฬาฯ และนิติฯ มธ. ส่วนด้านวิชาการก็มีชมรมศาลจำลอง ชมรม ALSA ซึ่งเป็นชมรมเครือข่ายต่างประเทศของนักศึกษากฎหมาย และอีกอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าน้องๆ สนใจก็สามารถเข้าร่วมได้ครับ | |  |
|
 |
| |
|
พี่ยีน: บิ๊กเรียนสาขาวิชาเอกอะไรครับ? |
|
พี่บิ๊ก: การเลือกเอกหรือสายของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น จะมีให้เลือกตอนปีสาม ซึ่งจะมี 4 สาย คือ กฎหมายแพ่งและอาญา กฎหมายมหาชน กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายธุรกิจ ซึ่งบางคนก็มีสายที่ตัวเองอยากเรียนอยู่แล้วตั้งแต่ปี 1 แต่ทั้งนี้ก็มีเวลาถึง 2 ปี ให้ได้ลองศึกษาทั้งเนื้อหาและศึกษาตัวเองก่อนที่จะเลือกสาย ซึ่งก็ควรเลือกสายตามความชอบและความถนัดของตนเอง ซึ่งสายที่เป็นที่นิยมในขณะนี้ บิ๊กคิดว่าน่าจะเป็นสายกฎหมายธุรกิจ ซึ่งบิ๊กเองก็คิดไว้ว่าจะเลือกเรียนในสายนี้ เพราะนอกจากกฎหมายแล้ว เราจะต้องศึกษาเศรษฐกิจ การตลาด การเงิน เป็นการใช้ความรู้หลายๆ ด้าน ท้าทายดีครับ |
|

|
|
|
พี่ยีน: บิ๊กมีความภูมิใจในคณะด้านไหนบ้างครับ? |
|
พี่บิ๊ก: บิ๊กภูมิใจมากที่ติดและได้เข้ามาเรียนในคณะนี้ เพราะอย่างที่รู้ก็คือ คะแนนของคณะนี้สูงมากและเราเองก็พยายามจนเข้ามาได้ และคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ นั้นเป็นคณะเล็กๆ เพราะแต่ละปีนั้นรับไม่มาก ทำให้เรารู้จักเพื่อนในชั้นปีเกือบทุกคน และรู้จักสนิทสนมกับรุ่นพี่ที่คอยให้ความช่วยเหลือและเอ็นดูรุ่นน้องอย่างเต็มใจ ทำให้ครอบครัวนิติ จุฬา ของเราอบอุ่นมากๆ บิ๊กยังเชื่ออีกว่า การที่มีคนน้อยนั้นทำให้การเรียนการสอนเป็นไปได้ง่าย และมีคุณภาพ อีกทั้งคณาจารย์ของคณะเรานั้น ก็ล้วนเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความสามารถมากครับ | พี่ยีน: คณะนิติศาสตร์ จบแล้วทำงานอะไรได้บ้างครับ? พี่บิ๊ก: ความจริงแล้วความรู้ทางกฎหมายนั้นสามารถนำไปใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพ แต่ส่วนมากก็จะประกอบอาชีพ 4 สาย คือ สายตุลาการ ก็เช่น เป็นผู้พิพากษา อัยการ และทนายความ สายเอกชน ก็อาจเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย สายระหว่างประเทศ ก็สามารถไปสอบเข้าและทำงานในหน่วยงานของรัฐตามกระทรวงต่างๆ ได้ สายรัฐศาสตร์ ก็สามารถเป็นผู้ว่าฯ นายอำเภอ และปลัดได้ครับ |
|
|
|
|
พี่ยีน: วางแผนสำหรับอนาคตไว้อย่างไรบ้างครับ? |
พี่บิ๊ก: สำหรับบิ๊กก็วางแผนไว้ว่า จะตั้งใจเรียนให้จบ เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด และนำเอาความรู้ที่ได้นั้นไปทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นคนดีของสังคมครับ |
| |
|
|
|
|
|
| |
|
| |
|
|
| |
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับชีวิตว่าที่นักกฎหมายในอนาคต มาถึงตอนนี้ ใครบางคนก็คงเริ่มเทใจให้คณะนิติศาสตร์ไปบ้างแล้วใช่ไหมครับ แต่พี่ยีนขอบอกไว้ว่า ช้าก่อน! เพราะถ้าอดใจรออีกนิด อาทิตย์หน้าจะพาศิษย์เก่าจากคณะนิติศาสตร์มาให้ได้ล้วง ลาก กระชากใจกันอีกครับ แต่ละคนหน้าที่การงานจะรุ่งพุ่งแรงแค่ไหน รอติดตามกันได้เร็วๆ นี้ครับ.. |
| |
 |
| |