|
ใกล้จะเข้าสู่การประกาศผลแอดมิชชั่น เข้ามาทุกขณะแล้ว น้องๆ หลายคนก็คงกำลังนั่งลุ้นนอนลุ้น กระโดดลุ้น หรือจะลุ้นแบบไหนก็ตาม แต่ที่เหมือนกันคือคงจะลุ้นแบบใจจดใจจ่อแน่นอน เพราะนี่ถือเป็นก้าวแรกในการตามหาฝันของใครหลายคนเลย แต่มีสมหวังก็ย่อมมีผิดหวัง มันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ในสังคมโลกใบนี้ จึงมีน้องๆ บางส่วนที่แอดมิชชั่นไม่ติดหรือไม่ได้ คณะตามที่หวังไว้ ทำให้น้องบางคนเสียใจเป็นอย่างมาก วันนี้พี่ปอเลบขอนำเสนอเองราวของ ทางเลือกหนึ่ง สำหรับใครที่พลาดหวังจากแอดมิชชั่น ได้แก่ ภาคพิเศษ ที่ในปัจจุบันนี้ มีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนเปิดเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี แต่หลายคน ยังคงสงสัยกันอยู่ว่า มันต่างจากภาคปกติอย่างไร ? วันนี้พี่ปอมีคำตอบ....
ภาคพิเศษ คือ ???
ภาคพิเศษ ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เปิดสอน หมายถึง เป็นการเรียนการสอน ที่เพิ่มเติมมาจาก ภาคปกติ กล่าวคือ หลายๆอย่างจะต่างกัน เช่น เวลาเรียน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วภาคพิเศษจะใช้เวลาเรียน ตอนเย็นๆ ประมาณ 4 โมงเย็น - สองทุ่ม บางมหาวิทยาลัยก็จะเรียนในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ แต่บางมหาวิทยาลัย เช่น รามคำแหง จะเปิดสอนในวันเสาร์- อาทิตย์ ทั้งวันหรือตอนเย็น ตามแต่ที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ กำหนดไว้ หลักสูตร ต่างกันหรือไม่ จาก ภาคปกติ ???
หลักสูตรการเรียนการสอน ทุกอย่างเหมือนกัน ยกเว้นแต่ช่วงเวลาเรียน ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ว่าจะเรียนคนละช่วงเวลา โดยกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆ นักศึกษาภาคพิเศษก็มีสิทธิ์ได้ทำเหมือนภาคปกติทุกอย่างครับ อย่างเช่นในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น นักศึกษาภาคพิเศษ คณะบริหารธุรกิจ ยังมาร่วมกิจกรรม กีฬาสี หรือ sportday ของมหาวิทยาลัยอยู่เลย ถือว่าเป็นสีสันของงานด้วย เพราะสวยใช้ได้ทีเดียว ฮ่าๆ
ค่าเทอม แพงกว่า ภาคปกติ จริงหรือ??? ข้อนี้เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก พี่ปอจึงขอบอกเลยว่า ค่าเทอมของภาคพิเศษนั้นโดยปกติแล้ว จะแพงกว่า ภาคปกติครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย และคณะที่เปิดสอนภาคพิเศษ ว่าจะเก็บเพิ่มจากภาคปกติมากน้อยแค่ไหน โดยส่วนใหญ่ที่เก็บแพงกว่าภาคปกติ เนื่องจากเป็นเงินบำรุงการศึกษา และค่าธรรมเนียมการศึกษาอะไรทำนองนี้ครับ เพราะเท่าที่รู้มาคือจะเป็นเงินเพื่อจ้างอาจารย์มาสอนในช่วงเวลาที่นอกเหนือจากปกติน่ะครับ ในใบปริญญาที่ได้รับ มีระบุหรือไม่ ว่าภาคพิเศษ หรือ ภาคปกติ??? คำถามยอดฮิตอีกแล้วว่า ถ้าเราเรียนภาคพิเศษ ในใบปริญญาจะมีระบุไหมว่าเราจบแบบภาคพิเศษ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ระบุนะครับ ในใบปริญญานั้นจะระบุแต่เพียงว่าจบหลักสูตร สาขาใด เช่น ถ้าจบ คณะวิทยาศาสตร์ ก็จะได้ วทบ. อะไรทำนองนี้ แต่ทางที่ดีควรจะสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยและคณะที่น้องสนใจเข้าศึกษาต่อภาคพิเศษเสียก่อน เพื่อความชัวร์ครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับบทความดีๆ เพื่อไขข้อข้องใจของใครหลายๆคนว่า ภาคพิเศษ มันคืออะไร เรียนแบบไหน ค่าเทอมแพงไหม ถ้าใครสนใจ อย่าลืมติดต่อบทความต่อไปนะครับ เพราะพี่ปอจะนำ ภาคพิเศษของคณะ มหาวิทยาลัยต่างๆมาบอกเล่าเก้าสิบให้น้องๆ ได้รู้ว่าที่ไหนเปิดสอนบ้าง ถ้าน้องๆ คนไหนมีคำถามข้อสงสัยต่างๆ ไปฝากคำถามไว้ได้ที่ http://my.dek-d.com/Manus_to_go/ หรือ http://my.dek-d.com/plabuusoft ได้นะครับ แล้วพี่ปอกับพี่ลาเต้จะมาช่วยตอบคำถามอย่างไวเลย
|
เด็กดี TCAS
แจ้งเตือนทุกข่าวสำคัญก่อนใครอ่านง่ายๆ
ผ่าน App บันทึกไว้อ่านย้อนหลังได้ด้วย


50 ความคิดเห็น
เรียนยังไงอ่ะคะ
แล้วเราเลือกได้ไหมค่ะว่าจะเรียนช่วงเลลาไหน
แล้วสามารถย้ามาลงภาคปกติได้รึเปล่าคะ
* ขอบคุณมากคะ
เรียนเหมือนปกติ
เรียนรวมกับปกติทุกอย่าง
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับแอดเข้าหรือสอบตรงเข้า**
แต่ที่ไม่เหมือน คือ ค่าเทอม*******
หน่วยกิต คูณ 10 เท่า**
เรียนยาก คอนเฟิร์ม
เกรดยาก คอนเฟิร์ม
จบยาก คอนเฟิร์ม
ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์สุดๆๆๆ
มันไม่สบายอย่าง
ที่น้องคิดหรอก
.....อย่าเลย!!....
เพิ่งรู้นะเนี่ย *0*
เรานึกว่าภาคพิเศษสอนเป็นแบบ EN ทั้งวิชา
*จบ*
หรือว่าแล้วแต่เราลงเรียน
เรียนยากได้เกรดยาก
สาวบริหาร มช สวยทุกคน 555+
พิเศษอย่างเดียว
คือแพงพิเศษ~
โครงการพิเศษภาคสมทบ และ
โครงการพิเศษภาคภาษาอังกฤษ
ต่างกันที่ค่าเทอม
ภาคสมทบ 35000 ภาคภาษาอังกฤษ 50000
ที่ต้องจ่ายมากขนาดนี้เพราะค่าใช้จ่ายในการศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนนึงจะได้มาจากภาษีของรัฐมาช่วย ภาคปกติจึงจ่ายถูกกว่า แต่ภาคพิเศษจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เพราะเป็นที่นั่งเสริมที่มหาวิทยาลัยเปิดขึ้นมา
สำหรับการเรียน ภาคสมทบจะเรียนเป็นภาษษไทยเหมือนภาคปกติทุกอย่าง อาจารย์คนเดียวกันสอน ข้อสอบเหมือนกัน ในปีหนึ่งมีตัดเกรดแยกบ้างและรวมบ้าง ในวิชาของคณะวิทย์ แต่พอขึ้นปีสองแล้วจะเรียนบรรยารวมกันกับภาคปกติ แยกเฉพาะแลป ใช้วิธีการตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ของคณะ ผ่านก็คือผ่าน ไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน
สำหรับภาคภาษาอังกฤษจะจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ อ.สอนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ เรียนแยก(ก็เพราะว่าเรียนเป็นภาษาอังกฤษนี่เนอะ) การตัดเกรดก็ใช้เกณฑ์เดียวกันกับภาคปกติ สมทบ คือ อิงเกณฑ์ A 80 ต่ำกว่า50ก็F อะไรทำนองนี้
วันเวลาในการเรียนก็เหมือนกันหมดครับคือ เวลาราชการ ไม่มีตอนเย็น ไม่มีเสาร์อาทิตย์
พูดง่ายๆให้เห็นภาพก็คือเหมือนเรียนมัธยมชั้นเดียวกันแต่คนละห้อง 6/1 6/2 6/3 อะไรทำนองนี้