|
|
|
สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com ใครที่ได้ติดตามการเจาะลึกคณะมนุษยศาสตร์ในครั้งที่ผ่านๆ มา ก็คงจะได้ข้อมูล เรื่องราว และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กันไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ มาคราวนี้พี่ยีนจะพามาตบท้ายด้วยเรื่องราวชีวิตการทำงานของพี่ๆ บัณฑิตจากคณะมนุษยศาสตร์กัน แต่ละคนทำงานที่ไหน หน้าที่การงานเป็นอย่างไร รุ่งริ่งหรือรุ่งโรจน์ และอีกสารพัดคำถาม จะมัวสงสัยกันอยู่ทำไม ไปติดตามกันเลยดีกว่าครับ... | |
|
|
|
 |
| |
|
รุ่นพี่มนุษยศาสตร์คนที่ 1: พี่วรรณภา กรรมการบริหาร เบนซ์ อมรรัชดา
|
| |
|
พี่ยีน: ช่วยแนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักหน่อยครับ! |
|
พี่วรรณภา: ชื่อวรรณภา ตั้งบรรยงค์ ค่ะ ศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยค่ะ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งกรรมการบริหาร แห่งเบนซ์ อมรรัชดาค่ะ |
| |
|
พี่ยีน: ทำไมถึงเลือกเรียนที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยครับ? |
|
พี่วรรณภา: ในตอนนั้น พอเราจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบดินทร์เดชา ก็เอ็นทรานซ์ไม่ติดค่ะ เลยตัดสินใจเลือกเรียนที่ ม.หอการค้าไทย เพราะเป็นที่รู้จักและมหาวิทยาลัยก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว | |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
พี่ยีน: สมัยที่เรียนอยู่ พี่วรรณภาเลือกเรียนสาขาอะไรครับ? |
|
พี่วรรณภา: พี่เลือกเรียนสาขาวิชาภาษาไทยค่ะ และพอเรียนชั้นปีที่ 2 ทางคณะก็จะมีการเลือกสาขาวิชารอง ซึ่งตอนนั้นพี่สัมภาษณ์ได้สาขาวิชาวิทยุโทรทัศน์ แต่เพราะติดเพื่อน ซึ่งเพื่อนๆ เขาพากันสัมภาษณ์ได้ในสาขาวิชาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ตัวพี่ก็เลยขอย้ายไปเรียนกับเพื่อนๆ ด้วยค่ะ
ค่ะ |
| |
|
พี่ยีน: มีอะไรประทับใจในคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยบ้างครับ? |
|
พี่วรรณภา: โดยส่วนตัวแล้ว พี่มีความประทับใจในคุณภาพของการสอนและเหล่าคณาจารย์ค่ะ ซึ่งตอนที่อยู่ชั้นปีที่ 1 นั้น พี่เหงาและต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะเพื่อน ๆ จะเอ็นทรานซ์ติดกันเกือบหมด ถ้าไม่ติดก็จะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่น เลยไม่มีเพื่อน ทำให้ไม่ค่อยอยากไปเรียนในช่วงแรกๆ จึงส่งผลให้ผลการเรียนออกมาไม่ดี
แต่จากนั้นเมื่อปรับตัวได้ และมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำก็มีความตั้งใจมากขึ้น ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นเรื่อยๆ จนบางเทอมก็ได้เกรด 4.00 ค่ะ |
| |
|
พี่ยีน: เส้นทางชีวิตหลังเรียนจบของพี่วรรณภาเป็นอย่างไรครับ? |
|
พี่วรรณภา: หลังจากที่จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยแล้ว ก็ได้ไปศึกษาต่อทางด้านเทคโนโลยีบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเคมบริจด์ ประเทศอังกฤษค่ะ และก็เริ่มต้นการทำงานครั้งแรกกับบริษัทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จากนั้นช่วงประมาณปี 2538 ก็เริ่มเขามาทำงานที่เบนซ์ อมรรัชดา เนื่องจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นห่วง เพราะงานที่ทำก่อนหน้านี้ต้องออกไปต่างจังหวัด และบางครั้งก็ต้องกลับบ้านดึกๆ เป็นงาน event และบวกกับว่าทางที่บ้านอยากให้มาช่วยงานจัดระบบและรูปแบบในการทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพราะตอนนั้นธุรกิจไปได้ดีมาก
การเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว พี่เริ่มต้นเรียนรู้งานจากแผนกซ่อมบำรุงค่ะ ซึ่งก็เริ่มมองเห็นหลายอย่างที่ไม่เป็นระบบและต้องมีการปรับปรุง ซึ่งต่อมาก็ได้เปิดแผนกลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อการให้บริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น จากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนโลโก้ของบริษัทใหม่ มีการจัดทำของ Premium ให้กับลูกค้าเพื่อความประทับใจ โดยดีไซน์ใหม่ทั้งหมด และมีการจัดทำโปรโมชั่นต่างๆ มีการให้บริการหลังการขายที่เป็นระบบมากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้งานเป็นระบบมากขึ้นและเน้นตรงที่ให้ลูกค้าได้รับการบริการอย่างพึงพอใจมากที่สุดค่ะ |
| | | |
|
|
พี่ยีน: อยากฝากอะไรเพิ่มเติมกับน้องๆ บ้างครับ? |
|
พี่วรรณภา: อยากให้น้องทุกคนมีความรับผิดชอบมากๆ เพราะเด็กๆ รุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะขาดความรับผิดชอบและความอดทน และต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนเป็นของตัวเองว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร และมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ ซึ่งถ้าเราได้ลองทำแล้ว มันไม่เหมาะกับเรา ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ค่ะ
สุดท้ายขอบอกว่า "คนเราทุกคนไม่มีใครโง่ ถ้ามีความพยายามและมีความตั้งใจจริง" ค่ะ... |
|
|
|
|
|
|
|
รุ่นพี่มนุษยศาสตร์คนที่2 : พี่ต่าย แอร์โฮสเตส สายการบินแห่งชาติโอมาน
|
|
|
พี่ยีน: ช่วยแนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักหน่อยครับ? |
|
พี่ต่าย: พี่ชื่อ สวรรณยา เจริญบุตรานนท์ ชื่อเล่นชื่อ กระต่ายค่ะ พี่จบมัธยมที่โรงเรียนวิสุทธรังษี จ. กาญจนบุรี และจบปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี สาขาวิชาเอกภาษาฝรั่งเศส วิชาโทภาษาเยอรมัน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ค่ะ |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
พี่ยีน: ทำไมถึงถึงเลือกเรียนคณะมนุษยศาสตร์ครับ? |
|
พี่ต่าย: ก็โง่เลขค่ะ วิทย์ก็ด้วย อีกอย่างพี่ก็เรียนสายฝรั่งเศส มาตั้งแต่ ม.ปลาย เลยเสียดายถ้าทิ้งไป จึงคิดว่าคณะนี้ใช่ที่สุดแล้ว |
|
|
พี่ยีน: ระหว่างเรียนได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างครับ? |
| พี่ต่าย: ก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์ตอนปี 1 ค่ะ ช่วงนั้นมีความสุขมากๆ สนุกสุดๆ กิจกรรมนี้มันสุดๆ เลย และพี่ก็ชอบเล่นบาสมาก เลยลงแข่งบาสเป็นประจำในงานกีฬาวิชาเอกค่ะ นอกจากนี้ พวกงานวันชาติเยอรมันและวันชาติฝรั่งเศส พี่ก็เคยเป็นพิธีกรด้วย รวมถึงงานละครก็มีนะคะ เคยเล่นละครคณะมนุษยศาสตร์เรื่อง "ที่ต้องมนตรา" ค่ะ |
|
|
พี่ยีน: คิดว่าคณะนี้ให้อะไรกับพี่ต่ายบ้างครับ? |
|
พี่ต่าย: โห เยอะมากๆ ค่ะ พี่จบจากที่นี่มา ไม่มีอายหรือก้มหน้าเลย คณะเราวิชาก็เข้ม กิจกรรมก็เลิศ บางคนพอเห็นว่าพี่มาจากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ก็แอบดูถูก พี่ก็เลยพิสูจน์ให้เข้าเห็นว่าเขาคิดผิดอยู่เสมอ ซึ่งเวลาพี่จะไปทำงานที่ไหน แล้วมีคนถามถึงมหาวิทยาลัยของเรา โดยเฉพาะคณะมนุษยศาสตร์ คนเหล่านั้นก็จะถามถึงคนอื่นๆ อีกว่า มีเพื่อนๆ อีกไหม จะชวนมาทำงานด้วย
ที่นี่มีแต่อาจารย์เก่งๆ ไม่ได้สอนใช่แค่วิชาความรู้ แต่ยังสอนการใช้ชีวิตด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ อาจจะไม่มีโอกาสอย่างนักศึกษาที่นี่หรอกค่ะ เพราะส่วนใหญ่เรียนเสร็จก็จะกลับบ้าน แต่ที่นี่เราจะเรียน ทำกิจกรรม และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ซึ่งทุกย่างก้าวในมหาวิทยาลัยคือพื้นฐานของการใช้ชีวิตในอนาคต ที่นี่เราเน้นด้านจิตใจมากกว่าวัตถุค่ะ | |
|
พี่ยีน: ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ที่จบมาด้วยกัน ทำงานอะไรกันต่อไปบ้างครับ? |
|
พี่ต่าย: ส่วนใหญ่ได้ทำงานตรงสายนะคะ ก็มีหลายคนที่เป็นแอร์โฮสเตสและทำงานเกี่ยวกับสายการบิน ที่เหลือก็มีบ้างที่ไปเป็นครูสอนภาษาค่ะ
แต่สำหรับคนที่ไปทำงานไม่ตรงสาย ก็จะมีตั้งแต่พนักงานธนาคาร ไปจนถึงธุรกิจส่วนตัว หรือบางคนก็เลือกที่จะเรียนต่อค่ะ |
|
|
|

|
|

|
|
|
พี่ยีน: พี่ต่ายจบมาแล้ว ทำงานเลยหรือเปล่าครับ? |
|
พี่ต่าย: หลังจบก็ไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่เมือง St.Paix ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ ไปเป็นผู้ช่วย educator ในการพัฒนาเด็กพิการทางจิตใจที่ la Fondation perceval ค่ะ ที่นี่เป็นสถาบันที่เปิดอบรมให้ผู้ที่สนใจอยากเป็นนักบำบัดค่ะ เป็นการไปทำงานพร้อมกับเรียนด้วยในเวลาเดียวกันค่ะ แต่ก่อนที่พี่จะได้มาสวิตเซอร์แลนด์นั้น ก็เหมือนกับเป็นจุดหักเหค่ะ เพราะก่อนหน้านั้นพี่สัมภาษณ์งานมาเยอะ บางที่ก็ได้ บางที่ก็ไม่ได้ เลยตัดสินใจลองมาทางนี้ดู แต่อยู่ๆ ก็เหมือนโชคช่วยนะคะ ทำเรื่องต่างๆ ผ่านเฉยเลย ซึ่งหลังจากอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ได้ 1 ปี ก็มีจุดหักเหอีก... |
|
| พี่ยีน: อะไรเหรอครับ? |
พี่ต่าย: ตอนนั้นทางมูลนิธิของสวิตเซอร์แลนด์ต้องการต่อสัญญากับพี่ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง และต้องการลดจำนวนนักเรียนต่างชาติลง นักเรียนต่างชาติในสถาบันนี้เลยต้องกลับบ้านก่อนเพื่อไปหาทางทำเรื่องกลับมาอีกครั้ง
เมื่อเกิดเรื่องดังนั้น พี่เลยขอกลับไทยก่อนดีกว่า แล้วพี่ก็สมัครไป USA ต่อ และหลังจากกลับมา ก็สับสนว่าจะไปทำอะไรต่อดี ตรงนี้ก็เหมือนโชคช่วยอีกนั่นแหละ เพราะอยู่ดีๆ ได้ผ่านไปแถวหน้าสถานฑูตสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทำธุระ จึงได้งานทำแบบบังเอิญๆ ค่ะ
งานที่ทำในตอนนั้น เงินเดือนน้อยมาก ก็ได้แต่คิดไปวันๆ ว่า ทำไปก่อน ดีกว่าไม่มีอะไรทำ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เลยตัดสินใจไปเป็นเลขาของบริษัท International migration and travel ซึ่งปัจจุบันเจ๊งไปแล้ว และสุดท้ายก็ไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตสโหนกระแสอินเทรนด์ตามเพื่อนๆ ค่ะ ซึ่งก็สอบได้ และเข้าทำงานเป็นแอร์โอสเตสของสายการบินแห่งชาติโอมานค่ะ (Oman Air) ทุกวันนี้ก็ทำมาได้ 1 ปี กับอีก 7 เดือนแล้วค่ะ |
|
|
|
|
| |
|
| พี่ยีน: ก่อนเรียนจบกับหลังเรียนจบ สิ่งที่คาดหวังต่างกันบ้างไหมครับ? |
|
พี่ต่าย: ต่างกันมากค่ะ สมัยเรียนคือชีวิตที่เบ่งบาน และก็คาดหวังกับอนาคต โดยไม่คิดถึงความจริง ทุกสิ่งที่คาดไว้เหมือนฝัน
แต่หลังจากจบ ทุกสิ่งคือความจริง ทุกก้าวที่ก้าวเดิน ก็เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต ต้องค้นหาใหม่ เหมือนเข้าโรงเรียนอีกรอบ กว่าจะเจองานที่ใช่และก็ชีวิตดั่งที่หวังไว้
เมื่อก่อน พี่ก็หวังแค่จะมีงานดีๆ ทำ เงินเยอะๆ มีแฟน มีครอบครัว แต่กว่าจะเจอสิ่งพวกนี้ แต่ละอย่างยากกว่าที่คิด ซึ่งถึงแม้งานปัจจุบันของพี่ จะมีทั้งเงินและอิสระ แต่สิ่งที่ขาดหายไปก็คือ "เวลา" ค่ะ |
|
| พี่ยีน: อยากฝากอะไรเพิ่มเติมให้กับน้องๆ บ้างไหมครับ? |
พี่ต่าย: จำสิ่งที่อาจารย์สอนเราไว้นะคะ เพราะมันจะสำคัญกับชีวิตหลังเรียนจบมากๆ ไม่ใช่แค่คำสอนของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเท่านั้นนะคะ ครูทุกคนตั้งแต่มัธยม ประถม ก็ต้องระลึกถึงเสมอค่ะ
ถ้าน้องๆ คนไหนได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในรั้วคณะมนุษยศาสตร์ มอ.ปัตตานี พี่อยากจะบอกให้น้องรู้ไว้ว่า เราโชคดีที่สุดแล้วที่เราได้มาเรียนที่นี่ เพราะเราไม่ได้เพียงแค่ความรู้ แต่เราได้วิชา "ชีวิต" ติดตัวไปด้วยค่ะ | |
|
 |
| | |
|
รุ่นพี่มนุษยศาสตร์คนที่ 3 : พี่ยุ้ย ล่ามบริษัท ฮอนด้า
|
| |
|
พี่ยีน: ช่วยแนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักหน่อยครับ? |
|
พี่ยุ้ย: ชื่อ นางสาววราพร จงจิรัฐิติกาล ชื่อเล่น ยุ้ย จบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ เอกวิชาภาษาญี่ปุ่นค่ะ |
| |
|
พี่ยีน: ทำไมถึงถึงเลือกเรียนคณะมนุษยศาสตร์ครับ? |
|
พี่ยุ้ย: ที่จริงจบ ม.ปลายสายวิทย์ เลือกโควตาคณะเภสัชศาสตร์และนิติศาสตร์ ก็ติดนิติศาสตร์ แต่ตอนยื่นผลเอนทรานซ์ เลือกคณะมนุษยศาสตร์ เอกวิชาภาษาญี่ปุ่น เพราะตอนอยู่ ม.ปลาย อาจารย์ฝ่ายแนะแนวเคยบอกว่ามีทุน ก.พ ไปญี่ปุ่น จึงคิดว่าถ้าเราเรียนภาษาญี่ปุ่น น่าจะมีโอกาสคว้าทุนไปญี่ปุ่นได้ (แล้วก็ได้ไปจริงๆ ด้วยทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ในปี 3 เทอม 2 เป็นเวลา1ปี) ถึงแม้ว่ามาดูตารางคะแนนก็ติดเภสัช มช. คิดว่าไม่เสียใจที่ไม่ได้เลือกเรียน เพราะพี่สาวเรียนอยู่ จะได้ไม่ซ้ำกันค่ะ |
| |
|
พี่ยีน: ระหว่างเรียนได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างครับ? |
|
พี่ยุ้ย: ได้ร่วมแสดงละครในวิชาเลือก Asian Theatre and drama เป็นสมาชิกชมรมพุทธศิลป์ ได้ร่วมกิจกรรมตักบาตรประจำสัปดาห์ ได้จัดค่ายและร่วมสัมมนากับชมรมพุทธฯ ทั่วประเทศที่โรงเรียนนายร้อย จปร. ค่ะ
นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมที่วัดนิโรธาราม คิดว่าจากการทำกิจกรรมทำให้เราได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้การเตรียมงาน การแก้ไขปัญหา และได้ฝึกฝนอบรมจิตใจตนเองด้วยค่ะ | |
|
พี่ยีน: คิดว่าคณะนี้ให้อะไรกับพี่ยุ้ยบ้างครับ? |
|
พี่ยุ้ย: ดีใจมากที่ได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 1 ปี เพราะได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง ไม่เฉพาะแต่ในห้องเรียน และได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และเรียนรู้แนวคิดคนญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นค่ะ
ย้อนกลับไปตอนเป็นนักศึกษาปีที่ 1 ก็จะถามอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่บ่อยครั้งว่า ถ้าอยากได้ทุน ต้องทำอย่างไร ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งว่า ให้ตั้งใจเรียน ทำเกรดให้ดีๆ จากนั้นจึงขยันและพยายามมากขึ้น แปรงฟันยังท่องศัพท์ไปด้วย เวลาว่างก็เข้าห้องสมุดเพื่อดูรายการ NHK และเอาใจใส่วิชาอื่นทุกวิชาค่ะ ซึ่งตรงนี้ ยังทำให้เราได้ฝึกวินัย ความอดทน และรู้จักแบ่งเวลาอีกด้วยค่ะ | |
|
|
|
|
| |
|
|
|
พี่ยีน: ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ที่จบมาด้วยกัน ทำงานอะไรกันต่อไปบ้างครับ? |
พี่ยุ้ย: เพื่อนๆ ที่จบมาก็เป็นแอร์โฮสเตส ล่าม ทำงานสถานฑูต และศึกษาต่อค่ะ |
| |
พี่ยีน: พี่ยุ้ยจบมาแล้ว ทำงานเลยหรือเปล่าครับ? |
พี่ยุ้ย: จบมาก็ทำงานเลยค่ะ เพราะบริษัทนิคอน อยุธยา มาจัดบูธรับสมัครและแนะนำบริษัทที่คณะ ปีนั้นเป็นปีที่รับล่ามใหม่ถึง 13 คน ช่วงเริ่มงานใน 2 สัปดาห์แรก ก็แปลเอกสาร ยังไม่ได้แยกไปประจำแผนกของตน ซึ่งได้ประจำอยู่ที่แผนก PC : Production Control เป็นล่ามในการประชุมโครงการต่างๆ ทุกสัปดาห์
ที่นี่เขาจะไม่ให้ Power Point เรามาดูก่อน ตื่นเต้นมาก มีทั้งประธานและผู้จัดการทั่วไปที่ตั้งใจฟังเราอยู่ แต่ชอบ เพราะทำให้เราได้เห็นการแก้ไขในแต่ละส่วนการผลิตของโรงงาน และได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ เยอะมาก ซึ่งตอนที่เรียนก็ไม่เคยฝึกงาน ไม่เคยรู้ระบบการทำงาน และศัพท์ที่ใช้ในโรงงานเลยค่ะ
ตัวอย่างความรู้ที่ได้จากโรงงานนั้น ในแต่ละเดือนจะมีการนับสินค้าคงคลัง เราก็จะได้ไปตรวจเช็ค 5ส นับสต็อค และได้เดินตรวจทั่วทั้งโรงงาน รู้สึกว่ากระบวนการของระบบการทำงานเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง และก่อนลาออกจากโรงงานก็ได้รับโอกาสให้เป็นล่ามพิธีกรในงานครบรอบ 18 ปี ที่มีการแจกใบประกาศนียบัตรให้แก่พนักงานที่มีอายุงานครบ 10 ปี และ 15 ปี ซึ่งโดย ส่วนตัวแล้วรู้สึกประทับใจที่ทำงานที่นี่มาก ด้วยบรรยากาศการทำงานที่ดี คนญี่ปุ่นก็ใจดี นอกจากนั้นก็มีการประชุมล่ามประจำสัปดาห์ ซึ่งรุ่นพี่ก็จะถามปัญหารุ่นน้องและเล่าประสบการณ์ให้ฟังค่ะ |
| |
พี่ยีน: ก่อนเรียนจบกับหลังเรียนจบ สิ่งที่คาดหวังต่างกันบ้างไหมครับ? |
พี่ยุ้ย: ก่อนจบคาดหวังว่าเราจะได้ทำงานที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เราเรียนมา ซึ่งหลังจบก็ตรงกับที่คาดไว้นะคะ |
| |
|
|
|
พี่ยีน: ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไหมครับ? |
|
|

|
| พี่ยีน: อยากฝากอะไรกับน้องๆ บ้างครับ |
|
พี่ยุ้ย: หลังเรียนจบ จนเข้าสู่การทำงาน เราต้องมีความรับผิดชอบ จะโดดงานเหมือนโดดเรียนไม่ได้ ไปสายก็รูดบัตรเข้างานไม่ทัน ทำงานไม่เท่าที่เขาคาดหวัง ก็โดนติเป็นธรรมดา เราก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด แก้ไขปรับปรุงจุดที่บกพร่อง และหมั่นพัฒนาทักษะเพิ่มพูนความรู้อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญคือรู้จักให้กำลังใจตนเอง หมั่นตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ และทำให้ท่านภาคภูมิใจค่ะ |
|
| พี่ยุ้ย: ยังค่ะ แต่คิดว่าจะสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด้านไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นหรือวัฒนธรรมค่ะ |
|
| พี่ยีน: ทุกวันนี้ทำงานอะไรครับ? |
|
พี่ยุ้ย: ปัจจุบันเป็นล่ามที่บริษัทฮอนด้า อยุธยา ใน 2 วันแรกที่เริ่มทำงาน ก็มีปฐมนิเทศน์ แล้วก็เข้าประจำแผนกเลยค่ะ ส่วนของยุ้ยจะเป็นล่ามในการของบประมาณ จะหนักตรงที่คนญี่ปุ่นวิจารณ์และแสดงความคิดเห็นมา ยากมาก ไม่ค่อยเข้าใจ แต่แรกๆ ก็พยายามแปลเท่าที่ได้ ตรงไหนที่ไม่ได้ ทางผู้จัดการแผนกก็จะช่วยเราบ้างค่ะ ซึ่งพอเราได้แปลเอกสารมากขึ้น เราก็จะเข้าใจงานและรู้ศัพท์มากขึ้น แต่เอกสารด่วน เช่น ส่งมาวันนี้ 4 โมงเย็น จะเอาพรุ่งนี้ 10.30 น. ก็มีบ้าง เราก็ต้องคิดว่า ถ้าเราไม่แปลให้เสร็จ งานก็จะไม่เดิน จึงต้องเอากลับมาทำที่ที่พักค่ะ
ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่ฮอนด้า ประทับใจมากค่ะที่ได้เป็นล่ามโครงการ Honda ชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะเป็นการร่วมทำกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคม ได้ปลูกต้นไม้รอบสนาม ทาสีเครื่องเล่น และปูหญ้าที่สนามหน้าเสาธง และได้เป็นล่ามพิธีกรงานสัปดาห์ความปลอดภัย คิดว่ายังทำได้ไม่ดีพอ แต่ก็ดีใจที่ได้รับโอกาสนั้น ก็คิดว่าประสบการณ์จะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ |
|
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเบื้องหลังชีวิตการทำงานของบรรดาพี่ๆ บัณฑิตคณะมนุษยศาสตร์ มาถึงตรงนี้ น้องๆ คนใดที่มีใจให้กับคณะนี้ ก็ขอให้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสู้ต่อไปให้สุดๆ คณะในฝันคณะนี้จะได้ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ สำหรับคราวหน้า ขอปิดท้ายคณะมนุษยศาสตร์อีกนิดด้วยคอลัมน์ "ที่ตรงนี้มีคำตอบ" ใครที่ยังสงสัยนู่นสงสัยนี่จิปาถะเกี่ยวกับคณะมนุษยศาสตร์ คงต้องคอยติดตามกันนะครับ เพราะพี่ยีนได้รวบรวมคำถามจากน้องๆ และคำตอบจากพี่ๆ มาให้ได้ไขข้อข้องใจแบบเคลียร์กันไปเลย...
|
|

|
|
|
| |